email-icon facebook-icon Line-icon

เพียงคืนเดียวเขาก็เปลี่ยนจากเพื่อนพี่ชายกลายเป็นสามี

บทที่ 1 คืนข้ามปี (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 1 คืนข้ามปี (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2563 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 คืนข้ามปี (50%)
แบบอักษร

บทที่ 1 คืนข้ามปี 

หลังจากทำงาน Delta motor Thailand มาร่วมหกเดือน ตอนนี้พิมพ์รักสามารถปรับตัวเข้ากับที่นี่ และฉายา ‘เด็กในสังกัด’ ของรณกรได้แล้ว หล่อนไม่ยินดียินร้าย แก้ต่าง หรือพาลโกรธอย่างที่ใครๆ หลายคนอาจเป็น เพราะความรู้สึกในทุกๆ ด้านมันจืดจางค่อนไปทางไร้ความรู้สึกมานานแล้ว นับตั้งแต่วันนั้น… 

ทุกวันนี้หล่อนย้ายออกจากบ้านของพี่ชาย เช่าห้องพักสตรีอยู่ไม่ไกลจากโรงงานมากนัก ตื่นเช้า เข้างาน ทำงาน กลับบ้าน เป็นกิจวัตรปกติอย่างที่ตั้งใจ พยายามไม่ข้องเกี่ยวหรือทำความคุ้นเคยกับใครมากเกินหน้าที่หรือความจำเป็น ด้วยอดีตที่เคยผ่านมามันสอนอะไรได้หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือการยืนอยู่ตรงช่องว่างดีกว่าก้าวข้ามไปยังอีกฝั่งแน่นอน ทว่า… คืนนี้หล่อนไม่อาจยืนอยู่ในช่องว่าง หรือทิ้งระยะห่างอย่างที่ตั้งใจได้ 

เพราะมันคือ… งานเลี้ยงของบริษัท นายญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าของ Delta motor จัดงานเลี้ยงฉลองผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวให้กับทุกๆ โรงงานในทุกประเทศที่เป็นฐานการผลิต ทุกคนในบริษัทได้รับโบนัสก้อนโตเป็นของขวัญวันปีใหม่ และนั่นส่งผลให้ไม่มีใครหนีการมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้สักคน แม้กระทั่งเธอ 

“น้องพิมพ์” พิมพ์รักหันมองคนต้นเสียง เห็นพี่ๆ น้องๆ ในแผนกโบกมือให้พร้อมกวักมือเรียกจึงเร่งฝีเท้าข้ามถนนไปยังทางเข้าโรงแรมห้าดาวประจำจังหวัด ทว่าจังหวะที่เกือบจะก้าวลง มือเย็นเชียบของใครบางคนก็รั้งเอาไว้ 

“ระวังรถหน่อย” 

หล่อนได้ยินเสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูจึงเหลือบหางตามอง พบว่าเป็น ‘เพื่อนพี่ชาย’ จึงไม่ได้สะบัดข้อมือออก หากยอมเดินตามแรงจูงจากเขาไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อมาถึงหน้าโรงแรม หล่อนจึงค่อยๆ แกะมือออกอย่างนุ่มนวล ก่อนเดินเข้าไปหาคนในแผนกของตัวเองทันที 

ไม่สนใจ เอ่ยขอบคุณ หรือมองหน้าเจ้าของมือที่อุตส่าห์ใจดีจูงข้ามถนนอีกเลย… 

“คืนนี้นายจัดใหญ่ จัดเต็ม จัดหนัก สมกับผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวเลยเนอะ” เสียงของใครสักคนในวงสนทนาดึงความง่วงงุนที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาทันทีที่นั่งเก้าอี้ของพิมพ์รักได้ดี หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ กะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความง่วงงัน ก่อนขอตัวลุกขึ้นเพื่อเดินไปหาเครื่องดื่มเบาๆ สักแก้วเรียกสติ 

ทว่า… หญิงสาวไม่อาจรู้เลยว่าเครื่องดื่มสักแก้วนั้น ไม่มีจริง! 

“คอกเทลของที่นี่รสชาติดีมากเลย” เสียงอ้อแอ้จากใครสักคนที่ร่วมโต๊ะ ส่งผลให้พิมพ์รักสะบัดศีรษะตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติที่ดูเหมือนจะค่อยๆ ลางเลือนหลังจากดื่มคอกเทลสีสดใสไปสามสี่แก้ว เครื่องดื่มที่สมาชิกบนโต๊ะทุกคนเรียกมันว่าคอกเทลน้ำผลไม้ รสหวานกลมกล่อมกับกลิ่นผลไม้หอมๆ ช่วยให้เจริญอาหาร ประกับบรรยากาศเคล้าเสียงเพลงเพราะ อาหารถูกปาก การพูดคุยในงานเลี้ยงครั้งแรกของพิมพ์รักจึงไม่น่าอึดอัดแต่ค่อนไปข้างสนุกสนานมากกว่า 

“คืนนี้น้องพิมพ์ยอมมาร่วมโต๊ะกับเรา เราต้องชนแก้ว” 

คนที่หนึ่งขอคนชน คนสอง สาม สี่ และอีกหลายสิบคน ทั้งในแผนก นอกแผนก หรือแม้กระทั่งคนที่แทบไม่เคยเฉียดใกล้ก็ยังเข้ามาทักทาย ยิ้มแย้ม ชวนพูดคุย สุดท้ายจบลงที่การชนแก้วเสมอ ผู้ชายส่วนใหญ่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีทั้งน้ำสีอำพัน สีดำ สีม่วง สีใส ซึ่งพิมพ์รักไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ทว่าสำหรับสาวๆ จากโต๊ะฝ่ายผลิตกลับเลือกดื่มคอกเทลน้ำผลไม้สีสันสดใส และกลิ่นหอมละมุนกันมากกว่า ด้วยเข้าใจว่ามันรสชาติอ่อนกว่าเครื่องดื่มเหล่านั้น ทว่า… ใครเลยจะรู้แท้จริงแล้วคอกเทลน้ำผลไม้ที่สาวๆ ไร้เดียงสามองว่ามันอ่อนนั้นกลับผสมแอลกอฮอล์ลงไปในปริมาณเกือบเท่าตัวของแก้วเหล้าจากฝั่งชายหนุ่ม แต่เพราะกลิ่นหอมๆ จากดอกไม้ หรือผลไม้ในส่วนผสมจึงกลบกลิ่นร้อนแรงของแอลกอฮอล์ไปจนหมด ไหนจะรสชาติที่ถูกปากสาวๆ จนวางแก้วไม่ลงอีก ยิ่งหอมมาก รสชาติดีมาก สีสวยมากยิ่งแรงมากเท่านั้น! 

แม้จะเริ่มเดาได้เลาๆ ทว่าสถานการณ์ตอนนี้ของพิมพ์รักกลับไม่สามารถควบคุมได้ หญิงสาวรับรู้ว่าตนเองเริ่มไม่มีสติ จึงล้วงหาเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าถือด้วยตาปรือปรอย และอาการปวดหัวตุบๆ เพื่อโทรหาพี่ชายพักใหญ่ กระทั่งผู้ร่วมโต๊ะถูกสามีหรือไม่ก็แฟนพาหายไปทีละคนสองคน เหลือเพียงสามคนบนโต๊ะ หญิงสาวจึงหาเจอ 

กดเลื่อนไปมาอยู่หลายครั้ง ใส่รหัสผิดแล้วผิดอีกจนเครื่องล็อค และสุดท้ายมือไม้ก็อ่อนแรงจนโทรศัพท์มือถือร่วงลงไปนอนกลิ้งบนพื้น 

พิมพ์รักตั้งใจเอียงตัวลงไปเก็บ ทว่าอาการ ‘เมา’ ของเธอกลับไม่สามารถควบคุมได้อย่างที่ใจคิด ร่างบางเกือบจะหัวคะมำลงไป หากไม่ได้มือเย็นเชียบของใครบางคนรั้งเอาไว้ 

“ระวังหน่อย” 

เพียงได้ยินเสียงก็รับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของมือคือใคร หญิงสาวจึงไม่ผละหนี แต่ยอมทิ้งน้ำหนักให้เขาประคองนั่ง 

“เดี๋ยวพี่เก็บให้” ร่างสูงค้อมกายลงเก็บเครื่องมือสื่อสารให้ตามคำบอก ทว่าเขาไม่ได้ส่งมันคืนให้เธอ แต่เลือกหย่อนลงในกระเป๋ากางเกงของตนแทน 

“ขะ ขอมะ มือถือคืนหนะ หน่อยค่ะ” แม้น้ำเสียงจะกะท่อนกะแท่นแต่ก็จับใจความได้ หากคนที่ได้ยินกลับเลือกจะเมินเฉย แล้วหันมาพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นยืน 

“กลับเถอะ” เขาไม่ได้ถามความเห็นจากคนที่ตนเองพยุงแน่นอน เพราะหลังจาก ‘ชวน’ กลับ อีกฝ่ายก็ไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใดใดจากใครทั้งนั้น แทบไม่หันไปล่ำลาคนในงานที่เหลืออีกหลายชีวิตด้วยซ้ำ เร่งฝีเท้าเพื่อพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกจนแทบขยับขาก้าวออกไปข้างหน้าไม่ไหวไปยังลิฟต์เพื่อกลับตามความตั้งใจทันที 

ระหว่างรอลิฟต์มาถึง เสียงวิ่งตึงตังของใครสักคนในงานก็ดังเข้ามาใกล้เสียก่อน หากรณกรไม่ยอมให้เธอได้ยินบทสนทนา เขากระซิบเสียงเบาจนมองแทบไม่เห็นการขยับปากด้วยซ้ำ ก่อนคนที่ตามมาจะวิ่งกลับไป ประกายตาที่อ่อนโยนติดขี้เล่นเป็นนิจมีร่องรอยของความไม่พอใจอยู่ในนั้น แม้จะเมาจนแทบพยุงตัวไม่ได้ไหว แต่การจับความรู้สึกของคนอื่น พิมพ์รักคิดว่าตนเองแม่นทีเดียว รณกรใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนลิฟต์ที่ยืนรอจะมา เขาตัดสินใจช้อนอุ้มร่างของพิมพ์แก้วขึ้นแนบอกแล้วสาวเท้าเข้าไปในลิฟต์พร้อมกดปิดประตูทันที 

พิมพ์รักชำเรืองตาไปยังประตูลิฟต์ ทันเห็นว่ามีใครสักคนกำลังวิ่งตรงมา ทว่าไม่ทัน 

หญิงสาวจึงดึงสายตากลับมา ยกศีรษะขึ้น เปล่งเสียงแหบแห้งถาม “มะ ไม่รอเขาเหรอ” 

รณกรไม่ตอบ แต่ก้มลงมองหน้าเธอนิ่งๆ ดวงตาคมกล้าคู่เดิมมีกระแสความกรุ่นโกรธระคนบางอย่างวาบผ่านไปมาจนคนถูกมองต้องขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจความรู้สึกของเขาแน่นอน แต่พอจะคาดเดาได้ว่าเขานิสัยใจคอเป็นเช่นไรจึงไม่ไว้วางใจเท่าไหร่นัก ต่อให้เป็นเพื่อนพี่ชาย แต่เรียกว่าผู้ชายก็ไม่ไว้วางใจใครทั้งนั้น หากเรี่ยวแรงที่ถดถอยจากอาการเมาก็ส่งผลให้หล่อนทำได้เพียงผงกศีรษะขึ้น จ้องมองใบหน้าของเขา ปลายคาง ริมฝีปากสีเข้ม จมูกโด่ง และดวงตาคมกล้าติดขี้เล่นเป็นนิจคู่นั้น ทว่าไม่ว่ามองอย่างไร คนที่ใครต่อใครขนานนามว่า ‘นักรบยอดนักรัก’ ก็ไม่มีวี่แววของความเข้าชู้เลย  

มองเผินๆ รณกรเหมือนผู้ใหญ่ใจดี ดวงตาของเขามีประกายความอบอุ่นอ่อนโยนส่องแสง แต่ก็นั่นแหละ… เหตุผลที่ผู้หญิงมากมายยอมถวายตัวถวายใจให้เขา เพราะแววตาเช่นนั้น แววตาล่อหลอกอย่างมีชั้นเชิง 

ที่ผ่านมากิติศัพท์ของเขาค่อนข้างเลื่องลือ ทั้งฉายา ‘นักรบยอดนักรัก’ หรือไม่แม้กระทั่ง ‘นักรัก’ ชื่อเรียกเล่นๆ ที่เพื่อนของต่างตั้งให้เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเขา 

รณกรไม่ใช่ผู้ชายอบอุ่นอย่างที่แสดงออก เขามีรอยยิ้มใจดีประดับดวงหน้า หากแท้จริงแล้ว ผู้ชายเช่นเขาก็ไม่ต่างจากเสือซุ่ม เขายังคงสถานะ ‘โสด’ ในขณะที่อายุ 42 ปีเต็มไปเมื่อสามเดือนก่อน ในขณะที่เพื่อนสนิทของเขาแต่งงานมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว รวมทั้งพี่ชายของเธอด้วย แต่รณกรยังคงทำตัวโสดสนิท หล่อนเคยได้ยินพี่ชายพูดคุยกับเพื่อนคนอื่นที่สนิทกับเขาด้วยเรื่องของเขา และหัวข้อมักจะเกี่ยวข้องกับ ‘เด็ก’ ในสังกัดของเขาเสมอ หากเขาก็ไม่เคยพาผู้หญิงมาแนะนำตัวอย่างเปิดเผยเลยสักคน ผู้ชายที่คบใครสักคนแต่ไม่ยอมเปิดตัว ย่อมไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติของเธอ 

พิมพ์รักไม่เชิงว่าไม่ชอบ หากหล่อนหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาเมื่อต้องสนิทสนมกับคนที่มีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา แรกๆ ที่เข้าทำงาน คนทั้งโรงงานเวียนกันมาถามความสัมพันธ์ของเธอกับรณกรแทบทุกวัน และส่วนมากจะเป็นผู้หญิง พอเธอตอบออกไปว่าเป็นน้องสาวของเพื่อน นอกจากสายตาที่มองมาจะไม่เปลี่ยนไปสักนิดแล้ว ยังเหมือนจะกร้าวกระด้างขึ้นด้วยซ้ำ หลังจากนั้นพิมพ์รักจึงเลือกจะเงียบ ใช้ชีวิตของตนไปอย่างคนปกติ พยายามหลีกเลี่ยงคนที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายอย่างละมุนละม่อนไม่ให้มองออกว่าหลบหน้า หากก็ไม่ให้รู้สึกว่าหล่อนยินดีพบ 

ความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนพี่ชายจบลงแค่ตรงนั้น ในความคิดของพิมพ์รักทุกอย่างคือเรื่องไร้สาระที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ทว่า... กับคนต้นเหตุของทุกอย่างกลับไม่ได้คาดคิดเช่นนั้น 

เขามีอะไรในใจมากกว่าที่ผู้หญิงอ่อนเดียงสาอย่างเธอจะคาดเดา… 

เปลือกตาคู่งามที่พยายามลืมขึ้นเริ่มอ่อนล้าจนปิดสนิทในตอนที่ร่างบางถูกวางลงบนเบาะข้างคนขับ รณกรใจดีกว่าที่คิด เขาคาดเข็มขัดนิรภัยให้น้องสาวเพื่อน ตรวจสอบจนแน่ชัดว่าเธอโอเค เก็บข้าวของให้ จัดแจงท่านอน เสื้อผ้าให้เรียบร้อยจึงวนกลับไปขึ้นนั่งประจำที่นั่งคนขับ ก่อนใช้โทรศัพท์มือถือของตนต่อสายหาเพื่อน เพื่อแจ้งข่าว… 

รอสายไม่นาน ปลายสายก็กดรับ 

“ว่าไงไอ้รบ” 

รณกรกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนเหลือบมองร่างบางข้างกายที่กำลังเอนตัวลงนอน หลับตาสนิทไปพร้อมเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เชื่อว่าพิมพ์รักหลับไปแล้ว แต่ความจริง… เธอกำลังฟังเขาสนทนากับพี่ชายอยู่ 

“ส่งพิมพ์แล้ว” 

เขาบอกสั้นๆ ก่อนกดวางสาย ไม่ได้รอฟังเพื่อนซักไซ้อะไรอีก ด้วยไม่อยากโกหกมากกว่านี้ ชายหนุ่มเก็บเครื่องมือสื่อสาร มองร่างบอบบางข้างกายอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มบนมุมปาก  

“เมาขนาดนี้ยังมีสติได้ขนาดนี้ นับว่าเก่ง…” 

เก่งมาก แต่ไม่มากเท่าเขา! 

ชายหนุ่มเคลื่อนรถออกจากลานจอดของโรงแรมชื่อดังประจำจังหวัด มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ได้ข่าวสำคัญเมื่อหัวค่ำแล้ว คืนนี้…  เขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรขัดขวางสิ่งที่กำลังทำเด็ดขาด แม้มันจะเป็นวิธีที่เห็นแก่ตัวมาก ทว่าต่อให้ถูกตราหน้าเช่นนั้นแล้วอย่างไร ถ้าสุดท้ายสิ่งที่ปรารถนาก็เป็นของเรา…  อย่างสมบูรณ์ 

รณกรใช้เวลาในการขับรถช้ากว่าปกติ เขาไม่เร่งรีบ เพราะอย่างรู้ว่าคนเมาที่กำลังแกล้งหลับจะอดทนได้สักแค่ไหน และในที่สุด เปลือกตาคู่งามก็ค่อยๆ ปรือขึ้น มุมปากข้างซ้ายของชายหนุ่มยกสูง ดวงตาคมกล้าคู่เดิมพราวระยับยามชำเหลืองมองร่างบางข้างกายอย่างสื่อความหมาย 

“ตื่นแล้วเหรอ” 

พิมพ์รักไม่ได้ตอบ แต่สะบัดใบหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนพยุงกายขึ้นนั่งตัวตรง ทว่าทำไม่ได้ดีนัก หญิงสาวยกมือขึ้นนวดขมับตนเองแรงๆ เพราะอาการปวดตุบๆ เล่นงานจนหัวแทบระเบิด สติที่กว่าจะตามคืนกลับมาไม่เต็มร้อย ขาดๆ หายๆ จนดวงตาพร่าเบลอมองอะไรแทบไม่เห็น พอหรี่ตามองก็ต้องยีตาสู้แสงไฟจากรถที่สวนมาสาดกระทบ กระทั่งล้มเลิกความตั้งใจ และเอ่ยถามคนขับรถแทน 

“ถึงไหนแล้วคะ” 

รณกรไม่ตอบ เพียงยิ้มมุมปากกว้างขึ้น แล้วหันกลับไปขับรถต่อโดยไม่สนใจคำถามอื่นๆ ที่ตามมาอีก 

สิบนาทีต่อมารถเก๋งสีขาวก็เคลื่อนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านเดี่ยวในหมู่บ้านจัดสรรที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่มีระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดี สังเกตได้จากเวรยามของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอด เมื่อมองจากภายนอกจะพบว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ทีเดียว สวยงานและค่อนข้างหรูหราหากเทียบกับบ้านของพี่ชายเธอ ประตูรั้วไม้ค่อนๆ เคลื่อนเปิด เมื่อร่างสูงเดินลงจากรถได้ไม่นาน เขาเปิดประตูบ้านเสร็จจึงวกกลับขึ้นรถมาเพื่อเคลื่อนรถของตนเข้าบ้าน พิมพ์รักเริ่มขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าที่นี่ที่ไหน แต่ที่ค่อนข้างแน่ใจว่ามันไม่ใช่หอพักของเธอร้อยเปอร์เซ็นต์ 

“ที่นี่ที่ไหนคะ” หล่อนเค้นเสียงถาม เบิกตามองคนขับอย่างตั้งคำถาม หากคนที่ได้ยินคำถามกลับหันหน้ามายกมุมปากข้างซ้ายขึ้นสูงพร้อมตอบ 

“บ้านพี่” 

 

นิยายยังเป็นต้นฉบับดิบๆ ไม่มีการขัดเกลา ไม่มีการตรวจคำผิด 

แต่งเสร็จลงทันที ขออภัยในความผิดพลาดไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว