ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 (18+นิดๆ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 (18+นิดๆ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 457

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 (18+นิดๆ)
แบบอักษร

ตอนที่ 17 ฟื้นคืนชีพจากความตาย Part 2 ภารกิจลับสยบพยัคฆ์แห่งแดนเหนือ(8)(18+นิดๆ)

โลกคู่ขนาน[ไร้การปกครอง โลกธรรมดา ที่1,290]

ประเทศจีน หรือชื่อเรียกอย่างทางการว่า "สาธารณรัฐ ประชาชน จีน"

ฤดูร้อน วันที่20 มิถุนายน

เวลา 20:35น.

จางเสียนทายาทมหาเศรษฐีกลับกลายข่าวบันเทิงที่ร้อนแรงไปเพียงไม่แค่กี่นาที ที่เขาถูกจับได้ว่าเขาคือชายชู้ของภรรยาหัวหน้าสืบสวนหัวหน้าทีมเกา และนายจางเสียนคนนี้ก็ยังเป็นคู่นอนของลูกสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าเกาอีกด้วย

หัวทีมสืบสวนหัวหน้าเกาหรือเกาที่คัน ตัวเขาอยู่สภาพช็อค ราวกับเป็นศพที่เดินได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นก็ไม่รู้ว่าจะปลอบใจหัวทีมเกาอย่างไรดี ก็ได้แต่จ้องมองกันอย่างเงียบๆ พร้อมกับระบายลมหายใจแทนแค่เท่านั้นเอง

หยางหานตงชายหนุ่มที่อยู่ในฉากเลิฟซีนคาตา ได้แต่ยืนเฝ้ามองสองแม่ลูกผู้ซึ่งเป็นคู่นอนของจางเสียนเพื่อนร่วมรุ่นของเขาและหญิงสาวทั้งสองที่กำลังโดนควบคุมตัวอยู่เซฟเฮ้าส์ พวกเธอทั้งสองร้องไห้จนดวงตาแดงกล่ำจนบวมเป่ง

หยางหานตงที่กำลังเฝ้ามองหญิงสาวทั้งสองแล้วก็ไม่รู้ว่าจะช่วยพวกเธอทั้งสองยังดี เพราะในตอนนี้พวกเธอทั้งสองได้กลายเป็นข่าวดังไปเสียแล้ว

นักข่าวได้พาดหัวข้อข่าวของพวกเธอว่า "สองแม่ลูก ชู้รักทายาทมหาเศรษฐี" เหอหลินหลินผู้เป็นที่อยู่ในชุดคอสเพลย์แสนอิโรติค ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย

เธอได้มองหน้าผู้กองหนุ่มและร้องขอให้เธอได้ไปพบกับสามีของเธอ แต่หยาหานตงไม่เห็นด้วยจึงไม่อนุญาตให้พวกเขาทั้งสองได้พบกัน กลับเป็นฝ่ายสามีเสียเองที่มาพากับหญิงสาวทั้งสอง เมื่อพวกเขาทั้งสามได้พูดคุยกันก็พากันร่ำไห้ ส่วนจางเสียนได้ถูกพ่อบ้านตระกูลจางพาตัวไปเสียแล้ว

หยางหานตงได้รับคำสั่งให้จับตามองครอบครัวของหัวหน้าทีมเกา เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาทั้งสามเกิดความคิดสั้นขึ้นมาเสี่ยวเล่ยรับหน้าที่เป็นยามเฝ้าเวณในผลัดแรก เสี่ยวหลี่ผลัดที่สอง จนกระทั่งผลัดสุดท้ายก็คือตัวของเขาเอง แล้วที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือเขาจะต้องไปงานแต่งงานรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยม.ปลายเสียด้วย

เขาจึงไหว้วานให้เสี่ยวเล่ยกับเสี่ยวหลี่ช่วยทำงานแทนเขาก่อนชั่วคราว เขาจึงได้รีบขอตัวไปทำธุระส่วนตัวเองเสียก่อน

 

วันที่ 20 มิถุนายน

เวลา 21:15น.

โรงแรมเจ็ดเทพธิดา เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่มีความเป็นมานับครึ่งร้อยปีผ่านร้อนผ่านหวานมานับครั้งไม่ถ้วน และยังผ่านมือเจ้าของกิจการมานับสิบรายจนกระทั่งมาถึงมือของหยางหานตงในปัจจุบัน และบัดนี้มันก็ได้กลายเป็นการจัดเลี้ยงงานแต่งงานรอบค่ำของรุ่นพี่คนสนิทของเขาไปเสียแล้ว

หยางหานตงที่เดินคู่มากับโจวถิงถิง เข้ามาในงานแต่งงานเป็นแขกคู่สุดท้ายของงานแต่งตัวมาด้วยชุดอันเรียบหรู หยางหานตงในชุดทักซิโด้สีดำซึ่งมันคือชุดตัวเก่งของเขา และส่วนโจวถิงถิงก็มาในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินประดับด้วยไข่มุก คนทั้งสองเดินเข้าไปกอดเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งกล่าวคำแสดงความยินดี

เมื่อคนทั้งสองเดินเข้ามางานแต่ง ภาพแรกที่พวกเขาทั้งสองเห็นก็คือหลี่ซู่ซู่กำลังร้องเพลงของตัวเธอเองอยู่ โจวถิงถิงพอได้เห็นภาพแบบนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่กลับหยางหานตงที่เดินจูงมือของเธอเข้าไปในงานและไปยังที่โต๊ะที่นั่งของคนทั้งสองที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า

พวกเขาทั้งคู่เดินเข้าไปทักทายอาจารย์ประจำชั้นของพวกเขา และรวมไปถึงกล่าวทักทายเพื่อนสนิทในสมัยชั้นมัธยม.ปลาย ทุกคนด้วยรอยยิ้ม เมื่อตัวเอกอย่างหยางหานตงมาถึงการพูดคุยแบบลูกผู้ชายก็บังเกิดขึ้น ผู้กองหนุ่มเขาเป็นที่รับฟังที่ดีพร้อมทั้งโอบไหล่คู่หมั้นของเขาตลอดเวลา ในขณะที่เธอนั่งเบียดชิดกับเขาด้วยการนั่งซบไหล่ซ้ายของเขาอยู่

หลี่ซู่ซู่เธอที่ร้องเพลงของตัวเองเสร็จแล้ว เธอก็ได้เดินทักทายหยางฟานตงด้วยรอยยิ้ม สิ่งที่เธอต้องการจริงๆก็คือรอยยิ้มของอดีตคนรักที่เขามอบให้กับครั้งในอดีตที่ผ่านมา

หยางหานตงผงกหัวทักทายหลี่ซู่ซู่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย พร้อมทั้งที่โจวถิงถิงขยับร่างกายของเธอไปหอมแก้มซ้ายของชายคนรัก

โจวถิงถิงและหลี่ซู่ซู่จ้องใบหน้าซึ่งกันและ ราวกับมีประกายไฟในดวงตาของคนทั้งสองอย่างชัดเจน จนเห็นได้ถึงบรรยากาศอันน่าอึดอัดใจอย่างถึงที่สุด

แขกผู้มีเกียรติที่เสือกมาทุกท่านที่อยู่ภายในโต๊ะเดียวกันของคนทั้งสอง ได้แต่มองหน้ากันตาปริบๆ ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ตรงหน้าจะจบลงเมื่อไหร่

"น้องสาวทั้งสองยังเหมือนเดิมเลยนะ พี่สาวว่าเราทั้งสองเคยพักรบชั่วคราวก่อนดีกว่านะ ถือว่าพี่สาวคนนี้ขอเถอะนะ"

เจ้าสาวผู้ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของหญิงสาวเข้ามาขัดขวางการทะเลาะกันทางสายตาของทั้งสองสาวด้วยรอยยิ้ม และหันมาตำหนิทางสายตากับรุ่นน้องผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา

"หยางน้อย เราช่วยตามพี่มาที่นี่หน่อยพี่มีเรื่องจากจะทำการเซอร์ไพรส์หมอนั้นซะหน่อย"

เจ้าสาวแสนสวยหูอันฮว่าได้เดินนำหยางหานตงไปที่ห้องจัดงานห้องเล็กๆ ที่ฝั่งตรงกันข้ามกับสถานที่จัดงานแต่งงานแห่งนี้

หูฮันฮว่าหญิงสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่มีลายของดอกบัวสีชมพูสดใส อยู่รอบตัวชุดกี่เพ้าตัวนี้

เธอเปิดเข้าไปในประตูห้องเข้าไปพบกลับกรอบรูปถ่ายอยู่จนเต็มไปหมด และในรูปภาพทั้งหมดนั้นมันก็คือรูปการถ่ายคู่กันของคู่บ่าวสาว

หยางหานตงเดินมาในห้องที่หลังหญิงสาว เขาจึงลงมือปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยเดินไปสวมกอดเจ้าสาวป้ายแดงจากทางด้านหลังอย่างโอนโยน

หูอันฮว่าที่กำลังโดนชายหนุ่มรุ่นน้องสวมกอดกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "หยางน้อย ชุดเจ้าสาวชุดนี้ของภรรยาสวยไหมคะ ชุดนี้ภรรยาน้อยที่น่าสงสารเลือกสรรมากับมือเองเลยนะคะ เพื่อจะได้ให้สามีที่รักถอดออกมาได้อย่างง่ายไม่"

หยางหานตงรับคำฟังกล่าวที่แสนหวานของหญิงสาวพร้อมกับคำพูดอันไม่น่าเชื่อถือของอีกฝ่าย เขาจึงได้กระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิมแล้วกระซิบข้างหูของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา "ฮว่าฮว่า คืนนี้สามีขอจัดหนักหน่อยนะคะ"

หูอันฮว่าเจ้าสาวป้ายแดงที่ค่ำคืนแรกของการแต่งงานเธอก็จะนอกสามีของตัวเองเสียแล้ว ใบหน้าของแดงกล่ำพยักหน้าของเธอลงมาอย่างแผ่วเบา "จะได้รอนะคะ คุณสามีที่รัก"

 

วันที่ 20 มิถุนายน

เวลา 22:50น.

แขกเหรื่อที่มาร่วมงานมงคลสมรสของหูอันฮว่ากับสามีของเธอ เริ่มทยอยเดินทางกลับยังที่บ้านพักของตัวเองแทบหมดสิ้นแล้ว หยางหานตง โจวถิงถิง และหลี่ซู่ซู่ พวกเขาทั้งสามกำลังจัดเตรียมรอให้เจ้าบ่าวของงานมาที่ห้องลับเพื่อทำการเซอร์ไพรส์ชายหนุ่ม ตามคำขอที่ได้รับจากภรรยาของเขา

หูอันฮว่าเดินเคียงข้างสามีของเธอเข้ามาในห้องลับ เจ้าสาวใหม่ป้ายแดงที่ได้จัดเตรียมการเซอร์ไพรส์สามีของเธอดีใจมาก เมื่อได้รีแอคชั่นของสามีของร้องด้วยการร้องไห้ราวกับเป็นเด็กทารกอย่างไรอย่างนั้น

หยางหานตงแลเห็นรุ่นพี่คนสนิทร้องไห้ราวกับเด็กทารกได้แต่ยืนยิ้มที่มุมปาก หูอันฮว่าเจ้าสาวใหม่ป้ายแดง เธอรอให้สามีของเธอร้องไห้ให้เต็มที่เสียก่อน จึงได้แต่ยืนนิ่งกอดสามีของเธอด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย

บรรยากาศอันชื่นมื่นของคู่บ่าวสาวใหม่ป้ายแดงเต็มไปด้วยความรัก หลี่ซู่ซู่เป็นหนึ่งแขกเหรื่คนสนิทที่ทนไม่ไหวกับบรรยากาศแข่งความรัก เธอจึงขอตัวกลับไปเสียก่อน

หยางหานตงสั่งให้คนรับใช้ของตระกูลมารับตัวของโจวถิงถิงกลับไปบ้านพักส่วนตัวของเธอ เขาจึงได้เดินกลับสถานที่กักขังหม่าปากังอยู่ในขณะนี้

"หัวหน้า ผมได้สั่งให้เสี่ยวหลี่อยู่เฝ้าสองแม่ลูกหัวหน้าทีมเดาเอาไว้อยู่ครับ และนอกจากผมแล้ว ทีมของเราก็อยู่กันครบทุกคนแล้วครับ"

หยางหานตงที่ได้ฟังคำกล่าวของเสี่ยวเล่ย เขาจึงพยักหน้ารับฟังก่อนที่จะเดินนำไปยังสถานที่หม่าปากังอาศัยอยู่ในขณะนี้ อดีตสารวัตรหนุ่มรายนี้ได้รับการรักษาตัวจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง มันคือสาเหตุหลักที่ทำให้เขามักอยู่สภาพที่เหม่อลอยคล้ายคนไม่มีสติสตางค์อยู่ตลอดเวลา

"พี่หม่า ปู่ของคุณได้จากโลกนี้ไปแล้ว ผมบอกคุณได้เพียงแค่เนี้ย"

หยางหานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึก เขาไม่สนใจการตอบสนองของอดีตสารวัตรหม่าปากังเลยแม้แต่น้อย เสี่ยวเล่ยที่อยู่เคียงข้างกายเทพบุตรน้ำแข็งได้แต่ยืนสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นท่าทางของอดีตสารวัตรหม่าที่ได้แผ่จิตสังหารผ่านมาจากดวงตาของเขาพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลเป็นสายธาร

ผู้กองหาได้สนใจไม่ เขาเพียงกล่าวเบาๆ "มีปัญญาจะมาฆ่าผมได้ก็เชิญ แต่ถ้าทำไม่ได้ผมจะเป็นฝ่ายฆ่าคุณเอง" น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยจิตสังหารนี้เองได้ทำเสี่ยวเล่ยถึงกับหนาวสั่นเข้าไปถึงกระดูก

เสี่ยวเล่ยทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นห้องขัง เขาตัวสั่นมากจนไม่มีแรงจะลุกขึ้นยืนอีกต่อไป

 

วันที่ 21 มิถุนายน

เวลา 00:50น.

เจ้าหน้าที่พิเศษจากทางการไทย เธอก็คือหญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีน เจ้าหน้าพิเศษสุภัสสร หรือ เปิ้ล เธอพึ่งอ่านไดอารี่ของเสี่ยวถัง หรือ ถังมู่ตาน หนึ่งในลูกน้องสาวคนสนิทของผู้กองหยาง หรือ หยางหานตง เธออ่านไดอารี่ของเสี่ยวถังที่ว่าด้วยความเรื่องกิจวัตรประจำวันของหัวหน้าของเธอ

ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาจะทำอะไร เธอมักบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดแม้กระทั่งเรื่องบนเตียงที่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ตัวของเสี่ยวถัง หรือ ถังมู่ตานได้แอบมองดูกระบวนท่ารักของหยางหานตงกับอดีตคนรักของเขา เธอมีแม้กระทั่งว่าเธอมักช่วยตัวเองอยู่เสมอ ในขณะนึกถึงฉากรักของหยางหานตงกับหลี่ซู่ซู่

โดยเสี่ยวถังมักจะมีการจินตนาการว่าเธอคือ หลี่ซู่ซู่พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์ทางเพศที่ลักษณะเหมือนความเป็นชาย มันอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้เธอถึงดั่งใจหมายอยู่เสมอ แม้ว่าระยะหลังมานี้เธอจะรู้สึกว่าเธอใช้เวลามากกว่าปรกติกว่าถึงจุดที่สมหมาย

สุภัสสร เธอนอนเตียงด้วยสภาพที่เปลือยเปล่า ใบหน้าแดงกล่ำ เธอใช้แขนขวาก่ายหน้าผากพร้อมทั้งส่งเสียงดัง "ฮะ ฮะ แฮะ" ออกมาเป็นระยะ โดยข้างกายของเธอมีสมุดไดอารี่ที่เปิดเอาไว้อยู่ พร้อมทั้งอุปกรณ์ทางเพศที่เสี่ยวถังมักจะใช้งานอยู่เป็นประจำ กำลังเปิดใช้งานมันอยู่

เจ้าหน้าที่พิเศษสุภัสสรที่กำลังนอนหมดสภาพได้แต่นึกถึงพฤติกรรมที่น่าละอายของตัวเองเมื่อสักครูที่ผ่านมา ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะมีสภาพร่อแร่ หมดแรงเช่นนี้

ร่างอรชรเดินขึ้นเตียงพร้อมทั้งไดอารี่ลับของเสี่ยวถัง หลังจากนั้นสุภัสสรใช้มือแหวกของสงวนของเธอออกเบาๆ ก่อนที่จะใช้นิ้วมือซ้ายของตัวเองเล่นกับเม็ดเล็กแข็งๆ เหนือบริเวณของสงวนของเธออย่างเมามัน ในขณะที่นอนราบกับเตียงโดยที่ใช้แผ่นหลังของเธอนั่งติดกับหัวเตียงอยู่ในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอน

เธอใช้มือขวาของจับสมุดไดอารี่ที่ไม่หนาสักเท่าไหร่ทำการเปิดอ่านฉากจินตนาการของเสี่ยงที่ถังละหน้า อย่างทุลักทุเลดด้วยนิ้วโป้งของเธอ แต่มันก็ช่วยทำให้เธอมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นกว่าเดิม เธอรู้สึกว่าการช่วยตัวเองเธอในครั้งนั้มีความยิ่งยากมากที่สุดในชีวิต

เจ้าหน้าที่พิเศษสาวเธอรู้สึกขัดใจมากขึ้นเลยๆ เมื่อเธอลงมืออ่านไอดารี่ของเสี่ยวถังจบแล้ว ก็ยังไม่มีการบรรยายถึงฉากที่หยางหานตงที่ใช้กระบวนท่ารักของเขากับเสี่ยวถังเสียที เธอจึงรู้สึกหมดอารมณ์และเริ่มใช้ตัวช่วยของเสี่ยวถัง โดยเธอจินตนาการว่าหยางหานตงกำลังลงมือข่มขืมเธอ

ด้วยการที่ผู้กองหนุ่มพันธนาการเธอทั้งมือทั้งเท้าของด้วยเชือกไนลอน และจับร่างกายของเธอนอนคว่ำกับพื้นห้องนั่งเล่นที่ไหนสักที่หนึ่ง ร่างกายของเธอเหยียดตัวตรงชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ หลังจากนั้นเขาก็นอนทับร่างกายของเธอ พร้อมทั้งใช้อาวุธประจำการอันใหญ่โตของเขามาในของสงวนของอย่างรุนแรง

สุภัสสร หรือ เปิ้ล เธอได้ใช้อุปกรณ์เสริมของเสี่ยวถังในขณะที่เธอจินตนาการฉากรักของเธอกับผู้กองหนุ่มหยางหานตง ส่งเสียงที่รัญจวนอย่างร้อนแรงดังสนั่นลั่นห้องพัก อุปกรณ์เสริมของเสี่ยวถังมันคือตัวช่วยชั้นดี มันสามารถปรับความสั่นไหวได้

เวลาที่มันสั่นไหวไปมาอยู่ในของสงวนของเธอ เธอมักก็จะใช้ฝ่ามือทั้งสองบีบนวดเฟ้นปทุมถันของเธอไปในตัวด้วยเสมอ บางครั้งเธอก็ข้อนิ้วมือข้อแรกของนิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบดึงยอดปทุมถันสีชมพูเข็มของเธออย่างรุนแรง ด้วยบีบดึงยกให้มันสูงขึ้น ความเจ็บปวดที่ได้รับกับมาพร้อมความสุขจากอุปกรณ์เสริมในของสงวนของเธอ

ช่วยให้เธอยิ่งมีเพิ่มความอารมณ์ทางเพศ และยิ่งเพิ่มความสุขไปในตัวเช่นเดียวกัน จนในที่สุดเธอก็มาอยู่สภาพอ่อนแรงในที่สุด เธอกล่าวออกมาด้วยเสียงอ่อนแรง

"ผู้กองหยาง คุณสุดยอดมากจริงๆ"

 

วันที่ 21 มิถุนายน

เวลา 05:15น.

อดีตสารวัตรหม่าปากังที่จับแต่งตัวชุดดำทั้งชุด เพื่อไปงานศพของปู่ในบังเกิดเกล้าของเขา ชายหนุ่มผู้ซึ่งถูกล้วงละเมิดทางเพศเขาเดินขาวถางเล็กทั้งน้ำตา

"ท่านปู่ ปาเอ่อร์อกตัญญูยิ่งนัก หลานคนนี้เป็นคนทำให้ตระกูลของเราต้องพบภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงนัก ต่อให้แลกชีวิตของหลานเป็นสิบชาติก็ไม่สามารถชดใช้ความผิดของหลานผู้นี้ได้"

หม่าปากังที่ถูกนำตัวยังสถานที่จัดงานศพของหม่าอู่กัง ตอนเช้ามืดแบบนี้ก็เพื่อป้องกันความปลอดภัยของชายหนุ่มผู้น่าสงสารผู้นี้

หยางหยางที่อยู่ด้านหลังกับอดีตสารวัตรหม่าปากัง โดยมีหยางหานตงคอยอยู่เคียงข้างทางฝั่งขวาของหม่าปากัง

หยางหยาง จ้องมองรูปถ่ายของผู้วายชนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หัวร่อชอบใหญ่ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้เฒ่า นับรวมปู่ใหญ่และปู่สามของเขาด้วย

"ฮา ฮา ฮา สวรรค์ช่างเลวนัก ตอนที่ท่านอา และท่านอาหญิงยังมีชีวิตอยู่ ไอ้ลูกเต่าบัดซบหม่าอู่กังกลับได้ดิบได้ดี

แต่พอวันนี้ไอ้ลูกเต่าบัดซบได้จากลาโลกนี้ไป ทำไมลูกต้องมานั่งเฝ้า ยืนเฝ้า สายเลือดบัดซบของไอ้ลูกเต่าด้วย

ทำไมสวรรค์ถึงได้ไม่เป็นธรรมแบบนี้ ตระกูลหยางของเราไปทำให้อะไรให้พวกท่านรำคาญใจใช่หรือไม่ ถึงได้ลงโทษกับพวกเราแบบนี้

ได้นั้นผมจะลงโทษทัณฑ์แทนสวรรค์เบื้องบนเอง"

หยางหยางที่กล่าวโทษสวรรค์เบื้องด้วยความเจ็บแค้น เขาที่อยู่ข้างหน้าปาหังได้เดินอ้อมมาทางด้านของเขา ก่อนที่จะฝ่าเท้าเตะยันโครมหม่าปากังให้ร่างกายกระเด็นกระกอน

หม่าปากังที่ถูกบาทาเหินฟ้าเข้าเต็แผ่นหลังของเขา ร่างกายของที่บอบช้ำของลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ศีรษะของเขาชนเข้าโลงบรรจุศพของคนผู้เป็นปู่

ด้วยความแรงจากแรกกระแทกจึงทำให้ศีรษะของหม่าปากังแตกเลือดนอนร้องโอดโอย เขานอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่กับพื้นอย่างน่าสมเพช

แต่แค่นี้มันยังไม่พอให้หายเจ็บใจหรือลืมความแค้นไปได้ หยางหานตงเดินไปถีบโลงศพของหม่าอู่กังอย่างแรง

พวกผู้เฒ่ารู้สึกตกใจมากกับพฤติกรรมของทายาทตระกูลใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้หลายรายพยายามเข้ามาห้ามปราบกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้

ผิดกลับหยางหลงจิ้น หยางซานจิ้นที่หัวเราะชอบใหญ่กับการกระทำของหลานชายที่รักของตัวเอง เสียงหัวร่อที่ดังลั่นของทั้งสองนั้นทำให้บรรยากาศภายในงานศพร้อนระอุมากขึ้นเข้าไปอีก

หม่าฉี่กังน้องชายของหม่าอู่กังทนไม่ไหวจนรับไม่ได้ได้ยกพรรคพวกของตัวเอง ที่มีทั้งนายตำรวจชั้นสูง นายทหารจากกองชั้นสูงอีกจำนวนหนึ่ง

เพื่อหวังใช้การบีบบังคับให้พวกผู้เฒ่าคนอื่นๆที่มีอำนาจจัดการคนตระกูลหยางให้สิ้นซาก แต่กลับต้องถูกหยุดด้วยเหล่าคนติดอาวุธสงครามครบมือจากหน่วยลับลอบสังหารรัตติกาลเงาจันทร์เข้ามาช่วยเหลือตระกูลหยางเอาไว้เสียก่อน

หม่าฉี่กังแลเห็นการปกป้องคนตระกูลหยางด้วยตาของตัวเอง ได้แต่นั่งลงไปกองกับพื้นแข็งๆของสถานที่จัดงานศพ

หยางหานตงแลเห็นเรื่องมันบานปลายใหญ่โต เขาพยายเขาพยายามจะเข้าหยุดพฤติกรรมน้องชาย แต่กลับถูกหยุดด้วยฝ่ามืออันหยาบกร้านของท่านปู่ใหญ่

ผู้กองหนุ่มได้ยืนนิ่งรับชมละครบทต่อไปของน้องชายด้วยรอยยิ้มที่อยู่ภายในใจ หยางหยางแลเห็นว่าไม่มีใครมาขัดขวางเขาไว้อีกแล้ว

เขาจึงขอให้คนจากรัตติกาลเงาจันทร์ยกโลงศพของหม่าอยู่หัวและลงมาที่พื้นห้อง หลังจากเปิดฝาโรงศพออกมา แต่กลับพบว่าภายในโลงศพเป็นโลงที่ว่างเปล่า

หยางหยางเมื่อเห็นว่าไม่มีศพอยู่ภายในโลง เขาจึงได้ยืนนิ่งเงียบ รอจนให้บรรยากาศสุกงอม พวกเหล่าผู้เฒ่าแลเห็นถึงความผิดปรกติได้แต่เดินมายืนเหนือโลงศพอ้าปากค้างกันเป็นแถวๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น