email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 27 ปล่อยไปตามความรู้สึก (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ปล่อยไปตามความรู้สึก (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2563 03:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ปล่อยไปตามความรู้สึก (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 27  

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

เมื่อถึงเวลาที่เลออนนัดกับโซ่ ลูกค้ารายใหญ่ที่พ่อของเขามอบหมายให้เขาดูแล เขาจึงขับรถมาที่ ห้าง b ก่อนจะเดินตรงไปยังร้าน MtoM ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศส ร่างแกร่งมองไปรอบร้าน เพื่อหาใครบางคนที่นัดไว้ 

“คุณเลออน ทางนี้ครับ”  

เสียงใสๆของโซ่เรียกเลออนพร้อมรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์หากใครได้เห็นเป็นต้องตกหลุมรักชายร่างบางคนนี้แน่ แต่สำหรับเลออนแล้ว คนเดียวที่จะทำให้เขาตกหลุมลงไปได้มีเพียงทอยเท่านั้น โดยที่เลออนไม่คิดจะปีนขึ้นมาจากหลุมอย่างแน่นอน  

“สวัสดีครับคุณโซ่ รอผมนานไหมครับ” เลออนกล่าวทักทาย ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับโซ่ 

“ไม่นานครับ ผมก็พึ่งมาถึงเอง”  

ในวันนี้ร่างบางตรงหน้าดูแปลกตาไปมากสำหรับเลออน เพราะวันนี้โซ่แต่งชุดสบายๆแต่ก็พอดูออกว่าแบรนด์เนมทั้งตัว เสื้อยืดสีฟ้าตัดกับผิวขาวๆของโซ่ ไหนจะกางเกงยีนดำขายาวรัดรูป ทำให้เห็นรูปร่างของชายหนุ่มร่างบางตรงหน้าอย่างชัดเจน ผมที่ไม่ได้เซตจัดทรงเหมือนตอนใส่ชุดทำงาน เลยทำให้คนตรงหน้าดูดีเป็นธรรมชาติมาก ถ้ามองไกลๆอาจจะคิดว่าเป็นผู้หญิงตัดผมสั้นซะด้วยซ้ำ เลออนยังคงมองสำรวจโซ่ ซึ่งเขาคิดว่าคนตรงหน้าสวยเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย แต่มองไปมองมา ทำไมเลออนรู้สึกว่าโซ่หน้าตาคล้ายใครสักคนที่เขาคุ้นเคย แต่เลออนนึกยังไงก็นึกไม่ออก  

“มองผมนานแบบนี้ ผมก็เขินเป็นนะ” โซ่พูดพร้อมส่งยิ้มขำๆให้เลออน ทำเลออนได้สติ 

“อะ เอ่อ ขอโทษที่ครับ พอดีผมแค่รู้สึกว่าคุณโซ่หน้าตาคลับคล้ายคลับคลากับใครสักคนที่ผมรู้จัก แต่ผมนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกนะครับ”  

“ผมหน้าโหลขนาดนั้นเลยเหรอครับ”  

“ฮ่าๆ เปล่านะครับ ผมว่าเรามาเข้าเรื่องสัญญากันเลยดีกว่า คุณโซ่มีอะไรจะเพิ่มเติมลงไปเหรอครับ”  

“ผมว่าเราทานไปคุยไปดีกว่านะครับ สั่งอาหารเถอะ ผมหิวแล้วเนี่ย” 

โซ่พูดด้วยรอยยิ้ม เลออนก็ยิ้มรับ ก่อนจะเรียกพนักงานมาสั่งอาหาร เมื่อสั่งเรียบร้อย รอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ โซ่และเลออนคุยกันไปทานกันไป คุยเรื่องงานบ้าง เรื่องทั่วไปบ้าง  

“ได้ครับ แล้วผมจะเพิ่มเติมข้อความลงในสัญญา ถ้าเรียบร้อยแล้ว ผมจะให้เลขาฯเอาไปให้คุณที่บริษัทนะครับ” เลออนตอบรับ เมื่อโซ่พูดเรื่องเอกสารสัญญาที่ต้องการเพิ่มเติมเสร็จเรียบร้อย 

“โอเคครับ เอ่อ ผมจะถามอยู่นานแล้ว ทำไมคุณทอยไม่มาด้วยล่ะครับ เห็นโดยปกติถ้ามาคุยเรื่องงานกัน คุณเลออนจะต้องพาคุณทอยมาด้วยตลอด” โซ่ถามถึงทอย ทำเอาเลออนชะงักมือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปาก มือแกร่งวางช้อนลงก่อนที่จะมีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด จนโซ่สังเกตได้  

“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ คุณเลออนสีหน้าดูไม่ดีเลย”  

“นิดหน่อยนะครับ ไม่มีอะไรมาก” เลออนเลี่ยงที่จะตอบ เพราะยังไงเรื่องของเขากับทอยก็เป็นเรื่องส่วนตัว แต่พอมาได้ยินชื่อทอยแบบนี้ ใบหน้าสวยที่เขาแสนคิดถึงก็ลอยเข้ามาในหัวของเขา 

ตอนนี้คุณไปอยู่ที่ไหนนะทอย...  

ขณะที่เลออนกำลังจะเริ่มเหม่อลอยเพราะคิดถึงทอย จังหวะนั้นเอง สายตาคมของเลออนที่เลื่อนมองออกไปทางร้านขายของใช้ฝั่งตรงข้ามกับร้านอาหารที่เขานั่งอยู่ ก็ดันเห็นร่างโปร่งที่คุ้นตา ที่แม้ว่าเขาจะเห็นเพียงเสี้ยวหน้า เขาก็จำได้ขึ้นใจ เลออนคลี่ยิ้มทันที รู้สึกเหมือนหัวใจได้กลับมาเต้นอีกครั้ง เมื่อเจอคนที่เขาตามหามานานนับสัปดาห์ แต่แล้วรอยยิ้มของเลออนก็ต้องชะงัก เมื่อตาคมของเลออนหันไปเห็นใครอีกคนที่เดินเคียงคู่อยู่ข้างกายกับคนรักของเขา เลออนถึงกับกัดฟันกรอด เมื่อพอมองออกว่าชายคนนั้นคือใคร 

“เอ๊ะ นั่นคุณทอยเลขาฯของคุณหรือเปล่าครับ เขามากับใครเหรอครับ ดูสนิทสนมอย่างกับคนรักกัน”  

โซ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเลออนพูดขึ้น แต่ตอนนี้เลออนแทบไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เพราะความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่ชายร่างโปร่งที่เขาตามหาแทบพลิกแผ่นดินมาเกือบ 1 สัปดาห์เต็ม แต่ตอนนี้กลับมาเดินเล่นยิ้มแป้นหัวเราะคิกคักกับผู้ชายที่เลออนเห็นแล้วจำได้ทันทีว่าเป็นใคร  

“กล้าหนีผมไปอยู่กับไอ้ผู้ชายข้างห้องงั้นเหรอ” เลออนพึมพำเสียงเข้มและไม่รอช้า ร่างแกร่งก็ลุกจากเก้าอี้ทันที แล้วเดินออกไปจากร้านเพื่อตรงไปหาคนที่อยู่ในโฟกัสสายตาของเขาตอนนี้ 

“คุณเลออนจะไปไหนครับ คุณเลออน คุณเล.......ออน”  

โซ่ที่เห็นว่าอยู่ๆเลออนก็ลุกเดินออกไปจึงตะโกนเรียกตามหลัง แต่ร่างแกร่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมามอง เมื่อเห็นว่าเลออนออกไปจากร้านแล้ว ริมฝีปากอวบอิ่มของโซ่ก็แสยะยิ้มออกมาทันที ก่อนจะเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว้ขา แล้วยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบ ก่อนจะมองตามเด็กหนุ่มที่เดินหน้าตึงเข้าไปหาคนคนนั้น  

“ชักจะสนุกแล้วสิ” โซ่พูดด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง 

------------------- 

ทอยยังคงเดินดูของนั่นนี่กับเบส ซึ่งของที่มาเดินหาซื้อนั้น ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ของเขาแต่กลับเป็นของเพื่อนสาวที่ป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก 

“ผมว่าไอ้เกวมันคงเอารถไปจอดไว้ที่สุโขทัยนะครับ ป่านนี้มันเลยยังเดินไปไม่ถึงรถมัน” ทอยพูดประชดขึ้นขำๆ ทำเอาเบสยิ้มขำตาม  

“ฮ่าๆ นั่นนะสิ”  

“เดี๋ยวผมขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะครับ”  

“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม”  

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมมานะ” ทอยพูดบอก เบสจึงพยักหน้ารับ ร่างโปร่งก็เดินแยกออกไป  

ทอยเดินตรงเข้ามาที่ห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในห้องน้ำชาย ซึ่งตอนนี้ไม่มีคนอยู่เลย  

 

มีความสุขมากไหม ที่หนีผัวไปอยู่กับชู้นะ 

น้ำเสียงที่แข็งกร้าว กับคำพูดที่เหมือนหอกปลายแหลมพุ่งมาปักตรงกลางหลังของทอย ทำเอาร่างโปร่งเสียวสันหลังวาบ ใบหน้าใสซีดลงทันที ทอยไม่ต้องหันไปมอง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร เพราะจำน้ำเสียงของคนคนนี้ได้เป็นอย่างดี ร่างโปร่งค่อยๆหันหลังกลับช้าๆ จนตาคู่สวยสบเข้ากับตาคู่คมที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาวาวโรจน์ ดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาเขาทุกเมื่อ  

“คุ....คุณเล” ทอยเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่ว เลออนไม่ได้ตอบรับอะไร แต่กลับเดินเข้าไปหาร่างโปร่งตรงหน้า ก่อนมือแกร่งจะจับแขนเรียวของทอย แล้วบีบแน่นตามแรงอารมณ์ในตอนนี้  

“คุณกล้ามากนะ ที่หนีผมไปอยู่กับชายชู้นะฮะ!!” เลออนตะคอกทอยเสียงดังลั่นห้องน้ำ โชคดีที่ในตอนนี้ไม่มีคนเดินเข้ามา  

“คุณอย่ามาพูดจาทุเรศๆแบบนี้นะ” ทอยพูดเสียงนิ่ง รู้สึกไม่พอใจเช่นกันกับคำพูดร้ายๆของเด็กหนุ่มตรงหน้า 

“หึ ทุเรศงั้นเหรอ ทำไม ทนฟังไม่ได้หรือไง ใช่สิ ใครมันจะไปพูดดี พูดเพราะเหมือนไอ้เหี้ยข้างห้องคุณล่ะ”  

“มันจะมากไปแล้วนะ คุณไม่มีสิทธิ์ไปพูดถึงพี่เบสเขาแบบนั้น ยังไงเขาก็แก่กว่าคุณหลายปีนะ” ทอยพูดอย่างเหลืออด แต่เหมือนคำพูดของทอยจะทำให้เลออนถึงกับฟิวส์ขาด  

หมับ! 

“ปล่อยผมนะคุณเล ผมบอกให้ปล่อย!!” ทอยพูดเสียงลั่น พยายามขืนตัวเองไม่ให้เดินตามแรงของเด็กหนุ่มที่กำลังฉุดกระชากเขาเข้าไปในห้องน้ำห้องในสุด แต่ทอยก็ไม่สามารถสู้แรงของเลออนได้ 

แกร็ก  

พลั่ก!  

เสียงล็อกประตูห้องน้ำตามมาด้วยเสียงร่างโปร่งที่โดนคนเด็กกว่าผลักร่างเขาไปชนเข้ากับผนังห้องน้ำอย่างแรงด้วยความโมโห ทำเอาทอยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ในตอนนี้ความโกรธของเลออนที่โกรธทอยจนหน้ามืดตามัว จนไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าของทอยที่แสดงออกถึงความเจ็บ มือแกร่งก็คว้าข้อมือของทอยแล้วบีบไว้แน่น 

“คุณเป็นเมียผมนะ ทำไมถึงได้กล้าหนีไปอยู่กับชายอื่น อยากเจ็บตัวมากนักหรือไง” เลออนพูดเสียงเข้ม คิ้วขมวดผูกกันเป็นปม 

“อย่ามาพูดบ้าๆ แล้วอย่ามาเรียกผมว่าเมียด้วย” ทอยเองก็พูดเสียงเข้มกลับไปไม่แพ้กัน  

“แต่ผมเอาคุณแล้วนะ” คำพูดของเลออนทำเอาทอยชาวาบไปทั้งตัวและหัวใจ ตาคู่สวยจ้องมองเลออนอย่างตัดพ้อ  

“การที่เรามีอะไรกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นอะไรกับผมสักหน่อย” ทอยพูดเสียงนิ่ง พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติเพื่อเก็บซ้อนความรู้สึกสั่นไหวภายในใจ แต่คำพูดของทอยกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ที่ไปราดลงในเปลวไฟร้อนในตัวของเลออนให้ลุกโชนขึ้นยิ่งกว่าเก่า  

“ผมได้คุณมากี่ครั้งแล้วครับ ถ้าไม่ให้ผมเรียกคุณว่าเมีย แล้วจะให้เรียกว่าอะไร คู่นอน? หรือนางบำเรอดีล่ะ ไม่ได้สิ คุณเป็นผู้ชายนี่ งั้นนายบำเรอก็แล้วกัน ดีไหม”  

ผัวะ!  

ฝ่ามือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นปล่อยหมัดเข้าที่ซีกหน้าขวาของเลออนเต็มแรงจนใบหน้าคมสะบัดไปตามแรงหมัด เลออนรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดจากมุมปากของตัวเองซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าปากเขาต้องแตกแน่นอน  

“คุณมันเลว เลวที่สุด! นี่เหรอคนที่เคยบอกว่ารักผม จะดูแลผม มันคงเป็นคำโกหกทั้งหมดสินะ ฮึ่ก ฮึ่ก”  

กึก 

เลออนชะงักตัวชาวูบ เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นจากทอย เขาหันหน้ามามองทอยช้าๆ ก่อนจะตัวแข็งทื่อ พูดอะไรไม่ออก หยดน้ำใสๆจากตาคู่สวยที่รินไหลออกมาไม่หยุด นี่คงเป็นครั้งแรก ที่เขาทำให้ทอยต้องเสียน้ำตา  

“ทอย...คือผม ขอ.....” 

“คุณเข้ามายุ่งวุ่นวายกับผมทำไม ฮึ่ก เขามาทำให้ผมหงุดหงิดแทบบ้าเวลาที่โดนคุณกวนประสาท ฮึ่ก เข้ามาทำให้ผมโมโห ทำให้ผมปวดหัว ฮึ่ก ทำให้ผมนึกถึงแต่คุณ ฮึ่ก ทำให้ผมเคยชินกับการที่มีคุณอยู่ข้างๆ ฮึ่ก ทำให้ผมรักคุณ ฮึ่ก คุณเข้ามาในชีวิตผมทำไม ฮึ่ก ฮื้อออออ”  

ทอยพูดระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในใจออกมาปะปนเสียงสะอื้นจนฟังแทบไม่เป็นภาษา แต่เลออนกลับได้ยินอย่างชัดเจน ตอนนี้ร่างแกร่งรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งหัวใจ อารมณ์โมโหที่พุ่งสูงขึ้นก่อนหน้านี้ หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม  

ทอยยังคงก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด จนเลออนทนมองต่อไปไม่ไหว ร่างแกร่งดึงร่างโปร่งเข้ามากอดไว้แน่น จนใบหน้าใสที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา ซุกลงที่บ่าแกร่งของเลออน ทอยพยายามดิ้น ทั้งผลัก ทั้งดันเลออน แต่เลออนก็ขืนแรงไว้ แล้วกระชับกอดร่างโปร่งไว้แน่นกว่าเดิม จนในที่สุดทอยก็หมดแรงที่จะขัดขืน แล้วยอมให้เลออนกอดตัวเองอยู่แบบนั้น โดยที่มีบ่าของเลออนรองรับน้ำตา  

“ฮึ่ก ผมเครียด ผมกังวลมากแค่ไหน ฮึ่ก คุณรู้บ้างไหม ฮึ่ก ผมกลัวไปหมดทุกอย่าง ฮึ่ก กลัวว่าพ่อกับแม่ของคุณจะรังเกียจผม ฮึ่ก กลัวว่าพวกท่านจะไม่ยอมรับเรา กลัวว่าคนอื่นจะมองคุณไม่ดีที่มาคบกับผม ฮึ่ก กลัวว่าสักวันหนึ่งคุณจะเจอผู้หญิงดีๆ ที่เพียบพร้อม แล้วคุณก็จะทิ้งผมไป ฮึ่ก ผมกลัว ผมกลัวจริงๆ ฮึ่ก ฮื้อออ ฮื้ออ” ทอยยังคงพูดในสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมาไม่หยุด ส่วนเลออนก็ทำเพียงฟังคนรักพูดตัดพ้อระบายความในใจออกมานิ่งๆ พร้อมทั้งลูบหลังของทอยอย่างปลอบโยน  

“ชู่ววว ไม่ร้องนะครับคนดีของผม อย่าไปกลัวกับสิ่งที่มันยังไม่เกิด ผมไม่สนและไม่แคร์ใครทั้งนั้น หัวใจผมมีแค่คุณ แค่คุณคนเดียว ต่อให้มีผู้หญิงที่เพียบพร้อม ดูดีแค่ไหนเข้ามา ผมก็ไม่แม้แต่จะเหลียวแล เพราะสำหรับผม คุณคือคนที่ผมเลือก เลือกที่จะใช้ชีวิตไปด้วยกัน คุณเชื่อผมนะครับ เชื่อผมนะทอย”  

เลออนพูดบอกเสียงนุ่ม ก่อนจะกดจมูกลงไปสูดดมความหอมจากเส้นผมนุ่มของทอยด้วยความคิดถึง ในตอนนี้คนทั้งสอง ไม่สนใจแล้วว่า พวกเขาอยู่ที่ไหนหรือจะมีใครเข้ามาได้ยินบ้าง เขารับรู้แค่ความรู้สึกของกันและกันเท่านั้น  

ทอยที่ได้ยินคำพูดของเลออน ก็เหมือนหัวใจที่ห่อเหี่ยวอยู่นานนับสัปดาห์ ได้รับปุ๋ยวิเศษที่ทำให้มันพองโตขึ้นมาอีกครั้ง ทอยยังคงซุกหน้ากับบ่าแกร่งของเลออนแล้วร้องไห้ออกมาไม่หยุด โดยมีเลออนกอดร่างโปร่งไว้แน่น ผ่านไปสักพักเสียงสะอื้นของทอยก็ค่อยๆเบาลง ใบหน้าใสผละออกจากบ่าแกร่ง เลออนก็ยอมคลายกอดทอยโดยดี แต่ยังคงกอดไว้หลวมๆ ใบหน้าที่ใครๆบอกว่าหล่อ แต่เลออนกลับมองว่าสวย ในตอนนี้กลับซีดเซียว ดวงตาบวมแดงก่ำ จมูกและแก้มทั้งสองข้างแดงเป็นจ้ำๆอย่างน่าเอ็นดู นี่ใช่ผู้ชายที่นิ่งเงียบที่เคยเย็นชาใส่เขามาโดยตลอดจริงหรือ แต่ตอนนี้กลับยืนร้องไห้เป็นเด็กน้อยแลดูน่าสงสาร 

“ดูสิ ตาบวมหมดแล้ว ทำลูกชายเขาร้องไห้แบบนี้ พ่อแม่คุณจะว่าอะไรผมไหมเนี่ย”  

เลอนพูดเสียงนุ่มด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนที่ปลายนิ้วหนาจะยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาออกจากสองแก้มใส ส่วนทอยเองก็เม้มปากเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินที่เลออนพูด ไม่แปลกที่เลออนจะพูดแบบนั้น เพราะทอยไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวของเขาให้เลออนฟัง เลออนรู้เพียงแค่ว่า ทอยเป็นพี่ชายของโซนรุ่นน้องที่มหา'ลัยของเขาเท่านั้น 

“ผมขอโทษนะ คุณจะต่อยจะตีจะด่าผมยังไงก็ได้ แต่อย่าร้องไห้อีกได้ไหม ผมทนไม่ได้ที่ต้องเห็นน้ำตาของคุณ” เลออนพูดพร้อมทั้งลูบดวงตาคู่สวยที่บวมเป่งทั้งสองข้างของทอยอย่างแผ่วเบา  

“คุณมันเลวที่สุด คุณมันแย่”  

ทอยพูดว่าเสียงแผ่ว โดยที่ก้มหน้ามองพื้น เลออนที่เห็นท่าทางเด็กๆของทอย ซึ่งเขาไม่ได้จะเห็นบ่อยนัก ก็นึกเอ็นดู คนอะไรร้องไห้ยังน่ารักขนาดนี้ มือแกร่งของเลออนเชยคางของทอยให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา  

“ผมขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่คุณ ผมขอไถ่โทษคุณนะ”  

เลออนพูดจบ ริมฝีปากหนาก็โน้มลงไปประทับลงที่หน้าผากมนของทอยอย่างแผ่วเบาก่อนจะถอนจูบแล้วเลื่อนลงมาจูบซับลงที่เปลือกตาข้างซ้ายก่อนจะขยับไปข้างขวา แล้วลดต่ำลงมาหอมแก้มทั้งสองข้างสลับกัน จากนั้นจึงขยับมาจูบที่ปลายจมูก เลื่อนริมฝีปากลงมาที่ปลายคางของทอยช้าๆ ก่อนจะกดริมฝีปากลงไป ทุกการกระทำของเลออน ทำเอาทอยแทบหยุดหายใจ รู้สึกมือไม้เย็นเฉียบไปหมด หัวใจวูบไหวกับสัมผัสที่แสนอ่อนโยนที่เลออนมอบให้  

เมื่อจูบซับที่คางเป็นที่เรียบร้อย จุดหมายต่อไปไม่ต้องบอกก็คงจะพอเดากันได้ ว่าคือตำแหน่งไหน เลออนไม่รอช้า เลื่อนริมฝีปากของตัวเองเข้าไปประกบลงบนริมฝีปากบางของทอยทันที เมื่อริมฝีปากของทั้งสองคนสัมผัสกัน ความรู้สึกของทั้งคู่ เหมือนกับโดนไฟช็อต กระแสไฟฟ้าไหลพล่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกโหยหากันและกันค่อยๆล้นทะลักออกมา  

เลออนเริ่มขยับปากบดเม้มริมฝีปากบนและริมฝีปากล่างของทอยสลับหนักเบาไม่ได้รุนแรง แต่เป็นการจูบที่ค่อยเป็นค่อยไป เลออนเพียงแค่อยากฉกชิมความหวานจากปากคนตรงหน้าช้าๆ เหมือนไม่อยากให้มันหมด ลิ้นร้อนค่อยๆไล่เลียตามรูปปากของทอย ก่อนจะไปหยุดที่รอยแยกของริมฝีปากสีสวย ลิ้นหนาดุนดันเข้าไปช้าๆ เป็นเชิงขออนุญาตเข้าไป ทอยเองที่ตอนนี้สติเริ่มเลื่อนลอย ก็ยอมเปิดปากให้ลิ้นร้อนเข้ามาเลื้อยเล่นในโพรงปากของเขาอย่างง่ายได้  

“ฮื้มมม” เลออนคำรามในลำคออย่างพอใจ ที่ทอยยอมให้ความร่วมมืออย่างไม่ขัดขืน  

เมื่อเข้ามาในโพรงปากได้สำเร็จ ลิ้นร้อนก็ไม่หยุดนิ่ง คอยเลื้อยไปทักทายกระพุ้งแก้มทั้งสองข้างของทอย และเรียวฟันที่เรียงกันสวยงาม โดยมีลิ้นอุ่นของทอยที่เป็นเจ้าบ้าน ออกมาต้อนรับลิ้นร้อนของเลออนอย่างว่านอนสอนง่าย ลิ้นทั้งสองประสานตวัดพันเกี่ยวกันไปมา ด้วยแรงโหยหาและความคิดถึง 

“อะ..อื้อออ”  

ทอยเองก็หลุดครางแผ่วออกมาเพื่อระบายความซ่านที่เริ่มก่อตัวขึ้น ริมฝีปากของทั้งคู่ ยังคงบดเบียด ขบเม้มไปมาดุดันบ้าง อ่อนโยนบ้างสลับกันไป  

เมื่อทักทายลิ้นอุ่นและโพรงปากหวานของทอยอย่างพอใจแล้ว ริมฝีปากหนาจึงค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากปากของทอยอย่างอ้อยอิ่งจนมีน้ำใสๆ ไหลยืดตามออกมาและเป็นหน้าที่ของลิ้นร้อนที่ต้องไล่เลียเช็ดน้ำใส่ๆที่ไหลออกมาตามมุมปากของทอยจนสะอาดหมดจด  

ทั้งสองคนสบตากัน ดวงตาของคนทั้งคู่ก็แสดงออกถึงแรงปรารถนาที่มีต่อกัน ความเงียบภายในห้องน้ำ ทำให้ทั้งสองคนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันได้อย่างชัดเจน  

ริมฝีปากบางของทอยที่ตอนนี้บวมเจ่อเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะหลบสายตาหยาดเยิ้มของเลออน อยู่ๆความเขินอายกับบทจูบเมื่อครู่ก็ผุดขึ้นมา แก้มใสที่แดงเพราะผ่านการร้องไห้มาก่อนหน้านี้ กลับแดงขึ้นไปอีก จนไม่รู้ว่าแดงเพราะร้องไห้ หรือเพราะความเขินอายกันแน่ เลออนยิ้มกับท่าทางน่ารักของคนรัก ก่อนจะเอามือจับหัวของทอยแล้วโยกไปมาอย่างหยอกล้อ 

“ดีกันแล้วนะครับ”  

ทอยพยักหน้าหงึกๆ  

“แต่เรื่องที่คุณหลบหน้าผม และเรื่องของไอ้.....พี่เบส คุณต้องอธิบายให้ผมฟังด้วย เข้าใจไหม” เลออนพูดบอก และเกือบหลุดเรียกเบสว่าไอ้ แต่พอเจอสายตาดุๆของทอย เลออนจึงต้องเปลี่ยนสรรพนามเรียกเบสใหม่  

“ออกไปกันเถอะ ไม่รู้มีใครเข้ามาได้ยินเราบ้าง”  

“งั้นเดี๋ยวผมออกไปก่อน โอเคนะ” เลออนบอก ทอยก็พยักหน้ารับ  

ฟอดดดดด  

เลออนหอมแก้มทอยฟอดใหญ่เต็มปอด จนแก้มทอยแทบหลุดติดจมูกเลออนไปด้วย ทอยทำท่าจะดุเลออน แต่ก็ไม่ทัน เพราะเลออนเปิดประตูออกไปซะก่อน ทอยยืนรอในห้องน้ำสักพัก กะให้ทิ้งช่วงห่างจากเลออน เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย 

ก๊อก ก๊อก  

“คุณออกมาได้แล้ว ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย” เลออนมาเคาะประตูเรียกทอย ทอยจึงเปิดประตูออกไป แล้วหันมองซ้ายมองขวา ซึ่งก็ไม่มีคนอยู่จริงๆ  

“แปลกแฮะ เป็นห้องน้ำห้างแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครมาเข้าเลย” ทอยพูดพึมพำด้วยความแปลกใจ  

“แล้วไม่ดีหรือไง หรือคุณอยากให้ใครเข้ามาเห็นผู้ชายตัวสูงสองคนเข้าไปอยู่ในห้องน้ำห้องเดียวกันล่ะ ฮื้มม” เลออนพูดแล้วบีบปลายจมูกทอยไปมาด้วยความมันเขี้ยว ทำเอาทอยย่นจมูกใส่  

ทั้งสองคนพากันออกจากห้องน้ำแล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นประตูห้องน้ำถูกปิดไว้ พอเปิดออกไปดู ก็ทำให้ทั้งเลออนและทอยเข้าใจได้ในทันที ว่าทำไมถึงไม่มีใครเข้ามาในห้องน้ำเลย เมื่อเห็นแผ่นป้ายสีเหลืองที่มาตั้งอยู่หน้าประตูห้องน้ำชาย  

CLEANING 

IN PROGRESS 

🚽⚠ 

กำลังทำ 

ความสะอาด 

เลออนและทอยหันมองหน้ากันด้วยความสงสัย ว่าใครเป็นคนเอามาวางไว้ แต่คิดอีกที มันก็ดีเหมือนกัน เพราะหมายความว่า ไม่มีใครเข้าไปได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคนคุยกัน เลออนจึงพาทอยเดินออกมา  

“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่เหรอ” ทอยถามขณะเดินอยู่ข้างๆเลออน 

“ผมมาคุยงานกับลูกค้า....เฮ้ย!! ผมลืมลูกค้าไว้ที่ร้านนะ เดี๋ยวผมมานะ...แต่คุณมากับผมด้วยดีกว่า เดี๋ยวคุณหนีผมไปอีก” เลออนพูดจบ ก็ไม่รอให้ทอยตอบรับ มือแกร่งก็ดึงมือของทอยเดินตามตนเองไปทันที  

 

@ร้าน MtoM 

เลออนวิ่งมาถึงร้านอาหารที่ก่อนหน้านี้เขามานั่งคุยงานกับโซ่ เลออนมองไปรอบร้านก็ไม่เห็นโซ่แล้ว สักพักก็มีพนักงานเดินมาหาเลออน  

“คุณเลออนใช่ไหมคะ พอดีคุณผู้ชายที่รูปร่างบางๆใส่เสื้อยืดสีฟ้า ฝากกระดาษโน๊ตไว้ให้ค่ะ” พนักงานสาวพูดบอก ก่อนจะส่งกระดาษสีขาวแผ่นเล็กให้เลออน เลออนก็รับมา ก่อนจะเปิดอ่าน  

 

....ขอบคุณที่มาทานข้าวเป็นเพื่อนนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ทันได้ทานกันเสร็จก็ตาม เอาเป็นว่ามือนี้ผมขอเป็นเจ้ามือนะ แต่มื้อหน้าคุณต้องเป็นเจ้ามือผมบ้างล่ะ แล้วผมจะตั้งตารอนะครับ....  

- โซ่ - 

 

เมื่ออ่านข้อความจากโซ่จบ เลออนก็เก็บกระดาษใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันมาหาทอยที่ตอนนี้มีสีหน้าแปลกๆ  

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าปวดหัว” เลออนถามด้วยความเป็นห่วง  

“ลูกค้าที่มากับคุณคือ...คุณคุณากรเหรอ” ทอยถาม เลออนก็พยักหน้ารับ ทอยจึงนิ่งเงียบไปอีกครั้ง รู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจที่รู้ว่าเลออนมาทานข้าวกับโซ่ แล้วยิ่งเห็นข้อความที่โซ่ฝากไว้ให้เลออน ทอยก็รู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก  

“เรากลับกันเถอะ” เลออนพูดบอก  

“เอ่อ แต่ผม....” ทอยมีท่าทางอึกอัก 

“ไม่มีตงมีแต่ทั้งนั้น รู้ไหมคุณหายไปอาทิตย์เดียว ทำผมแทบเป็นบ้าอยู่แล้ว ยังไงคุณก็ต้องกลับไปกับผม จะกลับไปดีๆ หรือจะให้ผมอุ้มไป” เลออนพูดขู่ แล้วทำเหมือนจะอุ้มทอยจริงๆ 

“โอเคๆ ผมกลับกับคุณก็ได้ แต่ผมขอไปลาพี่เบส กะ.....”  

 

“เฮ้ออ ไม่รู้จะไปลาทำไม” ทอยพูดไม่ทันจบ เลออนก็พูดแทรกขึ้นมา ซึ่งที่จริงทอยจะพูดว่าลาเบสกับเกว แต่ก็โดนเลออนพูดขัดขึ้นมาก่อน  

ทอยส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆคนรักของตัวเอง ก่อนจะเดินนำออกไป โดยมีเลอนเดินตามไปติดๆ ทอยพาเลออนมาถึงร้านที่เขาเดินเลือกของกับเบสก่อนหน้านี้ และพอมาถึงก็ทำเอาเลออนหน้าเหวอ เมื่อเห็นว่าเกว หญิงสาวเพื่อนสนิทของทอยมาด้วย ซึ่งตอนแรกเลออนคิดว่าทอยมาเดินเที่ยวกับเบสแค่สองคน ร่างแกร่งหันไปยิ้มเจื่อนให้คนรัก ที่กำลังส่งสายตาพิฆาตใส่เขาอยู่  

“เอ่อ คุณรชณกร สวัสดีค่ะ มาเดินซื้อของเหรอคะ” เกวกล่าวทักทายลูกชายของเจ้านาย  

“สวัสดีครับคุณเกว พอดีผมมารับแฟนกลับนะครับ เลออนพูดบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่หางตาของเลออนจะชำเลืองมองไปทางเบส ที่ยืนนิ่งเงียบอยู่  

“แฟน?” เกวถามย้ำ อย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เพราะอย่างที่รู้ๆว่า ถึงเลออนจะควงสาวไปทั่ว แต่ก็ไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตน  

“ครับ ยังไงผมขอตัวพาแฟนผมกลับก่อนนะครับ” เลออนพูดบอก พร้อมทั้งแตะเอวของทอยเบาๆ ทำเอาเกวที่เห็น ถึงกับตาเบิกกว้าง อ้าปากค้าง มองเลออนกับทอยสลับกันไปมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา  

“เดี๋ยวๆๆๆๆนะคะ ที่ว่าแฟนของคุณรชณกรนี่ คือ.......”  

เกวพูดถามระรัว ก่อนจะเว้นเสียงแล้วชี้นิ้วไปทางทอย เลออนจึงกระชับกอดเอวของทอยแน่นขึ้น ซึ่งทอยก็พยายามจะดิ้น เพราะอายทั้งสายตาเพื่อนสาวและคนที่เดินผ่านไปมา แถมเบสก็ยืนมองอยู่ด้วย ทอยไม่อยากให้เบสรู้สึกอึดอัดใจ  

“ใช่ครับ ทอยเป็นแฟนผม....ที่รักไม่ได้บอกเพื่อนคุณเหรอครับ ว่าเราเป็นแฟนกัน ฮื้มมม”  

เลออนพูดตอบเกว ก่อนจะหันมาพูดเสียงหวานใส่ทอย แล้วขยับปลายจมูกตนเองเข้าไปถูกับปลายจมูกของทอย ทำเอาร่างโปร่งสะดุ้งโหยง ก่อนจะตีเข้าที่แขนของเลออนไม่แรงมากนัก แล้วรีบก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเองด้วยความเขินอาย ส่วนตอนนี้เกวเองก็ยืนช็อกไปเป็นที่เรียบร้อย  

“หึหึหึหึ ไม่เห็นแกเคยบอกฉันเลยนะทอย” เกวพูดกัดฟันยิ้มๆ แล้วหันมองถลึงตาใส่ทอยลูกกระตาแทบหลุดออกจากเบ้า  

“งั้นผมขอพาทอยกลับก่อนนะครับ ไว้เจอกันที่บริษัท” เลออนพูดลาเกว แล้วปรายตาไปมองเบส ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก แล้วรีบดึงทอยตามเขาออกไปจากร้านทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ทอยได้พูดล่ำลาทั้งเกวและเบส  

------------------ 

เลออนจับข้อมือทอยแล้วพาเดินออกมาจากห้าง ซึ่งระหว่างทางที่เดิน ก็มีสายตามากมายหันมาจับจ้อง บางคนก็มองยิ้มๆ บางคนก็ดูอึ้งไป บางคนก็ทำหน้าเสียดาย แต่เลออนก็ไม่แม้จะหันไปสนใจสิ่งรอบข้าง เพราะสิ่งเดียวที่อยู่ในสายตาของเขา คือร่างโปร่งที่เขาเดินจับมืออยู่ด้วยเท่านั้น ทอยเองก็พยายามจะแกะมือของเลออนออก แต่เลออนก็ไม่ยอม ทอยจึงต้องปล่อยเลยตามเลย ถึงจะรู้สึกเขินอายสายตาคนรอบข้างที่มองอยู่ก็ตาม  

เมื่อมาถึงรถของเลออน ร่างแกร่งก็เปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ให้ทอยเข้าไปนั่ง  

“คุณ ผมเอารถมาด้วย” ทอยพูดบอก  

“จอดไว้นี่แหละ เดี๋ยวผมค่อยให้คนมาเอาให้ ขึ้นรถเถอะ”  

“แต่ว่า....”  

“วันนี้คุณพูดคำว่าแต่เยอะไปแล้วนะ ถ้าผมได้ยินคุณพูดอีก ผมจะกัดปากคุณให้จมเขี้ยวเลย ไม่เชื่อก็ลองดูได้นะครับที่รัก” เลออนพูดขู่ด้วยรอยยิ้มทะเล้น ทำเอาทอยกลืนน้ำลายลงคอแล้วรีบขึ้นไปนั่งบนรถอย่างว่านอนสอนง่าย เลออนมองคนรักยิ้มๆ ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งที่นั่งคนขับ แล้วขับรถออกจากห้างทันที  

รถยังคงขับเคลื่อนไปเรื่อยๆตามท้องถนน ตอนนี้ท้องฟ้ามืดลงแล้ว แสงไฟข้างทางก็ถูกเปิดออกสว่างไสว ทอยนั่งมองข้างทางไปเรื่อยๆ ก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อเส้นทางที่เลออนขับมาไม่ใช่เส้นทางกลับคอนโดของเขา 

“นี่ไม่ใช่ทางไปคอนโดของผมนี่ คุณจะพาผมไปไหน”  

“ไปที่บ้านผม”  

. 

. 

. 

. 

ตอนนี้คือหลากหลายอารมณ์มาก ลูกๆของไรท์คงเป็นไบโพล่าทั้งคู่แน่ๆ ทั้งเลออนทั้งทอย  

พี่เบสก็พระรองในซีรี่ย์เกาหลีมากจ้าาาา ดีเกิ๊นๆๆ แต่งเอง แซวเองนักเลงพอ ฮ่าๆ 

โปรดติดตามตอนต่อไป.... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ❤ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว