email-icon facebook-icon Line-icon

เพียงคืนเดียวเขาก็เปลี่ยนจากเพื่อนพี่ชายกลายเป็นสามี

บทที่ 2 สถานะใหม่ (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 2 สถานะใหม่ (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2563 01:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 สถานะใหม่ (50%)
แบบอักษร

บทที่ 2 สถานะใหม่ 

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานกว้างที่เปิดแง้มไว้ ม่านสีขาวปลิวสะบัดตามแรงลมพร้อมแสงจ้าตกกระทบดวงตาที่ปิดสนิท กระทั่งเปลือกตาคู่งามค่อยๆ ลืม ก่อนกะพริบถี่ๆ ยามแสงอุ่นในยามเช้าแยงตา พิมพ์รักพยุงกายขึ้นนั่ง แต่จังหวะที่ขยับตัว แขน ขา รวมไปถึงทั่วทั้งตัวราวระบมจนแทบลุกไม่ขึ้น ศีรษะปวดหนึบ ร่างกายเหนื่อยล้าราวกับวิ่งสี่คูณร้อยมาทั้งคืน แม้จะเมามาก แต่เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดทั้งคืน พิมพ์รักยอมรับว่ามีสติ หล่อนถอนหายใจแรงๆ เหลือบหางตามองที่ว่างข้างตัว และรอยยับย่นของผ่าปูที่นอนแว๊บเดียวแล้วถอนหายใจอีกครั้ง 

ร่างบางค่อยๆ หย่อนขาลง อาการระบมตรงท้องน้อย และเจ็บเสียดตรงจุดกึ่งกางร่างกายส่งผลให้หญิงสาวต้องนิ่วหน้า ภาพเลือนรางจากเหตุการณ์เร่าร้อนค่อนคืนทอวาบกลับมาให้ใบหน้าแดงระเรื่อ แต่ก็เพียงครู่เดียว พิมพ์รักปรับสีหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายเต็มพื้น มาใส่อย่างรวดเร็ว สีหน้ายังคงเรียบเฉย หากแววตาเริ่มมีร่องรอยของความรู้สึกพาดผ่าน และในตอนที่พิมพ์รักกำลังสวมชุดเดรสพอดีตัวสีครีมอยู่นั้น บานประตูห้องน้ำก็เปิดออก หล่อนสะดุ้ง มองร่างสูงเปลือยท่อนบนเดินดุ่มออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูพันเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ ร่างกำยำอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวย อกหนันแน่น และหยดน้ำที่เกาะพราวไปทั่วตัว รวมถึงเส้นผมเปียกหมาดๆ ที่มีหยดน้ำไหลเคลียกรอบหน้าคมสันของเขา เสริมให้คนที่ใบหน้าหล่อเหลาเอ็นทุนเดิมยิ่งดูหล่อเหลามากขึ้นอีกเท่าตัว พิมพ์รักเผลอจ้องมองลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งหกของเขานานไปหน่อย กระทั่งตั้งสติไปก็เหลือบไปเห็นสีหน้าคล้ายยิ้มมุมปากของเขาจึงเบนสายตากลับมาสนใจเสื้อผ้าของตนเองต่อ 

ในจังหวะที่ตั้งใจจะเอื้อมมือไปด้านหลังเผื่อรูดซิบ มือหนาเย็นเชียบของใครอีกคนก็จัดการมันให้พร้อมเสียงทุ้มคุ้นหู หากน้ำเสียงแปลกไปอย่างชัดเจน 

“เช้านี้ทานอะไรดีครับ” 

หล่อนได้ยินคำว่า ‘ครับ’ จากเขาเป็นครั้งแรก ดวงตากลมโตจึงเผลอเบิกกว้างอย่างแปลกใจระคนตื่นกลัว ทว่าครู่เดียวแววตาเหล่านั้นก็จางหายไป รณกรหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ไม่ชอบนักกับการเก็บความรู้สึกเก่งของเธอ เขามองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิด หากก็เข้าใจได้ว่าที่ผ่านมา… พิมพ์รักพบเจออะไรมาบ้าง 

ทว่า… หลายอย่างที่เขาคิดไว้ผิดไปมากทีเดียว 

ดวงตากลมโตเรียบนิ่งเหลือบขึ้นมองตอบ ก่อนเจ้าของใบหน้าเย็นชาจะเอ่ยตอบ “ไม่ค่ะ และขอตัวเลย” 

พูดจบแบบห้วนๆ ร่างบางก็เดินไปหยิบกระเป๋าถือของตน ไม่เปิดดูของข้างในด้วยซ้ำ เมื่อหยิบขึ้นได้ก็ก้าวเท้าตรงไปที่หน้าประตูทันที อาการคอแข็ง ไร้ความรู้สึกตอบรับ หลังจากที่ผ่านค่ำคืนเร่าร้อนด้วยกันมาส่งผลให้รณกรใบหน้าเห่อร้อน ทั้งอาย ทั้งโกรธจนเผลอหลุดปากตามอารมณ์ 

“จะไปทั้งอย่างนี้เลยเหรอ” 

ร่างบางที่เกือบจะเดินถึงประตูชะงักเล็กน้อย ก่อนหันกลับมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ราวกับไม่เข้าใจความหมายในคำพูดเมื่อครู่ และการกระทำเมื่อคืน 

“เมื่อคืน…” เขาขยับปากได้เพียงเท่านั้น มือเรียวก็ยกขึ้นเป็นเชิงห้าม ดวงตากลมโตราบเรียบเหลือบมองอย่างไม่ใส่ใจ และข้างในเต็มไปด้วยความเย็นชา 

“อย่าบอกนะคะว่าคุณจะรับผิดชอบ” 

ใบหน้าของรณกรชาจนไม่รู้สึกอะไรหลังจากได้ยินคำถามนี้ และสีหน้า แววตาของคนพูด ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ ถามกลับด้วยอาการฉุนเล็กน้อย หากใบหน้ายังเผยรอยยิ้มกว้างอย่างที่มักเป็นเสมอมา 

“พี่ไม่ยักรู้ว่าปกติเวลาเราเมา เรานอนกับผู้ชายได้โดยไม่ติดใจอะไร” 

ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาแรงไป หรือพิมพ์รักคิดอะไรกันแน่ ดวงตาที่เคยเรียบนิ่งกลับวาววับครู่นึง ก่อนจางหาย ใบหน้ารูปไข่ที่ดูอิดโรยเผยรอยยิ้มที่นานๆ จะปรากฏ ทว่า… ในสายตาของรณกรกลับมองว่ามันเป็นเพียงการฉีกปาก เพราะรอยยิ้มของพิมพ์รักไม่ส่งไปไม่ถึงดวงตา 

“นั่นก็แล้วแต่คุณจะทำความเข้าใจ” 

คำตอบแบบไม่ใส่กับท่าทีไม่ร้อนหนาวของพิมพ์รักยิ่งกระตุ้นให้คนต้องการรับผิดชอบอย่างเธอว่า ใบหน้าขึ้นสี เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้ ใช้มือแข็งแรงราวคีมเหล็กของตนกระชากต้นแขนเรียวเสลา แล้วออกแรงบีบเบาๆ หากก็ยังมากอยู่ในความรู้สึกของผู้หญิง 

พิมพ์รักนิ่วหน้า เงยมองสบตาแข็งกร้าวของเพื่อนพี่ชายด้วยแววตาเย็นชาระคนไม่พอใจ 

ยิ่งมอง ยิ่งจ้อง คนที่เป็นฝ่ายสติแตกกลับเป็นรณกรอีกครั้ง ชายหนุ่มขบกรามแน่น ยามเอ่ยถามถึงสิ่งที่พิมพ์รักเพิ่งสูญเสียให้เขา 

“นี่เราไม่คิดจะเสียดายพรหมจรรย์หน่อยเหรอ หรือมองว่ามันก็แค่เยื่อบางๆ ที่ยังไม่ได้ใช้” เขาแค่นหัวเราะเมื่อดวงตากลมโตลุกวาวขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนเลือนหาย ใบหน้ารูปไข่มีสีเข้มขึ้นเล็กน้อย หากคนตรงหน้ายังมองมาอย่างเย็นชาเช่นเดิม 

“ถ้าหมายถึงสิ่งที่คุณเอามันไปเมื่อคืนโดยที่ฉันรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง อยากปฏิเสธแต่ก็มีสติไม่เต็มร้อย ในขณะที่คุณมีสติเต็มร้อยน่ะเหรอคะ” 

น้ำเสียงยามถามของพิมพ์รักราบเรียบ ธรรมดา หากมันบาดลึกในความรู้สึกของคนฟัง เมื่อเข้าใจในความหมายที่แฝงเอาไว้ทั้งหมด 

ใช่! เขายอมรับว่าปล้ำเธอ แต่เธอก็ขัดขืนแค่สั้นๆ นอกนั้นเต็มใจไม่ใช่เหรอ  

รณกรเม้มปาก ขบกรามยามมองกดวงตาเย็นชาตรงหน้า เขาถอนหายใจแรงๆ ยามเค้นเสียงตอบ 

“พี่ไม่ปฏิเสธว่าตัวเองมีสติ แต่ที่เราไม่มีสติ อันนี้พี่ไม่เกี่ยว” 

คราวนี้พิมพ์รักหัวเราะตอบ ก่อนหุบรอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะ แล้วสะบัดตัวออกจากมือหนาที่จับกระชับต้นแขนไว้ แรงที่รณกรคิดว่าตนเองยั้งเอาไว้มากแล้วยังส่งผลให้ต้นแขนขาวเนียนปรากฏรอยแดงเป็นนิ้วทั้งห้าของเขาเหมือนเดิม

พิมพ์รักไม่ยี่หระกับความเจ็บปวดน้อยนิดด้วยซ้ำ หญิงสาวหันหลังพร้อมก้าวขาตรงไปยังประตูอีกรอบโดยไม่สนใจต่อความยาวสาวความยืดอีก ทว่า… รณกรไม่ต้องการให้ทุกอย่างที่เขา ‘ทำ’ มาทั้งหมดจบลงง่ายๆ เช่นนี้!

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก กำมือที่ถูกสะบัดออกเข้าหากันจนเส้นเอ็นตรงหลังมือปูดโปน

“เราจะไม่รับผิดชอบพี่หน่อยเหรอ”

คราวนี้ร่างบางหยุดนิ่ง ไหล่แคบลู่ลง เสียงถอนหายใจยาวๆ พร้อมใบหน้ารูปไข่แสนเย็นจะหันกลับมา

“ถ้าคุณถามหาความรับผิดชอบกับผู้หญิงที่ตนเองวันไนต์สแตนด์ด้วยทุกครั้ง คงมีผู้หญิงอีกเป็นร้อยอยากรับผิดชอบคุณ แต่ขอโทษด้วยที่หนึ่งในนั้นไม่มีฉันแน่นอน ขอตัวค่ะ”

แผ่นหลังบางเดินตรงไปยังประตูโดยไม่หันกลับมาอีกเลย เมื่อเสียงประตูห้องนอนของตนปิดลง ไม่นานเสียงประตูรั้วหน้าบานก็ดังตามมา หลังจากนั้นห้องทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบแสนอึดอัด

มือหนาที่แนบข้างลำตัวกำเข้ากันพร้อมขบกรามแน่น ยามหวนคิดถึงเหตุการณเมื่อค่ำคืนที่ผ่าน

“พิมพ์” เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่ออารมณ์กรุ่นโกรธแล่นริ้วขึ้นมากลางจนข้างในแสบร้อน

หลายเดือนที่ผ่านมาเขาให้เวลาพิมพ์รักมากพอแล้ว เขาอดทน เฝ้ามอง คอยดูท่าทีของเธอจนแน่ใจ… ในตัวเอง แม้วิธีการใช้มันจะ ‘ค่อนข้าง’ ระยำอยู่พอสมควร ทว่า… เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

ไอ้ชั่วนั่นกำลังมา!

ชวนชัยคืออดีตคนรักของพิมพ์รัก ทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่มัธยมปลาย กว่าสิบสองปีที่คู่นี้ได้รับคำชื่นชมว่าเหมาะสมและคบหากันมายาวนาน กระทั่งต้นปีที่แล้ว มันขอพิมพ์รักแต่งงาน งานแต่งจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ทุกคนต่างยินดี และไปร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เพราะพิมพ์รักเป็นที่รักของเพื่อนทุกรุ่น

ส่วนเขา… เพื่อนพี่ชายที่ไม่ได้แม้กระทั่งการ์ดเชิญ

เขาเฝ้ามองเธอผ่านโซเชียลมีเดียมาตลอด นานมาก… ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ตอนนั้นพิมพ์รักยังเป็นเพียงเด็กหญิง อายุแค่แปดขวบที่มารอบิดาที่หอพักของพี่ชาย… ส่วนเขาก็เป็นเพื่อนพี่ชายแสนจังไรที่คอยกลั่นแกล้งเด็กหญิงอวบอ้วนแก้มป่องคนนั้น ตอนนั้นเขาอกหัก โดนผู้หญิงหักอก การได้เล่นสนุกกับเด็กผู้หญิงน่าแกล้งคนนึงมันทำให้ความรู้สึกขุ่นมัวในใจจางหาย กระทั่งมันไม่เหลืออยู่เลย พิมพ์รักอาจไม่รู้ว่ารอยยิ้มใสสื่อของเด็กหญิงในวันวานยังคงมาจืดจางไปจากหัวใจของเพื่อนพี่ชายคนนี้… อีกเลย

แม้หลังจากการพบกันครั้งนั้น เขาจะไม่มีโอกาสได้พบเธออีก กระทั่งมีโอกาสที่สอง ทว่ามันก็เป็นโอกาสที่ไม่ดีนัก เขาพบพิมพ์รักอีกครั้งในงานศพของมารดาอีกฝ่าย น้ำตา เสียงสะอื้น และความเจ็บปวดของเด็กหญิงส่งผลให้เขาต้องมองตนเองใหม่ ในขณะที่เขามีทุกๆ อย่างรอบกาย พ่อ แม่ ครอบครัว ฐานะทางบ้าน แต่พิมพ์รัก และครอบครัวต้องปากกัดตีนถีบ บิดาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยในโรงแรมของครอบครัวเขา ส่วนมารดาจากไปก่อนเวลาอันควร

เขาเริ่มคิดได้ หลังจากนั้น… หัวใจก็ตั้งมั่น การศึกษาจะเปิดทางให้อนาคต เขามุ่งมั่นจะสร้างทุกอย่างด้วยสองมือ กระทั่งเกือบจะสำเร็จ เวลานั้นพิมพ์รักก็มีคนอื่นไปเสียแล้ว

ความรู้สึกระหว่างเขาและพิมพ์รักมันเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ความสงสาร หรืออาจเป็นความผูกพันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ในความรู้สึกของรณกร… พิมพ์รักเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของเขา ในขณะที่เขาไม่เคยอยู่ในความทรงจำแม้เศษเสี้ยวเดียวของเธอเลยก็ตาม…

ไม่ว่าในชีวิตจะผ่านใครมากี่คนก็ไม่เคยมีใครทำลายภาพรอยยิ้มในดวงใจภาพนั้นได้เลย

เขาเฝ้ารอ มองการเติบโต และชีวิตของ ‘น้องสาวเพื่อน’ มานาน จนกระทั่งวันที่เขารอคอยมาถึง ทว่ามันกลับเป็นวันที่พิมพ์รักเจียนตาย

งานแต่งงานใหญ่โตที่จัดขึ้นในโรงแรมของครอบครัวเขา พัง! พังลงไปพร้อมหัวใจของพิมพ์รัก และตอกย้ำซ้ำความเจ็บปวดอีกครั้งด้วยการจากไปของบิดา แรงใจเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือของหญิงสาว

วันนั้นเขาอยู่ที่นั่นด้วย ยืนอยู่ในมุมหนึ่งของงานพร้อมแก้วคริสตัลที่บรรจุน้ำสีอำพันไว้ครึ่งแก้ว มองไปยังเวทีใหญ่โตที่กำลังมีใบหน้าเรียบนิ่งของพิมพ์รักปรากฏอยู่ เบื้องหลังคือวิดีโอแอบถ่ายจากห้องสักห้องของโรงแรมราถูกสักแห่ง ในนั้นมีเจ้าบ่าวของเธอ และเพื่อนร่วมงานของเขากำลังร่วมรักกันอย่างรื่นเริง

รณกรจำได้ว่าวันนั้นพิมพ์รักไม่มีน้ำตาสักหยด หล่อนยืนนิ่งมองเพื่อนร่วมงานหญิงของเจ้าบ่าวแบกท้องกลมโตยืนโวยวาย ต่อว่าเจ้าบ่าว และร้องขอความรับผิดชอบจากเธอ เวลานั้นทุกคนในงานต่างมองไปที่พิมพ์รักอย่างห่วงใย วิ่งเข้าไปกอดปลอบร่างบางที่แข็งทื่อ ดวงตาเหม่อลอยเอาไว้แน่น ทว่า… พิมพ์รักไม่ตอบรับสิ่ง ทำเพียงเดินลงจากเวทีไปหาบิดา ก้มลงกราบแทบเท้าผู้ให้กำเนิดที่เธอรัก แล้วโผกอด ก่อนจูงมือคนที่เสียใจที่สุดอย่างแท้จริงออกไปจากงานพร้อมเพื่อนๆ ที่รายล้อม คนที่เหลือ ทั้งภพธร และเพื่อนชายของพิมพ์รักต่างแสดงทีท่าขับไล่เจ้าบ่าว ญาติๆ และหญิงแพศยาออกไปจากงาน ไม่มีใครสนใจเสียงกรีดร้องของหญิงท้องโตกับเสียงโวยวายของเจ้าบ่าวสันดานต่ำช้าอีก

แม้กระทั่วตัวเขาเอง…

พิมพ์รักทำตัวเหมือนไม่มีอะไร ไม่เสียใจ ไม่รู้สึกรู้สา หากทุกคนที่รู้จักเธอรับรู้กันดีว่าข้างในนั้นตรอมตรม และบาดเจ็บสาหัสเพียงใด หญิงสาวลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ หอบความเสียใจกลับไปซบอกบิดาที่บ้านเกิด หากที่นั่นคำติฉินนินทา รวมถึงคำปลอบใจที่แฝงมากับการเยาะเย้ยก็ทำร้ายหัวใจดวงน้อยซ้ำลงไปอีก บิดาผู้เฝ้ามองบุตรสาวบาดเจ็บสาหัสจนแทบไม่หลงเหลือรอยยิ้มตรอมใจเช่นกัน สุดท้ายท่านก็เครียด และเสียใจจนเส้นเลือดใสสมองแตก…

งานศพในวันนั้นพิมพ์รักก็ยังไม่มีน้ำตา หากว่า… เขาแอบเห็น แอบได้ยิน และแอบรับรู้ว่าที่แท้แล้วหัวใจยับเยินดวงนั้น บาดเจ็บจนแผลเหวอะขนาดนั้น น้ำตาที่กักเก็บไว้ทะลักไหลออกมาในเวลาที่เธออยู่ลำพัง

หล่อนร้องไห้ ร้องเหมือนจะขาดใจหลังจากที่งานของพ่อเสร็จสิ้น

นั่นคงเป็น… สัญญาจากลูก

สัญญาที่จะไม่มีน้ำตาเพราะผู้ชายคนนั้นอีก…

 

 

นิยายยังเป็นต้นฉบับดิบๆ ไม่มีการขัดเกลา ไม่มีการตรวจคำผิด 

แต่งเสร็จลงทันที ขออภัยในความผิดพลาดไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว