facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จอมงกตัวจ้อยทั้งสอง

ชื่อตอน : จอมงกตัวจ้อยทั้งสอง

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2563 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จอมงกตัวจ้อยทั้งสอง
แบบอักษร

เมื่อทรงเห็นว่าฮองเฮาตัวน้อยไม่ได้เป็นอันใดแล้วจริง ๆ ฮ่องเต้ทรงหันกลับมาทอดพระเนตรเหล่าสนมชายาที่นั่งคุกเข่าด้วยสายตาเย็นชา รับสั่งเสียงเย็น 

"พวกเจ้าช่างกล้ากันเสียจริง!"  

"ฝะ..ฝ่าบาท.. มะ.. หม่อมฉัน เป็นฝ่ายถูกรังแกนะเพคะ" กุ้ยเฟยในคราแรกด้วยความโมโหจนทำให้ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ แต่ตอนนี้รู้สึกถึงอาการบาดเจ็บขึ้นมาบ้างแล้ว  

"ดูสิเพคะ" ท่าทางอย่างผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมพร้อมยื่นแขนที่มีรอยแดงจ้ำ หวังจะให้ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตร 

เสวี่ยหงเยว่เดิมทีก็อยากกำจัดสนมชายาที่ใจคอชั่วร้ายเหล่านี้อยู่แล้ว ไหนเลยจะสนใจความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยของพวกนาง 

"พวกเจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าเพราะเหตุใดเราจึงรู้สึกเบื่อหน่ายในตัวพวกเจ้านัก มีหญิงใดในที่นี้ ที่ไม่เคยลงมือทำร้ายผู้อื่นบ้าง ทั้งต่อหน้า ทั้งลับหลัง หากเพียงเท่านั้นยังพอทำเนา แต่เพราะความอิจฉาริษยา พวกเจ้ากลับร้ายกาจถึงขั้นเอาชีวิตผู้คน! แล้วจะให้เรากล้าหลับนอนกับสตรีเช่นพวกเจ้าได้อย่างไร!" 

"ฝ่าบาทเพคะ... พระองค์ทรงกล่าวหนักไปกระมัง หากพระองค์ทรงรักเดียวใจเดียว จะทำให้พวกหม่อมฉันกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะ" จวงเฟยเอ่ยทั้งน้ำตานองหน้า เหล่าสนมชายาคนอื่นก็เริ่มร่ำไห้ไม่ต่างกัน 

"อ้อ.. จวงเฟยเจ้าคงหมายถึงให้ข้ารักเจ้าเพียงคนเดียวสินะ" 

"มะ..ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่... "  

"เป็นพวกเจ้าที่เสนอตัวเข้าวังมา ทั้ง ๆ รู้ว่าเรามีสนมชายามากมาย ไม่ใช่ว่าเป็นพวกเจ้าเองที่เต็มใจหรอกรึ" สายพระเนตรทอดมองไปทั่วก่อนจะมาหยุดที่จวงเฟย  

"แล้วอีกอย่าง เมื่อก่อนเราไม่เคยมีความรัก แต่ตอนนี้เรามีแล้ว ทั้งยังรักเดียวใจเดียวอีกด้วย ในเมื่อเจ้าโทษว่าเราเป็นต้นเหตุ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว พวกเจ้าจะทำเช่นไร ที่เจ้าอยากจะพูดก็คือ เพราะหลงรักเราเลยทำชั่วใช่หรือไม่จวงเฟย!" 

"ฝะ..ฝ่าบาท.. ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ ฮือ ๆ มะ.. หม่อมฉัน"  

"ไม่เพียงไม่รู้สำนึก ยังโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก เราอดทนกับพวกเจ้ามามากพอแล้ว!!" 

"ฝ่าบาทเพคะทรงโปรดอภัยด้วยเพคะ" 

"ฝ่าบาทเพคะทรงโปรดอภัยด้วยเพคะ" 

"ฝ่าบาทเพคะทรงโปรดอภัยด้วยเพคะ" 

เสียงร้องระงมไปทั่วห้องโถงตำหนักฮองเฮา แต่หาได้มีผู้ใดเห็นใจไม่ หญิงงามเหล่านี้ เมื่อตอนเข้ามาเป็นสนมใหม่ ๆ ทุกคนก็ไม่ได้ร้ายกาจเช่นนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงเปลี่ยนไป 

"ฮองเฮา จดความผิดของทุกคนไว้แล้วใช่หรือไม่" 

"เพคะฝ่าบาท"  

"ดี! ประกาศให้พวกนางรู้ความผิดของตนเอง แต่สำหรับความผิดที่มีต่อเรา เราจะสั่งปลดทุกคน" 

"ไม่นะเพคะ ฝ่าบาท โปรดทรงอภัยด้วยเพคะ" 

 "ฝ่าบาท โปรดทรงอภัยด้วยเพคะ" 

"ฝ่าบาท ได้โปรดเพคะ" 

"ในเมื่อพวกเจ้ากลายเป็นคนชั่วเพราะเรา ก็ไม่ควรที่ต้องมาอยู่กับเรา บางทีพวกเจ้าอาจจะกลายเป็นคนดีก็ได้" รับสั่งจบก็ไม่ให้ความสนใจเสียงร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจของพวกนางอีก นั่งรอให้นางกำนัลของฮองเฮาประกาศความผิดของสนมชายาเหล่านี้ ด้วยสายพระเนตรเฉยชา 

"ฝ่าบาท ทรงทำเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะ ถึงอย่างไรตระกูลเดิมของพวกหม่อมฉันก็ไม่มีวันยอม!" กุ้ยเฟยไม่คิดยอมแพ้ ในเมื่อหมดหนทาง ถึงกลับยกตระกูลเดิมมาข่มขู่ 

"โอ.. กุ้ยเฟยอย่าได้เป็นห่วงไป เพราะเราดูจากความผิดของเจ้า กับบรรดาสนมทั้งหลาย รวมทั้งชายาขั้นเฟยแล้ว เกรงว่าแม้แต่ตระกูลเดิมก็อาจจะถึงขั้นหมดตัวกันเลยทีเดียว" เป็นฮองเฮาที่ทรงรับสั่งแก่กุ้ยเฟยด้วยพระองค์เอง 

"เจ้า!" จนผู้ฟังคิดจะเอ่ยปากด่า แต่เหลือบไปเห็นสายพระเนตรของฮ่องเต้เสียก่อนจำต้องกล้ำกลืนเอาไว้ 

"พวกเจ้าอ่านความผิดของพวกนางเถิด"  

"เพคะฮองเฮา" 

แม้จะเกิดเรื่องมากมาย แต่ผู้เป็นฮ่องเต้ ก็ไม่เคยลืมว่าคนต้องหิวเป็นแน่ "ไปยกของว่างมาให้ฮองเฮาที เอามาให้เยอะหน่อยแล้วกัน" 

"เพคะฝ่าบาท" 

การกระทำของฮ่องเต้ ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้เหล่าสนมชายาเสียยิ่งกว่าความตาย เพราะหลงรักพระองค์จนหมดหัวใจ ถึงได้แย่งชิงกันจนถึงฆ่ากันตายก็มี แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย ความผิดที่นางกำนัลอ่านต่างไม่เข้าหู เพราะทุกคนรู้ถึงความผิดตนเองดี ซ้ำบทลงโทษที่หนักที่สุดในชีวิต คือต้องนั่งมองคนที่ตนรักเอาอกเอาใจผู้อื่น 

 

เป็นไปตามที่ฮองเฮาคาดเอาไว้ไม่ขาดไม่เกิน สนมชายาเหล่านี้มีทรัพย์สินไม่พอชดใช้ในความผิด ตระกูลเดิมเองก็แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ยังถูกปลดขับออกจากวังอีก เพียงวันเดียววังหลังก็ร้างชายา เหลือเพียงฮองเฮาพระองค์เดียว 

"ยี่เอ๋อ เหนื่อยหรือไม่ ให้ท่านหมอประหลาดตรวจเจ้าหน่อยเถิด"  

เพราะมัวแต่คิดคำนวณเรื่องความร่ำรวย ซื่อยี่เลยไม่ทันสังเกต พอเห็นบุรุษผมขาวยืนอยู่ก็สาวเท้าเข้าไปหาทันที 

"ท่านหมอ~"  

"แหม ๆ เจ้านี่มันงกยิ่งกว่าอาจารย์ของเจ้าเสียอีกนะ ยี่น้อย" หมอประหลาดอดค้อนให้ไปวงใหญ่ไม่ได้ ไหนสหายตัวดีเป็นห่วงนักเป็นห่วงหนาเกรงลูกศิษย์จะถูกรังแก แต่เท่าที่เห็นนี่มันสมควรจะห่วงว่าเจ้าจอมงกน้อยผู้นี้จะไม่ไปปล้นบ้านใครเสียมากกว่ากระมัง 

"อย่าน้อยใจไปเลยนะขอรับ~" น้ำเสียงทั้งเอาใจทั้งประจบประแจงทำให้อีกฝ่ายทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดู 

"ไม่ต้องมาประจบประแจงข้าเลย ข้าไม่ใช่สามีเจ้า ชิ!" ไม่พูดเปล่ายังดีดหน้าผากมนไปอีกหนึ่งที 

"โอ๊ย.. .ใจร้าย~ ง่าาา" มือเล็กลูบหน้าผากป้อย ๆ  

"มา ๆ นั่งเถอะ ให้ข้าตรวจเจ้าเสียหน่อย" 

"ขอรับ~"  

ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ตรวจเสร็จ  

"พวกเจ้านี่ช่างโชคดีเสียจริง เหอ ๆ"  

ซื่อยี่เลิกคิ้วสองข้างด้วยความสงสัย พร้อมกับเหลียวไปมองพระพักตร์ฮ่องเต้ เห็นอีกฝ่ายคิ้วขมวดเล็กน้อย 

"ไม่ต้องมองกันไปมาหรอกน่า ชีพจรสามสาย ของจอมงกอย่างเจ้าหนึ่งสาย และอีกสองสาย เป็นของเจ้าจอมงกตัวจ้อยทั้งสอง ฮ่า ๆ ข้าเหมือนจะเห็นเค้าลางความร่ำรวยของแคว้นเสวี่ยขึ้นมาอย่างไรไม่รู้"  

เสวี่ยหงเย่ว และ ซื่อยี่ ถึงกับอ้าปากค้าง และก็เป็นผู้ที่โตกว่าได้สติก่อน  

"ท่านหมายถึง ยี่เอ๋อกำลังตั้งครรภ์แฝดรึ" 

"ใช่แล้ว แล้วก็ยังแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกด้วย นี่แสดงว่าฝ่าบาททรงดูแลดีมิใช่น้อยกระมัง ท้องถึงได้โตไวยิ่งนัก" 

ด้วยความดีใจจนลืมตัวของเสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ อยู่ ๆ ก็รั้งตัวผู้เป็นฮองเฮาเข้ามารับจุมพิตต่อหน้าผู้คน จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี บรรดานางกำนัลขันทีต่างก้มหน้าก้มตาหูแดงหน้าแดงกันไปตาม ๆ กัน ลิ่วกงกงก็ได้แต่แอบบ่นในใจอย่างเคย  

"ฝ่าบาท!" 

พอปากเป็นอิสระ คนก็ก้มหน้าด้วยความอับอาย แต่ผู้กระทำหาได้สนใจอันใดไม่ ใบหน้าประดับรอยยิ้มโอบเอวคนตัวเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย  

เห็นความรักความห่วงใหญ่ของผู้เป็นฮ่องเต้แล้ว หมอประหลาดก็หมดห่วง จำต้องรีบกลับไปบอกสหาย จึงขอตัวลา 

"เอาล่ะ ข้าคงต้องกลับแล้ว ไว้เดี๋ยวค่อยมาตรวจอีกที อ้อ อาจารย์เจ้าฝากความคิดถึงมาให้ด้วย" 

พอได้ยินคำว่าอาจารย์ ซื่อยี่รีบเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น"อาจารย์สบายดีหรือไม่ขอรับ"  

"เฮอะ! เจ้านั่นไม่สบายสิแปลก เจ้าไม่ต้องไปห่วงหรอก ดูแลตัวเองกับลูกให้ดีเถิด ข้าไปล่ะ ฝ่าบาทกระหม่อมทูลลา" 

เอ่ยจบก็ไม่รอให้ผู้ใดได้ทันเอ่ยสิ่งใดอีก ก้าวเท้าออกไปหน้าตาเฉย จนลิ่วกงกงที่กำลังรอจะมอบป้ายส่วนพระองค์ที่ใช้เข้าออกในวังได้อย่างอิสระ ก้าวตามเอาไปส่งมอบให้แทบไม่ทัน 

ส่วนนางกำนัลขันทีก็ล่าถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่เช่นกัน 

"ยี่เอ๋อ" ไม่พูดเปล่ายังอุ้มอีกคนมาไว้บนตัก ฝ่ามือหนาลูบหน้าท้องที่พองนูนขึ้นอย่างเบามือ 

"เจ้าต้องบำรุงให้มากกว่านี้อีกรู้หรือไม่ เดี๋ยวเราสั่งห้องเครื่องเพิ่มปริมาณอาหารเยอะหน่อยดีกว่า" 

"ก็ดีเพคะ เอาทุกอย่างเลยนะเพคะ~" รอยยิ้มน่ารักเต็มใบหน้าคนบนตัก สมอง น้อยๆ เริ่มวางแผนการอันดีงามให้กับเจ้าจอมงกตัวจ้อยในท้องทั้งสอง 

เห็นคนตัวเล็กยิ้มอย่างมีความสุข ผู้ที่กำลังจะกลายเป็นบิดาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ยิ่งสุขใจ วางแผนไว้ให้ลูกที่ยังไม่ได้เกิดมาเช่นกัน เพียงแต่แผนของคนทั้งสองช่างห่างไกลกันเสียเหลือเกินก็เท่านั้น 

"ฝ่าบาท~" 

"หืม" 

"จะทรงคัดเลือกหญิงงามเข้ามาอีกเมื่อใดเพคะ"  

อยู่ ๆ ราวกับถูกปลุกจากความฝัน ทำให้คิ้วของผู้ที่ถูกถามขมวดเล็กน้อย "เจ้าถามทำไมรึ" 

"ตอนนี้วังหลังไม่มีสนมชายาเลยสักคนเดียว หม่อมฉันก็เหงาแย่สิเพคะ" 

"อ้อ.. ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง วังหลังแห่งนี้ ยังเหลือไทเฮาเป็นเพื่อนเล่นให้เจ้าได้นะ ร่ำรวยกว่าเหล่าสนมชายาไม่รู้กี่เท่าด้วย" 

"เห.. จริงหรือเพคะ" เอ่ยพร้อมดวงตาส่องประกายระยิบระยับ จนอีกคนอดที่จะยื่นมือมาบีบจมูกเล็กด้วยความมันเขี้ยวไม่ได้ 

"แต่นางหาได้รับมือง่ายเช่นสนมชายาเหล่านั้นไม่ เจ้าต้องระวังตัวให้ดี" 

"เพคะ~" 

ความออดอ้อนของฮองเฮาตัวน้อย ทำเอาเสวี่ยงหงเยว่ทั้งรักทั้งหลง อยากจะจับอีกคนกดลงบนเตียงทำรักจนพอใจ แต่ต้องหักห้ามใจเอาไว้ จนบางทีต้องช่วยตัวเองระบายอารมณ์กำหนัด  

"ยี่เอ๋อ" 

"เพคะ" 

"เราต้องการเจ้า" เสียงแหบพร่าที่มาพร้อมอวัยวะเบื้องล่างที่กำลังดันก้นเล็กทำเอาคนบนตักตกใจเล็กน้อย 

"อ๊ะ" จากนั้นแก้มก็ขึ้นสีอย่างช่วยไม่ได้  

"ตะ..แต่หม่อมฉัน อื้ออ"  

จุมพิตเร่าร้อนประทับลงมา อย่างเนิ่นนาน กระทั่งถูกอุ้มไปวางที่เตียงตอนไหนก็ยังไม่รู้ตัว 

"ฝะ..ฝ่าบาท.. " 

"ช่วยเราหน่อยนะ มาเถอะเดี๋ยวเราจะสอนเจ้าเอง" น้ำเสียงทั้งกระเส่าทั้งอ้อนวอน ทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง 

เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกปลดออกจนหมด ต้องหลบสายตาโลมเลียที่มองมาอย่างเขินอาย กระทั่งอีกฝ่ายร่างกายเปลือยเปล่าไม่ต่างกันลงมานอนเคียงข้าง 

"ยี่เอ๋อ" 

เนื้อตัวถูกฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วกระทั่งกอบกุมแก่นกายเล็กที่เริ่มจะตื่นชักขึ้นชักลงเบา ๆ ริมฝีปากถูกประกบจูบอีกครั้ง ก่อนจะผละออกซุกไซร้ไปจนถึงยอดอก หยอกล้อกับเม็ดบัวงาม  

"อื้มม ฝ่าบาท" 

ริมฝีปากหน้าจุมพิตไปทั่วทั้งตัว ผ่านหน้าทองที่พองนูน กระทั่งครอบครองแก่นกายเล็กไว้เต็มปาก 

"อ๊า.. ฝะ.. อื้มม.. ฝ่าบาท" 

เสียวจนแทบทนไม่ไหวต้องใช้มือขยุ้มเส้นผมของคนที่กำลังทั้งดูดทั้งเลียแก่นกายตนเอง อยู่ ๆ อีกคนกลับหยุด โน้มตัวขึ้นมามองหน้า  

"ยี่เอ๋อ ทำไปพร้อมกันเถอะนะ เราทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ" 

เพราะความต้องการที่พุ่งสูง ทำให้พยักหน้ารับอย่างเต็มใจ จากนั้นคนตัวโตกว่าก็จัดแจงท่าทางให้ปากของเราทั้งคู่สามารถครอบครองแก่นกายของอีกคนได้ถนัด กลายมาเป็นคนตัวเล็กนอนคล่อมใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ด้านบน  

"อุัมมมม" เสียวก็เสียวแต่เพราะปากคาแก่นกายใหญ่อยู่ ทำได้เพียงส่งเสียงในลำคอ คนใต้ร่างเองก็เช่นกัน ใช้เวลาพอควร จนกระทั่งปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน  

เพราะความอ่อนเพลียทำให้ฮองเฮาตัวน้อยในอ้อมกอดของฮ่องเต้นอนหลับไปอย่างสบายหลังจากปลดปล่อยไปเพียงครั้งเดียว ทิ้งให้อีกคนต้องทรมานเช่นเคย 

ความคิดเห็น