facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เงียบสนิท

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2563 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เงียบสนิท
แบบอักษร

การเข้าเฝ้าฮองเฮาในเช้าวันแรก จะมีผู้ใดตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าตัวอีกบ้าง กระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง จนเสวี่ยหงเยว่ต้องเอ่ยเตือน 

"ยี่เอ๋อ ต้องระวังตัวให้มาก พวกนางหาใช่ธรรมดา เข้าใจหรือไม่" 

"เพคะ~" แม้จะตอบรับเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่ใบหน้ายังก้มมองสมุดในมือ กระทั่งถูกอุ้มนั่งบนตัก ถึงได้ละมือจากสมุดยกแขนคล้องคออีกคนเอาไว้  

"เจ้าไม่สนใจเราอีกแล้วนะ"  

"ฝ่าบาท ทรงใส่ร้ายแล้ว หม่อมฉันก็สนใจพระองค์อยู่ตลอดเวลานะเพคะ"  

"ระวังเถอะ ไว้ครรภ์แก่กว่านี้อีกสักหน่อย เราจะลงโทษเจ้าให้น่าดูเลยเชียว" ไม่พูดเปล่ายังยกยิ้วบีบปลายจมูกงอนเป็นการสั่งสอนด้วย 

"อื้อออ ฝ่าบาทอ่า~" 

 

 กฎใหม่ของฝ่ายใน สร้างความแตกตื่นไปถึงฝ่ายนอก จนทำให้บรรดาขุนนางที่เป็นตระกูลเดิมของเหล่าสนมชายาทั้งหลาย ต่างยื่นฎีกาคัดค้าน 

ท้องพระโรงแคว้นเหลียน การประชุมเช้าวันนี้ดูหมือนจะครึกครื้นเป็นอย่างมาก เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเหล่าขุนนางเบื้องล่าง ที่กำลังถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้นเรื่องกฎของฝ่ายใน   

"เอาล่ะ ในเมื่อวันนี้ ไม่มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับบ้านเมือง ก็พอแค่นี้เถิด ส่วนเรื่องของฝ่ายใน เราเองยังไม่อาจก้าวก่าย แล้ว....." 

รับสั่งขององค์ฮ่องเต้ที่ละไว้ กับสายพระเนตรที่ทอดลงมา ทำให้บรรดาขุนนางที่พยายามยื่นฎีกา ใบหน้ากลายเป็นไม่น่ามองเพราะเข้าใจความหมายดี ก่อนที่พระองค์จะเสด็จลงจากบัลลังก์ไป 

การประชุมเช้าก็จบลงเช่นนี้ 

 

ตำหนักไทเฮา 

"ไทเฮาเพคะ สืบได้บางอย่างแล้วเพคะ ฮองเฮาผู้นั้นเกรงว่าจะไม่ใช่สตรีเพคะ" เสียงรายงานจากกูกูที่อายุอานามไม่ต่างจากองค์ไทเฮามากนัก ทำให้ไทเฮาที่กำลังนั่งจิบชาอยู่รีบวางถ้วยชาอย่างรวดเร็ว รับสั่งถามด้วยความกระตือรือร้น 

"ไหน เจ้าพูดอีกทีซิ เร็วเข้า สืบได้อะไรบ้างเล่ามาให้หมด" 

"เพคะ ก่อนการคัดเลือกสาวงามประมาณสามเดือน ราชครูเผิงกับลิ่วกงกงได้เดินทางไปอารามชี แล้วพาเด็กชายที่เป็นนักต้มตุ๋นไร้แซ่ผู้หนึ่งกลับมาด้วย อยู่ ๆท่านราชครูก็มีหลานสาวมาคัดเลือกสาวงาม จนกระทั่งได้เป็นฮองเฮาเพคะ" 

ฟังกูกูคนสนิทรายงานจนจบคิ้วผู้เป็นนายก็ขมวดเล็กน้อย "แต่นี่ก็ไม่อาจตัดสินได้อยู่ดี"  

"หม่อมฉันให้คนวาดรูปฮองเฮาส่งไปให้บรรดาแม่ชีดูแล้ว ทุกคนต่างยืนยันว่าเป็นเด็กชายผู้นั้นเพคะ"  

พอได้รับคำยืนยันสีหน้าไทเฮาก็ประดับด้วยรอยยิ้มตื่นเต้นยินดี "ดี ๆ เจ้าทำได้ดีมาก รวบรวมพยานหลักฐานมาให้ครบก่อนวันพิธีเข้าใจหรือไม่" 

"เพคะ ฮองเฮา" 

"หึหึ มิน่าเล่าถึงออกกฎบ้าบอนั่น ที่แท้ก็เป็นนักต้มตุ๋นนี่เอง" ฮองเฮายกยิ้มอย่างพอใจ ในหัวกำลังมีแผนการบางอย่าง 

 

ห้องทรงพระอักษร 

ฮ่องเต้ทรงเรียกตัวราชครูเผิงมาเข้าเฝ้าด้วยเรื่องเร่งด่วน 

"รบกวนท่านช่วยหาช่างฝีมือมาต่อเติมตำหนักของฮองเฮาเพิ่มห้องเก็บสมบัติขนาดใหญ่ให้เราที"  

หลังจากได้ฟังรับสั่ง ราชครูเผิงเกือบจะหน้ามืดขึ้นมาเลยทีเดียว เรื่องด่วนเช่นนี้ ทำเอาราชครูผู้ชราพูดไม่ออกจริง ๆ คิดว่าฮ่องเต้คงกลัดกลุ้มเรื่องในท้องพระโรง แต่ที่ไหนกันเล่า คิดแล้วก็อดพูดจาประชดประชันสักเล็กน้อยไม่ได้ 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมจะจัดการให้อย่างดีเลยเชียว"  

แต่ผู้ฟังกลับไม่ได้ให้ความสนใจ ยังรับสั่งเรื่องสำคัญต่อด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม 

"หรือว่าเราควรจะสร้างท้องพระคลังส่วนตัวให้ฮองเฮาดี ท่านคิดว่าอย่างไร" 

*_* 

ขุนนางผู้ภักดีถึงกับจนด้วยคำพูด ได้แต่คิดค่อนขอดในใจ ความลุ่มหลงนี้พระองค์ได้แต่ใดมา แล้วก้มหน้ารับคำด้วยความจำใจ  

"กระหม่อมไม่มีความเห็นพ่ะย่ะค่ะ"  

"อืม.. ถ้าเช่นนั้นก็ต่อเติมก่อนแล้วกัน" 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" 

ลิ่วกงกงที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามาอย่างเร่งร้อนจนทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องต้องหันไปมอง รีบกราบทูลอย่างรวดเร็ว 

"ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ" 

ฮ่องเต้คิ้วขมวดเล็กน้อย ส่วนราชครูเผิงเป็นผู้ที่เอ่ยปากถาม  

"เรื่องอันใด" 

"มีคนไปตามสืบเรื่องของฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ"  

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด ฮ่องเต้จึงทรงไม่ตรัสถามให้เสียเวลา ราชครูเผิงเองก็เช่นกัน ต่างจมอยู่ในความคิด  

"ไม่ต้องกังวลไป ฮองเฮาแคว้นเหลียนก็เป็นบุรุษ หากฮองเฮาแคว้นเสวี่ยของเราจะเป็นบุรุษบ้างจะเป็นไร" 

ทั้งราชครูเผิง และลิ่วกงกง ต่างผงกศรีษะอย่างเห็นด้วย 

"แต่ก็ควรหาทางรับมือไทเฮาเอาไว้ด้วย เรารู้จักนางดี" 

ราชครูเผิงก็คิดไม่ต่างกันกับผู้เป็นนาย "กระหม่อมจะไปที่อารามชีเพื่อสอบถามดูว่าทางนั้นได้ข้อมูลอันใดไปบ้างพ่ะย่ะค่ะ"  

"ท่านไปเถิด"  

"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลา" 

เสวี่ยหงเยว่ไม่ค่อยกังวลเรื่องนี้นัก กังวลเพียงเรื่องความปลอดภัยของคนรักเท่านั้น จึงไม่ค่อยให้ความสนใจ 

"ลิ่วกงกง ท่านตามไปดูฮองเฮาที ป่านนี้แล้วเหตุใดจึงยังไม่มาหาเราอีก" 

ลิ่วกงกงอดที่จะกลอกตามองบน ให้กับความทั้งหวงทั้งห่วงของฮ่องเต้ ในใจไม่ได้ 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท " 

 

ตำหนักฮองเฮา 

 เช้าวันนี้เป็นการเข้าเฝ้าฮองเฮาที่เงียบที่สุดในประวัติศาสตร์แคว้นเสวี่ยเลยก็ว่าได้ ไม่มีเหล่าสนมชายาคนใดกล้าเอ่ยปากหลังจากทำความเคารพ กระทั่งกุ้ยเฟยที่เคยมีปากมีเสียง แต่เช้านี้กลับปิดปากสนิทอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะเกรงว่าหากพูดหรือทำสิ่งใดผิดกฎจะต้องเสียเงินเสียทองอีก นั่งเงียบจนกระทั่งแยกย้ายกัน ต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก 

ส่วนผู้เป็นฮองเฮา หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว ก็มานั่งจดบัญชีที่เหล่าสนมชายาทั้งหลายต่างจ่ายค่าทำผิดกฎไปเมื่อวานอย่างขะมักเขม้น 

"ฮองเฮาเพคะ ฝ่าบาทให้ลิ่วกงกงมาตามแล้วเพคะ" 

"อ๊ะ เราลืมไปเสียสนิทเลย เร็วรีบไปเถอะ เดี๋ยวฝ่าบาทจะดุเอาอีก"  

นางกำนัลถึงกับส่ายหน้าในใจ ให้กับความงกสมบัติของผู้เป็นนาย มีแต่หญิงสาวต้องการเข้าใกล้ฮ่องเต้ แต่ฮองเฮากลับลืมฮ่องเต้เสียอย่างนั้น 

 

ห้องทรงพระอักษร 

"ฝ่าบาท~" 

น้ำเสียงออดอ้อน พร้อมคนตัวเล็กที่กำลังวิ่งเข้ามา ทำให้เสวี่ยหงเย่วต้องรีบเอ่ยเสียงดุ 

"อย่าวิ่ง!" 

เท้าเล็กหยุดชะงักไปทันที ก่อนผู้เป็นเจ้าของจะยู่หน้าใส่ แล้วเปลี่ยนเป็นก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้า ๆ จนถึงโต๊ะทรงงาน 

"ยี่เอ๋อ เจ้ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะ เหตุใดยังวิ่งซุกซนอยู่อีกหืม" ไม่เพียงเอ่ยปาก ยังรั้งตัวคนมานั่งบนตัก ปลายจมูกโด่งกดลงบนแก้มนวล 

"อื้อ~ ฝ่าบาทอ่ะ" 

ซื่อยี่ยิ้มอย่างประจบประแจงยกแขนคล้องลำคอแกร่ง 

"นี่ถ้าเราไม่ให้ลิ่วกงกงไปตาม เจ้าคงลืมสามีไปแล้วกระมัง" 

"ที่ไหนกันเล่าเพคะ หม่อมฉันจะลืมฝ่าบาทได้อย่างไร" ไม่พูดเปล่ายังหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างเอาอกเอาใจ จนคนโตกว่าใจอ่อนยวบ ฝ่ามือหนาลูบหลังคนบนตักเบา ๆ  

"เจ้าคงหิวแล้วกระมัง"   

"เพคะ หิวมากเลย" 

"หึหึ" เห็นอีกคนลูบท้องทำท่าทางหิวเกินจริงก็อดขบขันปนเอ็นดูไม่ได้ 

"ไปกันเถอะ อาหารขึ้นโต๊ะรอไว้หมดแล้ว" 

"เพคะ~" 

 

อีกด้านหนึ่งของเมืองหลวงแคว้นเสวี่ย ในอารามเล็กไม่ห่างจากตัวเมืองนัก บุรุษผมขาวกำลังก่นด่านักพรตผู้หนึ่งอยู่ และเป็นเช่นนี้มาสามวันแล้ว ส่วนนักพรตผู้นั้นก็เหมือนจะชินเสียแล้ว ยังนั่งดื่มชาหน้าตาเฉย 

"เจ้าจอมต้มตุ๋ยเอ๊ย! ใครใช้ให้เจ้าเอายาข้าไปขายกันห๊า!" 

"แค่ยาเม็ดเดียวเจ้าจะหวงอะไรกันนักหนา ข้าเห็นเจ้ามียาตั้งเยอะ" 

"ยัง ๆ จะเถียงอีก อาซาง เจ้านี่มันกู่ไม่กลับแล้วจริง ๆ" 

หมอประหลาดเดินทางมาจากแคว้นฉู่หลังจากรักษาหยางชินอ๋องกับชินหวางเฟยเรียบร้อยแล้ว เพื่อมาหาสหาย แต่ผู้เป็นสหายกลับฉกเม็ดยาคงความเยาว์ไปขายเสียอย่างนั้น ก็เลยเกิดเหตุการณ์ก่นด่ากันอยู่อย่างนี้ 

"เอาน่า เจียซิ่น เลิกด่าข้าเสียที เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องสำคัญจะให้ช่วยเหลือ" 

"อะไร! หากให้ช่วยเจ้าต้มตุ๋นแบบสมัยก่อน อย่าได้หวัง" 

หมอประหลาดที่ทุกคนเรียกขานไม่มีผู้ใดรู้นามที่แท้จริง มีเพียงสหายสนิทสองคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา อย่างนักพรตอู๋ชงและนักพรตซางผู้นี้เท่านั้น 

"ไม่ใช่หรอก ข้าตรวจดวงชะตาของยี่น้อยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกรงว่าจะพบเรื่องยุ่งยากเสียแล้ว" 

เห็นใบหน้าเป็นกังวลของสหาย หมอประหลาดก็อดเอ่ยถามไม่ได้ "ยี่น้อยของเจ้าไม่ใช่ว่ากลายเป็นฮองเฮาไปแล้วมิใช่รึ" 

"ก็ใช่ มิหนำซ้ำตอนนี้กำลังท้องอีกด้วย" น้ำเสียงจริงจังฟังดูเป็นงานเป็นการ อย่างยากนักที่จะได้ยินจากนักตัมตุ๋นผู้นี้ ทำให้สหายที่อยู่ร่วมกันมาหลายปีจนรู้ใจ เริ่มพูดจาจริงจังเช่นกัน 

"เจ้าจะให้ข้าช่วยอันใด"  

"เข้าวังไปพร้อมข้า ไปตรวจดูครรภ์ของเจ้าตัวน้อยที"  

"เจ้าทำอย่างกับเข้าออกวังหลวงเป็นเรื่องง่าย" หมอประหลาดมองสหายอย่างดูถูก พร้อมกับเหยียดปากให้  

"ข้าก็พึ่งออกมาจากวังตอนเจ้ามานี่ล่ะ"  

วาจาอีกฝ่ายถึงกับทำให้ผู้ที่ดูถูกคนเมื่อครู่ถึงกับสำลักน้ำลาย "แค่ก ๆ"  

"ข้าไม่น่าลืมเลย จริง ๆ ว่าเจ้า นอกจากจะเป็นนักต้มตุ๋นแล้ว ยังเป็นนักย่องเบาด้วย" 

"ขอบคุณที่ชม"อีกฝ่ายตอบรับด้วยความภูมิอกภูมิใจจนออกนอกหน้า 

"เพ้ย! ชมมารดาเจ้าเถอะ ข้ากำลังด่าตะหากเล่า!" 

ทั้งคู่ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน พูดจาเป็นการเป็นงานได้เพียงไม่กี่คำก็จบด้วยเสียงก่นด่าอีกตามเคย 

 

-------------- 

ขออภัยที่อัพช้า ไรท์พึ่งออกจากโรงพยาบาลมาวันนี้เอง ปั่นนิยายสองเรื่องเลย แหะ ๆ เก่งง่ะ ( ชมตัวเองนิดนึง) 

รัก รีดดดดดดดด ทุกคน  

ปล. หลับหูหลับตาอ่านคำผิดไปก่อนนะ >:< 

ความคิดเห็น