[END] ใช่ครับ...ผมเป็นเด็กเสี่ย
เด็กเสี่ย 27 2/2 (รีไรต์แล้ว)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เด็กเสี่ย 27 2/2 (รีไรต์แล้ว)

เด็กเสี่ย 27 2/2 

 

 

หมับ... 

 

“ดึกแล้วครับคุณเดียว ผมขอตัวคุณเดียวด้วยครับ” โชคเดินมาจากทางไหนไม่อาจทราบได้ผลักหัวภีมที่กำลังก้มลงจะถึงปากเดียว ก่อนจะรั้งเอาคนที่เริ่มเมามาดูแลเสียเอง เดียวที่มึนอยู่ไม่น้อยมองคนที่กำลังยืนเป็นที่พิงให้ตนก็พยักหน้าเบาๆ กับตัวเองเป็นการรับรู้ เขาจำได้ว่ารับปากกับเสี่ยไว้ อีกทั้งตอนนี้เริ่มนั่งต่อไม่ไหวหากจะกลับก็ย่อมได้ 

 

“กูเจอมึงทุกทีสิไอ้ห่านี่ ดึกแล้วเหี้ยไรอีก” ภีมโวยวายพยายามจะคว้าร่างบางกลับคืนมาแต่โชคกลับเบี่ยงตัวหลบ กลุ่มของเม่นและนัทที่กึ่มได้ที่สะดุ้งมองแขกไม่ได้รับเชิญที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าพวกเขาไม่น้อย ท่าทางของภีมหัวเสียเอาเรื่องและพวกเขาก็พร้อมรบหากลูกพี่จะมีเรื่อง แม้พวกตนเองจะมีสติไม่ครบร้อยก็ตาม 

 

“เห้ยๆ มึงเป็นใครวะ มายุ่งไรกับแฟนพี่กู” โย่งลุกขึ้นยืนตัวโงนเงน ความสูงน้อยกว่าโชคสักเล็กน้อยแต่ความหนาของลำตัวเทียบไม่ติดเลย เสียงยานคางของคนเมาและนิ้วที่ยกขึ้นชี้หน้าทำให้โชคต้องปัดออกอย่างรำคาญ 

 

“คุณเดียวกับเสี่ยตกลงกันไว้แล้วว่าจะอยู่ที่นี่ถึงห้าทุ่มเท่านั้น ขอตัวก่อนนะครับ” ประโยคสุภาพ น้ำเสียงเรียบสนิทไม่ได้สื่ออารมณ์ใดๆ แต่สายตาดุที่ไม่ต่างจากเจ้านายนั่นทำเด็กช่างหมั่นไส้ 

 

“มึงรู้ไหมไอ้บอดี้การ์ด กูอาจจะสู้เรื่องกำลังไม่ได้แต่สำหรับความจริงใจกูมีมากกว่านายมึงแน่นอน” อยากจะแย่งคืนมาแต่กระดูกคนละเบอร์แบบนี้มีแต่จะเจ็บตัว แผลเก่ายังไม่ทันหายถ้าได้แผลใหม่เพิ่มเขาคงตายก่อนพอดี 

 

“พูดดีครับ แต่ระวังเจ็บตัว” โชคพูดสั้นๆ แค่นั้นก็พยุงเดียวไปยังรถที่จอดอยู่ ตอนแรกเสี่ยจะลงมาตามเองแต่เขาเกรงว่าจะมีเรื่องกลางร้านอาหารเลยอาสามาตามเดียวเองดีกว่า เขาไม่ได้รายงานว่าเดียวกำลังจะโดนเด็กภีมจูบเพราะไม่อยากให้เสี่ยต้องมีประเด็นทะเลาะกับเดียวอีก และเขาก็ไม่อยากทำร้ายร่างกายเด็กช่างนั่นอีกเพราะดูอีกฝ่ายยังไม่ดีขึ้นด้วยซ้ำ 

 

เดียวที่เมาหลับไปร้องออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าแก้มของตนโดนก่อกวนด้วยสัมผัสบางเบา เสี่ยกานต์ที่ก้มลงหอมแก้มนิ่มนั่นยิ้มมุมปากกับท่าทีน่ารักของอีกฝ่ายอย่างอดใจไม่ได้ 

 

“จะทำให้ฉันคลั่งเธอไปถึงไหนกันนะหนึ่งเดียว” เสี่ยกานต์กระซิบข้างหูคนที่เคลิ้มหลับซบอกตนไปแล้ว รอยยิ้มที่หากไม่สังเกตคงไม่ได้เห็น ตาเป็นประกายนั้นพึงพอใจที่ตนเองได้กกกอดคนในอ้อมกอดนี้เสียที ลูกน้องคนสนิทที่ทำหน้าที่เป็นคนขับเคลื่อนพาหนะสุดหรูไปยังที่พักได้แค่ลอบอมยิ้ม อย่างน้อยวันนี้นายเขาก็ยิ้มได้แล้ว 

 

วันนี้ความอดทนในการรอครั้งแรกของเสี่ยกานต์คือ 5 ชั่วโมงกับอีก 40 นาที แล้วยังต้องมานั่งรออีกเกือบ 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับเขาจริงๆ 

 

:::::::::::: 

 

“ทำไมคุณพ่อต้องพาผู้หญิงกับเด็กคนนั้นเข้ามาในบ้านเราล่ะครับคุณย่า”  

 

ในเช้าวันหนึ่งเด็กหนุ่มใบหน้าหวานติดแม่ถามหญิงชราที่นั่งทอดสายตามองไปยังเรือนหลังใหญ่ ในมือเหี่ยวย่นตามอายุที่มากขึ้นกำลังร้อยมาลัยดอกพุดที่จะนำไปไหว้พระซึ่งเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว 

 

คุณหญิงนาถ มีมารดาและบิดาเป็นคนเก่าคนแก่ทำงานรับใช้ในวังไร้พี่น้องเพราะเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวทำให้ตระกูลชโยดมไร้ทายาทสืบสกุลจึงต้องมาดองกับตระกูลศาศวัต ได้แต่งงานกับพงศ์ ศาศวัตข้าราชการตำแหน่งใหญ่ คนทั้งสองไม่ได้ถูกจับคลุมถุงชนแต่อย่างใด ทั้งคู่พบรักกันและเลือกที่จะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมาหลายสิบปีจนท้ายสุดคุณพงศ์ก็มาเสียชีวิตไปตอนอายุได้ 59 ปีด้วยโรคไต 

 

เนื่องด้วยตั้งแต่บรรพบุรุษมาก็อยู่รับใช้ในวังมาโดยตลอดจนได้รับยศรับตำแหน่งในรุ่นสู่รุ่น แต่คุณหญิงนาถก็ขอออกมาสร้างครอบครัวข้างนอกและลาออกจากการทำงานในวังเสีย เธอมีลูกชายสองคนนั่นคือศิโรตม์และมงคล ศาศวัต แต่น่าเศร้าที่ลูกชายคนโตมาด่วนจากไปตั้งแต่ตอนยังเป็นวัยรุ่นด้วยอุบัติเหตุทำให้เธอเหลือบุตรชายอยู่เพียงคนเดียว  

 

ภายในรั้วบ้านที่กว้างขวางกินพื้นที่ไปหลายไร่ตามมรดกตกทอด ตัวบ้านสร้างให้ทันสมัยแต่ภายในบริเวณก็ยังมีศาลาทำจากไม้สักอยู่เพื่อคงความสมัยก่อนเอาไว้ เรือนเล็กที่สร้างไว้ให้พวกลูกจ้างอยู่ถัดไปทางด้านหลังแต่ไม่ได้ห่างจากเรือนใหญ่นัก มีคนรับใช้ทั้งชายและหญิงที่อยู่ด้วยกันมานมนานและไม่คิดจะรับเพิ่ม 

 

เช้าวันนี้มีพนักงานจากร้านเฟอร์นิเจอร์ขออนุญาตมาลงของตามที่คุณมงคลได้สั่งไว้ สาวใช้กุลีกุจอลำเลียงข้าวของส่วนตัวและของที่ซื้อมาเพิ่มสำหรับคนสองคนเข้าไปในบ้าน คนถามนั่งมองตามสายตาของคนที่ตนเรียกว่าย่าไป สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามหาใช่ความริษยาหรือความนึกชังที่ที่บ้านกำลังจะมีสมาชิกใหม่มาอยู่โดยไม่ทันตั้งตัว 

 

“แล้วพ่อเราตอบว่าอะไรล่ะ” คุณหญิงนาถหันกลับมามองหลานรักพร้อมรอยยิ้ม เธอมองเด็กหนุ่มที่เพิ่งสูญเสียแม่ไปได้ราว 3 เดือนเศษแต่กลับเข้มแข็งกว่าที่คิดเมื่อเริ่มทำใจเรื่องมารดาได้ 

 

“ไม่อยากให้บ้านเราเหงา ไม่อยากให้รู้สึกเหมือนเรากำลังขาดอะไรไปครับ”  

 

ด้วยเพราะมารดาเสียชีวิตไปเพียงไม่นาน พ่อเขาก็เข้ามาบอกประกาศกับทุกคนว่าจะพาผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุอานามใกล้เคียงกับแม่เข้ามาในบ้าน โดยหญิงคนนั้นมีลูกชายติดมาด้วยหนึ่งคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเห็นจะได้ เขาถามเหตุผลว่าทำไมแต่ก็ได้คำตอบกลับมาอย่างที่กล่าวไป ซึ่งไม่สามารถไขความกระจ่างให้กับตัวเขาได้เลย 

 

“แล้วเดียวรู้สึกขาดอะไรไปหรือเปล่าลูก”  

 

“ไม่ครับ เดียวไม่รู้สึกว่าบ้านเราขาดอะไรไป แม้คุณแม่จะเสียไปแต่ใช่ว่าความทรงจำของเราเกี่ยวกับท่านจะหายไปด้วยนี่ครับ” หนุ่มน้อยตอบพร้อมรอยยิ้มเจือจางบนใบหน้า ผู้เป็นย่ารั้งไหล่ของคนที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นขึ้นมาให้นั่งบนแคร่เสมอตน กอดร่างเล็กนั้นเบาๆ เหมือนกลัวว่าอีกคนจะแตกหัก 

 

“ย่าก็ไม่เข้าใจว่าพ่อของเราคิดอะไรอยู่ แต่เดียวรู้ใช่ไหมว่าพ่อรักแม่เรามาก”  

 

“ครับ” เดียวตอบรับแทนการพยักหน้าเฉยๆ คางเกยบนไหล่ของผู้อาวุโสที่สุดในบ้านที่ตนเคารพรักและเทิดทูน กอดตอบหญิงชราเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกภายในใจไปให้อีกคน เขารู้ดีว่าความรักของบุพการีทั้งสองเป็นเช่นไร เขาขอบคุณความรักที่สวยงามของทั้งคู่ทำให้เขาได้เกิดมาบนโลกใบนี้ 

 

“กลัวไหมว่าเขาจะมาเอาความรักของพ่อไปจากเรา” คำถามที่ไม่ควรถามซึ่งตนชั่งใจอยู่นานแต่ท้ายสุดคุณหญิงนาถก็เอ่ยออกมา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ตนเองคิดกับสิ่งที่เดียวจะตอบคงเหมือนกัน 

 

“ไม่ครับ” ทายาทเพียงคนเดียวของศาศวัตตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม 

 

“ย่ามีหลานรักเพียงคนเดียว ย่าเลยตั้งชื่อให้เจ้าว่าหนึ่งเดียว หนึ่งเดียวที่มีเพียงคนเดียว ไม่ว่าคนบนโลกนี้จะมีกี่แสนล้านคนแต่ย่ามีเจ้าแค่คนเดียว” แรงกอดกระชับขึ้นพร้อมด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอหากแต่คนที่ถูกกอดไม่ได้รับรู้  

 

หนุ่มสาวสมัยนี้ใช่จะเหมือนหนุ่มสาวแต่ก่อนเก่า แสงสีที่ล่อตาล่อใจและสิ่งปลุกเร้านั่นอาจจะทำให้จิตใจของคนเราไขว้เขวจนลืมนึกถึงสิ่งถูกผิดหรือความสำคัญของจิตใจคนที่เรารัก จะห่วงก็แต่หลานรักคนนี้ว่าต่อไปในอนาคตหากตนไม่อยู่แล้วจะเป็นเช่นไร ในเมื่อพ่อตรอมใจยอมเอาผู้หญิงอื่นเข้ามาในบ้านแทนเมียตัวเองที่เพิ่งตายไปเพราะใจที่โศกเศร้าเกินกว่าจะคิดอะไรให้รอบคอบ 

 

“คุณย่า...คุณย่าครับ...อึก...คุณย่า...อย่าทิ้งเดียว...อย่า...” 

 

คำพูดที่มาเป็นคำๆ ด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่ทำให้คนที่นอนอยู่ข้างกายสะดุ้งตื่น มือที่ปัดป่ายไขว่คว้าในอากาศของคนตัวเล็กที่เมาจนหลับไปนั้นปัดมาโดนตัวเต็มๆ เสี่ยกานต์ที่งงเล็กน้อยแต่ก็ตั้งสติได้เร็วจึงคว้าคนที่นอนละเมอเข้ามากอด 

 

สัมผัสที่แผ่วเบาจากมือหนาที่ลูบลงบนหัวทำให้เดียวสงบไปลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เขากอดกระชับร่างบางให้แน่นขึ้นเล็กน้อย พรมจูบไปบนขมับเด็กหนุ่มเหมือนกล่อมให้อีกคนได้หลับลงไปอีกครั้ง 

 

ตั้งแต่เขาก้าวข้ามผ่านช่วงชีวิตที่ลำบากที่สุดมา ไม่มีสิ่งไหนเลยบนโลกนี้ที่เขาสั่งให้ลูกน้องหาคำตอบมาไม่ได้ สิ่งที่เขาต้องการรู้ลูกน้องมักจะเสาะหาข้อมูลมาอย่างสุดความสามารถให้สมกับความสามารถและค่าตอบแทนที่ได้รับในแต่ละเดือน 

 

จะมีก็เพียงแต่เรื่องของเด็กหนุ่มที่ชื่อหนึ่งเดียวคนนี้ เรื่องต่างๆ ภายนอกเกี่ยวกับเดียวเขารู้หมด จะเว้นก็แต่ภายในจิตใจของเด็กคนนี้และเรื่องที่บ้าน ที่ดูยังไงก็เหมือนความลับก้นทะเลลึกที่ไม่มีใครล้วงรู้ความลึกลับและความน่ากลัวของมัน 

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัดเกี่ยวกับเดียวคือเด็กคนนี้ใจแข็งและเก็บสิ่งที่คิดไว้คนเดียว หากไม่ถูกบีบบังคับก็จะไม่พูดบอกออกมา วินาทีแรกที่คิดเมื่อเจอเดียวเขาจัดให้เดียวคือเด็กบ้านรวยมีปัญหาเหมือนเด็กวัยรุ่นขาดความอบอุ่นทั่วไป และถ้าชาติตระกูลไม่ดีเขาคงไม่คิดยุ่งเกี่ยวเป็นครั้งที่สอง แต่พอเอากายเอาใจเข้าไปคลุกคลีกลับพบว่ามันไม่ใช่ ตัวเดียวมีคุณค่ามากกว่าเด็กพวกนั้นมากจนเขาเผลอใจไปชอบเข้าจริงๆ 

 

‘บอบบางน่าทะนุถนอม’ นี่คงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนคิดหากได้เห็นเด็กหนุ่มคนนี้ แต่กับเขาเดียวยิ่งกว่าน่าทะนุถนอม เดียวทำให้เขาอยากเก็บคนตัวเล็กนี้ไว้ไม่ให้ห่างสายตา อยากเห็นดวงตาสวยเรียวคู่นั้นเวลายิ้มมีความสุข ท่าทางออดอ้อนที่กว่าจะได้เห็นก็แทบนับครั้งได้นั้นก็ด้วย มันทำให้คนอย่างเขาละลายได้หลายต่อหลายครั้ง แค่เพียงเสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้บรรจงสร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจแต่กลับมัดใจเขาอยู่หมัด ยิ่งรับรู้ทีละเล็กละน้อยกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ได้พบเจออะไรมาบ้างก็ยิ่งอยากอยู่ข้างกายเพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ใจเหล่านั้น 

 

หากจะพูดให้ชัดคือเขาชอบเดียว แต่หากจะให้ตรงใจก็คิดว่าคงจะเป็นคำนั้น... แต่คงต้องขอเวลาพิสูจน์ใจตัวเองกับคนในอ้อมกอดนี้อีกหน่อยว่าจะใช่คำนั้นจริงหรือไม่ แม้จะกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่เขาก็เลือกที่จะไม่ปล่อยคนๆ นี้ไป ยังไงเดียวก็ต้องเป็นคนของเขา เป็นมากกว่าเด็กเสี่ยอย่างที่เคยเป็น 

 

:::::::::::: 

 

“ฮัลโหลภีม เมื่อคืนนัทอยู่กับภีมจนเลิกเลยรึเปล่า ผมโทรหานัทไม่ติดเลย” เดียวพูดน้ำเสียงร้อนรนเนื่องจากโทรหาเพื่อนรักไม่ติด ผมที่เพิ่งสระเสร็จโดนผ้าขนหนูผืนเล็กที่เจ้าตัวหยิบติดมือออกมาที่ระเบียงเช็ดผมไปด้วย ส่วนเจ้าของรีสอร์ทออกไปวิ่งออกกำลังกายกับโชคทิ้งเขาไว้กับชาญเท่านั้น 

 

[เออ มันนอนอยู่กับพวกไอ้เม่น แล้วนี่มึงอยู่กับเสี่ยเหรอ] ภีมที่แม้จะแฮงค์ไม่น้อยแต่ก็สามารถพูดโต้ตอบกับปลายสายได้เพื่อให้อีกฝ่ายได้คลายความกังวลใจ ก่อนจะถามออกไปแม้ใจจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตามที 

 

“อืม... เมื่อคืนผมมากับเขาได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

 

เขาพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออกว่ามาอยู่ในห้องพักของที่นี่อีกครั้งได้อย่างไร แถมยังตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอุ่นอีก พอเบี่ยงตัวออกก็โดนรัดเอวแน่นจมูกโด่งซุกถูไปกับไหล่ เสี่ยกานต์กอดเขาอยู่นานกว่าจะปล่อยให้ไปอาบน้ำส่วนตัวเองก็ออกไปวิ่ง 

 

“เอ้อ! แล้ววันนี้ภีมจะไปไหนต่อไหม” 

 

[ไม่รู้ว่ะ คงไปนั่งเล่นแถวริมหาดไม่ก็นอนอยู่ที่ห้องรอพวกมันหายแฮงค์] 

 

“จริงเหรอ งั้นผม...” 

 

“วันนี้อยู่กับฉันนะ” เสี่ยกานต์ที่เพิ่งกลับมาจากออกกำลังกายเสร็จและยังอยู่ในชุดกางเกงออกกำลังกายแค่ตัวเดียวโชว์แผงอกที่มีกล้ามสวยเข้ามาหาทางด้านหลัง ไม่ได้กอดแม้ใจจะอยากกอดแต่เพราะเหนียวตัวจากเหงื่อเกรงว่าจะทำให้คนที่อาบน้ำแล้วไม่ชบใจได้ เขากระซิบพอให้ได้ยินกันสองคนถึงแม้จะไม่รู้ว่าปลายสายคือใครแต่เขาก็อยากให้เดียวใช้เวลากับเขามากกว่าไปกับคนอื่น 

 

“แต่ผมว่าจะกลับไปที่โรงแรมครับ นี่ก็ทิ้งนัทไว้กับพวกของภีม” เดียวหันมาตอบปิดโทรศัพท์ไว้ไม่ให้ภีมได้ยิน ช่วงไหล่ที่อยู่ใต้เสื้อคลุมอาบน้ำถูกนิ้วเกี่ยวรั้งจนเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าสวย เสี่ยกานต์กดจูบแผ่วเบา 

 

เดียวเบี่ยงตัวหลบชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ออกมาแล้วคุยโทรศัพท์ต่อ เขาบอกว่าจะไปหาภีมที่ที่พักแล้วค่อยว่ากันว่าจะไปเที่ยวไหนต่อหรือไม่ และคิดไว้ว่าจะไปดูนัทด้วยไม่รู้ป่านนี้สภาพจะเป็นอย่างไร 

 

“รอฉันก่อน เดี๋ยวจะไปส่ง” ครั้งนี้ผิดคาด นอกจากเสี่ยจะไม่โวยวายแล้วยังทำตามคำพูดของเดียวโดยง่าย ไม่ใช่เพราะสิงโตกำลังเชื่อเป็นแมวแต่เพราะเขาไม่อยากให้ตัวเองดูไร้เหตุผลในสายตาอีกฝ่ายนัก หากเดียวดึงดันที่จะอยู่ห่างเขาเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกตัวเองเขาก็คงต้องยอม 

 

เดียวนั่งรอเสี่ยกานต์อาบน้ำระหว่างนั้นก็จัดการมื้อเช้าไปด้วย แม้จะมึนจากการเมาค้างแต่ก็ไม่มากนักอาจเพราะไม่ได้ดื่มเยอะมากก็เป็นได้ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จประจวบกับเสี่ยกานต์แต่งตัวเสร็จแล้วคนทั้งคู่จึงออกจากห้องพัก 

 

วันนี้เสี่ยอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อเชิ้ตสีพื้นแขนยาวพับแขนถึงข้อศอก ด้านในใส่เป็นเสื้อกล้ามสีขาวสบายๆ มีแว่นกันแดดสีดำเพิ่มความดูดีบนใบหน้า เป็นชุดเที่ยวทะเลที่แต่งน้อยแต่กลับดูดีมากอาจเพราะหน้าตาและรูปร่างของเจ้าตัว 

 

“บอกทางโชคด้วยก็แล้วกัน” เสี่ยกานต์บอกเมื่อขึ้นมานั่งบนรถแล้ว 

 

“โชคไม่ต้องรีบ แถวนี้นักท่องเที่ยวเยอะเกิดชนใครเข้าจะแย่” เสี่ยกานต์สั่งลูกน้องตนเสียงเรียบ แต่เดียวรู้ดีว่าอีกฝ่ายขัดไว้เพื่อยืดเวลาให้เขาเจอภีมช้าลง เขาส่งไลน์ไปหาภีมอีกครั้งบอกตอนนี้กำลังเดินทาง ภีมตอบกลับมาเป็นสติ๊กเกอร์น่ารักว่าโอเคซึ่งขัดกับบุคลิกคนส่งอยู่มากโขจนเขาเผลอยิ้ม 

 

เสียงจิ๊ปากเหมือนคนไม่พอใจของคนข้างกายทำให้เดียวเหลือบมองเล็กน้อย อีกฝ่ายที่เห็นว่าเดียวมองก็ทำทีเป็นหันไปทางอื่นโดยที่ในมือก็ถือโทรศัพท์ของตัวเองที่เปิดแอพพลิเคชั่นเดียวกับเดียวไปด้วย 

 

“คุณจะเล่นไลน์เหรอครับ” ลองถามออกไปเพราะเห็นอีกฝ่ายเปิดอยู่หน้าเดิม อาการหงุดหงิดก็เหมือนจะมีเพิ่มมากขึ้นเพราะจิ้มผิดจิ้มถูก 

 

“สมัยนี้แค่โทรหากันมันจะตายรึไง” ประโยคแรกที่แฝงไปด้วยอารมณ์เอ่ยออกมาจนโชคเหลือบตามองผ่านกระจกมองหลัง ลุ้นไม่น้อยกลัวเจ้านายของตนจะทำเสียเรื่อง 

 

“ผมว่ามันก็สะดวกดีนะครับ” 

 

“สะดวกตรงไหน เอาแต่ก้มหน้ามองจอไม่สนใจคนรอบข้าง” 

 

“นั่นเพราะคุณไม่มีคนคุยด้วยในไลน์น่ะสิครับ” 

 

คำถามจี้จุดทำเอาเสี่ยกานต์ชะงักกึก หันมามองใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม 

 

“ใครจะไปเหมือนเด็กช่างคนนั้นล่ะที่ได้เธอคอยพิมพ์คุยด้วย” คำพูดประชดประชันของเสี่ยกานต์ทำเอาเดียวอมยิ้ม 

 

“คุณหึงผมเหรอครับ” เดียวถามออกไปอย่างใจคิด 

 

“ทำไม! ฉันหึงคนที่ฉันชอบไม่ได้รึไง! ” เพราะกลัวเสียฟอร์มเสียงที่พูดออกไปจึงคล้ายกับตวาดถามอย่างคนวางท่าว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นไม่ผิด เดียวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบ 

 

“เปล่าครับ ผมจะบอกว่าน่ารักดี” 

 

ทันทีที่พูดจบก็ทำเอาคนตัวโตที่ได้ฟังถึงกับต้องเบือนหน้าหนีออกไปทางหน้าต่าง ใช่จะทนฟังไม่ได้แต่เพราะใบหน้าที่ครึ้มไปด้วยตอหนวดเขียวๆ นั่นแดงระเรื่อขึ้นมาต่างหาก คนที่เป็นต่อหัวเราะเบาๆ บรรยากาศที่ไม่เคยมีในรถคันหรูนี้ทำให้คนที่นั่งอยู่บนรถต้องยิ้มตามๆ กัน โชคกับชาญลอบมองกันและกันแล้วได้แค่ยิ้ม ดูเหมือนช่วงนี้เสี่ยกานต์จะไปไม่ถูกเลยสักทาง เพราะไม่ว่าจะไปทางไหนเดียวก็ดักไว้ได้หมดจนต้องยอมอ่อนให้เด็กหนุ่มทุกครั้งไป 

 

พวกเขามาถึงรีสอร์ตที่ภีมพักอยู่เกือบเที่ยงแล้วนั่นเพราะเสี่ยอ้อยอิ่งบอกให้แวะซื้อนั่นซื้อนี่ตามรายทางตลอด จึงได้มาทั้งเครื่องดื่มจากสตาร์บัค ครีมกันแดดจาก 7-11 ขนมจากร้านเบเกอรี่ริมทาง จากที่เดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมงกลายเป็นเกือบชั่วโมงไปได้ ภีมยืนรออยู่หน้ารีสอร์ตเพราะก่อนนี้เดียวไลน์มาบอกว่ากำลังจะถึง 

 

“ขอบคุณครับที่มาส่ง” เดียวยกมือไหว้ขอบคุณเสี่ยรวมไปถึงลูกน้องของเสี่ยทั้งสองด้วย เสี่ยกานต์ยอมปล่อยให้เดียวลงจากรถง่ายๆ ถือเป็นความอดทนที่ลูกน้องอย่างชาญต้องแอบยกนิ้วโป้งกับโชคแค่สองคน 

 

“เป็นไงบ้างภีม นัทล่ะ” เดียวถามพลางชะเง้อคอเข้าไปในห้องพักที่พักได้หลายคน เห็นรุ่นน้องของภีมนั่งหน้ามึนๆ บนโซฟาแต่กลับไม่เห็นเพื่อนเขา 

 

“ไปอาบน้ำ ไอ้เม่นมันอยากไปถ่ายรูปที่ร้านอะไรสักอย่างมันจะไปถ่ายรูปให้แฟนมันน่ะ” เดียวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ จากนั้นไม่นานนัทก็เดินออกมาด้วยชุดที่เจ้าตัวบอกว่ายืมของเม่นมาใส่ เขาเสิร์ชหาชื่อร้านที่เม่นบอกว่าจะไปก็ขอตามไปด้วยเพราะบรรยากาศที่เห็นรูปในเฟซบุ๊กสวยไม่หยอกเลยทีเดียว ออกแนวร้านนั่งสบายกึ่งธรรมชาติ อีกทั้งสถานที่กว้างขวางมีมุมหลายมุมให้ได้ถ่ายรูป 

 

“เดี๋ยวเรียกรถกันไปแล้วกัน สองคันน่าจะพอ” เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเมื่อทุกคนพร้อมภีมก็ออกเดินนำในทันที นัทกับเดียวก็ไปด้วยโดยครั้งนี้ไม่ได้ขับรถไปเองเนื่องจากร้านอยู่ห่างจากรีสอร์ตนี้ไม่มากนัก แค่ 15 นาทีก็ถึงแล้ว 

 

“ตามไป” เสี่ยกานต์สั่งลูกน้องเสียงเรียบหลังจากจอดรถดักรอห่างจากที่พักของภีมเล็กน้อย เห็นเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินออกมาเรียกรถประจำทางเล็กสองคัน เขาไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะไปไหนแต่ก็ให้ลูกน้องขับตามไป 

 

“จะดีเหรอครับเสี่ย ถ้าคุณเดียวรู้...” 

 

“ทำความตั้งใจให้เป็นเรื่องบังเอิญสิโชค” เมื่อเจ้านายบอกแบบนั้นลูกน้องทั้งสองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ 

 

ขับรถตามมาได้สักพักก็พอเดาได้ว่าเด็กกลุ่มนี้คงจะไปที่ร้านอาหารน่านั่งที่มีชื่อเสียงในบางแสน โชคตบไฟเลี้ยวขับนำเข้าไปจอดในร้านก่อน เสี่ยกานต์ลงจากรถจังหวะเดียวกับที่รถประจำทางคันเล็กทั้งสองจอดลงพอดี ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาพื้นที่เพื่อหาทำเล ‘ส่อง’ เดียว เมื่อได้ที่เขาก็ให้ชาญไปสั่งอาหารและเครื่องดื่ม 

 

“ร้านนี่แหละที่กระแตมันบอกว่าให้มา บรรยากาศดีมาก เดี๋ยวกูโทรหามันดีกว่า” เม่นพูดถึงแฟนสาวของตนเองที่บอกว่ามาเที่ยวที่บางแสนต้องแวะมาเช็คอินที่นี่ ส่วนตัวเจ้าหล่อนนั้นครั้งนี้ไม่ได้มาเที่ยวด้วยเพราะติดสอบ 

 

“ถูกใจไหมมึง เห็นไอ้นัทบอกว่ามึงชอบถ่ายรูป” ภีมเดินคู่ไปกับเดียวเข้าไปในร้าน พวกเขายังไม่ได้เริ่มสั่งอาหารกันเพราะจะหาที่นั่งกันก่อนเนื่องจากคนก็ไม่ใช่น้อยๆ หากจองที่ไม่ทันกลัวกลุ่มใหญ่อย่างพวกเขาจะมีที่นั่งไม่พอ 

 

“ถูกใจสิ ผมชอบร้านกึ่งธรรมชาติแบบ พื้นที่กว้างขวางด้วย นัท...มึงอยากถ่ายรูปไหมเดี๋ยวกูถ่ายให้” เดียวหันไปถามเพื่อนรักที่เดินอยู่ข้างกัน 

 

“เอาสิ จะพลาดได้เหรอ” 

 

กลุ่มเด็กหนุ่มเกือบสิบคนเลือกที่นั่งได้ก็เริ่มสั่งอาหารกันมีทั้งของคาวของหวาน ภีมบอกว่ามื้อนี้ต้องหารกันเพราะจะให้ตนลี้ยงอีกคงไม่ไหว ระหว่างรออาหารเดียวพานัทไปถ่ายรูปตามมุมต่างๆ รวมถึงตัวเองก็ได้รูปมาด้วยกะว่าเดี๋ยวจะเปลี่ยนรูปโปรไฟล์สักหน่อย 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างอยู่ในสายตาของเสี่ยกานต์ทั้งหมด โชคดีที่พวกเด็กๆ เลือกนั่งข้างล่างส่วนเขาอยู่ข้างบน ชายหนุ่มออกไปยืนริมระเบียง มีสายตาของสาวๆ หลายคู่แอบมองแต่เขาไม่สนใจเพราะในสายตาตอนนี้กำลังจับจ้องเด็กหนุ่มร่างบางที่ภีมเดินเอาน้ำปั่นมาให้ดื่ม จ่อหลอดถึงปากเสียด้วย 

 

“ผมถือเองได้ภีม” 

 

“ไม่เป็นไร มือมึงเลอะดินเดี๋ยวแก้วสกปรกกูถือให้นี่แหละดีแล้ว” ภีมยิ้มให้ยิ่งเห็นเดียวไม่ต่อต้านยิ่งได้ใจ เดียวดูดน้ำสมูตตี้ที่เจ้าตัวสั่งมารวดเดียวจนจี๊ดขึ้นสมองจนต้องเบ้หน้า รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตะหงิดๆ ภีมขยับเข้าไปดูใกล้ๆ จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างบาง 

 

“เป็นไรไหม” 

 

“ไม่ๆ แค่มันจี๊ดขึ้นสมองเฉยๆ หายแล้ว” เดียวตอบพร้อมยิ้มให้ เขากดดูรูปในมือถือที่ถ่ายไว้ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ 

 

“เออภีม ผมมีเรื่องอยากจะถาม คือ...ผมอยากทำงานผมอยากจะหาเงินน่ะ พอจะมีที่ไหนที่ภีมรู้และแนะนำให้ผมบ้างได้ไหม” 

 

“หือ? ทำงาน? มึงเนี่ยนะ” ภีมถามกลับอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน กวาดสายตามองเดียวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างอึ้งๆ คุณหนูจัดขนาดนี้จะทำงานได้จริงเหรอ 

 

“ผมอยากมีเงินมาไว้กินไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน เทอมหน้าก็ต้องจ่ายค่าเทอมเองด้วย” 

 

“อืม เดี๋ยวกูหาให้จะเอาแถวไหนล่ะ” 

 

“ที่ไหนก็ได้ ขอแค่อย่าเดินทางไกลมากก็พอ แล้วก็ของานที่ไม่...” 

 

“คิดว่ากูจะให้คนที่กูชอบไปทำงานบาร์เกย์เหรอ ฝันไปเถอะมึง” ภีมพูดยิ้มๆ ก่อนจะผลักหัวเล็กนั่นเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าอ้ำอึ้งของอีกฝ่าย 

 

“มานี่ เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้ เห็นกูเป็นแบบนี้แต่ถ่ายรูปเก่งนะขอบอก” ภีมแย่งมือถือของเดียวไปถือเองก่อนจะดันหลังให้เดียวไปยืนตรงบันไดซึ่งเป็นเหมือนบันไดวนขึ้นชั้นบนได้ มีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ตรงกลาง 

 

“แต่ผมโพสต์ท่าไม่เก่ง” เดียวหน้ามุ่ยลงอย่างใช้ความคิด แต่ภีมก็เข้ามาจัดท่าทางให้ชนิดที่คนที่เดินตามหาเดียวจนทั่วมาเห็นคงบอกว่า ‘แนบชิด’ 

 

หมับ! 

 

ขณะที่เสี่ยกานต์กำลังจะพุ่งเข้าไปหาคนทั้งสองที่กำลังยืนจัดท่าจัดทางกันอยู่ก็โดนมือใหญ่ๆ ของลูกน้องคนสนิทคว้าแขนเอาไว้ 

 

“อะไร! ” เสี่ยกานต์ตวัดเสียงถามทันที 

 

“เสี่ยอย่าลืมนะครับว่าความอดทนจะเอาชนะทุกสิ่ง ตอนนี้ความรู้สึกของคุณเดียวคือสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอครับ” 

 

“แต่แกไม่เห็นรึไงว่าเด็กภีมกำลังแตะต้องเดียว และนั่นฉันยอมไม่ได้! ” 

 

“งั้นเสี่ยจะเข้าไปดุคุณเดียวแล้วต่อยเด็กภีมเหรอครับ” คำถามของโชคทำให้เสี่ยกานต์ชะงักไปอย่างคนได้สติ ถ้าเขาทำแบบนั้นคะแนนลดฮวบแน่ๆ 

 

“แล้วจะให้ทำยังไง” คนเป็นนายพูดออกมาเสียงอ่อนลงสื่อให้รู้ว่าหนักใจไม่น้อยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ให้เขาวางแผนฮุบบริษัทใครยังง่ายกว่าการที่ต้องมานั่งตามเด็กหนุ่มคนนึงเพื่อจะได้หัวใจของเจ้าตัวมา 

 

“ไม่ทำยังไงครับ ก็แค่รอ...” โชคตอบเสียงเรียบเหมือนว่าเรื่องที่กำลังสนทนาคือเรื่องลมฟ้าอากาศประจำวัน 

 

“ฉันไม่อยากรอ! ” เสี่ยกานต์ตอบเสียงเขียวก่อนจะเดินเข้าไปกระชากเดียวให้ออกห่างจากภีม เดียวหันมามองด้วยความตกใจเพราะกำลังเพลินอยู่กับการถ่ายรูป ทำท่าจะสะบัดแขนออกแต่สีหน้าของเสี่ยกานต์ที่จ้องภีมเขม็งและสื่อว่าเอาจริงนั้นทำให้เขาต้องยอมอ่อนให้ 

 

“คุณมาได้ยังไงครับ” ตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ก็เห็นเสี่ยที่นี่ทั้งที่เสี่ยมาส่งเขาแล้วก็กลับออกไปเลย คงไม่ได้ตามเขามาหรอกนะ 

 

“ร้านนี้มันน่านั่งชาญแนะนำฉันเลยมา” เขาโบ้ยให้ลูกน้องที่ดูแล้วน่าจะทำให้เดียวเชื่อถือได้เพราะโชคไม่ใช่แนวเสาะหาร้านน่านั่งแบบนี้แน่ๆ “แล้วนี่ถ่ายรูปอะไรไม่มีคนถ่ายให้เหรอ โชคไปถ่ายรูปให้เดียว” เสี่ยกานต์ตอบคำถามเดียวและหันไปสั่งลูกน้องเสร็จสรรพ ภีมที่ยังอึ้งกับการปรากฏตัวของคู่แข่งจึงโดนฉกมือถือไปจากมือได้อย่างง่ายดาย 

 

โชคถ่ายรูปให้เดียวไปสองสามรูป แน่นอนว่าข้างกายเด็กหนุ่มมีเจ้านายเขายืนอยู่ด้วย เพียงแค่เสี่ยยืนเฉยๆ ก็เหมือนนายแบบ GQ แล้ว อันนี้ไม่ได้ยกยอเจ้านายตัวเองจนเกินไปแต่เขาพูดตามที่เห็น 

 

“หุบยิ้มได้แล้วไอ้โชค! ” ไม่รู้มือขวาเขาจะยิ้มอะไรนักหนา พอเดียวโพสต์ท่าทีขอบคุณทีก็ยิ้มให้ทั้งที่ปกติโชคเป็นคนขรึมหน้านิ่งมากกว่าจะโปรยยิ้มอย่างคนอัธยาศัยดีเหมือนชาญ 

 

“ยาดมไหมครับเสี่ย” ชาญถามในมือผู้ติดตามหนุ่มมียาดมหลอดเล็กที่ยังไม่เปิดใช้ยื่นมาให้ 

 

“ช่วยบรรเทาอาการหน้ามืดเพราะหึงได้นะครับ”  

 

::::::::::::: 

 

“เดียว เดี๋ยวมึงจะไปกับพวกกูรึเปล่า” นัทถามเมื่อพวกเขากินกันเสร็จแล้ว ส่วนเดียวนั้นโดนเสี่ยกานต์ตามติดไม่ห่าง ภีมจะเข้าไปแทรกก็ไม่ได้เพราะโดนคนติดตามของเสี่ยกันท่าตลอด นัทได้แค่ถอนหายใจกับเสน่ห์ของเพื่อนตนเอง 

 

“กูว่าจะไปกับเสี่ย คือ...” 

 

“เออ กูเข้าใจว่ามึงกำลังชั่งใจว่าจะมีแฟนเป็นเด็กช่างหรือเสี่ย งั้นกูกลับไปกับพวกไอ้เม่นนะ มีไรก็โทรมาแล้วกัน” 

 

“พี่กานต์!! ” เสียงเรียกหาตะโกนมาแต่ไกลพร้อมรอยยิ้มของคนเรียกที่ยิ้มกว้างไปทั้งใบหน้า เสี่ยกานต์หันไปมองว่าใครเรียกเขาก่อนจะหันกลับมามองเดียว นัทที่ยืนอยู่ใกล้กันถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นคนคนนั้นที่หน้าตาคล้ายเดียวมากจนคิดว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ 

 

“มึงอย่าบอกนะว่านี่คือ...” 

 

“เออ ใช่มันนั่นแหละ” เดียวกัดฟันตอบ ขยับออกห่างจากเสี่ยเล็กน้อย 

 

ผู้มาใหม่ปรี่เข้ามาหาก่อนจะสอดมือจับมือหนาของเสี่ยกานต์ไว้ราวกับสนิทสนมกันมากมาย เดียวเบือนหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมกำหมัดแน่นอย่างสะกดอารมณ์ พยายามไม่ให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยแต่ก็ดูจะยากเต็มทนเมื่อคำพูดของอีกฝ่ายส่งผ่านเข้าหู 

 

“พาเด็กเสี่ยมาเที่ยวเหรอครับ คิดว่าเลิกกันไปแล้วเสียอีก” 

 

“ผมจะพาใครมาเที่ยวก็ไม่เกี่ยวอะไรกับลูกหนี้อย่างคุณ” เสี่ยกานต์ตอบเสียงเรียบก่อนจะสะบัดมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายแล้วพาเดียวออกไปจากที่ตรงนั้นโดยทันที ทิ้งให้คนมาใหม่ได้แต่ยืนอึ้งไปอย่างนั้น 

 

“คุณนัดมัน...” 

 

“ฉันไม่ได้นัดใครทั้งนั้น” เสี่ยกานต์ชิงพูดก่อนเดียวจะเอ่ยจบประโยคเพราะไม่อยากให้เด็กหนุ่มเข้าใจผิด 

 

“จะไปดูแลเขาไหมครับ เดี๋ยวผมกลับกับนัทเอง” เดียวถาม เขาไม่ได้ประชด ในเมื่อเขามีทางเลือกได้เสี่ยก็ควรจะมีเหมือนกัน แม้ทางเลือกที่ว่านั้นจะทำให้เขาปวดหนึบในอกข้างซ้ายก็ตาม 

 

“ฉันชอบเธอไม่ได้ชอบอิมเมจ ฉันขอดูแลคนที่ฉันเลือกดีกว่าคนที่ไม่ได้ถูกเลือกนะ” แต่คำตอบของชายร่างสูงกลับทำให้หัวใจที่กำลังเต้นรัวเพราะความโกรธเกือบหลุดออกจากอกด้วยความตกใจ พอเสี่ยปากตรงกับใจก็พูดแบบนี้ตลอดเขาก็ไม่ไหวนะ 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกันนะคะ 

ตกใจกับอันดับยอดอ่านสูงสุดในหมวดนิยาย Y ซึ่งเสี่ยกานต์ขึ้นมาอยู่อันดับ 2  

ขอบคุณทุกยอดวิวจริงๆค่ะ T-T 

กลับหน้าเรื่อง

 

       อยากเป็นนักเขียนที่...นักอ่านไม่อายเวลาบอกใครว่าเป็นแฟนนิยายของเรา       

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ให้โอกาส ขอบคุณทุกการสนับสนุน และกำลังใจ ขอบคุณมากค่ะ

============================================== 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น