facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่25 end

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.8k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2559 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่25 end
แบบอักษร

 

 

 

เครื่องบินที่ตอนแรกมีจุดหมายไปนิวซีแลนด์    แต่ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปฮ่องกง

ประเทศที่วายุอยู่ 

 

 

 

 

 

 

 

    ทางด้านบ้านมัสทณา

 

ชายสูงวัยสองคนนั่งคุยกันฉันเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มหาลัย

 

อรุงกรพึ่งรู้ได้ไม่นานว่าเพื่อนสนิทของตน    เป็นคนป้ายสีให้กับอรุงกรเรื่องเผาโกดังสินค้าของวายุ   แทมก่อกวนบ่อนในฮ่องกงเพื่อที่จะขึ้นเป็นใหญ่ซะเอง

 

แต่ถึงยังงั้น...    อรุงกรกับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ปล่อยเรื่องนี้ไป   เพราะถึงจะแก้ไขยังไงมันก็สายเกินไปแล้ว

           "แกไม่โกรธฉันหรอ   ที่ฉันป้ายสีแกทำให้ลูกชายแกตกเป็นของไอ้วายุ"   พ่อของกิ่งเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งเงียบมานาน

           "ฉันโกรธแกสิ   แต่ถึงทำอะไรไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี"   พ่อของทิวเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบนิ่ง    ถึงจะรู้แล้วไง...    ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว    ถึงมาแก้ไขตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้    คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามเวนตามกำของสองคนนั้น

           "ฉันขอโทษที่ทำเรื่องนี้กับครอบครัวแก   แกจะเกลียจฉันหรืออะไรก็ได้...   แต่ฉันขอโทษสำหรับความผิดทุกอย่างที่ทำไว้   ฉันทำได้แค่นี้แหละ"   มือเหี่ยวยุ่นกุมประสานกันกำไว้แน่น    

 

เมื่อไม่นานมานี้ชายสูงวัยพึ่งโดนโกงมาจากฮ่องกงจนหมดเนื้อหมดตัว    เพราะอยากไปเล่นกับมาเฟียใหญ่ของฮ่องกงอย่างวายุ   อี๋หลงชาง    เลยโดนวายุตลบหลังจนหมดตัวไม่เหลือแม้กระทั้งบ้านจะอยู่ 

 

นี่คงเป็นบทเรียนว่าอย่าไปเล่นกับผู้มีอิธทิพลมากกว่าตัวเอง

 

           "..."   พ่อของทิวไม่ตอบอะไร    เพราะเขาเองก็ไม่อยากซ้ำเติม    คนที่ครั้งนึงเคยได้ชื่อว่า...    เพื่อน...

 

 

 

 

 

 

 

    ฮ่องกง

 

เครื่องบินลงจอดเป็นที่เรียบร้อย

 

แต่ดูเหมือนคนที่ถูกส่งให้ไปอยู่กับป้าจะงงกับสถานที่ที่มาตอนนี้มาก

           "ไม่ได้พบกันนานนะครับคุณทิว"   เสียงของใครคนนึงเอ่ยขึ้นทางด้านหลังของทิว    เสียงคุ้นหูที่มักจะได้ยินบ่อยๆเวลาอยู่ใกล้ใครอีกคนที่ไม่มีวันได้เจออีกแล้ว

 

แผ่นหลังบางค่อยๆหันไปมองต้นตอของเสียงคุ้นหู    ก็เจอกับลูกน้องคนสนิทของมาเฟียหนุ่มกำลังยืนส่งยิ้มบางๆมาให้ตนอย่างเป็นมิตร

           "แซม!"   เสียงหวานเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างสนิท    เจ้าของชื่อเองก็ส่งยิ้มบางมาให้เช่นกัน

           "รีบไปกันเถอะครับ   นายรอคุณอยู่"   แซมบอกกับทิวด้วยรอยิ้มพลางเดินมาลากกระเป๋าใบไม่เล็กและไม่ใหญ่ให้

 

ทิวยิ้มรับอย่างงง    

 

นี่มันเรื่องอะไร    เขาควรจะอยู่นิวซีแลนด์สิ    แต่นี่...ดูยังไงก็ฮ่องกงชัดๆ

 

ร่างบางเดินตามคนเดินนำหน้ามาที่รถราคาแพง    บอกถึงฐานะของคนซื้อได้เป็นอย่างดีว่ารวยแค่ไหน

 

ขาเรียวก้าวขึ้นบนรถเสร็จ    แซมที่ยืนรอทำหน้าทีอยู่ก็ปิดประตูรถเพื่อเตรียมตัวไปยังที่หมายต่อไป

 

 

 

+++++++++++20%++++++++++

 

 

 

(ปล. นิยายเรื่องนี้จะจบแบบแปลกๆไปหน่อย เพราะแมวดำตั้งใจให้เรื่องนี้จบในตอนที่25นะ/แมวดำ^~^)

 

เสียงคลื่นซักสาดชายทะละในยามเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน

ชายหนุ่มร่างบางผิวขาวเนียนกำลังยืนรับลมทะละอย่างสบายใจ

 

ทิวมาถึงที่พักส่วนตัวของวายุเมื่อสองสามชั่วโมงก่อน    เห็นเจ้าของที่พักไม่อยู่เลยเดินเล่นเรื่อยๆจนมาถึงหาดทราย

 

พระอาทิตย์ตกดินในตอนนี้ช่างสวยและทำให้สบายใจอย่างมาก    สบายใจจนลืมว่าตนน่าจะอยู่อีกที่แทนที่จะเป็นฮ่องกงมากกว่า

           "ดูสบายใจจริงๆนะมึง"   เสียงทุ้มต่ำเข้มเอ่ยขึ้น    ทิวหันไปมองด้านหลังตามเสียงนั้น    ความรู้สึกแรกที่เห็นคนตรงหน้ามันทำให้ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว 

ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก

 

    คิดถึง...  

 

แต่ก็รักษามาดเอาไว้ไม่ให้วิ่งเข้าไปกอดคนยืนยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับของตน

           "มึง...   มึงมาที่นี่ได้ไง"   ถามไปทั้งๆที่รู้ว่าที่นี่เป็นที่พักของวายุ

           "แล้วมึงคิดว่ากูควรอยู่ที่ไหนล่ะ   หือออ"   วายุถามทิวเสียงทะเล้น 

           "ไปอยู่ในคุกมั้ง"   ทิวเลยบอกวายุอย่างเขินอาย    ยิ่งอยู่ด้วยกันนานวายุยิ่งเจ้าเล่ห์กับเขาขึ้นทุกวัน

           "หรอ   ถ้างั้นกูจะไปมอบตัวนะ"   ว่าแล้วมาเฟียหนุ่มที่แส่ทำเป็นน้อยใจก็เตรียมตัวเดินจากไป

 

แต่พอหันหลังให้ทิวรอยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฎขึ้น

 

    หมับ

 

พอได้ยินว่ามาเฟียเจ้าเล่ห์จะยอมมอบตัวเข้าคุก    มือบางก็รีบคว้าต้นแขนคนเจ้าแผนการทันที

           "ใครบอกให้มึงไป"   ทิวบอกเสียงสั่นๆเพราะกลัววายุจะบ้าทำตามที่พูดจริงๆ

           "ก็มึงไง"   วายุตีหน้านิ่งหันมาตอบคำถามทิว    ทิวเลยได้แต่เม้มปากแน่นกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลเต็มทน

 

ตั้งแต่เข้าได้รู้จักกับวายุ    อารมณ์เขาก็ไม่ค่อยคงทีคงวาสักเท่าไหร    มาเฟียหนุ่มทำอะไรสกิดใจนิดกิดใจน้อยก็บ่อน้ำตาตก    ต้องโทษคนตรงหน้าที่ชอบทำให้เขาร้องไห้จนเป็นคนขี้แงไปแล้ว

 

            "มึงนี่ขี้แงจริงๆนะ   กูแค่แกล้งเล่นเอง"   นิ้วเรียวเกี่ยน้ำตาที่หางตาให้ทิวอย่างอ่อนโยน 

 

ส่วยตัววายุเองก็มักจะยิ้มบ่อยขึ้น    คงเป็นเพราะคนตรงหน้าทำให้เขายิ้มบ่อยขึ้นแน่ๆ    ทิวช่วยทำให้คนเย็นชาอย่างวายุมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

สายตาทิวเอาแต่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจะอบอุ่น    แต่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ่นเชิง

ก่อนหน้านี้คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีก    แต่ตอนนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้า

ความรู้ทั้งหมดที่มีมันมาจุกอยู่ตรงอกจนทนไม่ได้จนต้องบอกออกไป

           "ผม...   ผมรักคุณ"   เสียงที่บอกอย่างแผ่วเบาเหมือนสายลมแต่คนที่ยืนอยู่ใกล้กลับได้ยินมันอย่างชัดเจน    

 

วายุก้มลงมามองหน้าทิวด้วยสายตาตกใจไม่น้อย    มือที่กำลังลูบผมนิ่มอยู่ก็ชะงักค้างเช่นกัน

           "มึงพูดใหม่อีกทีซิ"   วายุถามทิวอีกครั้งเพื่อยืนยันสิ่งที่ได้ฟันให้ชัดเจนมากขึ้น

ทิวจ้องหน้าวายุสักพักก่อนจะเอ่ยบอกย้ำคำพูดของตัวเอง

           "ผมรักคุ..."   แต่ก่อนทิวจะพูดจบ    ริมฝีปากหนาเข้ามาบดขยี้ริมฝีปากแดงเชอลี้อย่างโหยหา

 

ร่างสองร่างกกกอดอย่างอบอุ่นแนบแน่นจนสายลมเย็นของทะเลยังไม่สามารถแทรกผ่านเข้ามาละหว่ากลางพวกเขาสองคนได้

           "กูคิดว่าต้องบังคับมึงซะแล้ว   ถึงจะได้ยินคำนี้ออกมาจากปากมึง"   หลังริมฝีปากของทั้งสองผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง    เสียงทุ่มต่ำเข้มเปลี่ยนเป็นหยอกล้อร่างบางตรงหนาอย่าเอ็นดู

            "ก็มึงทำผมเกลียจนิ"   ทิวทุบไหล่แกร่งของวายุอย่างหมั่นใส้พลางทำเสียงงอลนิดๆ

           "หึหึ   ถ้ามึงเรียกกูว่าพี่...   คืนนี้กูจะเอ็นดูมึงเป็นพิเศษเลย"   น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ถูกส่งมาอีกครั้ง

 

เรียกมึงมาตั้งนาน    จู่ๆจะให้เขาเรียกคงต้องทำใจหน่อยแหละ

 

สายตากดดันถูกส่งมาจากวายุที่ตั้งใจฟังเสียงของทิวเรียกเขาว่า 'พี่' อย่างตั้งอกตั้งใจ    ทิวสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อทำใจ    ก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้เขาต้องเขินอายไปตลอดชีวิต

           "...พี่...   พี่วายุ..."   เมื่อเอ่ยจบ    ใบหน้าแดงจัดก็มุดเข้าหาอกแกร่งที่ยืนยิ้มอย่างพอใจที่วันนี้ทิวว่าง่ายและดูน่ารัก

 

 วายุกอดทิวอยู่ด้วยความรู้ที่เข้าไม่เคยมีมาก่อน    ความรู้สึก 'รัก'    ความรู้สึกรักที่เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมาเฟีย

 

ทำไมถึงต้องห้ามนะหรอ...    เพราะคนสำคัญของมาเฟียคือจุดอ้อน    และเมื่อวายุคิดจะรักร่างบางที่เขากอดอยู่    

 

ต้องปกป้องตัวชีวิต    ไม่ยอมเสียคนสำคัญของหัวใจไปเด็ดขาด

 

           "ทิว...   ที่ผ่านมากูขอโทษ   กูไม่หวังให้มึงยกโทษให้กู   แต่หวังให้มึงอยู่ข้างกูตลอดไป   อย่าทิ้งกูไปไหนถ้ากูไม่ได้สั่ง"   วายุบอกกับทิวเสียงเรียบ    แต่แฝงไปด้วยคำอ้อนวอล

           "วินาทีสุดท้าย   มึงก็สั่งกู"   ทิวยิ้มว่าที่วายุยังออกคำสั่งตนตลอดเวลา

           "...กูไม่ได้สั่ง...   แต่กูอ้อนวอลมึง...   กูรักมึงนะ...   ทิว"   เป็นคำบอกรักที่ไม่ได้หวานอะไรเลยสำหรับคนฟัง    แต่หน้าแปลกที่กลับทำให้ทิวยิ้มออกมาได้อย่าหุบไม่มิด 

 

สองแขนเรียวโอบกอดร่างแกร่งแนบแน่นขึ้นไปอีก    ด้วยหัวใจที่มีแต่ความสุด    ความสุขที่คิดว่าคงไม่มี    แต่กลับได้จากคนที่เขาเกลียจและทำร้ายตนตลอกเวลาอย่างวายุ

 

ที่สุดความรักของพวกเขาจะเป็นอย่างไร    จะออกมาร้ายหรือดี

เรื่องนั้นใครสนล่ะ    ขอแค่ตอนนี้...วินาทีนี้มี...เขาสองคนอยู่ข้างๆกันก็พอ

 

นี่รึเปล่านะ...    ที่เขาเรียกว่า...

เกลียจอะไรมักได้อย่างนั้น...

 

 

 

end

++++++++++++++++++++++++

 

 

 

😸

ความคิดเห็น