email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

5- คนหน้ามึนไร้บ้าน

ชื่อตอน : 5- คนหน้ามึนไร้บ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2563 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5- คนหน้ามึนไร้บ้าน
แบบอักษร

ในร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ ในจังหวัดริมทะเล เสียงสดใสของหญิงสาวดังขึ้น "สวัสดีค่าาาา มีใครอยู่ไหมคะ ?"  

"มีไรจ้ะน้องเว ?" เสียงเจ้าของร้านที่เป็นผู้ชาย ฟังแล้วดัดจริตเสียจนหวานดังสอดรับขึ้น เจ้าของเสียงยืนยิ้มเท้าสะเอวรอ ไม่นาน ผมหยิกๆ มัดจุกของผณินวารีก็มุดมู่ลี่เจ็ดสีเจ็ดศอก เอ๊ย เจ็ดสีเจ็ดลูกปัดของร้านเข้ามา หญิงสาวยิ้มสดใส ยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะ เจ๊พลิ้ว หนูพา เพื่อนใหม่ มาซื้อเสื้อ"  

แววตาของหญิงสาววิบวับผิดปกติ จนเจ้าของร้านรู้ว่าเพราะอะไร ผณินวารีเป็นสาวสวยเฉี่ยว เห็นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ แต่ความประพฤติเปรี้ยวจี๊ดจนมะนาวยังเรียกพี่ ผณินวารีเป็นลูกค้าประจำ ที่แปลกกว่าสาวอื่นใดในละแวกนี้ เพราะน้องเว คนงาม ชอบพาผู้ชายที่คิดจะควงนานเกินสองวันมาซื้อเสื้อผ้า โดยเธอจะเรียกชายหนุ่มเหล่านี้ว่า เพื่อนใหม่ เป็นคำแนะนำแสดงถึงความสัมพันธ์หลวมๆ ฟรีสไตล์สบายใจแบบน้องเว

เจ๊พลิ้ว เจ้าของร้านที่เป็นชายใจหญิงร่างท้วมแต่งตัวเก๋ไก๋ ใส่โสร่งลายดอกหน้าวัว กับเสื้อยืดสีเขียวสะท้อนแสง ถอนหายใจ มองสาวสวยฟิตตรงหน้าอย่างเสียดาย เธอเคยหว่านล้อมให้น้องเว ไปประกวดนางงามหรือนางแบบแล้วแต่เจ้าตัวไม่ยอม บอกว่าไม่ชอบให้คนรู้จักเยอะๆ พอนานเข้า เจ๊พลิ้วถามว่า สาวสวยเช่นเธออายุแค่ยี่สิบมีพื้นเพมาจากไหน ทำไมอยู่ดีๆ ก็มาปรากฏตัวในอำเภอนี้หางานทำขับเรือรับจ้าง หญิงสาวก็ปิดปากเงียบ

ตั้งแต่นั้นมา เจ๊พลิ้วเลยไม่ถาม เพราะหญิงสาวเป็นลูกค้าสำคัญ ไปเซ้าซี้มากเดี๋ยวขายของไม่ได้พอดี และความจริงแล้ว น้องเว ใส่อะไรก็สวยจี๊ดจนมีคนซื้อตามทั้งนักท่องเที่ยวฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น แขก ร้านของเจ๊พลิ้วก็มีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะแม่สาวผิวสีแทนแสนเผ็ดคนนี้ทีรสนิยมดีเลือกของเก่ง ทั้งเลือกเสื้อผ้าและผู้ชาย.. แต่ละคนล้วนน่ากิน หล่อเท่จนน่าสนใจว่าไปหามาจากไหน แค่ได้เห็นก็เพลินแล้ว ดังนั้น เจ๊พลิ้วจึงไม่ถามถ้าน้องเวไม่อยากบอกเรื่องส่วนตัว แค่มีผู้ชายหล่อๆ มาให้มอง ได้ขายเสื้อผ้าเป็นประจำ เจ๊พลิ้วก็พร้อมหุบปาก

แต่ถึงไม่เปิดปากไม่ได้แปลว่าสายตาสอดส่ายไม่ได้ หนนี้ เจ๊พลิ้วจึงตั้งตารอ กับคำว่า เพื่อนใหม่ของสาวผมจุก หนนี้ ผู้ของน้องเวจะน่ารักแค่ไหนนะ?

กริ๊ก กรุ๊ก กริ๊ก สายมู่ลี่เปิดออก ใบหน้าขาวหล่อใสสว่างเหมือนเทวดาก็ปรากฏขึ้น คนโผล่มาเป็นชายหนุ่มหน้าหล่อจนสวย เขาอมยิ้มทักทายแม้ว่ามีผ้าพันแผลและพลาสเตอร์ยาติดเต็มตัว..

เจ๊พลิ้วอ้าปากค้าง หัวใจเต้นรัวๆ เอามือทาบอก ! " ว๊าย ! เพื่อนใหม่หรือผัวใหม่ค่ะ น้องเว ! ถ้าไม่ใช่ผัว พี่ขอนะคะ" สายตาหื่นๆ ของเจ๊พลิ้วมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตะลึงทึ่งในความขาวใสออร่า และกล้ามแน่นๆ ที่โผล่ให้เห็นผ่านเสื้อขาดๆ อีก โอ้ว มาย เทพบุตรปานนี้ จ่ายตังค์ตรงไหน ขอจองได้ไหมคะ ? เจ๊คิดในใจดังๆ ไม่กล้าพูดออกมา

ผณินวารีหัวเราะแห้งๆ ปกติเธอไม่เคยรู้สึกอะไรที่ผู้ชายที่เธอพามาซื้อเสื้อจะถูกเจ๊พลิ้วมองด้วยสายตาแทะโลม ออกจะขำๆ ด้วยซ้ำ แต่พอเหลือบไปเห็นคีตา ยืนหน้ามึนงง น่ารัก น่าฟัด กลางร้านที่อัดแน่นด้วยเสื้อผ้า หมวก และอุปกรณ์แต่งกายฉูดฉาด เธอก็เริ่มหวั่นใจกลัวเขาโดนล่อลวง

ทำไมทำหน้าเหมือนลูกแกะหลงทางไปในดงเห็ดพิษอย่างนี้ละคุณขา...

ดวงตากลมมองอย่างห่วงใยปนหงุดหงิดนิดหน่อยกับความเด๋อด๋าตาหวานของคีตา เธอจึงรีบตรงไปล็อกแขนเขาพาเดินเข้ามาในร้าน "พี่พลิ้วคะ นี่คีตา เพื่อนใหม่ของเวรี่ค่ะ เขาอยากได้เสื้อผ้าใส่สักสี่ห้าชุดค่ะ ขอเสื้อเชิ้ตด้วยนะคะ"

เจ๊พลิ้วยิ้มเพ้อให้กับชายตรงหน้าสักพักก็รู้สึกถึงดวงตากลมๆ ของผณินวารีที่จ้องมาจึงยิ้มแหยๆ "เดี๋ยวพี่หาให้นะคะ ไซส์แบบนี้ เดี๋ยวพี่วัดให้..." มือของเจ๊พลิ้วหยิบสายวัดขึ้นมา ดวงตาวาววับกลัดมัน... เตรียมประชิดตัวหนุ่มฮ๊อตหน้าตาน่ารักขาวตี๋มีออร่า

"ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ" ผณินวารีเอ่ยสวนขึ้นมา เธอคว้าสายวัดมาจากมือเจ๊พลิ้วอย่างรวดเร็ว และตรงไปหาเขา สมาธิแน่วแน่มุ่งมั่นราวพญางูเห่าแผ่แม่เบี้ย ..

คีตเทพกรรณกลืนน้ำลาย แววตาของหญิงสาวยั่วยวน เขาเห็นประกายตาแสดงถึงความเสน่หาต้องการเสพสุขทางกายของเธอ และเขาก็ชอบ ชอบใจจริงๆ เพราะคนธรรพ์หนุ่มยอมรับได้อย่างหน้าด้านๆ ว่า อยากจัดหนักให้เธอสักสองสามท่า ถ้าเธอยอมให้เขาเข้าไปในบ้านของเธอ ชีวิตของเธอ.. ดวงตาที่ปกติหวานใสของคีตเทพกรรณเริ่มมีแววหยอกล้ออ่อยเหยื่อ..

กึก ... ผณินวารีหยุดตรงหน้าเขา ใบหน้าของเธอช่างพอดีซบลงบนแผงอกกว้างๆ ของเขา หญิงสาวกลั้นหายใจไม่ให้อยากกระโดดจูบเขา ส่วนคีตเทพกรรณก็กลั้นหายใจไม่อยากรวบสาวริมฝีปากน่าจูบให้เข้ามาใกล้และบดริมฝีปากคู่นั้นให้หายอยาก..

ฟู่.. ทั้งสองคนหายใจไม่ทั่วท้อง ในความเงียบและช่องว่างระหว่างทั้งคู่ชักจะมีกระแสที่มองไม่เห็นก่อตัวขึ้น

พรึ่บ ! สาวตาโตคลี่สายวัดคลี่ออก เดินมาใกล้ หน้าตาท้าทาย แววตาเย้ายวน นิ้วเรียวกรีดวางสายวัดอย่างบรรจงคล้องคอขาวๆ วางไปบนไหล่ผู้ชายผิวขาวใสตาหวานตรงหน้า ริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มขบเม้มด้วยอารมณ์ตื่นเต้นเขินอายของเธอซึ่งสักห้าปีสิบปีจึงจะมีให้เห็นสักที

หญิงสาวกรีดกรายอ้อยอิ่งกับการวัดรอบคอของเขา เธอจ้องตาชายหนุ่มและในจังหวะวัดตัวเลข เธอก็แกล้งยั่วเขา "อย่าขยับสิคะ เดี๋ยวใครเห็นเขาจะนึกว่า วัดรอบคอหรือใส่ปลอกคอ" เธอแซวเล่น เพราะผู้ชายผมนุ่ม รอยยิ้มนุ่มนวลตรงหน้า ดูเชื่องน่ารักจนเหมือนลูกหมาลูกแมวตาแป๋วน่าจับใส่ปลอกคอจูงกลับบ้านเหลือเกิน

คีตเทพกรรณดวงตาเป็นประกาย "จะพาผมไปไหนทำอะไรผมก็ไม่ว่าเลยครับ" เขายิ้มสวย อ่อยหนักขึ้น จ้องตากลมโตที่เบิกกว้างเหมือนจะเขิน "ผมพร้อมเป็นผู้ตามเสมอ"

ผณินวารียิ้มขบขัน มุกอ่อยให้ท่าของผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาตรงหน้าไม่ได้พิเศษดีเด่นมาจากไหน แต่มันช่างเข้ากันดีกับตัวเขา เธอกางสายวัดวางทาบจากไหล่ข้างหนึ่งไปอีกข้าง รู้สึกราววัดสินค้าที่อยากได้ .. เธอขานบอกเลขที่วัดให้เจ๊พลิ้วจด รู้สึกราวได้ค่อยๆ จองพื้นที่ในตัวเขาเป็นของเธอ..

ดวงตากลมโตมองคอขาวๆ ของเขา ฮึ่ม คอยดูนะ จะฝากรอยสักสองรอยให้ครางเลย สายตาหญิงสาวอ้อยอิ่ง อ่อยเหยื่อ ซึ่งคีตเทพกรรณเห็นริมฝีปากอิ่มอวบขนาดน่ากินของเธอแล้ว เขาก็กลืนน้ำลาย พอเดาได้ว่า สาวผมจุกตากลมโต หน้าอกหน้าใจล้นมือตรงหน้าต้องคิดลามกกับเขา ซึ่งมันทำให้เขากระชุ่มกระชวย จนต้องเสยผมโชว์โปรยเสน่ห์กลับไปบ้าง

กลิ่นไอความปรารถนากันและกันของหนุ่มสาวจึงค่อยๆ แรงขึ้น สายตาที่จ้องกันเริ่มบ่อยขึ้น เหมือนคู่แข่งประเมินกำลังกันอย่างเงียบๆ ก่อนลงสนาม.. หญิงสาวทอดสายตาไปที่ไหล่กว้างของเขา อืม อ้อมกอดเขาต้องรู้สึกดีแน่ๆ

"แหม ไหล่กว้างเท่จังค่ะ" เสียงเจ๊พลิ้วดังขึ้นตรงกับความคิดของผณินวารี ทำให้หญิงสาวสะดุ้ง ตวัดสายตาคมๆ มองก่อนรู้ตัวกลบเกลื่อนทำยิ้มแย้มปกติให้เจ๊พลิ้ว..

คีตเทพกรรณรู้ว่าเธอชอบใจที่ได้แอบแตะนิดแตะหน่อยสัมผัสวัดตัวเขา แต่เมื่อกี้ ...

ชายหนุ่มอมยิ้ม เธอหวงหรือ ? ถึงไม่ให้เจ๊พลิ้วที่จ้องเขาตาเป็นมัน ทำหน้าที่นี้ ? ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของเขามองท่าทางคล่องแคล่วของเธอ วัดแขน วัดข้อมือ..

เหลือวัดเอว...

แล้วหญิงสาวก็คล้องสายวัดรอบเอวเขา..

หมับ ! ชายหนุ่มแกล้งกอดเธอไว้ในจังหวะที่เธอกำลังทำท่าเหมือนจะโอบเอวเขา เขาแกล้งทำตาโตใส่สาวผมจุกที่ดวงตาเบิกกว้างตกใจ ! "อุ๊ย ขอโทษครับ เห็นว่า เซ เลยพยุงไว้"

หญิงสาวยิ้มขวยเขิน แต่แอบดีใจกรี๊ดกร๊าดในใจ ตอนที่เขากดตัวเธอให้แนบนั้น เธอได้กอดเอวเขาแล้วโดยบังเอิญ เอวแน่น ซิกส์แพ็คก็ของจริง อืม.. อยากจับเปลื้องผ้าจริง จริ๊ง พ่อคุณเอ๋ย เธอก้มหน้าซ่อนความคิดในใจ กลัวเขาหวั่นเกรงสิ่งที่เธออยากทำกับเขา..

"วัดตัวเสร็จแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่หยิบเสื้อให้ลองค่ะ"

แล้วเสื้อเชิ้ตแขนสั้นมีลวดลายในไม้แขวนก็ถูกส่งมาสามสี่ตัว แต่ผณินวารีฉวยทุกตัวมาถือไว้เองเพื่อทาบกับตัวเขา แล้วก็เลือกเอง ดวงตากลมโตเป็นประกาย เมื่อเห็นกางเกงขาสั้น ขายาว ถูกส่งตามมา..

หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอ่อยเหยื่อทำหน้ามึนใส่ "อยากลองไหมคะ ?" เธอถือเสื้อผ้าชายในไม้แขวนขึ้นโชว์เขา แต่แววตาของเธอหมายถึงเรื่องอื่น...

คีตเทพกรรณยิ้ม เข้าใจความหมายของดวงตาแป๋วๆ แกล้งทำเป็นใสซื่อคู่นั้นดี เขาตอบเสียงหวาน "ผมไม่มีบ้าน ไม่มีอะไรติดตัวเลย ได้ลองอะไรผมก็พร้อมทั้งนั้นครับ..."

เขาขยับเดินมาใกล้ "ยิ่งมีคนใจดีเหมือนนางฟ้าให้มา ผมยิ่งน้อมรับหมดหัวใจครับ" แล้วก็ฉีกยิ้มยั่วๆ ไปอีกที

ผณินวารีกระพริบตาถี่ๆ รอยยิ้มวาบทำลายล้างสูงของชายหนุ่มหน้ามึนไร้บ้านตรงหน้าทำให้เธอหัวใจสั่น

มือสั่นๆ ของเธอเลยจูงเขาเข้าไปห้องลองโดยอัตโนมัติ !

"ไปค่ะ ไปลองเลยค่ะ"

ชายหนุ่มซ่อนรอยยิ้มแทบไม่อยู่ เพราะมือนุ่มๆ ที่จับเขา เสียงใสๆ ของเธอ ชักจะสั่นไหว..

และเหมือนที่เธอวางแผนจะจับเขากิน เขาก็เริ่มวางแผนจะจับเธอกินเหมือนกัน !

ความคิดเห็น