facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ร่างกฎใหม่

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2563 08:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร่างกฎใหม่
แบบอักษร

เมื่อองค์ไทเฮาทรงเสด็จกลับถึงวังหลวง เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ยิ่งเพิ่มผู้ติดตามฮองเฮามากเป็นเท่าตัว ถึงขนาดนางกำนัลขันทีข้างกายล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีวรยุทธ์ทั้งสิ้น  

ไทเฮาผู้นี้ แม้จะถือศิลกินเจ แต่จิตใจหาได้บริสุทธิ์ไม่ เพียงหลบฉากไปบงการอยู่เบื้องหลังเท่านั้น เพราะเกรงจะสูญเสียอำนาจหากมีฮองเฮาพระองค์ใหม่ที่ตนเองไม่อาจควบคุม  

แผนการทุกอย่างล้วนมีหมด หวังให้มีเพียงหลานสาวตนเองตั้งครรภ์เพื่อจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮา แต่ก็ยังไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้อยู่ดี มิเช่นนั้นเหตุใดพระชายาจวงเฟยถึงยังทรงไม่ตั้งครรภ์จนป่านนี้ ทั้งที่เข้าวังมาตั้งเจ็ดปีแล้ว 

ฮ่องเต้ทรงพาฮองเฮามาเข้าเฝ้าไทเฮาตามหน้าที่ พร้อมทั้งมาทวงของบางอย่างที่เป็นของฮองเฮาด้วย ทั้งที่ในใจพระองค์ไม่เคยคิดอยากมาเหยียบตำหนักแห่งนี้นักสีพระพักตร์จึงเฉยชา ต่างกับเจ้าของตำหนัก ที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนจริงใจประดับใบหน้าตลอดเวลา หน้าตาราวกับหญิงชราผู้ใจดี 

หลังจากทำความเคารพตามธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว องค์ไทเฮาก็ทรงเหลือบตามองสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นฮองเฮาคู่แคว้นซึ่งนั่งอยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้อย่างพิจารณาอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปาก 

"ครรภ์ของฮองเฮาเป็นเช่นไรบ้าง" 

ฮองเฮายังไม่ทันจะอ้าปาก   

"แข็งแรงดีพ่ะย่ะค่ะ" ฮ่องเต้กลับเป็นผู้รับสั่ง ด้วยพระพักตร์เฉยเมยไม่บ่งบอกอารมณ์ จนผู้เป็นไทเฮาชะงักไปเล็กน้อย 

"ได้ยินอย่างนี้แล้วข้าจะได้สบายใจ บรรพชนสกุลเสวี่ยจะได้มีทายาทสืบทอดบัลลังก์เสียที" 

เพราะความมากประสบการณ์ แม้จะถูกอีกฝ่ายทำให้ลมหายใจสะดุด แต่ยังสามารถเอ่ยวาจาด้วยใบหน้าไม่เปลี่ยน หากฟังผิวเผินเหมือนกับหญิงชราที่กำลังสุขใจที่จะมีหลาน แต่ถ้าฟังให้ดีแล้ว ความหมายคือต่อว่าฮ่องเต้ไร้น้ำยา ที่อายุป่านนี้ยังไม่มีทายาทสักคน 

ผู้อื่นฟังอาจจะไม่เข้าใจ แต่ไม่ใช่เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ 

"คงเป็นสนมชายาเหล่านั้นของกระหม่อม ไร้วาสนาจะตั้งครรภ์มังกรกระมังพ่ะย่ะค่ะ" 

เอ่ยถึงเหล่าสนมชายาของตน แต่แท้จริงแล้วก็ตีจุดตายของไทเฮาเช่นกัน เพราะนางก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่อาจให้กำเนิดบุตรมังกร 

วาจาของผู้มีศักดิ์เป็นลูกเลี้ยง ทำให้ไทเฮาถึงกับสะอึก ได้แต่นึกแค้นเคืองในใจ แต่ใบหน้าก็ยังประดับรอยยิ้มอ่อนโยน 

"อาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้ แต่ถึงอย่างไรฮ่องเต้ก็ควรมีทายาทให้เยอะหน่อย ไม่ควรละเลยเหล่าสนมชายา กฎเกณฑ์ของฝ่ายใน ควรให้สตรีเป็นผู้จัดการ" 

เมื่อเด็กเมื่อวานซืนผู้นี้กล้าใช้วาจาถากถาง ไทเฮาก็คิดใช้กฎมาบีบคน  

"ฝ่ายในถูกปล่อยปละละเลยมานานเมื่อก่อนให้กุ้ยเฟยดูแล ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เราหาใช่อยากยุ่งเกี่ยว แต่มันกลับมีผลกระทบไปถึงฝ่ายนอก เราไม่อาจปล่อยให้พวกนางก่อเรื่องต่อไป" 

"ตอนนี้ข้ากลับมาแล้ว ข้าจะเป็นผู้จัดการเอง ฝ่าบาทอย่าได้ทรงกังวลพระทัยไปเลย" 

"เราหาได้กังวลอันใด เพียงแต่ตอนนี้เรามีฮองเฮาแล้ว พระองค์สมควรส่งมอบตราหงส์คืนให้ฮองเฮาของเราได้แล้วกระมัง" 

นี่คือสิ่งที่ไทเฮาไม่อยากส่งมอบให้ผู้ใด นางยังหลงอยู่ในอำนาจ ตราหงส์เป็นตราประจำพระองค์ของฮองเฮาคู่แผ่นดิน แต่เพราะเมื่อก่อนยังไม่มีฮองเฮา ก็ยังเป็นนางที่ถือครอง ไม่นึกเลยว่าฮ่องเต้ผู้นี้ถึงกับกล้าเอ่ยปากทวงของซึ่ง ๆ หน้า 

"ข้าต้องคืนให้ฮองเฮาอยู่แล้ว แต่คิดว่าจะรอให้ฮองเฮาคลอดเสียก่อนจะดีกว่า คนท้องคนไส้ จะเหนื่อยเสียเปล่า ๆ"  

"เมื่อสักครู่เป็นพระองค์ที่ทรงตรัสเรื่องกฎเกณฑ์ของฝ่ายในมิใช่รึ" 

เมื่อถูกผู้เป็นฮ่องเต้ย้อนคำ ไทเฮาแทบกระอักเลือด รอยยิ้มแข็งค้าง เอ่ยวาจาอันใดไม่ออก เหตุใดลูกเลี้ยงของนางผู้นี้ อยู่ ๆ ถึงเกิดมีสมองขึ้นมาได้ ปกติก็เห็นโง่งมจะตาย 

"เอ่าล่ะ เรายังมีราชกิจ พระองค์ส่งมอบตราหงส์มาให้เราเถิด" 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้คร้านจะสนใจหญิงชรา ที่ทำหน้าราวกับกลืนของร้อนเข้าไป อยากจัดการให้จบ ๆ ไปจะได้พาคนตัวเล็กกลับตำหนัก  

เพราะคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้ามาทวงของ ทำให้ไม่ได้เตรียมรับมือ แต่ก็ไม่อาจส่งมอบกลับไป มิเช่นนั้น นางจะกลายเป็นเพียงหญิงชราไร้อำนาจ  

"เอ่อ.. อีกสามวัน ค่อยให้ฮองเฮามาเรียนรู้เรื่องกฎของฝ่ายในกับข้าที่ตำหนักดีหรือไม่ หากข้าเห็นว่าพร้อมแล้วค่อยส่งมอบให้นางเอง" 

"อย่าได้ทรงลำบากเลย ฮองเฮาตั้งครรภ์อยู่เกรงว่าจะไม่สะดวก แค่มอบตราหงส์คืนมาก็พอ"  

เมื่อถูกบีบคั้นในใจก็ยิ่งโกรธแค้น สายตาเหลือบไปเห็นผู้ที่นั่งเงียบมาตลอด ในหัวของหญิงชราก็คิดแผนการบางอย่างได้ 

"ฮองเฮาแล้วเจ้าเล่า คิดเห็นเช่นไร" 

อยู่ ๆ ฮองเฮาที่กำลังนั่งหิวท้องกิ่วก็ถูกถาม คนตั้งครรภ์ที่หงุดหงิดเพราะความหิวเป็นทุนเดิม ก็เริ่มจะอยากงอแงขึ้นมาบ้างแล้ว 

"หากไทเฮาทรงอยากเก็บตราหงส์นั่นไว้จนกว่าหม่อมฉันจะคลอดก็ได้เพคะ แต่พระองค์ต้องยอมจ่ายเป็นของมีค่าให้หม่อมฉัน เท่ากับราคาของตราหงส์" 

เอ่ยจบก็เหลียวไปถามคนข้างกาย 

"ฝ่าบาทเพคะ แล้วตราหงส์ที่ว่ามีค่าเท่าใดเพคะ" 

ดาบนี้ของฮองเฮา ช่างแทงทะลุหลังผู้คนจริง ๆ เสวี่ยหงเยว่แทบสำลักน้ำลายตัวเองตาย ส่วนไทเฮาลิ้นก็เกือบจุกปากตายเช่นกัน 

ตราหงส์เป็นตราประจำพระองค์ของฮองเฮาคู่แคว้น หากฮ่องเต้เกิดประชวร หรือตรามังกรมีปัญหา ฮองเฮาผู้ถือตรา สามารถกระทั่งสั่งเคลื่อนย้ายกองทัพ แต่ฮองเฮาตัวน้อย กลับคิดนำมาขายเสียอย่างนั้น  

แล้วที่ฮ่องเต้กับไทเฮาทรงถกเถียงแย่งชิงตราหงส์กันจะเป็นจะตายเพื่ออันใด ส่วนตัวผู้ลงดาบนั่งทำตากลมโตมองคนนั้นที คนนี้ที เพื่อรอคำตอบ 

เสวี่ยหงเยว่ย่อมตามใจคนรักอยู่แล้ว แม้แต่บัลลังก์ยังยกให้ได้ หากอีกคนอยากขายตราหงส์ ก็ย่อมได้เช่นกัน 

"เอาเช่นนั้นก็ได้ในเมื่อฮองเฮาต้องการ ไทเฮาทรงคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ" 

"เอ่อ... คือ" ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของไทเฮา ไม่อาจใช้รับมือฮองเฮาได้เลย หากมีเพียงตราหงส์ ไร้ซึ่งสมบัติ แล้วจะเอาไปทำอันใดได้ในเมื่อฮ่องเต้ยังอยู่ จำใจต้องหันไปสั่งกูกูคนสนิท  

"เจ้าไปหยิบกล่องเก็บตราหงส์มาให้ข้า" 

หลังจากนั้นไทเฮาก็มอบตราหงส์คืนให้ฮองเฮาด้วยความมึนงง ฮองเต้ก็รีบพาคนกลับอย่างรวดเร็วเพราะรู้ว่าอีกคนคงจะหิวแล้วเป็นแน่ 

ส่วนไทเฮา หลังจากคนทั้งคู่กลับไป ลมก็ตีขึ้นจนแทบเป็นลมหมดสติ  

"เร่งให้คนไปสืบประวัติฮองเฮามาให้ละเอียด ข้าต้องรู้ก่อนพิธีกราบไหว้บรรพชน" 

"เพคะไทเฮา"  

 

เมื่อกลับถึงตำหนัก เสวี่ยหงเยว่รีบสั่งคนนำอาหารขึ้นโต๊ะโดยด่วน กระทั่งฮองเฮาตัวน้อยทานจนอิ่มแล้ว ค่อยพากันกลับมาตรวจฎีกาต่อ 

"ยี่เอ๋อ เจ้ารู้ความสำคัญตราหงส์หรือไม่"   

"ฝ่าบาท ที่นี่มีพระองค์อยู่ ตราหงส์ก็ไร้ค่านะเพคะ หม่อมฉันคิดว่า ไทเฮาเองก็ทรงทราบเรื่องนี้ดี แต่ปล่อยวางไม่ได้เสียมากกว่า"  

ซื่อยี่เอ่ยวาจาพร้อมพลิกตราประทับที่มีสัญลักษร์หงษ์ไปมา ในหัวเล็ก ๆ ก็แล่นฉิว แต่หม่อมฉันจะทำให้มีค่ามากมายเลยเชียวล่ะ ฮี่ ๆ 

เห็นคนตัวเล็ก อยู่ ๆ ก็ยกยิ้มชั่วร้าย ฮ่องเต้รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลก ๆ "ยี่เอ๋อเจ้าคิดจะใช้ตรานั่นทำอันใดรึ" 

เสียงของอีกฝ่ายทำให้ฮองเฮาตัวน้อยตื่นจากความคิดอันดีงาม เหลียวมองผู้ที่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มน่ารัก "เปลี่ยนกฎฝ่ายในเพคะ" 

สวามีผู้หลงภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อชี้นก แล้วบอกว่าไม้ก็ยังเป็นไม้ได้เลย กับเรื่องแค่นี้จะนับเป็นอันใดได้ "อ้อ ก็ดีเหมือนกัน" 

แต่ไม่ใช่กับลิ่วกงกงที่ยืนฟังอยู่ เหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนจะเห็นเค้าลางความวุ่นวายมาแต่ไกล 

 

หลังจากฮองเฮาร่างกฎใหม่เสร็จแล้ว ก็นำไปให้ฮ่องเต้ทรงช่วยตรวจพิจารณา พร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ 

"ฝ่าบาท~ เสร็จแล้วเพคะ"  

หลังจากฮ่องเต้ทรงตรวจดูแล้ว "อืม.. เอาตามนี้ก็ได้ เจ้าแค่ประทับตราหงส์ลงไป เดี๋ยวเราให้ขันทีไปประกาศ" 

"เพคะ~" 

 

ลิ่วกงกงเป็นผู้ถือร่างกฎใหม่ไปประกาศ โดยให้เหล่าสนมชายามารวมกันที่ฮองโถงตำหนักของฮองเฮา ที่เจ้าตัวไม่เคยมาอยู่เลยนับตั้งแต่ได้ตำแหน่ง เมื่อเห็นพระชายาทั้งสาม และเหล่าสนมลงนั่งแล้ว  

"กระหม่อมถือบัญชาของฮ่องเต้ และ ฮองเฮา มาประกาศร่างกฎใหม่ของฝ่ายในพ่ะย่ะค่ะ"  

กุ้ยเฟย ถือว่ามีตำแหน่งสูงที่สุดในเหล่าสนมชายาเหล่านี้ ลำดับขั้นต่ำกว่าฮองเฮาเพียงขั้นเดียว ก็อดเอ่ยถามไม่ได้ 

"เปลี่ยนกฎอันใด ที่มีอยู่นี่ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ พึ่งจะเป็นฮองเฮาแท้ ๆ ซ้ำยังไม่รู้จะอยู่ได้นานสักเท่าใด ถึงกับกล้าเปลี่ยนกฎของวังหลัง" 

"ใช่เพคะ กุ้ยเฟยกล่าวถูกต้องยิ่งนัก" เจี่ยยวี่รีบขานรับ และก็มีอีกหลายคน  

ส่วนจวงเฟย และ ชายาขั้นเฟยอีกสองคนต่างไม่เอ่ยสิ่งใด เพราะมีผู้อื่นเป็นทัพหน้าไปตายแทนแล้ว ได้แต่นิ่งเฉยวางตัวเป็นผู้ไม่อยู่ในเหตุการณ์ 

แม้ลิ่วกงกงจะรู้สึกไม่พอใจ แต่ไม่อาจทำอันใดได้ ได้แต่กล่าววาจาตามสมควร 

"เรื่องนี้เกรงว่ากุ้ยเฟยคงต้องรอถามฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ ฮองเฮาถือตราหงส์ทรงประทับตราลงนามถูกต้อง ซ้ำเป็นเรื่องของฝ่ายใน แม้แต่ฝ่าบาทเองยังทรงไม่อาจก้าวก่าย" 

คำพูดนี้ทำให้เสียงจอแจของเหล่าสนมชายาต่างเงียบลงได้ แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี เมื่อเห็นทุกคนเงียบแล้ว ลิ่วกงกงที่อยากทำหน้าที่ให้ จบ ๆ ก็กลางร่างกฎออกมา แต่พอกำลังจะอ่านกลับอึ้งไป ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ลอบมองหน้าเหล่าสนมชายาอีกครั้งเพื่อตั้งสติ 

ความคิดเห็น