facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตัวหนักขึ้นนะ

ชื่อตอน : ตัวหนักขึ้นนะ

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2563 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัวหนักขึ้นนะ
แบบอักษร

ฮ่องเต้ต้องการปิดปังเรื่องอาการประชวรที่ทรงเป็น ๆ หาย ๆ เอาไว้ ทำให้หมอหลวง ต้องปล่อยข่าวออกไป ว่าพระองค์ทรงมีอาการแพ้ครรภ์ แทนว่าที่ฮองเฮา ส่วนผู้ที่กำลังจะรับตำแหน่งนายหญิงแห่งแคว้นเสวี่ย ตอนนี้ก็กำลังเรียนรู้เรื่องขั้นตอนพิธีการกับม่าม่า  

"หลังจากพิธีช่วงนี้ ก็เสร็จสิ้นแล้วเพคะ พระองค์ทรงจำได้หรือไม่เพคะ" ม่าม่าเอ่ยถามพร้อมมองว่าที่ฮองเฮาอย่างเอ็นดู 

อีกฝ่ายกำลังจะอ้าปากตอบ แต่กลับมีนางกำนัลเข้ามารายงานเสียก่อน 

"พระชายาซูเฟยเพคะ พระชายาจวงเฟยมาขอเข้าพบเพคะ" 

ซื่อยี่หันไปสบตากับม่าม่า คิ้วสองข้างยกขึ้นคล้ายเป็นคำถาม  

"หนึ่งในสี่พระชายาขั้นเฟยปีนี้อายุยี่สิบสองแล้ว ตำแหน่งเท่ากับพระองค์ในตอนนี้เพคะ พระชายาผู้นี้ ถึงแม้จะเป็นหลานสาวขององค์ไทเฮา แต่กลับมีนิสัยเรียบร้อย ไม่ถือเนื้อถิอตัว ทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องชื่นชมไปตาม ๆ กัน แต่ที่นี่คือวังหลัง นอกจากฝ่าบาทแล้ว พระองค์ไม่ควรเชื่อใจผู้ใดเพคะ" 

ม่าม่าผู้นี้เป็นคนของฮ่องเต้ที่ทรงส่งมาดูแลว่าที่ฮองเฮาเช่นกัน จึงบอกกล่าวอย่างละเอียด  

วังหลังในเวลานี้ไม่มีผู้เป็นใหญ่ ไทเฮาทรงไปถือศิลอยู่ที่อารามหลวง ทั้งยังไม่มีฮองเฮา จึงไม่มีพิธีเข้าเฝ้าช่วงเช้าทำให้เหล่าสนมชายาพบปะกันน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย  

หากไม่ใช่ว่าต้องมาเรียนรู้งานพิธีการ คงยากที่ผู้ใดจะได้พบพระชายาซูเฟย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา หนึ่งในสี่พระชายาผู้นี้อยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้ 

ซูเฟยคิดทบทวนชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปาก 

"ไปเชิญเข้ามาเถิด" 

พ้นหลังนางกำนัลไม่นาน ก็มีสตรีเครื่องหน้าหมดจดงดงาม รูปร่างบอบบางอรชรอ่อนแอ่น ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามา กิริยาดูนุ่มนวลอ่อนหวาน หากจะบอกว่านางอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดก็คงมีคนเชื่อ 

ผู้ที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามา ลอบมองว่าที่ฮองเฮาอย่างละเอียด สตรีวังหลังทุกคนต่างหลงรักปักใจในตัวฮ่องเต้แคว้นเสวี่ยนางเองก็เช่นกัน ใครจะไปชอบสตรีที่แย่งคนที่ตนรักไป แท้จริงแล้วนางหาได้อยากมาไม่ แต่เพราะเป็นรับสั่งขององค์ไทเฮาจึงทำด้วยความจำใจ 

ไทเฮาพระองค์นี้ ไม่ใช่พระมารดาผู้ให้กำเนิดของเสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ เวลานี้พระนางไปถือศิลกินเจอยู่ที่อารามหลวง ไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องของวังหลังมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จึงเกิดการเคลื่อนไหวขึ้นมา 

"น้องสาวซูเฟย" 

"พี่สาวจวงเฟยเชิญเพคะ" 

ซูเฟยยิ้มรับอย่างน่ารัก หลังจากพระชายาทั้งสองลงนั่ง นางกำนัลก็รินน้ำชาให้อย่างรู้หน้าที่ ก่อนที่ทั้งคู่จะยกดื่มคนละอึก ทุกกิริยาท่วงท่าสง่างามไม่แพ้กันเลย  

หลังจากวางถ้วยชาลง จวงเฟยก็เป็นฝ่ายเอ่ยปาก  

"พี่สาวผู้นี้คิดอยากมาเยี่ยมเยียนเจ้า เสียตั้งนานแล้ว เพียงแต่.... " แม้จะเอ่ยไม่จบ แต่ผู้ฟังก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างดี  

แต่วาจาเช่นนี้หากฟังให้ดี มันคล้ายเป็นการต่อว่าต่อขานเสียมากกว่า จนซื่อยี่แอบกลอกตามองบนในใจไม่ได้ ไหนว่าเป็นหญิงสาวเรียบร้อยอ่อนหวานอย่างไรเล่า เปิดปากมาก็ต่อว่าข้าเสียแล้ว แต่ใบหน้าก็ยังประดับรอยยิ้มน่ารักอยู่เช่นเดิม ซ้ำยังเพิ่มความเอียงอายเข้าไปอีก  

"เรื่องนั้น พี่สาวต้องโทษฝ่าบาทแล้วเพคะ ทรงไม่ยอมให้หม่อมฉันไปไหนไกลพระองค์เลย" เอ่ยจบก็ก้มหน้าหลบตาอย่างเขินอาย สองมือเล็กบิดผ้าเช็ดหน้าไปมา 

จวงเฟย แทบสำลักน้ำชาที่กำลังยกดื่ม เพราะไม่คิดว่าจะได้ฟังวาจาเช่นนี้ อีกฝ่ายสมควรเอ่ยปากขอโทษขอโพยในความผิดตนเอง ไม่ใช่ว่าโยนความผิดไปให้ฮ่องเต้เช่นนี้ แล้วนางยังจะเอ่ยอันใดได้อีก 

"อะแฮ่ม" จำต้องกระแอมกระไอแก้เก้อ ก่อนจะยกยิ้มอ่อนหวาน 

"ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่น้องสาวคงจะทราบกฎของฝ่ายในกระมัง เพราะอีกไม่กี่วันเจ้าก็จะขึ้นเป็นฮองเฮาแล้ว" 

ไว้ข้าเป็นฮองเฮาเมื่อใด สิ่งแรกที่ข้าจะทำคือเปลี่ยนกฎนี่แหละ หึหึ พอคิดถึงแผนการของตนซื่อยี่ยิ้มกว้างมองจวงเฟยในตาเป็นประกาย คล้ายกำลังเห็นของมีค่ามากมายลอยวนไปวนมาอย่างนั้น 

จนผู้ที่ถูกมองรู้สึกขนลุก แปลกๆ  รีบทบทวนคำพูดของตนเองว่าเอ่ยอันใดผิดไปหรือไม่ เพราะท่าทางของซูเฟยตอนนี้ ช่างคล้ายกับผู้ที่เจอขุมทรัพย์มากมายก็ไม่ปาน 

"เอ่อ.. คือ.. น้องสาว เจ้าเป็นอันใดไป เหตุใดจึงมองพี่สาวเช่นนั้น"  

สตรีทุกรูปแบบ จวงเฟยล้วนรับมือได้อย่างง่ายได้ โดยที่อีกคนอาจตายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่พอมาเจอกับว่าที่ฮองเฮาผู้นี้ นางถึงกับไปไม่เป็น  

"อ๊ะ.." ซื่อยี่ได้สติรีบเอ่ยปากอย่างเก้อเขิน "ไม่มีอะไร ๆ น้องสาวแค่ดีใจเกินไป ที่มีพี่สาวอย่างท่านคอยตักเตือนน่ะเพคะ"  

"อ้อ เป็นเช่นนั้นเอง อย่าได้คิดอันใดมาก ที่พี่สาวเตือน เพราะความเป็นห่วงเท่านั้นเอง" แม้จะเอ่ยเช่นนั้น แต่ในใจจวงเฟยก็ยังข้องใจอยู่ดี แต่ปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะยังไม่ลิมเรื่องที่ไทเฮาทรงรับสั่ง 

"ครรภ์ของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"  

ซื่อยี่แสร้งเขินอายยกฝ่ามือลูบท้องน้อยของตน "ยังเล็กนักเพคะ แต่หมอหลวงบอกว่าแข็งแรงดี ไม่มีปัญหา" 

ในใจของจวงซูเฟยตอนนี้มีแต่คำสาปแช่ง แต่ใบหน้ายังประดับรอยยิ้มงดงาม 

"เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี เข้าใจหรือไม่" 

"เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว" 

 

อีกด้านหนึ่ง เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ทรงเร่งฝีเท้าเกือบจะกลายเป็นวิ่งอยู่แล้ว จนขบวนนางกำนัลขันทีก้าวตามแทบไม่ทัน พระองค์หาใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าใครทำอันใดบ้างภายในวังหลังแห่งนี้ เพียงแต่ไม่อยากสนใจก็เท่านั้น  

เพราะหญิงสาวทุกคนล้วนร้ายกาจไม่ต่างกัน จะมีก็แต่ผู้ใดลงมือได้แนบเนียนกว่า และจวงเฟยคือหนึ่งในหญิงสาวที่ลงมือได้อย่างโหดเหี้ยม และไร้ร่องรอย จะไม่ทำให้พระองค์ทรงเป็นห่วงเจ้าจอมงกน้อยได้อย่างไร  

ลิ่วกงกงเกรงผู้เป็นนายจะลืม ว่าแท้จริงผู้ที่พระองค์กำลังทรงห่วงใยคือผู้ใด จึงเอ่ยปากเตือน 

"ฝ่าบาท อย่าทรงร้อนใจไปเลยพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างไรพระชายาซูเฟย ก็เป็นเอ่อ..." 

"เพราะเรารู้ดีอย่างไรเล่า ถึงได้เป็นห่วง เด็กน้อยของเรานอกจากเรื่องเกี่ยวกับสมบัติของมีค่าแล้ว เรื่องอื่นช่างใสซื่อไร้เดียงสายิ่งนัก คงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมจวงเฟยเป็นแน่"  

ได้ยินรับสั่งลิ่วกงกงก็ไม่คิดเอ่ยปากต่อ เร่งฝีเท้าตามผู้เป็นนายไป แต่ใจในก็อดคิดไม่ได้ ฝ่าบาทควรกังวลเรื่องสร้างท้องพระคลังส่วนพระองค์ให้ว่าที่ฮองเฮาจะดีกว่ากระมัง เฮ้อ เมื่อนักต้มตุ๋นกลายมาเป็นนายหญิงของแผ่นดินไม่รู้ว่าแคว้นเสวี่ยจะเป็นเช่นไรต่อไป 

พอมาถึงห้องโถงที่ซูเฟยอยู่ ฮ่องเต้ไม่รอให้ขันทีขานรายงานรีบสาวเท้าเข้าไปทันที ทำให้ผู้คนในห้องตกตะลึงต้องรีบยอบกายทำความเคารพแทบไม่ทัน  

"ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท"  

แต่พระองค์ทรงไม่ได้สนใจผู้ใด ก้าวเท้าเข้าไปหาซูเฟยตัวน้อย ใช้พระเนตรมองสำรวจไปทั่วตัว พอเห็นว่าปลอดภัยดีก็วางใจ 

ทำเอาซื่อยี่ต้องเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ 

"เรามารับเจ้ากลับ" ตรัสจบก็ไม่รอให้ผู้ใดได้สติ รั้งเอวบางไว้ในอ้อมแขน กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องโถงแต่กลับมีเสียงสตรีดังขึ้น 

"เอ่อ.. ฝ่าบาทเพคะ" จวงเฟยเอ่ยเรียกด้วยความลืมตัว เพราะนานแล้วที่นางไม่ได้พบพระพักตร์หล่อเหลา แต่พอเห็นสายตาเย็นชาที่มองมา ก็เอ่ยวาจาไม่ออก  

ฮ่องเต้เพียงมองด้วยหางตา ก่อนจะพาคนในอ้อมแขนก้าวเท้าออกไป ทำให้จวงเฟยผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน แทบอยากกรีดร้อง 

ที่นางยังทำเฉยเมยอยู่เพราะไม่เคยเชื่อว่าฮ่องเต้จะหลงรักซูเฟยจริงๆ นางคิดว่าทุกอย่างเป็นแผนการมากกว่า แต่พอมาเห็นเต็มสองตาเช่นนี้ หัวใจเกิดรับไม่ได้ขึ้นมาแล้ว 

ส่วนผู้ที่พึ่งถูกพาออกมา ตอนนี้กำลังมองคนข้างกายด้วยตากลมโต "ฝ่าบาททรงรู้สึกไม่สบายอีกแล้วหรือเพคะ" 

คำถามที่มาพร้อมกับความห่วงใยทำให้หัวใจของเสวี่ยหงเยว่คันยุบยิบไปหมด จนต้องเหลียวไปสบตา พร้อมพระพักตร์เศร้าสร้อย "อืม.. เจ้ากลับไปดูแลเรานะ" 

"แล้วเหตุใดทรงเสด็จมาด้วยตัวเองเล่าเพคะ ให้ใครมาตามหม่อมฉันก็ได้นี่ หากเป็นอะไรไปจะทำอย่างไร" 

ซื่อยี่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็กังวลไม่น้อย ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงมากกว่าเดิม เลยเผลอทำเสียงดุใส่ผู้ที่โตกว่า จนลืมไปว่าอีกฝ่ายหาใช่คนธรรมดา แต่เป็นฮ่องเต้แคว้นเสวี่ย 

ผู้ที่ถูกดุนอกจากจะไม่โกรธแล้ว มุมปากยังแอบยกเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ที่ผู้คนไม่ทันเห็น ก่อนจะตีหน้าเศร้าเช่นเดิม กระชับเอวบางมาแนบกาย 

"ก็เราเป็นห่วงเจ้า ยี่เอ๋อ จวงเฟยหาใช่คนดี ห้ามเชื่อใจนางเด็ดขาดรู้หรือไม่"  

น้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่ายทำให้ซื่อยี่ต้องรับปาก "เพคะ หม่อมฉันเชื่อพระองค์"  

 

ไม่เพียงจวงเฟย สนมชายาอื่นก็คิดออกมาพบซูเฟยเช่นกัน แต่ช้าเกินไป จึงทำให้เจอกันระหว่างทาง แต่ไม่มีผู้ใดได้เอ่ยอันใดนอกจากทำความเคารพอยู่ห่างๆ เท่านั้น เพราะสายพระเนตรเย็นชาของฮ่องเต้ กระทั่งกลับมาถึงห้องทรงพระอักษร 

"ยี่เอ๋อฟังเราให้ดี ไทเฮากำลังจะเสด็จกลับมา พระนางไม่ใช่พระมารดาแท้ๆ ของเรา เจ้าจะต้องระวังตัวมากกว่าเดิม ห้ามไปตำหนักของนางเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่" 

ซื่อยี่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เพราะเคี้ยวขนมเต็มปากจนแก้มตุ่ย อีกฝ่ายเห็นท่าทางเช่นนั้นก็อดที่จะอุ้มคนมานั่งบนตักไม่ได้ 

"ยี่เอ๋อ เจ้าตัวหนักขึ้นนะ พักนี้เราเห็นเจ้าทานอะไรไม่หยุดปากเลย" ไม่พูดเปล่ายังหอมแก้มตุ่ยไปฟอดใหญ่ จนทำให้ผู้ที่ถูกหอม เหล่มองก่อนจะกลืนขนมลงคอ 

"ก็มันหิวนี่เพคะ มีอีกไหมหม่อมฉันอยากทานอีก" เอ่ยจบก็หยิบขนมเข้าปากไม่สนใจสิ่งใด 

เสวี่ยหงเยว่อดสายหน้ายิ้มๆ ให้กับความน่าเอ็นดูของอีกคนไม่ได้ ก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กลง แล้วรับสั่งกับลิ่วกงกงที่ยืนรอรับใช้อยู่ด้านนอกประตู   

"ลิ่วกงกง ให้ใครไปนำขนมมา" ทรงจะหยุดคิดเล็กน้อย   

"เดี๋ยว เอามาเยอะหน่อยหลากหลายชนิดด้วยล่ะ" แล้วก้าวเท้าไปนั่งตรวจฎีกา แต่ก็ยังคอยเหลือบตามองซูเฟยตัวน้อยอยู่เป็นระยะๆ 

ดีที่อาการอยากอาเจียนเป็นเฉพาะช่วงเช้า มิเช่นนั้นคงได้แย่เป็นแน่ แต่พระองค์ก็ยังแสร้งป่วยให้คนคอยเอาใจ เพราะน้อยนักที่เจ้าตัวน้อยจะเหลียวแลพระองค์ในยามปกติ ต้องเอาของมีค่ามาหลอกล่อเท่านั้น  

ความคิดเห็น