ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3 CHAPTER

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 933

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2563 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 CHAPTER
แบบอักษร

 

“นี่สาวน้อยคิดว่าเธอทำร้ายลูกค้าคนสำคัญของแล้วเธอจะออกไปง่ายๆหรอหื้ม:)”

สายตากลมโตสีดำสนิทที่มีคาริสม่าทำลายร้างสูงกวาดมองบุคคลตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะทำหน้านิ่งใส่จนทำให้คนที่ถูกมองด้วยสายตานิ่งคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก

“ผมเป็นเจ้าของร้านและเป็นคนไทยและที่รู้ว่าพวกคุณเป็นคนไทยก็เพราะผู้หญิงคนข้างหลังคุณพูดภาษาไทยกับคุณตอนคุณมีเรื่อง”

“แล้ว?”

น้ำนิลถามออกไปอย่างไม่ยี่หระพร้อมกับสายตาที่ยังคงความนิ่งไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆทั้งสิ้นแม้เธอจะรู้ตัวดีว่าเขาคนข้างหน้าเธอจะพูดอะไร

“คุณต้องชดใช้ค่าเสียหาย”

กอดออกพูดกับเธอหน้านิ่งพร้อมยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัยพร้อมมองพวกเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาแต่มันกลับปิดไม่มิดจากน้ำนิลเธอมองออกว่าสายตาแบบนี้มันหมายความว่ายังไงหึ...ดูถูกคนเก่งขนาดนี้คงจะทำบ่อยละสิใช่ไอ้หมอนี่มันดูถูกเธอและพี่เธอ!

“แต่ถ้าไม่มีก็เอาอย่างอื่นแลกได้นะ:)”

“หวังว่า5ล้านคงจะพอ อาจจะมากไปด้วยซ้ำ”

ไม่พูดเปล่ายื่นบัตรสีดำที่มีขนาดเท่าบัตรเครดิตไปให้คนตรงหน้าพร้อมกับทำหน้านิ่งๆสายตาเย็นชาจนทำให้คนตรงหน้านึกเอะใจตอนแรกก็คิดแค่ว่าเธอคงเป็นแค่เด็กนักเรียนใจแตกบ้านจนคนนึงที่มาอาละวาดที่นี่จึงคิดว่าถ้าเธอไม่มีเงินให้เขาเธอก็คงจะให้อย่างอื่นเขาได้:)แต่ผิดคาดยัยนี่ดันมีบัตรเครดิตสีดำเฉยเลยแต่ก็ไม่แปลกที่พอจะมีคนรวยมากๆเข้ามาที่นี่เพราะมันเป็นผับเถื่อนเปิดรับบริการลูกค้าที่มีฐานะปานกลางเข้ามาได้

“หึ....”

แกร๊กพนักงานโคลงหน้าเอเชียจากบาร์คนนึงเดินมาก่อนจะโค้งให้ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายตรงหน้าพวกเธอคาดว่าน่าจะเป็นคนไทยเพราะประโนคถัดไปที่เจ้าของร้านเอายขึ้นมันสำเนียงไทยและภาษาไทยชัดๆ

“คิดเงินกับผู้หญิงสองคนนี้ที่พวกเธอทำลายข้าวของทั้งหมดของเรา”

สองพี่น้องเดินตามพนักงานคนนั้นไปและยื่นบัตรสีดำให้ก่อนพนักงานจะรับไป

“ค่าเสียหายทั้งหมดคื..”

“คิดไป5ล้านดอลลาร์”

“คะ ครับ”

เสียงใสมีเสน่ห์เอ่ยขึ้นเรียบๆก่อนที่พนักงานจะรับบัตรไปก่อนจะเมินหน้าออกไปมองผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าของร้านด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“เสร็จแล้วครับ นี่ครับบัตร”

พนักงานพูดเสร็จจึงยื่นบัตรกลับมาให้เธอและโค้งขอบคุณ

“หวังว่าคงไม่มีปัญหาแล้ว”

“หึ....ตอนนี้ไม่”

น้ำนิลพูดก่อนจะหันไปดึงข้อมือของพี่สาวให้เดินตามมาและทั้งสองสาวก็เดินจากออกไปอน่างไม่มีวี่แววว่าจะเหลียวหลังกลับมามอง

“แต่คราวหน้าไม่แน่:)”

ชายร่างสูงพูดตามหลังเธอไปแต่คิดว่าเธอคงไม่ได้ยินเพราะมันเบามากๆยังกะเสียงกระซิบ

“สิงห์มึงไปหาข้อมูลของผู้หญิงสองคนนั้นมาให้กูทีโดยเฉพาะคนที่มีผมหน้าม้า กูอยากรู้พวกเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร:)”

สั่งลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างเขานานแล้วตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ต่อยตีกันของหญิงสาว1คนกับพวกผู้ชาย3คนนั้นด้วยเสียงเรียบๆปนน้ำเสียงที่มีแววสนุกสนานปนอยู่นิดๆ

“ครับนาย”

“หึ...แล้วเจอกันสาวน้อย:)”

 

@DTW High School

Numnill:

หลังจากกลับมาจากผับเสร็จเราก็กลับมาที่ห้องพักของเราที่อยู่ในโรงเรียนนี้โอ้ลืมบอกไปสินะคือโรงเรียนที่นี่คือดีมากๆคือพวกเด็กนักเรียนสามารถเข้ามาพักที่หอของตัวเองได้เลย(ถ้าจ่ายค่าหอแล้วอ้ะน้ะ)เราสองคนพี่น้องก็ขนของมาจ่กบ้านพักตากอากาศหมดแล้วด้วยจึงตัดสินใจว่าจะพักที่นี่กันยาวเลยเพราะไหนๆเราก็จะตะลุยLAให้ทั่วอยู่แล้วเวลาใกล้เปิดเทอมจะได้ไม่ต้องกลับไปแบกสำภาระมาให้วุ่นวาย

“เฮ้อเหนื่อยจัง~”

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องของตัวเองและกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมของตัวเองอยู่อย่างเอาเป็นเอาตายเพราะด้วยความที่ผมของฉันยาวมากๆยาวถึงก้นเลยแหละ:(ก็เลยกินเวลาไป1ชั่วโมงเต็มๆในดารเช็ดผมของตัวเองอันที่จริงว่าจะใช้ไดร์ฟเป่าผมแต่ลืมไปว่าตัวเองลทมมันไว้ที่ไทย:( ฮื่อๆๆๆTUT ไม่เป็นไรไม่โทษใครหรอกตัวเองสะเพร่าเองแหละเฮ้อจำไว้นะเกิดเป็นผู้หญิงห้ามลืมไดร์ฟเป่าผมโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีผมยาวมากๆอย่างเช่นฉันTUT

 

2อาทิตย์ผ่านไปไว้หมือนโกหก:P

@DTW High School

Numnill:

“First day at DTW high school!!!”

ฉันตะโกนกับตัวเองในกระจกก้อนจะหมุนตัวเพื่อจัดระเบียบตัวเองวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียนทำการสอนอย่างเป็นทางการของโรงเรียนฉันชะนั้นแน่นอนฉันก็อยู่ในชุดนักเรียนแสนน่ารักนี้เป็นที่เรียบร้อย ชุดนักเรียนของที่นี่คิอต้องยอมรับจริงๆว่าน่ารักมากๆเพราะมันเหมือนในหนังหรือซีรี่ย์เกาหลีที่มีนักเรียนกระโปรงลายสก๊อตสีแดงเสื้อแบบผูกไทด์หรือโบว์รองเท้าใส่ตามสบาย คือมันดีมากๆเลยอ้ะ! ฉันหมุนตัวอีกรอบก่อนจะหยิบกระเป๋าและรองเท้าผ้าใบสีขาวรุ่นคอนเวิร์ส:) มาใส่พร้อมเปิดประตูออกไปก็พบเข้ากับพี่สาวของฉันที่อยู่ในชุกuniform ของโรงเรียนเหมือนกับฉันยืนยิ้มให้ฉันก่อนที่เราจะเดินออกไปกันเดื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียน

 

 

 

เห้อไม่อยากจะโม้นะแต่ฉันรู้สึกเหมือนเป็นการเดินพรมแดงยังไงไม่รู้ เห้อจะอะไรซะอีกก็เพราะที่นี่นะในตึกมันค่อนข้างจะใหญ่และหรูหราอลังการมากๆจึงทำให้ทางเดินนั้นมีพรมแดงปูอยู่ใช่คุณฟังไม่ผิดพรมแดง! คือ???งงมากจ้าว่าโรงเรียนต้องหรูระดับไหนถึงมีพรมแดงปูให้ตลอดทางเดิน!กราบความรวยขนาดคุณท่านของฉันที่ว่ารวยที่สุดในเมืองไทยยังไม่ขนาดนี้เลยกับที่บ้านแต่นี่คือ?!?!?!? Someone please explain to me!!! I’m so lost!!!!

ฉันเดินมาได้ซักพักก็ต้องหันไปมองหน้าของพี่สาวฉันที่เหมือนจะมองฉันอยู่ก่อนแล้วก่อนจะพุ่งไปกอดเธออย่างรวดเร็วจนทำให้เธอตกใจแต่ก็ยังกอดตอบฉัน

“ไม่เอาน่าพี่รู้น้องพี่ทำได้ถ้าไม่อยากคุยกับพวกผู้ชายก็หาเพื่อนผู้หญิงเยอะๆสิจะได้ไม่ต้องคุยกับพวกเขา!”

“เหเอพี่ก็รู้น้องไม่ถูกชะตากับพวกผู้หญิงนี่ค่ะ:3”

“แต่คราวนี้อาจจะไม่เหมือนที่ไทยก็ได้นี่”

“น้องรู้เอาเป็นว่า....น้องจพอพยายามแล้วกันค่ะ *3*”

“อืม...จ้ะสู้ๆนะเราต้องมีเพื่อนใหม่แน่ๆ”

ฉัผละออกจากพี่สาวก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนของตัวเองไปด้วยความที่พี่สาวฉันรู้ดีว่าทำไมฉันถึงมีท่าทีกังวบตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารนี้เพราะเธอรู้เีว่าฉันเป็นโรคกลัวผู้ชายขนาดไหนและที่สำคัญฉันไม่ถูกชะตากับผู้หญิงสักเท่าไหร่ทำให้ฉันไม่มีเพื่อนแบบจริงๆจังๆเลยสักคนตอนอยู่ที่ไทย~_~ เห้อออออฉันหวังว่าไอ้อาการโรคกลัวผู้ชายของฉันมันจะทุเลาลงมั่งนะจะได้มีเพื่อนกับเขามั่ง! ฉันผลักประตูเข้าไปก็พบเจ้ากับสายตานับ30คู่ที่จ้องมาที่ฉันอย่างสงสัยบางคนก็จ้องด้วยตาโลมเลียออกจาบจ้วงแต่ไม่เป็นไรฉันชินแล้ว ฉันสะบัดหน้าหนีไปทางคุณครูที่ยืนอยู่หน้าห้องก่อนจะส่งยิ้มบางๆไปให้คุณครูคนสวยที่มองฉันอยู่ก่อนแล้ว คือจะบอกว่าฉันรู้จักคุณครูคนนี้อยู่ก่อนแล้วเนื่องจากว่าตอนก่อนเข้าตึกฉันกับพี่ต้องไปรายงานตัวที่ห้องปกครองจึงทำให้รู้จักคุณครูคนสวยโครงหน้าฝรั่งคนนี้ ก่อนจะมาคุณครูบอกว่าให้เดินมาที่ตึกนี้ซึงเป็นตึกE หรือตึกของม.5นั่นเองเอง อ้อไม่ต้องสงสัยว่าทำไมฉันถึงบอกว่าตึกม.5เพร่ะแต่ละตึกจะมีแค่ม.ของตัวเองอยู่อน่างตึกนี้ก็จะมีแต่มัน.5ส่วนของพี่สาวฉันก็คงจะเหมือนตึกของเธออยู่ถัดไปจากตึกของฉัน รวยอะไรนักหนาเนี่ยเจ้าของโรงเรียน คือตึกของฉันมีนักเรียนทั้งหมด200กว่าคนแต่ละห้องมีห้องละ30คนโดยประมาณและที่ตึกนี้มีอยู่ประมาณ10ห้องเรียน10ห้องแลบ10ห้องคอมอะไรประมาณนี้ กราบในความรวยนี้!

เอาละๆนอกเรื่องมานานมาต่อกันที่ครูคนสวยมองมาที่ฉันแล้วยิ้ม

“Hey guys! We have a new student today please pay attention and be respect to her please!”

“Hi darling you are the new student in here can you introduce yourself?”

“Yeah, umm...hi everyone my name is Phatnumnill Prida Akarakun. my nick name is Numnill. I come from Thailand nice to meet you ^~^ “

ฉันแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษเสร็จจึงส่งยิ้มที่ฉันคิดว่าเป็นมิดที่สุดส่งไปให้เพื่อนๆแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือมีคนตอบอยู่แระมาณครึ่งห้องเป็นครึ่งห้องที่มีแต่ผู้ชายทั้งหมด ส่วนพวกผู้หญิงก็พากันมองฉันิ่วๆบางคนก็มองจิกๆเหมือนหมั่นไส้แต่ฉันไม่แคร์หรอก

“Mmm...you name is a bit hard to pronounce do you have English name darling?”

“Oh ah I didn’t realise this before I don’t have it sorry:(“

ให้ตายเถอะฉันลืมไปได้ยังไงว่าฉันต้องมีชื่อภาษาอังกฤษ!!!

“Ummm...what if we make one up now so we all can call you right everyone?”

“Yeah, yes”

ฉันพยักหน้ารับคุณครูไปในหัวก็พยายามคิดหาชื่อที่เหมาะกับฉัน

“Ok if anyone have a name that you think it would suit with this new student right here please put your hand up ok”

“Ok start from one right here John?”

“Kyla,Sarah,Emily, blablabla”

“Alice”

เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากทางฝั่งมุมห้องจึงทำให้ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทั้งหมดสายตาฉันมองไปที่ที่มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่มองมาที่ฉันเราสบตากันในขณะที่เราสบตากันอยู่ๆหัวใจของฉันก็เต้นตึกตักๆไม่เป็นจังหวะปานใครเอากลองยาวมาตีอยู่ข้างหูของนี่มันอะไรกันกะอีแค่ผู้ชายหน้าตาดีถึงดีมากดีมากๆดีเหี้ยๆคนหนึ่งกำลังจ้องตากับฉันอยู่แม้จะเป็นสายตานิ่งแต่ทำไมใจฉันถึงเป็นแบบนี้ละใครก็ได้ช่วยตอบทีฉันว่าฉันเป็นโรคหัวใจเข้าให้แล้วล่ะ!!!!

“Alice?!”

“Whoa I like that! Do you like that name Numnill?!”

“Oh ah yeah yeah I like it!”

“Thank you Dylan such a beautiful name!”

คุณครูพูดก่อนจะมองไปยังผู้ชายคนนั้นที่มองมาที่ฉันนิ่งมองแบบตาไม่กระพริบ

“Oh Alice I think you might have to sit next to Dylan today cause we don’t have any spair table and chair,sorry darl”

“That’s alright miss ^_^”

ฉันพูดขอบคุณคุณครู้ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆผู้ชายคนที่ชื่อDylanที่เป็นคนตั้งชื่อให้ฉันก่อนจะหันไปมองเขาเชิงขออนุญาตเขาจึงมองมาและยกกระเป๋าออกจากโต๊ะอีกตัวให้ฉันได้นั่ง ไม่นะทำไมต้องเป็นกับผู้ชายให้ฉันทนนั่งกับผู้หญิงสักคนในห้องนี้ไม่ดีกว่าเหรอ!!! เห้อเอาถอะเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท

“Hey Dylan right? Look thank you for give me a name ^_^!”

“อืม”

อะอ้าวแค่เนี้ย!!!!what!?ไอ้นี่นิไม่มีปากรึไง?!?!?

“หยิ่งชะมัดเชอะฉันอุตส่าห์ทำใจยอมคุยกับผู้ชายเมินฉันสะงั้นนึกว่าตัวเองหล่อมากรึไง แต่ก็หล่อจริงๆนะแหละฮึ้ย-3-!”

“ขอบใจ-_-“

เฮือกเขาพูดไทยได้โอ้มายก๊อดดดดอต่เขาไม่พูดเปล่าแถมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันพร้อมสองแขนก็กักฉันไว้โดยมือข้างหนึ่งพาดอยู่ตรงโต๊ะฉันส่วนแขนอีกข้างอยู่ตรงผนังห้อง ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้โครตอันตราย!!!! “0=0”!!!! แต่ความคิดฉันก็เริ่มชะงักเมื่ออยู่ๆไอ้บ้าหน้าหล่อนี่ก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยจนหน้าเราห่างกันแค่คืบและฉันสำผัสได้ถึงลมหายใจร้อนของเขาจนฉันเผลอกำมือแน่นฉันไม่เคยชินกับการถูกผู้ชายรุกแบบนี้แล้วฉันก็ไม่ชอบปกติก็ไม่มีผู้ชายคนไหนที่สามารถเข้าใกล้ฉันได้มากขนาดนี้แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้ไอ้บ้านี่เข้าใกล้จนถึงตอนนี้แต่มันเหมือนมีบางอย่างดึงดูดฉันเวลาฉันมองไปที่ตาของเขามันจึงทำให้ฉันนิ่งสงบทุกครั้งที่ได้มองเห็นภาพในตาเขาที่มันสะท้อนภาพของฉัน....... เอ๋แต่มองหน้าใกล้คงไม่เป็นไรมั้ง?..... เอาละฉันคิดผิดและฉันจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าไอ้บ้านี่ไม่ได้ทำแค่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แต่กลับยื่นมือข้างนึงลูบมาที่หน้าขาฉันก่อนจะลากมันขึ้นไปแถวๆต้นขาอ่อนและเหมือนจะสูงขึ้นเรื่อยๆจนฉันขนลุกเกรียวและไม่ใช่แค่นั้นเขาเอามืออีกข้างมาจับที่หน้าอกฉันเต็มๆ!!!!และจนฉันทนไม่ไหว

“นมจริง?”

“ไอ้เหี้ยเอ้ย!!!!”

ปึก!

“อ๊ะ!”

ฉันจัดการไอ้ผู้ชายหน้าเทพบุตรแต่นิสัยเหี้ยคนนี้ออกห่างจากตัวฉันทันทีโดยการผลักเขาและถีบเขาออกจากตัวฉันจนเขาลงไปกองราบกับพื้นและเงยหน้ามามองฉันนิ่งๆฉันที่ยังควบคุมตัวเองไม่ได้รีบพุ่งเข้าไปหาเขาโดยการคร่อมและอัดหน้าเขาจนเลือดกบปากและมีหางคิ้วแตกนิดๆ:)

“ใหญ่เหมือนกันนะ:)”

มันพูดก่อนจะจ้องมาที่หน้าอกฉันจนฉันทนไม่ไหวและซัดหน้ามันอีกรอบตอนนี้ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้นแม้แต่เสียงห้ามปรามและกรีดร้องจากเพื่อนและครูในห้องที่บางส่วนก็พยายามจับฉันออกจากไอ้เหี้ยหน้าหล่อนี่และบางส่วนก็พยายามที่จะช่วยไอ้เหี้ยนั่นด้วยการเข้าไปพยุงแต่ไอ้นั่นมันปัดมือทุกคนออกก่อนจะหันมามองที่ฉันนิ่ง

“Alice why did you do that?! And how could you do that to the princi”

“It’s alright I need the blue notes to go to sickbay and I need her to come with me...”

“Ah..ahh.ahh ,but she’s hurt you?!”

“Mrs.Smith”

“Ah..ok I’ll give you guys the blue notes”

ครูที่เดินเข้ามาห้ามศึกเราตอนนี้มีสีหน้าตกใจเอามากๆเมื่อเธอดห็นเลือดที่มุมปากและหางคิ้วของไอ้เหี้ยนั่น-_-หึ..สม..น้ำ..หน้า..!แล้วเธอก็ถามฉันและเขาว่าทำไมทำแบบนี้เป็นไรไหมแต่ประโยคก่อนหน้านั้นเหมือนเธอจะเรียกไอ้นั่นว่าprinci? คือไรว้ะงง??เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ชะงักค้างไว้???แต่ชั่งมันเถอะตอนนี้ที่ฉันต้องสนใจคือไอ้คนที่ตอนนี้ยืนจังก้าล้วงกระเป๋ากางเกงมองมาที่ฉันนิ่งก่อนจะก้าวเข้ามาที่ฉันและกระชากข้อมือฉันตอนที่ฉันเผลอไปสบตาเขา(รู้นะว่าฉันหยุดจ้องตาเขาไม่ได้และถ้าได้จ้องฉันจะกลายเป็นหินทันที-_-)และลากออกไปจากห้องเรียนพร้อมเสียงฮือฮือของเพื่อนในห้องทันที

“เฮ้ยปล่อยนะเว่ยมึงจะพากูไปไหน?!”

เขาหยุดทันทีตอนกำลังจะลงบันไดก่อนจะหันมามองฉันที่ดิ้นจะเป็นจะตายกับการที่พยายามจะแกะมือเขาออกจากข้อมือของฉันแต่อย่าคิดว่าฉันจะเป็นนางเอกที่พยายามแกะยังไงก็แกะไม่ออกเพราะฉันมันแรงควายไงเลยแกะออกก่อนจะปลักเขาออกไปแชะกำลังจะเดินหนีเขาแต่ก้าวลงบันไดเไปได้ไม่กี่ขั้นตัวชั้นก็ลอยหวืดอย่างกับฉันอยู่บนอวกาศแต่คงจะไม่ใช่เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมตัวฉันลอยได้...ก็ไอ้บ้านี่สิยกชั้นขึ้นแล้วอุ้มพาดบ่าพาเดินลงบันไดเฉยเลยไอ้เราทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ทุบหลังคน(ควาย)ถึกอย่างนั้นอะไรเนี่ยปกติฉันทุบฉันตีผู้ชายคนไหนเขาก็พากันร้องโอดโอยตั้งแต่หมัดแรกแล้วแต่ไอ้บ้านี่?!!!

“เฮ้ยปล่อยนะเว่ย!”

“ปล่อยดิว้ะ!”

นานเท่าไหร่ไท่รู้ที่เขาอุ้มฉันพาดบ่ามาจนฉันมองเห็นห้อง(ตึก)พยาบาลของโรงเรียนนี่ถ้าไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าตึกนี้มันเป็นตึกพยาบาลที่อยู่ถัดจากตึก(ห้องพักครู)ห้องพยาบาลของที่นี่มันคือมีหลายห้องมากแล้วห้องพยาบาลคือมันใหญ่มากๆเลยล่ะก้มกราบกับความรวยแทบไม่ทันต้องรวยขนาดไหนที่ต้องสร้างตึกแต่ละตึกแยกกันแทบจะทุกโซนวะเนี่ยที่ว่าฉันรวยแล้วเทียบไม่ได้เลยกับเจ้าของโรงเรียนนี้!!!!

ปึก

“อ้ะ โอ้ย! ไอ้บ้านี่ใครบอกให้วางกูลงแบบนี้ ห้ะ?! แล้วก็ถอยไปด้วยกูจะลุก?!”

ฟุบ ปึก ตอนที่เขาวางฉันลงคืออย่าเรียกว่าวางเลยทุ่มดีกว่า-_-อ้อต่อ! ไอ้บ้านี่ก็ขึ้นมาคร่อมฉันไว้ด้วยท่าที่อันตรายมากๆแง้งช่วยฉันด้วยค่ะทุกคนTUT ต่อๆแล้วคือฉันก็พยายามที่จะลุกออกจากเขาไงแต่ไอ้บ้านี่ก็ทำหน้านิ่งแต่ที่เพิ่มมาคือทำคิ้วหมวดอย่างคนกำลังไม่ชอบอะไร

“ไม่ชอบ~_~”

ไม่ชอบอะไรฉันหรอหรืออะไรยังไง?

“ไม่ชอบอะไร?”

“ที่ขึ้นกูขึ้นมึงพูดจาไม่เพราะ~_~”

“แล้ว?เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!”

แค่เนี่ย?!

“หึ...ใครบอกกำลังจะเป็นต่างหาก:}”

 

Dylan

 

 

 

 

Alice(น้ำนิล)

 

 

 

100%

To be continued

ต้องขอโทษนะค่ะพรุ่งนี้มีงานเข้าอยู่ดึกไม่ได้แต่เดี๋ยวกลับจากทำงานแล้วจะรีบมาต่อให้จบเลยนะค่ะแล้วก็เดี๋ยวมาแปลประโยคภาษาอังกฤษให้ค่ะติชมได้นะค่ะ^=^!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น