ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 จิ้งจอกหิมะผู้บาดเจ็บ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 จิ้งจอกหิมะผู้บาดเจ็บ

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2563 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 จิ้งจอกหิมะผู้บาดเจ็บ
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 2 จิ้งจอกหิมะผู้บาดเจ็บ 

 

รัชทายาทมารนอนบนตักให้เจ้าจิ้งจอกน้อยป้อนอาหารมาหลายวัน อาหารหลักคงไม่พ้นแอปเปิลเพราะเขาไม่คิดจะกินหญ้าแห้งที่ร่างบางเอามาด้วยอย่างแน่นอน หากไม่นับเรื่องอาหาร พิภพสัตว์เทพก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ไม่เสียแรงที่เขาเลือกที่นี่เพื่อซ่อนตัว

"เจ้ากระต่ายน้อย ไยเจ้าถึงเลือกกินเช่นนี้ เป็นกระต่ายแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมกินหญ้า อีกหน่อยใต้ขนฟูๆ ของเจ้าคงจะมีแต่กระดูกเป็นแน่" ปากก็บ่นไปแต่มือกลับป้อนแอปเปิลให้เจ้ากระต่ายที่อยู่บนตักไม่หยุด

'ช่างกล้าดูถูกร่างกายข้า ดูตัวเองเสียก่อนเถอะ กระดูกเจ้าบางยิ่งกว่าสตรีเสียอีก' หลี่จิ้งคิดในใจ เขาอยากจะรู้นักว่าหากเจ้าจิ้งจอกน้อยเห็นร่างจริงของเขายังจะกล้าพูดเช่นนี้อยู่หรือไม่

"ไหนมาให้ข้าดูแผลของเจ้าสิ" หลังจากกินอิ่มเสี่ยวเฟิงก็ทายาให้กับเจ้ากระต่ายป่าต่อ เขาค่อยๆ แก้ผ้าพันแผลของหลี่จิ้งออกอย่างเบามือ

"แผลเจ้าหายเร็วมากเลยเจ้าตัวเล็ก อีกไม่กี่วันก็น่าจะหายดีแล้ว" หลังจากเปลี่ยนผ้าพันแผลเสร็จ เสี่ยวเฟิงก็ยกเจ้าร่างเจ้าขนปุยมาไว้ในอุ้งมือ เขายกมันขึ้นมาถึงระดับที่สายตาสบกันพอดี ก่อนจะยกยิ้มกว้างอย่างพอใจ นัยน์ตากลมสะท้อนความเอ็นดูต่อสัตว์ตัวน้อยๆ ในมือยิ่งนัก

หลี่จิ้งไม่รู้จะหลบสายตาของเจ้าจิ้งจอกน้อยไปที่ใดจึงต้องจ้องตอบตากลมของเสี่ยวเฟิงอยู่เช่นนั้น พอลองมองดูดีๆ แล้วเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ก็ไม่ได้หน้าตาไม่เลวออกจะน่ารักเกินไปเสียด้วยซ้ำ ผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะ ซ้ำยังเนียนละเอียดเกินสตรีแก้มก็อมชมพูเช่นนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรอยู่บนร่างกายของบุรุษเลยสักนิด แต่ก็สมกับเป็นเผ่าจิ้งจอกหิมะที่ขึ้นชื่อเรื่องเสน่ห์ล่อลวงให้ผู้คนหลงใหล

'นี่ข้ากำลังคิดอันใดอยู่' หลี่จิ้งในร่างกระต่ายป่าสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ความคิดบางอย่างออกไป

"ว่าแต่เจ้าไปได้แผลนี้มาอย่างไรกันเจ้าตัวเล็ก" ตอนที่เสี่ยวเฟิงเห็นแผลของกระต่ายตัวนี้ครั้งแรกเขาตกใจไม่น้อย แผลลึกถึงเพียงนี้หากโชคร้ายรักษาไม่ทันเจ้าขนปุยในอุ้งมือของเขาไม่มีทางรอดแน่นอน

"......" หลี่จิ้งกระพริบตาปริบๆ เขาเกือบเผลอตอบคำถามของเสี่ยวเฟิงออกไปอย่างลืมตัว คงเป็นเพราะตากลมๆ นั่นที่ทำให้เขาลืมว่าตัวเองยังอยู่ในร่างกระต่ายป่า แต่คำถามของเจ้าจิ้งจอกน้อยก็ทำให้หลี่จิ้งนึกถึงเรื่องราวบางอย่าง

 

 

สาเหตุที่รัชทายาทอย่างเขาต้องมาอยู่ในร่างของกระต่ายดำขนปุยก็เพราะว่า เขามีหน้าที่บางอย่างต้องทำแต่ถูกลอบสังหารจากคนของภพมาร จำนวนของพวกศัตรูมีมากกว่าอีกทั้งยังวางแผนมาอย่างดีจึงทำให้เขาเสียเปรียบพวกมัน โชคดีที่การต่อสู้นั้นรุนแรงจนเกราะป้องกันของพิภพสัตว์เทพแตก เขาจนหลบหนีมาได้

แต่เพราะบาดเจ็บอีกทั้งหากอยู่ในร่างปกติคงถูกพบได้โดยง่ายเพราะไอมารเข้มข้นจากสายเลือดของราชามาร เขาจึงต้องอยู่ในร่างเจ้ากระต่ายตัวน้อยขนปุยไปก่อน แต่ก็ถือว่าเขาตัดสินใจถูกที่ทำเช่นนี้เพราะการได้พบกับชายาของราชามังกรทำให้เขาเข้าวังมังกรมาได้อย่างง่ายดาย

"เฮ้อ...สองสามวันมานี้อารมณ์ของพระชายาไม่ค่อยคงที่นัก เจ้าว่าข้าควรจะทำเช่นไรดีเจ้าตัวเล็ก" เสี่ยวเฟิงยังคงถามเจ้ากระต่ายน้อยราวกับมันจะพูดตอบโต้กับตนได้

"........." หลี่จิ้งได้แต่จ้องร่างบางตาแป๋วเท่านั้น พร้อมกับเตือนตนเองว่าอย่าได้เผลอตอบคำถามของเจ้าจิ้งจอกน้อยเป็นอันขาด

"คิดออกแล้ว! "

เสี่ยวเฟิงวางหลี่จิ้งลงอย่างเบามือก่อนจะวิ่งออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าตัวตักนิ่มนี่กำลังคิดทำสิ่งใดอยู่กันแน่ รัชทายาทภพมารมองตามแผ่นหลังของจิ้งจอกหิมะโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังรู้สึกเสียดายสิ่งใด

 

 

"เจ้ากระต่ายน้อยเป็นเช่นไรบ้างเสี่ยวเฟิง" ครู่หนึ่งหนลี่จิ้งก็ได้พบกับพระชายาของราชามังกรที่ถูกเจ้าจิ้งจอกน้อยลากตัวมาด้วย เขาพิจารณาใบหน้างดงามของไป่เหออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถูกเสี่ยวเฟิงพาร่างขนปุยของเขาสู่อ้อมแขนของไป่เหอ พระชายาที่ราชามังกรหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด

"แผลแห้งสนิทแล้วขอรับ อีกไม่กี่วันก็หายดี เจ้าตัวเล็กนี่แข็งแรงมากเลยนะขอรับปกติต้องใช้เวลาหลายวันแต่นี่สามวันก็เกือบหายแล้ว" เสี่ยวเฟิงตอบ

"ข้าไปเอาขนมกับชา มาให้นะขอรับ"เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเข้ากันได้ดีกับพระชายา เสี่ยวเฟิงก็ขอตัวไปเอาขนมกับชามาให้ไป่เหอ

หลังจากที่เจ้าจิ้งจอกน้อยแยกตัวออกไปแล้วก็เป็นโอกาสที่หลี่จิ้งได้อยู่กับพระชายาของราชามังกรเพียงลำพัง ช่างเหมือนบุปผางามที่ถูกราชาชินหลงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่พบกันครั้งแรกหลี่จิ้งก็รู้แล้วว่า คนผู้นี้เป็นคนดีจากใจจริงมิมีแสร้งทำ หลี่จิ้งยอมรับว่าเขาพอใจในตัวของมนุษย์ผู้นี้ตั้งแต่แรกพบเพราะไป่เหอเป็นคนแรกที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

'น่าเสียดายที่ไร้วาสนาต่อกัน' หลี่จิ้งยังมีหน้าที่หนึ่งที่เขาต้องทำให้สำเร็จและไป่เหอก็คือหมากตัวสำคัญ

"กระต่ายน้อยเจ้ายังไม่มีชื่อนี่ จะเรียกเจ้าว่าอะไรดีละ ตัวสีดำงั้นเรียกมู่เฮยดีไหม ไม่ดีๆ มู่มู่ดีกว่าน่ารักกว่าเยอะ"

"หึหึ เจ้านี่ไม่มีพรสวรรค์ในการตั้งชื่อเอาเสียเลย" หลี่จิ้งกระโดดจากอ้อมแขนของชายามังกร เขากลับคืนสู่ร่างเดิมอีกครั้งหลังจากที่ต้องทนอยู่ในร่างของกระต่ายน้อยมานาน

"เจ้าเป็นใคร"

รัชทายาทมารมองท่าทีหวาดกลัวของมนุษย์ตรงหน้าอย่างนึกขัน ไม่น่าแปลกใจที่เหตุใดราชามังกรถึงได้หวงแหนพระชายาของตนเองนัก มนุษย์ผู้นี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้ที่ได้พบเจอหลงใหลได้อย่างน่าประหลาด

"ข้าก็คือกระต่ายน้อยของเจ้าอย่างไรเล่า เมื่อครู่เจ้ายังอุ้มข้าอยู่เลย มนุษย์ไยความจำสั้นนัก" หลี่จิ้งตอบด้วยรอยยิ้ม แต่ดูเหมือนชายาของราชามังกรจะระแวงคนแปลกหน้ามากจึงได้ถอยหลังออกห่างไม่หยุด จนเกือบตกลงไปในสระบัว ยังดีที่เขาคว้าร่างบางเอาไว้ได้ทัน

"เจ้านี่ช่างซุกซนเสียจริง" ร่างในอ้อมแขนยังนิ่งไม่ขยับเพราะกำลังตกใจอยู่ แต่ยังไม่ทันได้พูดคุยกัน คมกระบี่ก็ฟาดฟันลงมาพร้อมกับร่างบางที่ถูกดึงเข้าสู้อ้อมกอดของผู้เป็นเจ้าของ หลี่จิ้งยกยิ้มไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ เมื่อพบว่าคนที่ฟันกระบี่ลงมาเป็นผู้ใด

"ตำหนักพระชายาของข้า คงใช้รับรององค์รัชทายาทของภพมารได้ไม่สมเกียรตินัก" ราชามังกรชินหลงเอ่ยวาจาเรียบนิ่งแต่ภายใต้ความสงบนั้นมีพายุกำลังก่อตัวอยู่

"ข้าหาได้ใส่ใจเรื่องนั้นเท่าใดหนัก ราชาชินหลงไม่ต้องเกรงใจ" หลี่จิ้งยังตอบราชามังกรอย่างสบายอารมณ์

เขาต้องการประมือกับราชาชินหลงเพื่อหยั่งเชิงฝีมือของจ้าวครองพิภพสัตว์เทพอยู่แล้ว วันหน้าพวกเขาต้องมีโอกาสได้สู้กันจริงจังอย่างแน่นอน

"พิภพสัตว์เทพงดงามสมคำร่ำลือจริงๆ แต่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า ราชามังกรชินหลงมีบุปผางดงามไม่แพ้ทิวทัศน์ของภพนี้เลย ช่างน่าเสียดายที่ภพมารมีแค่เพียงเปลวเพลิงไม่น่ามองเท่าที่นี่" หลี่จิ้งเริ่มเอ่ยวาจายั่วยุราชามังกร

"บุปผานี้มีเจ้าของแล้ว" ราชามังกรตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง

"หึหึ ข้าช้าไปก้าวหนึ่งอย่างนั้นหรือ แต่หากบุปผามีใจผู้ใดจะห้ามได้" หลี่จิ้งชิงลงมือก่อนเขาต้องการทดสอบความสามารถของชินหลงว่าแข็งแกร่งเพียงใด

กรงเล็บดำคมปะทะกับกระบี่เงินของราชาชินหลงเสียงดังก้องไปทั้งบริเวณพวกเขาทั้งคู่อัดกำลังลมปราณจนศาลากลางสระบัวไม่อาจรองรับแรงดันมหาศาลจึงพังทลายลง เท่านี้ก็เป็นคำตอบได้แล้วว่าราชามังกรนั้นยากจะรับมือได้โดยง่าย หากพลาดหลี่จิ้งคงอาจเอาชีวิตรอดกลับภพมารได้

การทดสอบคงต้องหยุดลงเมื่อการต่อสู้ขยับเข้าใกล้ตัวชายาของราชามังกรเข้าไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าเป็นร่างของไป่เหออยู่ตรงกลางระหว่างกรงเล็บและกระบี่ที่กำลังฟาดฟันกันลงมาพอดี ยังดีที่พวกเขาหยุดมือได้ทัน ไม่เช่นนั้นมนุษย์ผู้นี้คงต้องไปอยู่ปรโลกแทนภพมาร

"หึ เจ้านี่ช่างเข้ามาถูกเวลาเสียจริง" หลี่จิ้งยกยิ้มมุมปากให้กับไป่เหอที่เคราะห์ร้ายมาอยู่ใกล้ๆ การต่อสู้ของพวกเขา

หลี่จิ้งรู้สภาพของตัวเองดี อาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดีนักหากยังเล่นสนุกต่อไป ตนเองอาจจะตายขึ้นมาจริงๆ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อยเขาได้รู้ทั้งพลังและของล้ำค่าที่ราชามังกรมี

"เกรงว่าวันนี้คงจะไม่เหมาะต่อการประมือเท่าใดนัก ไว้วันหน้าหากพบกันกรงเล็บของข้าคงได้ลิ้มลองเลือดมังกร รสชาติคงดีไม่น้อย" พูดจบหลี่จิ้งก็พุ่งตัวออกไปจากตำหนักของราชามังกรทันที แต่ถึงอย่างนั้นราชาชินหลงก็ยังกัดไม่ปล่อย กระบี่เงินพุ่งตามเขามาอย่างรวดเร็ว หากหลี่จิ้งหลบไม่ทันคงไม่พ้นกลายเป็นศพอยู่ในพิภพสัตว์เทพแห่งนี้แน่

"หึ กัดไม่ปล่อยจริงๆ " รัชทายาทมารยิ้มเหี้ยม เมื่อได้แผลจากกระบี่ของราชามังกร

หลังจากที่หลี่จิ้งหลบหนีออกมาจากตำหนักมังกรได้พักหนึ่ง เขาก็พบกับวิหคหนุ่มผู้หนึ่งยืนต้อนรับราวกับรอเขาอยู่นานมากแล้ว

"ท่านคือรัชทายาทหลี่จิ้งใช่หรือไม่"

 

50%

"เจ้าเป็นใคร" หลี่จิ้งไม่ตอบแต่เขาถามชายแปลกหน้ากลับไปแทน

"ข้าให้ที่ซ่อนตัวแก่ท่านได้"

ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบเขาเช่นกัน แต่เขาบอกจุดประสงค์ของตนเองออกมาทันที คิ้วของรัชทายาทมารขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินเช่นนั้น เหตุใดชายผู้นี้จึงได้คิดจะช่วยเขา

"ทำไมเจ้าถึงช่วยข้า"

"ข้ามีสิ่งแลกเปลี่ยน รัชทายาทหลี่จิ้งคงไม่คิดว่าข้าจะช่วยท่านโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนหรอกใช่หรือไม่" ที่วิหคหนุ่มต้องการเสนอตัวเข้าช่วยเขาที่เป็นศัตรูเช่นนี้ก็เพื่อประโยชน์บางอย่าง คิ้วของหลี่จิ้งยังไม่ได้คลายออก เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าพิภพสัตว์เทพก็มีเรื่องขัดแย้งภายในเช่นกัน

 

"เจ้าต้องการสิ่งใด"

"อาวุธของภพมาร"

"เจ้าต้องการอาวุธของภพมารไปเพื่ออะไร" หลี่จิ้งถามวิหคหนุ่ม

"ข้าไม่จำเป็นต้องบอกท่าน"

"หึ ดูเหมือนพิภพสัตว์เทพเองก็มีเรื่องยุ่งยากอยู่ไม่น้อย แต่ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือหรอก เจ้าคิดว่าข้าจะหนีออกจากพิภพสัตว์เทพไม่ได้อย่างนั้นหรือ ไม่ดูถูกรัชทายาทแห่งภพมารเกินไปหรืออย่างไร" หลี้จิ้งยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเจอหมากอีกตัวหนึ่งแล้ว

 

"ข้าต้องการของแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกัน" คราวนี้เป็นหลี่จิ้งที่ยื่นขอเสนอให้แก่วิหคหนุ่ม

"ท่านต้องการอะไร"

"พาพระชายาของราชามังกรมาให้ข้าแลกกับกริชมาร"

เมื่อได้ฟังข้อเสนอดวงตาของวิหคหนุ่มก็วาววับขึ้น หลี่จิ้งคาดเดาว่าชายาของราชามังกรคงเป็นเสี้ยนหนามคนสำคัญของชายผู้นี้ ถึงได้เก็บอาการเอาไว้ไม่มิดเมื่อรู้ว่าเขาต้องการตัวของไป่เหอ

"ตกลง"

 

ชายเผ่าวิหคตอบตกลงอย่างง่ายดาย และวันที่ต้องลงมือก็มาถึง หลี่จิ้งรู้แล้วว่าชายผู้นี้เป็นใครนึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนใกล้ชิดราชามังกรที่คิดกำจัดชายาของเขาแต่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อหลี่จิ้ง

ไป่เหอถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนวางยาพิษราชามังกรจนต้องถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน หลี่จิ้งกำลังจะเข้าไปพาตัวของไป่เหอออกมา แต่ก่อนที่จะได้ลงมือ ก็มีทหารกลุ่มหนึ่งลงไปในคุกใต้ดินก่อนหน้าเขา

"ลอบสังหารอย่างนั้นหรือ" หลี่จิ้งรีบตามไปก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทหารพวกถูกสั่งให้มาฆ่าไป่เหอแน่!

แต่เมื่อลงไปถึงเขาก็ได้กลิ่นเลือดลอยมาพร้อมกับไป่เหอที่นั่งกอดเจ้าจิ้งจอกน้อยไว้แน่ ขนสีขาวบริสุทธิ์เปื้อนเลือดแดงฉาน ทำให้หลี่จิ้งรู้สึกร้อนใจขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ พอรู้สึกตัวเขาก็สังหารทหารพวกนั้นจนร่างขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว

 

หลี่จิ้งเดินเข้าไปใกล้ร่างสั่นเทาของชายามังกรจึงได้เห็นว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยนอนนิ่งไม่ไหวติงอีกต่อไป ส่วนไป่เหอเมื่อรู้ว่าเป็นแผนที่หลี่จิ้งวางเอาไว้ ก็ไม่ยอมไปกับเขาแต่โดยดีสุดท้ายรัชทายาทภพมารก็เลือกใช้มนต์สะกดให้ร่างบางหลับใหล แต่แม้จะหลับไปแล้วไป่เหอก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากร่างของเจ้าจิ้งจอกน้อยเสี่ยวเฟิง รัชทายาทภพมารมองเจ้าจิ้งจอกครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพามันกลับภพมารด้วย

"ถือว่าเจ้าเคยใส่ยาให้ข้า จะช่วยเจ้าสักครั้งแล้วกันเจ้าหมาน้อย" หลี่จิ้งช้อนร่างไป่เหอขึ้นมาแนบอกก่อนจะทิ้ง เทียบเชิญงานอภิเษกไว้ในคุกใต้ดินที่นองไปด้วยเลือด

"ของจริงจะเริ่มต่อจากนี้ต่างหากเล่า" หลี่จิ้งยกยิ้มก่อนจะพาร่างในอ้อมแขนเดินจากไป

หน้าที่ที่รัชทายาทภพมารอย่างหลี่จิ้งได้รับมอบหมายจากราชาหลี่เฉินบิดาของเขาก็คือก่อสงครามกับสัตว์เทพ และผู้ที่จะชนวนของสงครามครั้งนี้คือไป่เหอพระชายาของราชามังกร

 

ภพมาร

"อะ! จะเจ็บ "

เสี่ยวเฟิงตื่นขึ้นมาในร่างจิ้งจอกหิมะ เขายังคืนร่างเป็นมนุษย์ไม่ได้เพราะสัตว์เทพจะคืนร่างเดิมเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือใกล้จะตาย พลังปราณจะแตกซ่านจนไม่สามารคงรูปลักษณ์ของมนุษย์เอาไว้ได้ เสี่ยวเฟิงคิดว่าตัวเองจะตายเสียแล้วแต่ความเจ็บปวดเมื่อครู่นั้นทำให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน

"นี่ข้าอยู่ที่ใดกัน"เจ้าจิ้งจอกน้อยกะพริบตาถี่ๆ และพยายามมองรอบตัวชัดๆ

เสี่ยวเฟิงจำได้ว่าตัวเองแอบเข้าไปช่วยพระชายาที่คุกใต้ดิน แล้วตอนที่กำลังหนี เขากับพระชายาก็เจอกับทหารที่มาลอบสังหารเข้าพอดี ทำให้เขาต้องสู้กับพวกมันจนถูกแทงที่ท้อง จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

เจ้าจิ้งจอกน้อยนอนครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หากเขาอยู่ที่นี่แล้วนายของเขาเล่าอยู่ที่ใดกันเล่า

"พระชายาล่ะ! "

"เขาปลอดภัยดี แล้วก็แข็งแรงกว่าเจ้ามาก" เสียงทุ้มดังมาจากทางประตู พร้อมกับไอมารรอบตัวของชายแปลกหน้า ร่างจิ้งจอกของเสี่ยวเฟิงจะมีสัมผัสไวขึ้นหลายเท่าทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขาทำงานทันที ลางสังหรณ์บอกกับเขาว่า ชายผู้นี้เป็นตัวอันตราย!

"เจ้าเป็นใคร"

"ตื่นแล้วก็กินอะไรเสียหน่อย จิ้งจอกอย่างเจ้าชอบกิน เนื้อกระต่ายสดๆ หรือว่า....แอปเปิล มากกว่ากันล่ะ"

หลี่จิ้งยิ้มขำกับท่าทีของเจ้าจิ้งจอกน้อย ขนสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกเช็ดคราบเลือดออกไปจนขาวสะอาดนั้นกำลังฟูขึ้น ไม่ว่าหลี่จิ้งจะมองอย่างไรก็เหมือนลูกแมวมากกว่าหมา

 

"เจ้าเป็นใคร ข้าอยู่ที่ใดกันแล้วพระชายาของข้าและเป็นเช่นไรบ้าง" คำถามมากมายออกมาจากปากของเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่หยุด

"จะให้ข้าตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ"

"เจ้าเป็นใคร" เสี่ยวเฟิงถามย้ำอีกครั้ง ตากลมจ้องมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างหวาดระแวง เขายังไม่ลดการป้องกันตัวลง ไอมารจากชายแปลกหน้าทำให้เสี่ยวเฟิงต้องระวังตัวให้มากถึงแม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ดังใจก็ตาม

"หึหึ เจ้ายังจำกระต่ายป่าตัวนั้นได้หรือไม่" หลี่จิ้งเดินเข้ามาใกล้เจ้าจิ้งจอกน้อยที่นอนขนฟูอยู่บนเตียง เขาตอบคำถามของเสี่ยวเฟิงด้วยสีหน้าขบขัน

 

"นี่เจ้าคือ....." เสี่ยวเฟิงเผลอยื่นหน้าเข้าไปมองหลี่จิ้งใกล้ๆ โดยไม่รู้ตัว

"หลายวันที่เจ้าป้อมอาหารให้ ข้าอยากจะบอกกับเจ้านักว่าข้าไม่ชอบกินแอปเปิล"

เสี่ยวเฟิงคิดตามสิ่งที่ชายหนุ่มพูด กระต่ายที่เขาป้อนแอปเปิลให้เมื่อคราวก่อน ภายหลังเขาเพิ่งมารู้ว่าแท้จริงแล้วคือรัชทายาทภพมารที่แอบเข้ามาในตำหนักของฝ่าบาท ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า.....

"เจ้า! " เสี่ยวเฟิงตาเบิกกว้าง คนผู้นี้ก็คือ รัชทายาทภพมาร!

ความคิดเห็น