facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ผึ้งแตกรัง

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2563 16:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผึ้งแตกรัง
แบบอักษร

ลิ่วกงกงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลังจากเห็นร่างกฎใหม่ของฮองเฮา ยืนนิ่งอยู่นานจนเหล่าสนมชายาที่รอคอยเริ่มจะไม่พอใจ กุ้ยเฟยที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จำต้องเอ่ยปากเตือน 

"ลิ่วกงกง ท่านก็ประกาศเสียที พวกข้าหาได้มีเวลามากมายมานั่งรอท่านไม่" 

"อะแฮ่ม" จนลิ่วกงกงได้สติต้องกระแอมกระไอแก้เก้อ ก่อนจะเริ่มอ่าน 

 

"ข้อแรก ให้เหล่าสนมชายาทุกคน มาเข้าเฝ้าฮองเฮาในช่วงเช้าตามปกติ หากผู้ใดที่ไม่มา โดยไม่มีเหตุผลอันควร ต้องจ่ายเป็นเงินสิบตำลึงทอง และหากมาสายต้องจ่ายห้าตำลึงทอง หรือถ้าไม่มีเงิน ก็ให้จ่ายเป็นของมีค่าตามจำนวน"  

 

แค่เพียงลิ่วกงกงอ่านจบข้อแรก เสียงคล้ายผึ้งแตกรังก็ดังขึ้นทันที 

"นะ..นี่ข้าฟังผิดไปหรือไม่" 

"อะไรกันแค่ไม่มาเข้าเฝ้าต้องจ่ายถึงสิบตำลึงทองเชียวรึ"  

"ไม่จริงกระมัง" 

ไม่เพียงเท่านี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายก็ดังขึ้นจากปากเหล่าสนมชายาไม่หยุด กุ้ยเฟยทนไม่ไหวเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ 

"ลิ่วกงกง ท่านใช่อ่านอันใดผิดไปหรือไม่ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวังหลังแห่งนี้ ยังไม่เคยต้องเข้าเฝ้าตอนเช้าเลย อยู่ ๆ จะมาบังคับเช่นนี้ จะเกินไปกระมัง" 

"เอ่อ.. เรื่องนี้เกรงว่ากุ้ยเฟย ต้องรอถามฮองเฮาเอาเองแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงรับบัญชาจากฝ่าบาทให้มาประกาศเพียงอย่างเดียว" เอ่ยตอบแล้ว ก็ได้แต่คิดในใจนี่ขนาดข้อแรก ก็โวยวายเสียแล้ว แล้วข้อต่อไปจะทนฟังกันได้รึ 

พออ้างถึงฮ่องเต้ ทำให้ทุกคนเริ่มเงียบเสียงอีกครา 

 

"ข้อที่สอง สนมชายาคนใด ที่กระทำผิดตามกฎเดิม ให้เปลี่ยนการลงโทษ โดยปรับเป็นเงินหรือของมีค่าแทนตามจำนวนโทษที่ได้รับ และหากผู้ใดมีโทษหนักถูกยึดทรัพย์สินจนหมด ก็ให้ตระกูลเดิมที่อยู่นอกวังเป็นผู้จ่ายแทน" 

 

ลิ่วกงกงอ่านข้อย่อยต่อไป โดยไม่สนใจเสียงฮือฮาอีก ฟังก็ดีไม่ฟังก็ดี ตัวเขาก็คร้านจะใส่ใจ เพียงทำตามหน้าที่ให้แล้วเสร็จก็พอ  

"นี่มันอะไรกัน! ท่านหยุดอ่านกฎบ้า ๆ นี่ได้แล้ว มีเยี่ยงอย่างที่ไหน จะให้ตระกูลเดิมต้องมารับผิดชอบเรื่องของฝ่ายใน ไม่รู้ว่าสมองของฮองเฮาเพี้ยนไปหรือไร พวกเราจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม " เสียงตวาดอย่างเดือดดาลของกุ้ยเฟย ทำให้ผู้ที่กำลังอยากเร่งอ่านให้จบชะงักไป  

"พวกเจ้าคิดเช่นไร จะไปเข้าเฝ้ากับข้าหรือไม่" 

"เพคะ"/"เพคะ/"เพคะ" เหล่าสนมชายาแทบทุกคนต่างก็ตอบอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะก้าวเท้าตามกุ้ยเฟยไปอย่างรวดเร็ว ยกเว้นเพียงสามชายาขั้นเฟยเท่านั้น ที่ตั้งแต่เริ่มยังไม่ได้ส่งเสียงสักแอะ ทำเพียงจิบชาด้วยท่าทีสบาย ๆ คล้ายคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ 

การที่ฮองเฮาให้ตระกูลเดิมเป็นผู้จ่ายนั้น ก็เพราะที่สนมชายาเหล่านี้กล้ากระทำผิด เพราะมีคนในตระกูลให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น อีกทั้งพวกขุนนางฝ่ายนอกยังเอาข้อมูลจากฝ่ายใน ไปยื่นฎีกาถวายเรื่องในม่านมุ้งของฮ่องเต้จนน่าเกลียด นี่ถือว่าสมควรแล้ว 

ลิ่วกงกงได้แต่ส่ายหน้าตามหลังเหล่าสนมชายา ที่กำลังไปเข้าเฝ้า ด้วยความเหนื่อยหน่ายได้แต่คิดในใจ พวกท่านควรฟังให้จบก่อน คงจะดีกว่ากระมัง เพราะไม่งั้นแล้ว... ไม่กล้าที่จะคิดต่อเลยจริง ๆ ก่อนจะหันกลับมามอง พระชายาขั้นเฟยทั้งสาม ก็เห็นพวกนางต่างลุกขึ้นแยกย้ายกันก้าวเท้าออกไป เพียงแต่ไม่ได้ตามกุ้ยเฟยไปเท่านั้น  

 

ห้องทรงพระอักษร 

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ พระชายากุ้ยเฟย พาพระสนมหลายคนมาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ" 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้คิดไว้อยู่แล้ว ว่าสนมชายาเหล่านี้ต้องมาก่อความวุ่นวายเพราะกฎใหม่ของฮองเฮาเป็นแน่ แต่เพราะฮองเฮาตัวน้อย ต้องการรับมือเรื่องนี้ด้วยตัวเอง จึงขอเป็นฝ่ายออกไปพบพวกนางแทน เลยไม่อยากจะขัดใจ แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ 

"ยี่เอ๋อ เจ้าจะไม่ให้เราออกไปพบพวกนางด้วยจริงรึ" 

"จริงเพคะ ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นห่วง หม่อมฉันจัดการได้เพคะ" ไม่เพียงเอ่ยปาก ในแววตายังวิบวับคล้ายกับเจอของมีค่าอย่างนั้น 

เห็นท่าทางของคนตัวเล็กแล้ว ฮ่องเต้ก็ได้แต่ส่ายหน้า พร้อมรอยยิ้มเอ็นดู 

"ระวังตัวด้วย เจ้าหาใช่ตัวคนเดียวแล้ว" 

"เพคะ~" 

ผู้ที่ถูกเตือนตอบรับเสียงอ่อนเสียงหวาน ทั้งยังย่อกายถวายคำนับล้อเลียน ก่อนจะก้าวเท้าออกไป นางกำนัลขันทีที่รออยู่ด้านนอก ตามผู้เป็นนายไปเป็นขบวนใหญ่ 

กระทั่งมาถึงหน้าตำหนักทรงงาน ขบวนหยุดอยู่เหนือบันไดห้าขั้น ฮองเฮามองลงไปยังเหล่าสนมชายาที่ด้านล่าง ด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มงดงาม 

ไม่รู้ว่าเพราะสนมชายาเหล่านี้ อยู่สบายจนเคยตัวหรือเพราะฮองเฮาดูอ่อนแอเกินไปกันแน่ ถึงได้ไม่มีผู้ใดทำความเคารพเลยสักคนเดียว ซ้ำยังไม่มีผู้ใดให้ความสนใจนางกำนัลที่ด้านหลังผู้เป็นฮองเฮา ที่กำลังจดบางอย่างอยู่ 

"เหตุใดเป็นท่านที่ออกมา พวกเรามาเข้าเฝ้าฮ่องเต้" 

กุ้ยเฟยนอกจากไม่ทำความเคารพแล้ว วาจาที่เอ่ยมายังคล้ายกำลังดูถูก แต่ผู้เป็นใหญ่ในฝ่ายในกลับไม่โกรธเคือง ทรงรับสั่งตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ กิริยาสง่างามดุจพยาหงส์ 

"ฝ่าบาท ทรงไม่มีเวลาว่างมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องฝ่ายในของเรา หากกุ้ยเฟยและทุกคนมีอะไร ก็คงต้องบอกแก่เราแล้ว" 

ได้ยินเช่นนั้น กุ้ยเฟยก็ยิ่งเดือดดาล อาจเพราะวังหลังนางเคยเป็นใหญ่มาหลายปี อยู่ ๆ กลับถูกเด็กเมื่อวานซืนมากดข่มไหนเลยจะพอใจ 

"เชอะ! พึ่งเป็นฮองเฮาได้ไม่นานก็ลืมตนเสียแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะเป็นได้สักกี่วันด้วยซ้ำ คงลืมไปแล้วสินะว่าตัวเจ้ายังไม่ได้ทำพิธีกราบไว้บรรพชน" 

วาจากระแนะกระแหน กับสายตาเหยียดหยาม ของกุ้ยเฟย หากยามปกตินางกำนัลขั้นสูงของฮองเฮาต้องเอ่ยปากปกป้องผู้เป็นนาย แต่นางกำนัลผู้นี้นอกจากจะไม่เอ่ยปากแล้ว ยังจดสิ่งใดลงสมุดในมือก็ไม่ทราบได้ 

"เรื่องนั้น เป็นเรื่องของเรากับฝ่าบาท กุ้ยเฟยไม่ต้องลำบากคิดให้วุ่นวาย แต่กล้าเอ่ยวาจากับเราเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเจ้าฟังกฎที่เราเขียนขึ้นใหม่จบหรือยัง" ฮองเฮายังรับสั่งด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มสง่างามเช่นเคย 

"เจ้ายังจะมีหน้ามาพูดเรื่องกฎอันใดอีก! อย่าได้หวังว่าจะมีผู้ใดทำตามกฎบ้าบอนั่น"  

"หากไม่เคารพกฎของเรา ก็ไม่อาจอยู่ในวังหลังแห่งนี้ได้อีก ที่นี่เราเป็นใหญ่ ทั้งฝ่าบาทไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องฝ่ายในอีกด้วย พวกเจ้าทุกคนคิดกันให้ดี จะเข้ามาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซ้ำพวกเจ้าเองก็หลงรักฝ่าบาทจนหมดใจ หากต้องออกจากวังไป จะทนได้รึ" 

จบรับสั่งของฮองเฮาเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น เหล่าสนมชายาเริ่มเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว ซื่อยี่เห็นสีหน้าของเหล่าบรรดาหญิงสาวด้านล่าง มุมปากก็แอบยกเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย ไม่มีผู้ใดเห็น 

มีเพียงกุ้ยเฟย ที่ยังไม่คิดยอมจำนน 

"เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาไล่สตรีของฝ่าบาทกัน! ทุกคนที่นี่ล้วนมีตระกูลเดิมเป็นขุนนางขั้นสูง หากเจ้ากล้าก็ลองดู" 

"กุ้ยเฟย เราไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้รับตำแหน่งผู้ดูแลวังหลังมาได้อย่างไร ถึงได้ไม่ทราบว่าฮองเฮาอย่างเรามีสิทธิ์อันใด"  

รับสั่งเสร็จก็เหลียวไปทาง กูกูผู้คุมกฎตำแหน่งสูงของฝ่ายในที่ยืนอยู่เบื้องหลัง 

"เรื่องนี้คงต้องรบกวนกูกูบอกกล่าวแก่กุ้ยเฟย และสนมทุกคนแทนเราแล้ว" 

"เพคะ ฮองเฮา" รับคำแล้ว กูกูผู้คุมกฎก็ก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว ก่อนจะเอ่ยปากด้วยเสียงอันดัง 

 

"ปฐมฮ่องเต้ทรงออกกฎอย่างเคร่งครัด ให้ฮองเฮาผู้ที่ถือตราหงส์ มีอำนาจเด็ดขาดในวังหลังแต่เพียงผู้เดียว จนมาถึงรัชสมัยนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ในเมื่อเผิงฮองเฮาเป็นผู้ถือตราหงส์ ก็ย่อมมีอำนาจจัดการทุกอย่างได้เต็มที่เพคะ" 

 

จบคำกูกู กุ้ยเฟยทำได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ เถียงไม่ออก 

"เอาล่ะ เมื่อพวกเจ้าทุกคนเข้าใจทุกอย่างแล้ว เราจะได้พูดถึงความผิด และบทลงโทษของพวกเจ้าได้เสียที " 

แล้วเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอีกครั้ง  

"ความผิดอันใด พวกเราแค่ตามมาเข้าเฝ้าเท่านั้นเอง" เสียงของสนมเจี่ยยวี่ ฮึมฮัมในลำคอแต่ไม่ดังนัก 

สายตาของฮองเฮาที่กวาดมองลงไปเบื้องล่าง ทำให้เสียงเงียบลง เพราะทุกคนหวาดกลัวแล้วจริง ๆ ก่อนจะรับสั่งนางกำนัลที่ยืนถือสมุดอยู่เบื้องหลัง 

"เจ้าอ่านความผิดของพวกนางได้แล้ว" 

"เพคะ ฮองเฮา" รับคำแล้ว ก็เริ่มอ่านสิ่งที่ตนเองจดเอาไว้ตั้งแต่มาที่นี่ 

"ความผิดแรก ขัดพระบัญชาไม่ฟังร่างกฎของฮองเฮา ลงโทษให้จ่ายห้าตำลึงทอง" 

"ความผิดที่สอง ไม่ให้ความเคารพต่อผู้มีอำนาจอย่างฮองเฮา ส่งเสียงดังโวยวายหน้าตำหนักทรงงาน เป็นการรบกวนองค์ฮ่องเต้ ลงโทษให้จ่ายห้าตำลึงทอง" 

"ความผิดที่สาม เอ่ยวาจาให้ร้ายต่อหน้าพระพักตร์ ลงโทษให้จ่ายห้าตำลึงทอง" 

"นี่เป็นความผิดที่พระสนม และ พระชายาในที่นี้กระทำร่วมกันเพคะ ส่วนของพระชายากุ้ยเฟย มีความผิดมากกว่าผู้อื่น คือ กล่าววาจาก้าวร้าวต่อว่าต่อขานทั้งยังดูถูกเหยียดหยามฮองเฮา และเพราะเป็นสนมชายาขั้นสูงแต่ทำผิดเสียเอง จึงลงโทษให้จ่ายหนึ่งร้อยตำลึงทอง" 

สิ้นเสียงนางกำนัล เหล่าสนมชายาเบื้องล่างถึงกับเข้าทรุดลงไปนั่งคุกเข่า 

"ฮองเฮาเพคะ ได้โปรดอภัยให้พวกหม่อมฉันด้วยเพคะ" ทำได้แต่ร้องอ้อนวอนกันระงมไปหมด นึกเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เงินไม่ใช่น้อยพวกนางคงต้องแย่เป็นแน่ 

กุ้ยเฟยเองก็เช่นกัน นางลืมไปได้อย่างไร ว่าฮองเฮาผู้นี้ งกเพียงใด ทั้งที่นางเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น แต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ แถมเงินจำนวนนั้นก็ถือว่ามากอย่างยิ่ง แม้ไม่ได้คุกเข่าอ้อนวอนเช่นสนมขั้นต่ำเหล่านั้น แต่ก็ยืนเงียบไม่กล้าเอ่ยปากอีก 

ส่วนลิ่วกงกง ที่ยืนรอชมอยู่นานแล้ว ถือร่างกฎใหม่ก้าวเท้าเข้าไปถวายคำนับฮองเฮา ก่อนจะหันมาทางสนมชายา  

"พระชายาและพระสนม คงพร้อมฟังให้จบแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะได้อ่านต่อ" 

ครานี้ไม่มีเสียงคล้ายผึ้งแตกรังอีกแล้ว เหลือเพียงแต่ความเงียบสนิท ฟังกฎใหม่อย่างตั้งอกตั้งใจ ส่วนกงกงก็ได้แต่ส่ายหน้าในใจ เพราะคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ 

ความคิดเห็น