email-icon

เรื่องคนธรรพ์หนุ่มขี้อ่อยกับบุตรสาวพญานาครักสนุก เขาต้องพาเธอกลับบ้าน เธอต้องการเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ใครจะเสร็จใครมาลุ้นกันค่ะ

3 - ชายรูปงามบนหาดสีขาว

ชื่อตอน : 3 - ชายรูปงามบนหาดสีขาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2563 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 - ชายรูปงามบนหาดสีขาว
แบบอักษร

ผณินวารีประคองให้คีตเทพกรรณที่เสแสร้งเจ็บปวดลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เขาดูตัวยาวเก้งก้างเกะกะไปหมด มือไม้ของเขาปัดป่ายไปเหมือนจะพยายามจับตัวเธอไม่ให้ล้ม แต่ก็เหมือนกับเขินไม่กล้าแตะเนื้อต้องตัวเธอ

ดวงตาใสแจ๋วของผณินวารีเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มหน้าสวยในอ้อมแขน เธอยิ้มน่ารัก โชว์เขี้ยวเสน่ห์ "คุณชื่ออะไรคะ ? เดินไหวนะ จะพาไปเรียกรถไปหาตำรวจแล้วก็ไปหาหมอ" แล้วหญิงสาวก็กระพริบตาโตๆ อ้าว ทำไมมองนิ่งๆ ไม่ตอบ ? สมองเขากระทบกระเทือนหรือเปล่า

เธอจ้องตาเขา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสวยแปลกตา จ้องเขา อยากรู้จัก อยากมอง.. มองมากกว่านี้

ผู้ชายหน้าสวยที่พยุงกอดกับเธออยู่ ขนตายาวจัง จมูกก็โด่ง ริมฝีปากก็ชมพูระเรื่อ ..

อยู่ดีๆ หญิงสาวก็ใจสั่น ก้มหน้า แล้วพยายามกลบเกลื่อนด้วยการพยายามพาเขาเดิน "อ่า เอ่อ ลองก้าวช้าๆ นะคะ" แขนเรียวโอบเอวเขาไว้

อุ๊ย มีกล้ามด้วย หญิงสาวคิดในใจ เริ่มแก้มระเรื่อ คนอะไรหุ่นดีหน้าตาดีจัง เธอรู้สึกเหมือนโชคดีไปสะดุดเจอสมบัติโจรสลัดโดยบังเอิญ

ผณินวารีแสนจะกระปรี้กระเปร่า รู้สึกกระชุ่มกระชวย เพราะในหัวคิดไปไกลแล้วว่า จะหาทางปฐมพยาบาลให้เขาหายป่วยยังไงดีจะได้จับมากดบนเตียงนอนเธอได้ง่ายๆ หน่อย น่ากินขนาดนี้... หญิงสาวแก้มระเรื่อ เขินเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี..

คีตเทพกรรณหายใจลำบากเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผมและกายของเธอ

โอย เขาคราง พยายามตั้งสติ ผู้หญิงอะไรดึงดูดใจเป็นบ้า

ยิ่งเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แหงนเหมือนจังหวะรอรับจูบ เขายิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง

เขาต้องกัดฟันไว้ไม่ให้เผลอยิ้ม แล้วเล่นละครว่าเจ็บหนัก "โอย ผม ผะ ผม ชะ ชื่อคีตา ผมเป็นนักดนตรีรับจ้างเล่นกีตาร์ตามร้านอาหาร ผมจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึก มะเหมือนกำลังข้ามถนน แล้วมีอะไรมาชน ผมล้มลง แล้วหมดสติ ตื่นมาก็มาพบคุณนี่แหละครับ"

เขาก้มมองเธอ ดวงตาสวยราวผู้หญิงจ้องสาวในอ้อมแขน ที่ทำให้เขาใจสั่น

"คุณ ชะ ชื่ออะไรครับ" คีตเทพกรรณไม่ได้แกล้งพูดตะกุกตะกัก แต่เสน่ห์ร้อนแรงผสมความเป็นธรรมชาติของบุตรสาวของพญานาคกวิรุณลักษณ์นั้นรุนแรงกระทบใจเขาอย่างจังงัง ทำให้คนธรรพ์ที่ปกติปากหวานโปรยเสน่ห์เก่ง กลับกลายเป็นติดอ่างเอาเสียงั้น

ผณินวารีจ้องหน้าเขา เอ จะบอกชื่อเขาดีไหมอ่ะ ? เพิ่งเจอหน้ากัน ไม่ดีกว่า.. ริมฝีปากอิ่มได้รูปตอบเรียบๆ "ชื่อ วารี ค่ะ ทำงานขับเรืออยู่แถวนี้ เรียก เวรี่ ก็ได้ค่ะ คนแถวนี้จะรู้จักมากกว่า"

ชายหนุ่มหน้าสวยมองเธออย่างสงสัย แต่ไม่ว่ากระไร "ขอบคุณครับ เวรี่ คุณเป็นคนแถวนี้หรือครับ ?"

ผณินวารีพยักหน้า "ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ" เธอเบือนหน้าหนี ไม่เคยชอบใจสักครั้งเวลาใครถามเรื่องพื้นเพเธอ เพราะชีวิตสองร้อยปีบนโลกมนุษย์ที่ผ่านมา เธอก็แต่งเรื่องมาเยอะมากว่าเธอเป็นใครมาจากไหนจนจำไม่ได้ (ก็ใครมันจะจำได้ต้องเปลี่ยนเรื่องแทบทุกสิบยี่สิบปีอ่ะ) เธอจึงไม่ชอบเล่าอะไรโดยไม่จำเป็น เพราะโกหกแล้วจำไม่ได้มันจะสร้างความเดือดร้อนให้เปล่าๆ

หญิงสาวชำเลืองมองเขา อืม.. อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาดูแปลกพิเศษกว่าผู้ชายทั่วไป ดูเขาอบอุ่น น่ารัก แต่ก็ห่างเหิน จับต้องยากในเวลาเดียวกัน

เธอหยั่งเชิงถามเขา "คุณนามสกุลอะไรคะ ?"

คีตเทพกรรณทำหน้าแกล้งตกใจ "โอย" เขาเอามือกุมหัว ทำหน้าเหยเก...

พณินวารีทำหน้าตกใจ "เป็นอะไรไปคะ ?

ชายหนุ่มทำท่าโซเซ "ผะ ผมปวดหัวมาก ผมคิดไม่ออก"

หญิงสาวหน้าซีดเผือด หรือว่า ? หรือว่าเขาจะสูญเสียความทรงจำ ? แย่แล้ว ! เธอรีบกระชับอ้อมกอด รั้งเขาไว้แนบตัว อกสาวยิ่งโดนกระทบตัวเขา เธอเสียงสั่น "อย่าเป็นไรนะคุณ เราจะไปหาหมอกันค่ะ"

คีตเทพกรรณแทบจะยิ้มออกมา เพราะความนุ่มหยุ่นของอกสาวเต่งตึงที่ถูไถกับตัวเขามันช่างชวนฝัน..

แต่เขาก็ไม่ทันได้ฝัน "โอ๊ย !"

ผณินวารีตกใจซ้ำสอง "คุณเจ็บตรงไหนอีกคะ ?"

คีตเทพกรรณหน้าเบี้ยวเพราะเจ็บจริงจนน้ำตาร่วง "ขะ ข้อเท้าผม"

หญิงสาวจึงหันไปมองแล้วก็อึ้ง

เสียงเธอบอกคีตเทพกรรณเบาๆ เต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์...

"เอ่อ คุณคีตาคะ คุณมีเต่าตัวเล็กๆ ดำๆ งับข้อเท้าคุณอยู่นะค่ะ จะทำยังไงกับมันดีคะ ?"

คีตเทพกรรณฉุนกึก ! แต่ต้องแสร้งทำป่วยจึงไม่หันไปมอง

แล้วคนธรรพ์หนุ่มก็เกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมา

กำจัดไอ้เต่าบ้านี่ดีกว่า !

เขาจึงเอ่ย “เอ่อ อ่า ผมไม่รู้มันมายังไง ช่วยแกะมันออกแล้วโยนมันทิ้งทะเลได้ไหมครับ ?” เขาคิดทดสอบดู เพราะหาก วารี เป็น ผณินวารีซี่งเป็นนางนาคินีจริง ย่อมมีแรงมากพอจะง้างปากเจ้าเต่าเจ้ากี้เจ้าการที่งับเขาได้ แต่หากเป็นมนุษย์ผู้หญิงธรรมดา คงไม่สามารถต่อกรกับตัวเจ้าเต่าหน้าตาถมึงทึงตัวนี้ได้แม้แต่น้อย

ผณินวารีนิ่งงัน ดวงตากลมโตครุ่นคิด แต่ก็ยักไหล่ เต่าตัวนี้หน้าตาตลกดี ไม่น่าจะร้ายกาจอะไร เธอจึงเอื้อมมือไปลูบมันเบาๆ พลางบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "ปล่อยเถอะนะจ้ะเจ้าเต่าตัวน้อย"

แต่เมื่อเธอสัมผัสถูกตัวมันเธอก็เอะใจ เจ้าเต่าตัวนี้เหมือนทำจากโลหะ ? ทำไมตัวมันดูตันและหนักกว่าเต่าปกติ ? เหมือนทำจากเหล็กทั้งก้อนฝนเป็นตัวเต่า

หญิงสาวจ้องหน้ามันแล้วก็ตัดสินใจเอานิ้วแหย่ไปเกาคางของมัน "ปล่อยน้าาาา"

แต่เจ้าเต่าก็ยังงับข้อเท้าของคีตเทพกรรณอย่างไม่ยอมปล่อย เธอจึงเลื่อนนิ้วไปที่ปากของมันแล้วดันเข้าไปเบาๆ

โพละ ! ตุบ !

เจ้าเต่าตนุตาโต กลิ้งกระเด็นกระดอนหมุนคว้าง ไปหล่นบนทรายไกลออกไปสักเมตร หน้าตาของมันดูแปลกใจ

ผณินวารีอ้าปากค้าง "อุ๊ย ขอโทษจ้ะ ไม่น่า จั๊กกะจี้ เธอเลย" เธอแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ แล้ววิ่งไปเก็บมันมา หญิงสาวยิ้มให้เต่าในมือ "ขอโทษนะ เจ้าคงหิว ไปอยู่กับฉันไหม บ้านฉันมีตู้ปลา แต่ไม่มีปลาอยู่แล้ว เธออยู่ได้นะ"

เจ้าเต่าตนุตัวจิ๋วหน้าตายียวนมองหญิงสาวสักพักก็ผงกหัวทำท่าอ้อน

หญิงสาวยิ้มกว้าง แววตาสดใส " แปลว่าตกลงแล้ว งั้นไปอยู่ด้วยกันน้าาา"

"อะแฮ่ม พาผมไปด้วยสิครับ" เสียงชายหนุ่มดังมาทำให้ผณินวารีรีบเงยหน้าขึ้นมอง ตาโต "อ้อ ขอโทษค่ะ" เธอรีบเอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำทะเลแล้วห่อตัวเจ้าเต่าตนุแล้วก็ตรงรี่เข้าไปช่วยประคองคีตา เธอยิ้มให้ "คุณพอเดินไหวนะคะ เดี๋ยวไปถึงหาดมีที่นั่งคุณรอแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันวิ่งกลับมาเอาถุงขยะไปทิ้ง แล้วจะโทรหาคนมารับคุณไปโรงพยาบาล ..."

ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของคีตาจ้องสาวหุ่นเซ็กซี่ตรงหน้าแล้วแสร้งทำหน้าละห้อย "คุณจะไม่ไปกับผมหรือครับ เวรี่ ?"

ผณินวารียิ้ม อืม อย่างนี้ก็แปลว่าเขาก็อยากอยู่ใกล้ๆ เราละสิ ฮะฮ่า ไม่ปล่อยแล้วนะ เธอจึงแกล้งตอบเสียงเรียบ "โทรเรียกรถให้พาคุณไปก่อนค่ะ คุณดูอาการหนัก เดี๋ยวเวรี่พาเจ้าเต่าตนุน้อยไปฝากศูนย์ดูแลก่อนแล้วจะตามคุณไปโรงพยาบาลค่ะ" เพราะพากลับบ้านเลยไม่ได้ เดี๋ยวเต่าน้อยตาย เหมือนผู้ชายคนนี้นะแหละต้องพาไปหาหมอก่อน

คีตาเกือบเผลอทำหน้าบึ้ง ไอ้เต่าบ้า เจอหน้ากันก็ได้ความสนใจมากกว่าเขาแล้วเหรอ ? น่าดีดตอกส้นโยนมันลงทะเลตอนที่มันงับข้อเท้าเขาเสียจริง ...

แต่เจ้าเต่าตนุน้อยก็ได้ยินเหมือนกัน และมันก็คิดว่าหากโดนพาไปที่อื่น มันก็คงไม่ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือคีตเทพกรรณหว่านล้อมผณินวารีกลับโลกบาดาลแน่ๆ

ตุบ ! เจ้าตนุตัดสินใจพุ่งหลาวออกจากผ้าเช็ดหน้าของเธอที่ห่อตัวมันแล้วคลานเร็วปร๋อลงทะเลไป !

หญิงสาวอ้าปากค้าง ดวงหน้าสวยตกตะลึง "อ้าว หนีไปแล้วอ่ะ !" เธอทำท่าจะวิ่งตาม ด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอไม่ได้เป็นนาคินีเกเรแต่เป็นพญานาคเมตตาสัตว์เล็กสัตว์น้อยด้วยกัน เพราะบิดามารดาของเธอสอนมาว่า จะเป็นพญานาคยิ่งใหญ่ได้ต้องไม่ใช้อำนาจรังแกสิ่งมีชีวิตเล็กกว่า

ยกเว้นมนุษย์ที่จิตใจยากแท้หยั่งถึง..

หมับ !

มือของคีตาที่เผลอดึงเธอไว้ ออกแรงมากกว่าคนป่วยยับเยินทั้งตัว..

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของผณินวารีมองอย่างเฉลียวใจ หรือผู้ชายคนนี้จะเจ้าเล่ห์ หลอกว่าเจ็บ ?

คีตเทพกรรณเห็นแววตาของเธอก็รู้ตัวจึงแกล้งเซเหมือนจะล้มเข้าหาเธอ.. "โอะ โอะ "

หญิงสาวจึงสลัดความคิดรีบคว้าเขาไว้ น้ำเสียงของเธอกลับมาอ่อนโยน "เป็นอะไรไปคะ ?"

ชายหนุ่มหน้าสวยราวช่างวาดไว้แสร้งทำหน้ามึน "ผม ผะ ผมเวียนหัว"

สาวผมหยิกมัดจุกจึงรีบประคองเขาแล้วพาเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง (ก็แข็งแรงอ่ะนะ) มือเรียวหยิบมือถือมาโทรเรียกรถ ..

คีตเทพกรรณซ่อนรอยยิ้มในใจ..

แอบนึกขอบคุณสวรรค์ที่ประทานโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดสาวสวยเซ็กซี่มีน้ำใจเช่นนี้..

ถึงเธอจะเป็นนางนาคินีดูน่าลึกลับค้นหา ฉลาดเป็นกรด แรงเยอะจนน่าเกรงขาม..

แต่มันก็ช่างน่าท้าทายดีเหลือเกิน !

ความคิดเห็น