facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-4

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2563 14:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-4
แบบอักษร

 

แชยอนก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางซุกตัวในอ้อมอกกว้าง เมื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นกายที่คุ้นเคยก็เข้ามาเต็มปอด ความต้องการที่พลุ่งขึ้นมากลืนกินความรู้สึก นิ้วมือเรียวไล้เรื่อยไปบนเนื้อเนียนที่ปรากฏใต้แสงไฟสลัว เขารู้ดีว่าจุดไหนที่แชยอนมีปฏิกิริยาอ่อนไหว จูบที่พรมลงไปอย่างแผ่วเบาเริ่มเร่าร้อนขึ้น 

“อ้า...ฝ่าบาท” 

ทันทีที่มือใหญ่คลึงหน้าอกอวบอิ่ม เสียงครางกระเส่าก็เล็ดลอดออกมาจากปากของแชยอน ริมฝีปากของฮอนกระซิบคำหวานพลางเลียที่ใบหู เรื่อยลงมาที่ซอกคอ แล้วดูดกลืนผิวที่เนียนใสไร้ตำหนิทุกซอกทุกมุม แชยอนหลับตาพริ้ม บิดตัวไปมาอย่างมีความสุข ก่อนจะคว้าร่างของชายหนุ่มที่อยู่บนตัวของตนไว้แน่น ตอนนั้นเอง ดวงตาสีน้ำตาลปรากฏขึ้นตรงหน้าในความมืด ท่ามกลางคลื่นความคิดที่ปั่นป่วนในหัวมีเขาอยู่ในนั้น มือใหญ่ที่ตบหลัง รอยยิ้มขี้เล่น และตอนเลียแถบผ้าที่ผูกให้... 

“อึ่ก...อ๊า...ฝ่าบาท...อีกนิด...” 

ลมหายใจกระเส่าแทรกออกมาจากซอกฟันที่กัดแน่น เสียงอาจจะดังจนลอดหน้าต่างขึ้นไปถึงบนหลังคา นางจึงกัดริมฝีปากแน่นและกลั้นไว้แต่ก็ไร้ผล ร่างกายที่เร่าร้อนกว่าปกติบิดไปมาอยู่บนเตียงด้วยปรารถนาสิ่งเร้าที่ใหญ่กว่าเดิม ฮอนตอบสนองการเรียกร้องของแชยอน จึงเล้าโลมนางรุนแรงขึ้นหวังจะไปให้ถึงจุดสุดยอด 

“ข้าไม่ไปไหนหรอก” 

เสียงอ่อนโยนผสมปนเปกับภาพของโฮจิน ความเป็นชายที่ผงาดขึ้นอย่างแข็งแกร่งถูกดันเข้าไปจนสุดกลืนกินเข้าไปทั้งร่างแล้วเริ่มเคลื่อนไหว ความรู้สึกผิดไม่สามารถแสดงพลังอะไรออกมาภายใต้ความปรารถนาอันแรงกล้า 

“อ้า...จิน...ฝ่าบาท!” 

แชยอนหอบหายใจพลางร้องเรียกเขา เอวบางบิดเกร็งบนเตียงหรูหราพร้อมกันนั้น ฮอนก็สำเร็จไปในช่วงเวลาเดียวกัน เขาดึงแชยอนเข้ามากอดแน่นแล้วล้มลงไปบนตัวนาง เม็ดเหงื่อผุดออกมาท่ามกลางลมหายใจที่ขาดห้วง หยดลงบนเรือนร่างนุ่มลื่น 

“แชยอน...” 

ความรู้สึกเร่าร้อนยังคุกรุ่นอยู่ ริมฝีปากของฮอนดูดกลืนริมฝากปากของแชยอน ร่างที่ยังสั่นเทาไปด้วยความหฤหรรษ์ ความรู้สึกผิด และความพึงพอใจผสมปนเปกันซุกเข้าหาร่างที่เหนื่อยอ่อน 

ทั้งสองผล็อยหลับฝันหวาน แต่บนหลังคานั้นแตกต่างจากภายในห้องอย่างสิ้นเชิง ประสาทสัมผัสทางหูที่อ่อนไหวนั้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่ก็ได้ยินเสียงครางของแชยอน และเสียงหายใจหนักหน่วงขององค์รัชทายาท และในจังหวะที่แชยอนถึงจุดสุดยอด โฮจินมั่นใจว่าได้ยินแน่ๆ ในเสียงครางนั้นมีส่วนหนึ่งของชื่อเขาหลุดออกมาโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว 

“...อุ้มหนีไปเลยดีไหมนะ” 

เป็นความคิดที่ไร้สาระ เขายังมีเวลาอีกมาก โอกาสก็มี โฮจินถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะยกมือขวาขึ้นรับแสงจันทร์ที่ลอยอยู่กลางฟากฟ้า 

 

* * * 

 

“ตอนนี้นังนั่นอยู่ที่ไหน” 

เสียงของพระสนมเอกมุนสั่นด้วยความโกรธ ด้วยแรงกดดันนั้นทำให้แม้แต่อากาศโดยรอบยังเย็นยะเยือก 

“ปรนนิบัติองค์รัชทายาทอยู่ที่ตำหนักเพคะ” 

เล็บอันแหลมคมจิกลงไปบนฝ่ามืออ่อนนุ่ม สิ่งที่ทำให้นางโมโหได้ถึงขนาดนี้คือศพๆ หนึ่ง ศพหญิงสาวที่ถูกพบในคูน้ำนอกพระราชวังก่อนหน้านี้ ปัญหาคือชุดที่ศพสวมอยู่เป็นเครื่องแบบของนางในในวัง นางรีบสกัดข่าวไม่ให้แผ่สะพัดออกไป แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งความโกรธเอาไว้ได้ด้วยศพนั้นคือมือขวาของพระสนมเอกมุนที่ส่งให้ไปจัดการจินซึงฮวีและเอายาพิษคืน 

“เจ้าเล่ห์นักนะ ดูสิว่าจะเอาตัวรอดไปได้สักกี่น้ำ” 

ปัญหาคือนางประเมินแชยอนต่ำเกินไปเลยส่งคนสนิทที่ทำอะไรสะเพร่าไปจัดการ ใครจะไปคาดคิดว่ามีองครักษ์คอยอารักขานางสนมด้วย นึกว่าจะโง่ แต่ดันมีสมองพอตัว พระสนมเอกมุนพยายามคลายความโมโหก่อน จากนั้นก็จัดระเบียบความคิดอย่างช้าๆ  

เนื่องจากไม่รู้ว่าองครักษ์ของอีกฝ่ายมีฝีมือขนาดไหน ถึงแม้จะส่งนักฆ่าที่ฝึกฝนมาอย่างดีไป ก็ยังไม่ปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าตำหนักจะอยู่ในซอกหลืบ แต่อย่างไรก็ยังอยู่ในพระราชวัง หลีกเลี่ยงความยุ่งเหยิงวุ่นวายได้จะดีที่สุด ยาพิษเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ในบรรดายาพิษทั้งหมดที่นางมี มีเพียงปลาใต้น้ำเท่านั้นที่ไม่สามารถแกะรอยอะไรได้ ทั้งยังเป็นสิ่งที่นางไม่สามารถหามาได้ด้วยตัวเองอีกด้วย 

นังแพศยา...ท่าทางคงจะยังไม่เปิดปากพูดสินะ 

เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะสำหรับแชยอนที่เข้าหาองค์รัชทายาทโดยมีจุดประสงค์แอบแฝง นางก็จะไม่ปลอดภัยเช่นกัน ต่อให้แชยอนซื่อบื้อขนาดไหน แต่นางรู้ดีที่สุดว่าเบื้องหลังอะไรเป็นอะไร แล้วยังมีตัวประกันอีก จึงวางใจได้ว่าโอกาสที่นางจะพูดออกไปนั้นแทบไม่มีเลย พระสนมเอกมุนคิดว่าจะต้องหลีกเลี่ยงการติดต่อกับจินซึงฮวี และต้องหาโอกาสจัดการแบบครั้งเดียวจบ ตอนที่องค์รัชทายาทไม่อยู่ หรือตอนที่นังแพศยาออกไปจากพระราชวัง 

“ใช้คนซื่อบื้อผิดคน เสียหายไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ” 

เล็บที่ตกแต่งอย่างหรูหราส่งเสียงน่าสะพรึงเมื่อถูกขูดไปกับโต๊ะ 

 

“หาววว” 

รยูฮาที่ตื่นแต่เช้าตรู่หาวหวอดพลางบิดตัวไปมา นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มของพระชายา หากแต่เป็นเพียงหญิงสาวน่ารักคนหนึ่ง เป็นสีหน้าที่หาดูได้ยาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครได้เห็นท่าทางนั้น 

นางฝันว่าได้พบกับแม่ ในฝันนางไม่ได้เป็นผู้หญิงผอมแห้ง และไม่ค่อยพูดค่อยจาอย่างตอนนี้ แต่เป็นวีรสตรีที่ทั้งสาวและเปี่ยมด้วยพลัง 

‘ผู้หญิงเราต้องปกป้องตัวเองและสิ่งที่มีค่าสำหรับเรา เข้าใจไหมรยูฮา’ 

แม่พูดพลางส่งดาบไม้ให้รยูฮา 

ข้างๆ มีคนที่เป็นคนสำคัญเสมือนคนในครอบครัวสำหรับแม่ยืนอยู่ หญิงสาวผู้งดงามที่มีกลิ่นหอมราวกับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ส่งยิ้ม ดอกไม้ที่อยู่รอบๆ ก็จะเบ่งบาน ผู้หญิงคนนั้นที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของแม่ตั้งแต่ยังเล็ก นางมักจะแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านของรยูฮาปีละสองถึงสามครั้ง โดยมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ เกาะชายกระโปรงมาด้วย 

รยูฮาชอบผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่เพราะนางมีขนมอร่อยๆ มาให้ แต่ชอบสัมผัสของมือที่ลูบหัวรยูฮาอย่างอ่อนโยน ชอบกลิ่นหอมที่อบอวลออกมาจากตัวนาง และชอบเด็กผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงมาด้วย นางมองเด็กผู้ชายและรยูฮาเล่นกันอย่างสนุกสนานพลางเอ่ยกับแม่ของรยูฮาอย่างอิจฉาว่าหากนางมีลูกสาวบ้างคงจะดีไม่น้อย 

“น่ารักมากเลยนะ ตอนนั้น...” 

รยูฮางึมงำออกมาในขณะที่ย้อนนึกถึงฉากนั้น ไม่นานภาพของหญิงสาวก็จางหายไป นางลุกจากที่นอนขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่องกลับมาเป็นพระชายาอีกครั้ง 

“มีใครอยู่ข้างนอกไหม” 

“เพคะพระชายา ทรงตื่นจากบรรทมแล้วหรือเพคะ” 

“ไปเอาชุดกับเครื่องประดับสวยๆ มา ข้าจะไปวังจางชุน” 

เหล่าลูกเจี๊ยบดูท่าจะตื่นเต้นกับการได้แต่งตัวอีกเช่นเคย แต่ละคนถือถาดเงินที่มีชุดและเครื่องประดับวางไว้ แล้วเดินเรียงกันเข้ามา 

“เมื่อคืนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม” 

รยูฮาที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่องเอ่ยถามขึ้นอย่างอ่อนโยน เหล่าลูกเจี๊ยบหน้าตาเบิกบาน หนึ่งในนั้นรีบตอบกลับก่อนใครเพื่อนด้วยน้ำเสียงสดใส 

“เพคะพระชายา! เมื่อคืนทรงบรรทมสบายดีใช่หรือไม่เพคะ” 

“ต้องขอบใจพวกเจ้านั่นแหละ” 

แม้ว่าจะมีการพูดคุยทักทายกันอย่างง่ายๆ ในตอนเช้า แต่มือของนางในแต่ละคนก็ขยับไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทั้งชุดที่สวมใส่ และเครื่องประดับที่วางอย่างเป็นระเบียบบนผ้าไหมสีแดงนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พวกนางตั้งใจเลือกแล้วเลือกอีก 

“ทรงเลือกอันไหนดีเพคะ” 

“เครื่องประดับเอาที่พวกเจ้าเห็นว่าเหมาะสมเลย แล้วก็แต่งหน้าแต่เพียงเล็กน้อยพอ ส่วนชุด ข้าว่าที่ยางจินถืออยู่สวยดีนะ ส่งคนไปแจ้งที่วังจางชุนแล้วหรือยัง” 

“เรียบร้อยเพคะพระชายา” 

ความคิดเห็น