ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 (18+นิดๆ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 (18+นิดๆ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 538

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 14:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 (18+นิดๆ)
แบบอักษร

ตอนที่ 16 ฟื้นคืนชีพจากความตาย Part 2 ภารกิจลับสยบพยัคฆ์แห่งแดนเหนือ(7)(18+นิดๆ)

โลกคู่ขนาน[ไร้การปกครอง โลกธรรมดา ที่1,290]

ประเทศจีน หรือชื่อเรียกอย่างทางการว่า "สาธารณรัฐ ประชาชน จีน"

ฤดูร้อน วันที่20 มิถุนายน

เวลา 14:35น.

หยางหานตงและเสี่ยวถัง หรือถังมู่ตานได้เดินทางกลับไปสำนักงานตำรวจประจำกรุงปักกิ่งอย่างรีบร้อนเมื่อได้ข่าวสารจากหัวหน้าผู้บังคับบัญชาว่า อดีตนายตำรวจอย่างหม่าอู่กังปู่แท้ๆของหม่าปากังลงมือสังหารตัวเอง เมื่อชดใช้ความผิดของตัวเองเมื่อสมัยยังเป็นวัยหนุ่มฉกรรจ์ที่ได้ทำไว้นับไม่ถ้วน

หม่าอู่กังได้เขียนสิ่งที่เขาเคยทำไว้ในอดีตลงไปในไดอารี่ของตัวเองนับสิบๆเล่ม เมื่อรู้ว่าความตายใกล้มาถึงตัว เขาจึงลงมือสังหารตัวเองเสียเพื่อชดใช้ความผิดบาปของตัวเอง ก่อนที่เขาจะตายเขาได้นำเอาไดอารี่ส่วนตัวของเขามอบให้กับอดีตเพื่อนรักของเขาอย่างเฉินหลงนำไปใช่ในการสืบคดีเย็นบางคดีที่ถูกปิดตายเอาไว้นับสิบๆปีอยู่ไม่มากก็น้อย

ตระกูลหม่าที่รับใช้ประชาชนมาสามรุ่นเสียชีวิตไปแล้วสองรุ่น รุ่นปู่ฆ่าตัวตายเพื่อใช่ความผิดที่เคยกระทำเมื่อเป็นวัยหนุ่ม รุ่นพ่อแม่ถูกฆ่าฆาตกรรมล้างตระกูลเมื่อไม่นานผ่านมานี้เองโดยฝืมือของกลุ่มมหาโจรพยัคฆ์แห่งแดนเหนือ รุ่นหลานหรือรุ่นปัจจุบันปฏิบัติเลวทรามไม่ต่างกับปู่ในสายเลือดทำการทรยศคนชาติเดียวกัน ที่ต้องสูญเสียชีวิตอีกนับร้อยชีวิตเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ก่อกรรมทำเข็ญจรยากที่จะให้อภัยได้

ปัจจุบันหม่าอู่กังถูกจับกุมตัวในคุกลับ หรือคุกเคลื่อนที่ซึ่งไม่มีใครรับรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนนอกเสียจากสี่จตุรเทพแห่งรัตติกาลเงาจันทร์ อันเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกฝึกมาเพื่อการลอบสังหาร ตัวตนของพวกเขาถูกปิดเป็นความลับและมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาได้ก็คือ "ประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน" เท่านั้นที่มีสิทธิ์รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาเหล่านั้น ยกเว้นกรณีพิเศษจริงๆ ถึงจะเปิดเผยข้อมูลลับเฉพาะนี้ให้ผู้ได้รับรู้ได้

หยางหานตงถูกเรียกตัวให้ไปพบกับท่านผู้กำกับโจวหรือโจวเถิงเหลิง ที่ห้องทำงานส่วนตัวพร้อมกับข้อมูลสำคัญของคดีการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่จากเจ้าหน้าที่ ที่มาจากตระกูลหยางแห่งปักกิ่ง และยังต้องมารับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมที่พวกเขาเหล่านั้นได้จากตระกูลหม่าผู้ที่เสียไปแล้วด้วย ชายหนุ่มจึงได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจที่เขาไม่สามารถลงมือสังหารผู้วายชนจากตระกูลด้วยตัวเองได้

ผู้กำกับโจวรับรู้ถึงความเจ็บปวดใจของว่าที่ลูกเขยของเขาดี ถ้าตัวผู้กำกับโจวได้รับรู้เบื้องหลังของคดีนี้เขาจะต้องลากตัวของสมาชิกครอบครัวตระกูลหม่าทั้งสามรุ่นให้ลงมารับใช้กรรมได้เร็วกว่านี้แล้วอย่างแน่นอน เขาจึงได้ปลอบใจว่าที่ลูกเขยของได้เท่านั้นในเฉพาะช่วงเวลานี้แล้ว

"ผู้กองหยาง อย่าเสียใจไปเลยพวกเรายังมีโอกาสล้างหนี้เลือดของท่านอาหยางและน้องหยางสองผัวเมียได้อย่างแน่นอน ในตอนนี้พวกเราจะต้องเข้าปราบปรามไม่ให้พยัคฆ์แห่งแดนเหนือรวมได้อีกครั้ง ภารกิจนี้ต้องลงมือทำให้สำเร็จก่อนถึงตอนนั้นพวกเราทั้งสองคนจะต้องล้างหนี้เลือดนี้อย่างแน่นอน ผู้กองหยางไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะ"

หยางหานตงรู้ตัวดีถึงลำดับความสำคัญของภารกิจเร่งด่วนในครั้งนี้ได้อย่างดี

"รับทราบครับผม"

เขาทำความเคารพผู้บังคับบัญชาและเดินออกจาห้องทำงานของผู้กำกับหม่าไป เมื่อหยางหานตงเดินออกจากห้องทำงานโจวเถิงเหลิงได้มองไปที่กรอบรูปถ่ายบนโต๊ะทำงานของเขา ภายในรูปถ่ายมีบุคคลอยู่ทั้งหมดแปดคน ประกอบไปด้วยผู้กำกับโจวในวัยหนุ่มกว่านี้ ภรรยากเก่าของผู้กำกับโจวที่ลาเลิกกันไป ภรรยาคนปัจจุบันของผู้กำกับโจว ลูกชายคนโตของผู้กำกับโจว โจวอวิ๋นในวัยเด็กที่เกิดจากภรรยาเก่า ลูกสาวคนเล็กโจวถิงถิงในวัยเด็ก คู่หมั้นของหยางหานตง ที่เกิดจากภรรยาคนปัจจุบันของผู้กำกับโจว

อีกสามคนที่เหลือในรูปภาพนี้ก็คือพ่อแม่ผู้ล่วงลับของหยางหานตง อย่างหยางเอ้อเฟยผู้เป็นพ่อ และเฉินจื้อเหยียนผู้เป็นแม่ สุดท้ายก็เป็นหยางหานตงในวัยเด็กที่กำลังกอดโจวถิงถิงในอ้อมกอดจากทางด้านหลัง ในสมัยยังเด็กมาก โจวเถิงเหลิงกำหมัดแน่นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือพร้อมกับน้ำตา

"น้องหยางและน้องสะใถ้ ตราบใดที่พี่ชายคนนี้ยังชีวิตอยู่ล่ะก็ พี่ชายขอสาบานว่าจะล้างแค้นให้กับน้องเราทั้งสองให้จงได้ ถ้าจะพี่ชายใหญ่ขอสาบานว่าถ้าไม่ล้างหนี้เลือดในครั้งนี้ ถ้าในชาตินี้ล้างแค้นไม่ไม่สำเร็จจะไม่ขอเป็นคน ตายไปจะกลายเป็นผีจะตามหลอกหลอนคนแซ่ซุนและตระกูลของมันให้รู้แล้วรู้รอด"

 

วันที่ 20 มิถุนายน

เวลา 15:45น.

หยางหานตงนำลูกทีมทั้งสิบคนของเขา ไปยังห้องประชุมทีมที่ในตอนนี้เป็นการรวมตัวของทีมวางแผน ซึ่งเป็นทีมพิเศษที่เป็นการรวมหัวของหัวกะทิจากหลายประเทศ

ลูกทีมทั้งสิบคนของหยางหานตงได้แนะนำเองให้กับหัวกะทิของทีมวางแผน ทีมพิเศษนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งรอรับฟังคำสั่งของหัวกะทิทั้งสี่อย่างเต็มใจ

มิยูกิ ฮารูโนะ สาวน้อยอัจฉริยจากประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถเจาะระบบการป้องกันระบบสุดยอดของบริษัทชินยะ เซนเตอร์ แล้วทำการเปิดเผยยอดกำไร-ขาดทุนของบริษัทที่แท้จริงต่อสาธารณชนได้เป็นผลสำเร็จ

บริษัทชินยะ เซนเซอร์ว่ากันเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่รับงานจากรัฐบาลญี่ปุ่นมากที่สุดในช่วงสิบปีมานี้ พวกเขาได้จ้างนักบัญชีอัจฉริยะผู้หนึ่งทำการปิดบังบัญชีที่แท้จริงของบริษัท เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่ต่างๆ ที่ต้องจ่ายคืนให้รัฐบาลญี่ปุ่น

มิยูกิ ฮารูโนะ ถูกเรียกตัวให้มาอยู่ในทีมวางแผน ทีมพิเศษเพื่อเป็นการลดโทษ โทษฐานเจาะระบบฐานของข้อมูลทางทหารของประเทศบ้านเกิดตัวเอง

แฮกเกอร์อัจฉริยะอย่างเธอ ต้องมาถูกคุมตัวกำกับแบบใกล้ชิด จึงรู้สึกอึดอัดใจแต่ไม่สามารถขัดขืนได้ ได้แต่ก้มหน้าก้มตารอรับฟังคำสั่งจากอัจฉริยะทางด้านความทรงจำต่อไปอย่างเงียบๆ

สมาชิกทีมวางแผนคนสุดท้ายก็คือชายหนุ่มจากประเทศเกาหลีใต้ คิมยุนซอก อดีตสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง "โซลซิตี้" ที่เขาต้องออกจากวงการบันเทิงก็เพราะว่า เขาต้องมาดูแลพ่อแม่ที่พิการช่วงล่างจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อห้าปีก่อน

แต่เนื่องด้วยความมีความสามารถทางด้านการเลียนแบบเสียง จึงทำให้เขาได้รับเลือกให้เข้ามาอยู่ในทีมนี้ และยังได้สิทธิพิเศษก็คือเขาไม่ต้องเป็นทหาร แต่เขาต้องรวบตัวกลุ่มพยัคฆ์แห่งแดนให้หมดไปจากโลกใบนี้เสียก่อนที่จะสิทธิพิเศษนี้

เทพบุตรน้ำแข็งหยางหานตงเริ่มจัดวางแผนแบบคร่าวๆมาเกือบสิบต่อ สมาชิกทีมพิเศษทีมนี้ สมาชิกที่เหลืออีกสามคนที่ได้รับฟังแผนการคร่าวๆจากหยางหานตงอย่างตั้งอกตั้งใจ

สุดท้ายพวกเขาตัดสินใจเลือกแผนการที่ดีที่สุดออกมาได้สามแผนการ ซึ่งเป็นแผนการที่รัดกุมที่สุดและเป็นการที่มีช่องโหว่น้อยที่สุดเช่นกัน

หลังการประชุมทีมพิเศษ หยางหานตงได้รับคำสั่งด่วนพิเศษ ให้ไปคุ้มกันภัยนักร้องสาวอันดับหนึ่งของประเทศอย่างหลี่ซู่ซู่ ซึ่งเธอนั้นเป็นแฟนคนแรกของหยางหานตง และยังแฟนคนแรกที่เธอได้ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี แล้วตอนนี้ทำไมนักร้องสาวอันดบหนึ่งของประเทศถึงต้องการความช่วยเหลือจากเขาด้วย หยางหานตงไม่เข้าใจเธอเลยแม้แม้แต่น้อย

 

วันที่ 20 มิถุนายน

เวลา 16:50น.

หลี่ซู่ซู่ในชุดเสื้อยืดเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงรัดรูปสีน้ำเงินเข้มสวมเข้ากับรองเท้าผ้าใบใส่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแบรนด์ร้องเท้าที่รับการออกแบบจากน้องสาวของหยางหานตงมาอย่างดีและมีเพียงจำนวนจำกัดเท่านั้น แต่ด้วยความสามารถของนักร้องสาวเสียงดีอย่างเธอก็สมควรสามารถครอบครองเอามาเป็นเจ้าของได้โดยง่าย

เธอที่กำลังยืนให้ลายเซ็นแก่เจ้าหน้าตำรวจทั้งชายและหญิงด้วยรอยยิ้ม และเมื่อเธอได้หันมาเห็นชายคนแรกที่เธอรัก แถมยังเป็นผู้ชายคนเดียวที่สามารถครอบครองหัวใจพร้อมทั้งร่างกายของเธอได้อีกด้วย หลี่ซู่ซู่ยิ้มทักทายอดีตคนรัก และต้องทำเหมือนเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอีกด้วย

หยางหานตงที่รับรู้นิสัยสันดานของหลี่ซู่ซู่เป็นอย่างดีจึงเดินเข้าไปหาเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย พร้อมกับทักทายเธอเหมือนกับคนที่พึ่งรู้จักกันหลี่ซู่ซู่ที่ได้แลเห็นท่าทางการกระทำของอดีตชายคนรักก็อดรู้เศร้าใจเป็นไม่ได้ เธอต้องแสดงรอยยิ้มพร้อมทั้งแจกลายเซ็นต่อไป

เมื่อเธอแยกลายเซ็นเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เดินทางไปทำงานงานของเธอต่อที่คฤหาสน์หลังหนึ่งที่ถูกเช่ามาเพื่อถ่ายทำละครซีรีย์ที่รับบทเป็นลูกพี่ลูกน้องของนางเอก บทบาทในละครของมีเพียงไม่กี่ฉากเท่านั้นแต่ละครั้งที่ต้องออกฉาก เธอจะต้องออกมาคู่กับนางเอกของเรื่องอย่างเซียะเยว่มี่ ผู้ซึ่งเป็นภรรยาลำดับที่สามของหยางหานตง

ในรถตู้ของนักร้องสาวอันดับหนึ่งของประเทศ ประกอบไปด้วยบอดี้การ์ดคนใหม่ที่มาคุ้มครองเธอผู้กองหยางหานตง คนขับรถที่พ่อของเธอจัดหามาให้ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอก็เป็นอดีตนักแสดงชื่อดังผู้ซึ่งเป็นน้าสาวแท้ๆของเธอ สุดท้ายก็เป็นบอดี้การ์ดสาวที่ถูกฝึกอย่างดีเพื่อปกป้องนักร้องสาว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่นายจ้างของเธอต้องการความคุ้มครองจากอดีตชายคนรักบอดี้การ์ดสาวเธอจึงได้แต่ทำท่าเรื่องรังเกียจเมื่อหยางหานตงมองมาที่เธอ

หยางหานตงรู้สึกถึงความไม่เป็นมิตรจากบอดี้การ์ดสาวข้างตัว แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจตั้งหน้าตั้งทำงานต่อไป จนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงกองถ่ายทำละคร ในบทการถ่ายทำของนักร้องถ่ายทำเพียงวันเดียวก็เสร็จแล้ว ทางผู้กำกับละครจึงเล็งเห็นว่าไม่จำเป็นต้องให้นักร้องสาวเดินทางมาเร็วนัก เดินทางมาช่วงบ่ายๆเย็นๆก็พอ ถ่ายแค่ไม่กี่ฉากคำพูดไม่กี่ประโยคก็เสร็จแล้ว

 

วันที่ 20 มิถุนายน

เวลา 17:50น.

หลี่ซู่ซู่มาถึงกองถ่าย ถ่ายทำละครทำความรู้จักกับทุกคนในกองถ่าย หลังจากนั้นไปแต่งหน้าเพิ่มเติมแล้วก็ค่อยเริ่มถ่ายบทบาทของเธอได้ทันที เมื่อถ่ายบทบาทของเสร็จปุ๊บเธอก็สามารถเดินทางกลับไปเลย เห็นไหมมันงานที่ง่ายจะตายไปตามความนึกคิดจากผู้กำกับ แต่ความเป็นจริงหานเป็นแบบนั้นไม่

นักร้องสาวหลี่ซู่ซู่ก็ทำได้ดีมากตามนึกคิดของผู้กำกับ แต่ดันมีตัวประกอบคนนึงที่พึ่งได้รับงานถ่ายละครเรื่องแรกกลับแสดงไม่ได้เลย ผู้กำกับก็เลยสั่งตัดคัตไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้การถ่ายทำละครล้าช้าไปพอสมควร

หยางหานตงที่กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องยืนๆนั่งรอการถ่ายทำละคร เขาจึงได้นำโทรศัพท์สำรองของของเขาถึงเก็บเข้าเอาไว้ในนาฬิกาข้อมือต่างมิติออกมา แล้วทำการส่งข้อความไปหาเซียะเยว่มี่ว่า "มี่น้อย ตงตงขอนอนกอด" และทางด้านนักแสดงสาวผู้มีชื่อเสียงก็ได้รับข้อความจากหยางหานตงผ่านโทรศัพท์ลับของเธอ

เซียะเยว่มี่อดใจรอให้ถึงเวลาที่จะได้อยู่กับสามีใหม่ของเธอ อย่างใจจดใจจ่อได้แต่ภาวนาว่าการถ่ายทำละครในวันนี้จะเสร็จโดยเร็ว

แม้ว่าเซียะเยว่มี่หรือหลี่ซู่ซู่จะวางแผนที่จะใกล้ชิดกับหยางหานตงยังไง ก็ไม่อาจจะสู้กับภรรยาหลวงอย่างโจวถิงถิงได้เลยแม้แต่น้อย

โจวถิงถิงเธอรู้ดีว่าหลี่ซู่เธอต้องการขัดขวางไม่ให้เธอไม่ให้แต่งงานได้ง่ายๆ เธอจึงกุเรื่องถูกลอบปองร้ายขึ้นมาเพื่อหลอกใช้ผู้กองหนุ่ม

ด้วยความที่เธอเป็นลูกสาวของท่านผู้กำกับโจว เธอจึงใช้เส้นสายของเธอและได้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของผู้จัดการส่วนตัวนักร้องสาวมาได้สำเร็จ

โจวถิงถิงจึงโทรไปหาผู้จัดการสาวของนักร้องสาว และยังบอกฝากข้อความของเธอไปนักร้องสาวด้วยว่า "ซู่เอ่อร์เธอได้ทำทิ้งตงตงไปแล้ว ถ้าเธอยังคิดจะกลับมาหาตงตงอีกล่ะก็จะหาว่าฉันไม่เตือนละกัน"

ผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องสาวจึงได้กล้ำกลืนฝืนทนไปกระซิบข้างหูของนักร้องสาว เธอจึงได้กัดฟันปลดปล่อยอดีตคนรักของเธออีกครั้ง

หยางหานตงรู้สึกโล่งอกแต่กลับต้องมาพบว่าคู่หมั้นของเขาจะเดินทางมารับตัวของเขากลับไป เขาจึงได้ส่งข้อความไปบอกเซี๊ยะเยว่ที่ว่า "มี่เอ่อร์ ตงตงติดกับดัก"

เซียะเยว่มี่ที่รับข้อความจากชายคนรัก และเธออดไม่ได้ที่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ก็เพราะเธอเป็นแค่เงาเท่านั้น แล้วเธอจะมีสิทธิ์จะไปเรียกร้องอะไรได้

หยางฟานคงที่รัฐอิสระภาพรีบดอดเข้าไปหาคู่หมั้นของเขาที่มารับเขาอยู่ภายนอกคฤหาสน์หลังงามหลังนี้

เมื่อหยางฟานคงเดินเข้าในรถซุปเปอร์คาร์สุดหรู ที่พวกผู้หญิงมักนิยมชมชอบกันอย่าง"Porsche taycan turbo S" สีขาว เป็นมันรถไฟฟ้าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีสี่ประตู และพกพาขุมกำลังที่ เจ็ดร้อยหกสิบเอ็ด กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งใช้เดินทางระยะไกลที่สุดก็คือ สี่ร้อยสิบสองกิโลเมตร

โจวถิงถิงที่ขับรถยนต์สุดหรูของเธอมารับชายคนรักด้วยรังสีอำมหิต เธอไม่ยอมออกที่นั่งคนขับ หยางหานตงจึงต้องจำใจยอมนั่งที่นั่งคนข้างขับไปแทนอย่างช่วยไม่ได้

"ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า หมินหมิน นอน นอน"โจวเฉินหมินที่มาด้วยนั่งอยู่เบาะหลัง และตัวเด็กน้อยรายนี้ก็อยู่บนที่ตั้งสำหรับเด็กเล็กอีกทอด เรียกร้องชายหนุ่มผู้เป็นพ่อร้องเพลงกล่อมให้นอน

หยางหานตงไม่รู้ร้องจะเพลงกล่อมเด็กยังไงดี เขาจึงแต่งเพลงกล่อมเด็กแบบปัญญาอ่อนขึ้นมา "หมินหมิน หมินหมิน หมินหมิน เด็กดี เด็กดี นอน นอน หลับ หลับ ฝันดี ป๊ะป๋า หม่าม้า หมินหมิน นอน นอน"

เขาร้องเพลงกล่อมเด็กที่เขาแต่งขึ้นเอง ร้องขับกล่อมเด็กน้อย ตามจังหวะการตบมือ โจวเฉินหมินที่ได้ฟังเพลงกล่อมเด็กที่ตัวเองไม่เคยฟังมาก่อนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เด็กน้อยผู้ซึ่งหัวเราะชอบใจใหญ่ ร้องเรียกให้หยางหานตงร้องเพลงกล่อมนี้ต่ออีกจนในที่สุดเด็กน้อยก็หลับฝันดีในที่สุด และเมื่อไม่เห็นมีคนมากวนแล้ว

หยางหานตงจึงได้โน้มใบหน้าของเขาไปจุมพิตแก้มซ้ายขวาของคนรักฟอดใหญ่ ก่อนที่จะนำใบหน้าหล่อเหลานอนซบไหล่ขวาของเธอผู้ซึ่งรถยนต์พวงมาลัยซ้ายอยู่ในขณะนี้นั้นเอง

โจวถิงถิงยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นชายคนรักกำลังออดอ้อนเธอ ดังนั้นแล้วเธอจึงใช้ปล่อยให้นอนบนไหล่อของเธอต่อไปเล็กน้อย จนกระทั่งหยางหานตงกับมาลุกกลับนั่งเหมือนเดิม

"รับทราบแล้วครับ"

หยางการคงที่ลูกกลับมานั่งตัวตรงเพื่อรับสายโทรศัพท์จากผู้บังคับบัญชาว่า "ให้เขารีบไปที่บ้านพักส่วนตัวของหัวหน้าทีมเกา ที่มีข่าววงในมาว่าครอบครัวเขาจะถูกลงมือสังหารจากนักฆ่าพยัคฆ์แห่งแดนเหนือ"

 

วันที่ 20 มิถุนายน

เวลา 19:50น.

ภายในบ้านพักส่วนตัวของหัวหน้าทีมสืบสวนหัวหน้าเกา ได้มีชายหนุ่มที่แต่งตัวตัวเหมือนกับคนสั่งของ แต่ความเป็นจริงแล้วเขาก็คือลูกน้องคนสนิทของหัวหน้าทีมสืบสวนเกา เสี่ยวจางหรือจางเสียนที่ตอนนี้กำลังนอนหลับพักผ่อนบนโซฟายาวสีน้ำตาล โดยที่บนหน้าขาของเขา ได้มีเด็กสาวที่อยู่ในชุดนักเรียนโรงเรียนญี่ปุ่น

เกาหวังเยี่ยนเธอเป็นลูกสาวของของหัวหน้าทีมเกา ซึ่งเธอเป็นหนึ่งในคู่นอนของจางเสียนนายตำรวจหนุ่มพึ่งจบใหม่ ผู้หล่อเหลาและมีอนาคตไกลคนหนึ่งเลยที่เดียว และเธอจ้องมองใบหน้าที่หล่อเหลาของจางเสียนด้วยความรัก แถมเด็กสาวอย่างเกาเยี่ยนก็ได้ทำลูบหัวของจางเสียนอย่างอ่อนโยน จนในที่สุดจางเสียนก็ลืมตาตื่นขึ้นมา

แต่มันอยู่จุดนึงที่มันกำลังตั้งตระหง่านตระการตา และมันกำลังร้องเรียกสายตาจากหญิงสาวคนนึงที่ฝั่งตรงข้ามโซฟาที่พวกจางเสียนนอนพักอยู่ เกาเยี่ยนที่ดูเหมือนพอใจมากพอสมควร เมื่อเห็นหญิงสาวฝั่งข้ามกำลังคลานมาอย่างยั่วยวนเพื่อมาเล่นของเล่นของเธอที่มันกำลังร้องเรียกเธออยู่

"โฮ่ง..โฮ่ง...โฮ่ง!!"

หญิงสาวที่กำลังอยู่นั้นร้องเรียกจางเสียนจากหลับพักผ่อนด้วยออกเสียงของสุนัข และทั้งตัวของเธอก็อยู่ในชุดคอสเพลย์ที่ดูยังไงเหมือนสุนัข

มันคือรสนิยมทางเพศของเฉพาะกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ถึงมันทำการยั่วอารมณ์มากอยู่พอสมควร แต่สำหรับจางเสียนที่ระดับต้องการทางเพศที่สูงกว่าปกติ กำลังตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดเมื่อมาเห็นปอกคอจูงสุนัขที่ถูกสวมไว้กับลำคอของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

จางเสียนเอนหลังติดผนักผิงของโซฟา เกาเยี่ยนคู่นอนของจางเสียนก็มาอยู่หลังของเขาใช้มือของลูบไล้แผงอกของเขา ก่อนที่จะค่อยเสื้อของเขาออก แล้วเอียงศีรษะเข้าหากันจูบแบบดูดดื่ม ส่วนหญิงสาวที่อยู่ชุดคอสเพลย์สุนัขกำลังใช้ปากของเลียลูกบอลทั้งสองลูกของตะวันด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

เธอใช้ข้างนึงจับกุมอาวุญลับความเป็นชายของจางเสียน ด้วยความหวงแหน แถมด้วยการนวดเฟ้นเบาๆ ก่อนที่จะปากเธอดูดกลืนเหมือนดูดไอศครีม

"อือ....อือออ!!"

เสียงครวญครางของเธอที่มันลอดผ่านปากช่องปากของเธอ มันไม่ได้ให้อารมณ์ของจางเสียนเพิ่มมากนัก เขาได้แต่คิดในใจ'ยัยบ้านี้!!...คิดจะให้ฉันตายเลยหรือไง ถึงได้มาทำตัวแบบนี้ทุกวัน เธอน่ะไม่สิทธิ์เรียกร้องความเห็นใจจากฉันหรอก...ที่ทำเธอต้องมาทำตัวแบบนี้ ก็เพราะสามีของเธอนั้นแหละอยู่ไม่ดีไม่ว่าดี

มันติดหนี้ฉันคนนี้เอาไว้ซะเยอะเลย...โดยเฉพาะ การที่สามีของเธอหลอกให้ฉันคนนี้ไปรับผิดแทนสามีของเธออยู่บ่อยครั้ง...มันต้องมีการลงโทษแบบนี้กันบ้างล่ะ นั้นบทลงโทษต่อไปเพิ่มตัวแสดงเข้ามาเพิ่มอีกดีมั้ย?!..เอาไว้ค่อยคิดล่ะกัน'

จางเสียนคิดในใจถึงแผนการฮาเร็มของในขั้นถัดไป เพราะตั้งแต่เขาได้ลูกสาวของหัวทีมเกามาเป็นคู่นอนของ และหญิงสาวที่จัดการอาวุญลับความเป็นชายของเขาอยู่ในขณะนี้ ก็คือ เหอหลินหลินภรรยาของหัวทีมเกานั้นเอง

เหอหลินหลินมักจะมาเป็นคู่นอนของจางเสียนทุกวัน วันละหนึ่งยกเสมอ แต่เธอกับไม่เคยสัมผัสการถึงจุดสุดยอดของตัวเองได้เลยสักครั้ง เพราะจางเสียนคนนี้มักจะเป็นผู้ที่เรียกกันว่า"นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ"

หรือไม่ก็บางครั้งที่จางเสียนที่กำลังจะถึงจุดสุดยอดของเขา มักมีคนมาจัดการก่อนอยู่เสมอจนเหอหลินหลินได้แต่น้อยใจ ถึงแม้เธอจะเป็นภรรยาของหัวหน้าจางเสียนก็จริง แต่เธอก็ถูกครอบครัวของเธอบังคับให้คบกัน ตัวเหอหลินหลินนั้นรักจางเสียนหมดหัวใจ ขนาดความบริสุทธิ์ของลูกสาวเธอ จางเสียนก็เป็นคนได้ไป

เหอหลินหลินรู้มาว่าจางเสียนคือทายาทผู้ชายคนเดียวในรุ่นนี้ของตระกูลของเขา และในอนาคตอันใกล้นี้เขาจะเข้ามาดูกิจการครอบครัวด้วยตัวเองด้วยการลาออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเธอยังรู้มาอีกว่าคนที่จะเข้าอยู่ในตระกูลของจางเสียนจะต้องแต่งงานเข้ามา ถ้าไม่ใช่คนที่ถูกเลือกก็มักจะเป็นแค่ภรรยาลับๆหรือสามีลับๆ ที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนสู่สาธารณะได้

ต่อให้เธอหรือเขาสามารถช่วยให้มีทายาทผู้ชายสืบสกุล ก็เป็นทายาทลำดับที่ห้า ทายาทของเธอหรือเขาก็ไม่มีโอกาสได้สืบสกุลต่อไปรุ่นถัดไป

'ฉันจะทำให้จางเสียนหันมาสนใจฉันให้ได้ ต่อให้ฉันเป็นเพียงแค่ของเล่นของเขาก็ตามที และฉันไม่ยอมให้ยัยลูกสาวตัวดีของฉันได้ตัวเขาไปครอบครองคนเดียวแน่ๆ'

'เจ็บ!!..'จางเสียนรู้สึกถึงความเจ็บบริเวณอาวุญลับความเป็นชายของเขา

เหอหลินหลินที่กำลังดูดกลืนจางเสียนน้อยทำรุนแรงเกินไปจนทำให้จางเสียนรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง จางเสียนน้อยเริ่มหดตัวเล็กลงแต่มันก็มีขนาดใหญ่กว่าผู้ชายบางคนที่ยังแข็งตัวอยู่ เขาแสดงถึงความเจ็บปวดผ่านทางสีหน้า เขารู้ทรมานมากเลยผลักตัวของเหอหลินหลินออกไป และเริ่มสำรวจจางเสียนน้อยของตัวเองอีกครั้งดูจากด้วยสายตาพบว่าไม่ได้มีบาดแผลภายนอก

จนกระทั่งเสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นในโสตประสาทของเขา และพอจางเสียนหันไปออกทางประตูบ้าน เขาก็ได้พบกับสายตาจากคนหมู่มากหนึ่งในกลับเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนเกาและหยางหานตงรวมอยู่ด้วย

หัวหน้าทีมสืบสวนเกาหมดแรงทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นห้อง พร้อมทั้งกรีดร้องอย่างเจ็บปวด น้ำตาของการถูกทรยศมันช่างเจ็บปวดมากยิ่งนัก จนไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาตอบแทนได้

รูปตัวละคร

 

 

 

 

พระเอกของเรื่องในโลกคู่ขนานใบนี้ ในเรื่องผมดำ ดวงตาสีดำนะครับ

ความคิดเห็น