facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่23 บทสรุปของเด็กแรด (พาร์ทไทเกอร์) ตอนจบ

ชื่อตอน : ตอนที่23 บทสรุปของเด็กแรด (พาร์ทไทเกอร์) ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2564 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่23 บทสรุปของเด็กแรด (พาร์ทไทเกอร์) ตอนจบ
แบบอักษร

#พาร์ทไทเกอร์ 

 

ตอนแรกผมเครียดมากที่ทำไอ้นะโมโกรธจนไม่ยอมคุยด้วยแถมยังงอแงจะไม่กลับบ้าน ผมก็พยายามทำความเข้าใจว่ามันยังเด็กจึงอาจจะมีนิสัยบางอย่างที่ดูงี่เง่าไปบ้างเลยตามมาง้อเด็กมัน  

ความจริงผมกะจะเก็บเรื่องหมั้นไว้เป็นความลับก่อนเพราะผมปรึกษาเรื่องนี้กับไอ้หนุนมาพักใหญ่แล้ว ที่ยังไม่อยากให้ไอ้นะโมรู้ก็เพราะกลัวไอ้เด็กแรดจะได้ใจ 

แต่สุดท้ายก็ต้องเอาเรื่องนี้มาพูดจนได้ พอไอ้นะโมรู้เรื่องที่ผมจะขอหมั้นตอนมันเรียนจบมอปลายก็ดี๊ด๊าดีใจใหญ่แบบว่าลืมไปเลยว่าเคยโกรธผม พอกลับมาถึงบ้านก็ยิ้มไม่หยุดเที่ยวไปป่าวประกาศให้ลูกน้องผมทุกคนรับรู้โดยพูดว่า 

'พี่ๆ จ๋าาา เฮียเสือจะขอหมั้นหนูแล้วนะจ๊ะ' 

ได้ยินมันพูดแบบนี้หลายครั้งจนหลอนหู ผมก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับไอ้เด็กแรด ส่วนไอ้หนุนลูกน้องคนสนิทก็หัวเราะเยาะผมใหญ่ 

"เฮียเป็นอะไร ทำไมยังหน้าบึ้งตึงอยู่ นะโมหายโกรธเฮียแล้วนะจ๊ะ" 

ไอ้นะโมที่นั่งดูดนมกล่องรสสตรอว์เบอร์รีอยู่บนตักผมเงยหน้าถาม ตอนนี้ผมกำลังนอนดูทีวีอยู่ในห้องโดยมีไอ้เด็กแรดนั่งพิงอกอยู่ คืนนี้ผมให้มันมานอนห้องผมและคาดว่าจากนี้ไปไอ้นะโมคงจะได้มานอนห้องผมทุกคืน 

ผมเริ่มติดใจการได้กอดคนตัวเล็กกว่ารวมไปถึงกลิ่นหอมจากแป้งเด็กที่ไอ้นะโมชอบทาเป็นประจำ 

"กูแค่เครียดเพราะไม่รู้จะบอกเรื่องของเราให้พ่อกับแม่กูรับรู้ยังไงดี" 

ผมตอบไอ้นะโมไปตามความจริง ไม่รู้จะบอกพ่อกับแม่ไปตรงๆ เลยว่าจับไอ้นะโมทำเมียแล้ว หรือจะบอกแบบอ้อมค้อมดี แต่ไอ้หนุนมันเชียร์ให้ผมพูดไปตามตรงเลยจะได้โดนด่าชุดใหญ่ทีเดียว (ไม่รู้ว่ามันหวังดีกับผมหรืออยากเห็นผมโดนด่ากันแน่) 

"ไม่ต้องเครียดนะเฮีย นะโมจะรับผิดชอบเอง เฮียก็บอกไปเลยว่านะโมยั่วเฮียก่อน อยากเป็นเมียของเฮียจนตัวสั่นริกๆ คิกๆ ๆ " 

ไอ้นะโมพูดพร้อมกับเอียงหน้าซบอกผมขยับเบาๆ และหัวเราะออกมาเหมือนตลกมากมาย ทั้งที่ตอนนี้ผมเครียดจะตายห่า ครอบครัวผมอุปการะเลี้ยงมันมาแต่เล็กแต่น้อย 

พอโตมาถูกผมจับทำเมียแบบนี้พวกชาวบ้านคงเอาไปเล่ากันสนุกปากตายห่า ผมคงดูเหี้ยมากกว่าเดิมในสายตาคนอื่น แม้ที่ผ่านมาจะเหี้ยอยู่แล้วก็เถอะ (?) 

"พูดเป็นเล่น! มึงห้ามไปพูดแบบนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด กูไม่อยากให้คนอื่นมองมึงเป็นเด็กไม่ดี กูจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง" 

ผมกระชับวงแขนโอบเอวบางให้แน่นขึ้นพลางก้มหน้ามองไอ้ตัวดีที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมด้วยแววตาสั่นไหว มันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้มีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมารอบดวงตาคู่สวยราวกับซึ้งมากมาย ทั้งที่ผมก็พูดเสียงปกติไม่ได้อยากจะพูดให้ฟังดูซึ้งกินใจอะไรเลย 

"เฮียพูดแบบนี้นะโมยิ่งรักเฮีย รักที่สุดเลยจ้ะ" 

ไอ้เด็กพูดเสียงอ่อนพร้อมกับซบลงบนอกผมพลางช้อนตามองด้วยสายตาออดอ้อน ท่าทางของมันทำให้ผมยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวร่างเล็ก โตขนาดนี้แล้วมันยังทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กไปได้ 

แต่ก็น่ารักดีว่ะ... 

"กูก็รักมึง ไอ้เด็กแรด! " 

ผมพูดกับคนในอ้อมกอดพร้อมกับก้มหน้าลงมากดจมูกหอมหน้าผากไอ้นะโมด้วยความมันเขี้ยว ทั้งที่หลีกเลี่ยงมาตลอดแต่สุดท้ายวันนี้ก็มาถึงจนได้ วันที่ผมพ่ายแพ้ให้กับเด็กแรดอย่างราบคาบ 

"ไม่เอาประโยคหลัง หนูไม่ได้แรดแล้วนะเฮีย" 

ไอ้นะโมขยับมาใช้แขนข้างนึงคล้องคอผมไว้ในขณะที่มืออีกข้างยังถือกล่องนมอยู่ ไม่รู้ว่ามันจงใจรึเปล่าแต่ชุดนอนที่มันใส่ในคืนนี้ก็เป็นเสื้อคอกว้างจนเห็นจุกนมสีสดตัดกับผิวขาวเนียนวับๆ แวมๆ แบบนี้เขาไม่ได้เรียกแรดแต่เรียกว่าจงใจยั่วอย่างชัดเจน 

"ให้มันน้อยๆ หน่อย พรุ่งนี้มึงมีเรียน กูไม่อยากรังแกมึงหรอกนะ"  

คำพูดของผมทำให้ไอ้นะโมยิ้มกว้างออกมาแล้วขยับมาหอมแก้มผมทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นกลิ่นประจำตัวของมันแล้วโคตรอยากจับฟัด 

"เฮียน่ารักจัง ยอมง้อหนูด้วย หนูรู้ว่าเฮียเคยชอบพี่คนนั้นมาก ตอนนั้นนะโมแค่โกรธที่โดนเฮียด่า ต่อไปนะโมจะพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ทำตัวงี่เง่าให้เฮียรำคาญแล้วนะจ๊ะ" 

ไอ้นะโมพูดกับผมเสียงอ่อนด้วยสีหน้ารู้สึกผิดทำเอาผมรู้สึกผิดตามไปด้วยเพราะผมไปด่ามันก่อน ผมชอบให้มันยิ้มจนตาหยี พูดจาเจ๊าะแจ๊ะทำตัวสะดีดสะดิ้ง (?) ใส่มากกว่าเห็นมันทำหน้าหงอยแบบนี้ซะอีก 

"กูก็ขอโทษที่ด่ามึง แต่กูไม่ได้รู้สึกกับกันต์เหมือนตอนนั้นแล้ว ตอนนี้ทั้งใจกูมีเด็กแรดแค่คนเดียว" 

ผมสบตาพูดกับร่างเล็กด้วยแววตาและสีหน้าที่จริงจังเพื่อให้ไอ้นะโมรับรู้ความรู้สึกของผม มันก็อมยิ้มท่าทางเขินอายจนแก้มเนียนทั้งสองเริ่มเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ 

"เฮียอย่าใช้สายตาพิฆาตใจมองแบบนี้สิจ๊ะ หนูเขินหมดแล้วเนี่ย..." 

"หึ! เขินหรือได้ใจกันแน่ อย่ามาตอแหล" ผมกระชับวงแขนที่โอบเอวไอ้นะโมให้แน่นขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วถามมันจนไอ้เด็กแรดทำท่ากระเง้ากระงอดใส่ 

"เฮียอ่ะ! พูดจาหวานๆ กับนะโมบ้างสิ อ๊ะ! อื้อ!!" 

พอเห็นริมฝีปากของร่างเล็กขยับพูดผมก็อดใจไม่ไหวใช้มืออีกข้างจับล็อกท้ายทอยของไอ้นะโมไว้แล้วประกบปากจูบกลับกลีบปากนุ่มทันที ตอนแรกไอ้นะโมก็เหมือนจะขัดขืนแต่พอผมรุกไล้หนักขึ้นด้วยความช่ำชอง คนอ่อนประสบการณ์ก็ไร้เรี่ยวแรงขัดขืนปล่อยให้ผมดูดชิมความหอมหวานจากนมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีอย่างย่ามใจ 

ผมใช้ลิ้นเกี่ยวพันหยอกล้อลิ้นเล็กสลับกับดูดดุนจนคนในอ้อมกอดตัวสั่นระริก ริมฝีปากอ่อนนุ่มของคนตัวเล็กทำให้ผมพอใจทุกครั้งที่ได้ประกบจูบเคล้าคลึง อยากจะบดขยี้ให้ปากไอ้นะโมบวม รสจูบแสนหวานจากโพรงปากเล็กๆ ของเด็กแรดทำให้ผมติดใจจนไม่อยากผละริมฝีปากออก 

"อึ่ก! แฮ่กๆ เฮียจ๋า... หนูเจ็บปาก" 

ร่างเล็กสั่นสะท้านพลางหอบหายใจแรงเมื่อผมจำต้องผละริมฝีปากออกจากกลีบปากนุ่มอย่างแสนเสียดาย ตอนที่เห็นมันเอามือมาจับปากที่ถูกผมบดขยี้ดูดดึงจนบวมเจ่อแล้วพูดเสียงอ่อนแม่งโคตรน่ารัก ไม่คิดเลยว่าคนอย่างผมจะเลี้ยงมันให้โตมาน่ารักขนาดนี้ได้ 

"อย่ามาทำท่าอ้อนกูแบบนี้ มึงก็รู้ว่ากูความอดทนต่ำ" 

ผมสบตาพูดกับคนในอ้อมกอดพลางเลื่อนมือลงมาบีบเค้นก้อนเนื้อนุ่มสองก้อนจนไอ้นะโมสะดุ้งมองหน้าผมด้วยแววตาสั่นไหว ผมก็ไม่อยากแกล้งมันอีกเลยหยุดทำแล้วก้มลงมากอมแก้มนุ่มของไอ้นะโมแทน พอได้มันเป็นเมียแล้วรู้สึกว่าไอ้นะโมมันดูน่ากอดน่าฟัดยิ่งกว่าเดิมเยอะเลย 

"แต่เฮียบอกแล้วว่าจะไม่รังแกนะโม" ไอ้นะโมพูดท้วงเสียงเบาทำเอาผมหลุดหัวเราะออกมาจนได้ 

"ฮ่ะๆ ๆ กูไม่ทำหรอกน่า! แค่อยากจูบเพราะมึงทำตัวน่ารัก" 

"ปากหวานชมหนูแบบนี้พรุ่งนี้ไว้หนูจะพาเฮียไปดินเนอร์สองต่อสอง ฉลองล่วงหน้าสองปีก่อนที่เราจะหมั้นกัน มื้อนี้หนูจะเลี้ยงเฮียเอง" 

ไอ้เด็กแรดยิ้มกว้างพร้อมกับพูดเจื้อยแจ้วจนผมต้องขมวดคิ้วตาม มีฉลองล่วงหน้าสองปีไม่พอ ยังจะเลี้ยงดินเนอร์ผมด้วยอีก ผมเชื่อคำพูดคนอย่างมันได้แค่ไหนวะเนี่ย 

"มึงจะเลี้ยงกูจริงดิ? " 

ผมเลิกคิ้วถามอย่างไม่เชื่อ ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องให้เด็กอย่างไอ้นะโมมาเลี้ยงอาหารหรอกเพราะผมรวยอยู่แล้ว เงินที่ไอ้เด็กแรดใช้ทุกวันก็ล้วนเป็นเงินผมทั้งนั้น แต่ที่ถามแบบนี้ก็แค่อยากลองเชิงว่ามันจะพาผมไปเลี้ยงดินเนอร์แบบไหน  

อยากรู้ว่ามันจะพาผมไปเลี้ยงร้านอาหารหรูในห้างหรือจะพาไปทานมื้อค่ำในโรงแรมที่ต้องจองโต๊ะก่อน 

"จริงสิจ๊ะ" 

"เออ กูจะรอดูว่ามึงจะพากูไปดินเนอร์ที่ไหน" 

พอผมพูดแบบนี้ออกไปไอ้นะโมก็ยิ้มไม่หุบ สักพักมันก็ง่วงจนหาวหวอดเลยลุกไปแปรงฟันแล้วมานอนกอดผม ไม่นานก็หลับปุ๋ยจนผมต้องปิดทีวีแล้วหันมานอนกอดร่างเล็กและหลับตามมันไป 

 

... 

ช่วงสายของวันรุ่งขึ้นหลังจากไอ้นะโมไปเรียนผมก็กลั้นใจกดโทรไปหาแม่แล้วบอกความจริงทั้งหมดให้แม่ฟัง พอแม่รับรู้เรื่องของผมกับเด็กที่ครอบครัวผมอุปการะเลี้ยงไว้ท่านก็ด่าผมชุดใหญ่ เรียกได้ว่าแทบจะแร็ปให้ฟังเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากพ่อกับแม่ไว้ใจให้ผมดูแลไอ้นะโม แต่สุดท้ายผมก็จับมันทำเมียจนได้ 

'แกทำแม่เครียดนะไทเกอร์! ทำอะไรไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ นะโมมันยังเด็ก ทำตัวเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางแบบนี้แกอยากเห็นแม่ช็อกตายรึไง!! ' 

เสียงต่อว่าจากไปสายที่ดังจนแสบแก้วหูทำให้ผมต้องขยับมือถือออกห่างจากใบหู เชื่อว่าเสียงด่าของแม่ผมดังมากจนไอ้หนุนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังได้ยินเพราะมันเหมือนจะหลุดขำออกมาจนผมต้องถลึงตาใส่ ถ้ามันกล้าหัวเราะเยาะผมออกมา ผมจะหักเงินเดือนแม่ง! 

"ก็ผมทำไปแล้วจะแม่ให้ผมแก้ตัวยังไงล่ะ?" 

'โอ๊ย! นี่แกสำนึกผิดบ้างไหม? แค่ฟังแกเล่าแม่ก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว ถ้าชาวบ้านชาวช่องรู้เรื่องนี้คงเอาไปเล่ากันสนุกปาก' 

"ผมไม่สนใจคนอื่นหรอก!! แม่ก็รู้ดีนี่ว่าไอ้นะโมมันชอบผมมาตั้งแต่เด็กแล้ว" 

'ใช่! แม่รู้ แต่แม่คิดว่าแกไม่ได้สนใจนะโมไง คิดว่าแกจะมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะแยกแยะถูกผิดว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำได้' แม่ผมยังคงด่าเสียงดังอย่างต่อเนื่องจนผมคิดว่าหลังจากด่าผมเสร็จแม่คงต้องพึ่งยาอมแก้เจ็บคอเป็นแน่ 

"สรุปผมเป็นลูกรึเปล่าวะเนี่ย ไม่รู้ล่ะ! ผมแค่โทรมาบอกความจริงให้แม่รับรู้ รอไอ้นะโมเรียนจบผมจะหมั้นกับมันไว้ก่อน ผมไม่ได้จะฟันมันแล้วทิ้งนะแม่ ผมก็รักก็เอ็นดูมัน เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก" 

ผมพยายามหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดอย่างใจเย็นแม้คิ้วจะขมวดจนแทบชนกันก็ตาม ในสายตาผู้ใหญ่อย่างแม่ผมยังไงผมก็เป็นคนผิดแน่นอน 

"ประเด็นมันอยู่ที่นะโมยังเด็กไง!! รู้อย่างนี้แม่น่าจะมาพามาเรียนต่อที่นี่ดีกว่าปล่อยให้แกเลี้ยง" 

"นะโมมันโตกว่าที่แม่คิดแล้วครับ! "  

ผมเถียงกลับเพราะไอ้นะโมไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่ประสีประสาสักหน่อย และผมก็ไม่ได้ล่อลวงมันด้วย จะพูดให้ถูกคือผมถูกเด็กแรดล่อลวงมากกว่า 

'เอ๊ะ! แกนี่พูดไม่รู้เรื่องเลยไทเกอร์ เอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่เด็กจนโต พี่แกก็พึ่งเลิกกับเมียไป สมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ ทำให้แม่ปวดหัวพอกันทั้งคู่' 

นี่แหละความเป็นแม่ผม ด่าผมไม่พอโยงเรื่องของพี่ชายผมเข้ามาเกี่ยวด้วยอีก แต่ผมก็เข้าใจว่าท่านยังคงช็อกเรื่องที่ผมจับไอ้นะโมทำเมียอยู่ ถึงจะต้องใช้เวลาให้แม่เข้าใจแต่ก็ดีกว่าต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป ผมไม่สบายใจและอยากทำอะไรให้มันชัดเจน ถึงแม้จะต้องโดนด่าจนหูชาก็ยอม 

"แม่ไม่ต้องเครียดหรอกน่า เรื่องทั้งหมดผมจะรับผิดชอบเอง แค่นี้ก่อนนะแม่ ผมจะไปทวงหนี้แล้ว" 

'เดี๋ยวสิ! แม่ยังคุยกับแกไม่จบเลยนะ' 

"ไว้ค่อยคุยกัน ผมรีบไปทำงาน รักแม่นะครับ" 

'ไทเกอร์!! ' 

ติ๊ด! 

เมื่อพูดตัดบทจบผมก็รีบกดวางสายทันทีก่อนที่จะโดนแม่หาเรื่องมาด่าไปมากกว่านี้ เอาเป็นตอนนี้ผมก็ได้โล่งใจไประดับนึงแล้วที่ได้บอกเรื่องนี้ให้แม่รู้ ส่วนพ่อผมไม่จำเป็นต้องโทรไปเล่าให้ฟังหรอกเพราะยังไงแม่ผมก็เอาไปบ่นกับพ่ออยู่แล้ว ดีไม่ดีพ่อผมอาจจะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ฉุนเฉียวอีกคน 

"เป็นไงเฮีย หูชาเลยดิ" ไอ้หนุนเอ่ยถามด้วยท่าทางกวนตีนจนโดนผมชักสีหน้าใส่ก่อนจะตอบมันไป 

"เออ! มึงก็รู้นิสัยแม่กูดีนี่หว่า" 

"ผมว่าคงเพราะคุณหญิงท่านรักและเอ็นดูไอ้นะโมมันมากเลยโกรธแบบนี้" 

"รักยิ่งกว่าลูกอย่างกูด้วยซ้ำมั้ง" 

ผมพูดประชดเพราะแม่ผมเป็นอย่างที่ไอ้หนุนพูดจริงๆ คงเพราะไอ้นะโมมันเป็นเด็กน่ารัก พูดจาไพเราะ เอาใจผู้ใหญ่เก่ง ใครเห็นก็รักก็เอ็นดู แต่ก็ดีที่แม่ผมรักมันเพราะจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องลูกสะใภ้กับแม่ยาย 

"ถ้าผมเป็นคุณหญิงผมก็รักไอ้นะโมมากกว่านะเฮีย" 

"อ้าว! ไอ้ห่านี่ วอนโดนหักเงินเดือนนะมึง!! "ผมด่าไอ้หนุนพร้อมกับยกเท้าขึ้นเตรียมถีบจนมันรีบวิ่งหนีออกไป ผมจึงถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด ถึงจะโดนแม่ด่าแต่คุ้มอยู่ล่ะว่ะ 

 

 ... 

หลังจากที่ผมบอกเรื่องของไอ้นะโมกับแม่ไป พ่อก็โทรมาด่าผมอีกคน ทั้งพ่อและแม่รวมพลังกันด่าผมติดต่อกันสามวันสามคืน ตอนคุยตอนถามไอ้นะโมคือใช้น้ำเสียงอ่อนโยนมาก ต่างกับตอนที่คุยกับผมลิบลับ ผมก็ให้ไอ้นะโมตอบคำถามของพ่อกับแม่ไปตามที่ผมสั่งเพราะไม่อยากให้มันพูดตามความจริงออกไปหมด 

ก็อย่างที่ผมบอกว่าผมไม่อยากให้มองมันเป็นเด็กไม่ดี... 

พอพ้นสามวันอันตรายผมก็โดนด่าน้อยลง แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ผมอารมณ์ดีขึ้นมากด้วยเพราะไอ้เด็กแรดบอกว่าจะพาผมไปเลี้ยงดินเนอร์ตามที่สัญญาไว้ 

ตอนเย็นผมจึงอาบน้ำแต่งตัวให้ดูดีก็พอไม่ต้องสนใจใบหน้ามากเพราะหล่ออยู่แล้ว(?) จากนั้นก็เซตผมลงมานั่งรอไอ้นะโมที่แต่งตัวอยู่ข้างล่างตรงห้องนั่งเล่น 

พอลงมาก็โดนไอ้หนุนแซวว่าจะแต่งหล่อไปงานเลี้ยงที่ไหนผมเลยเตะก้นมันไปหนึ่งที ไม่นานไอ้เด็กแรดก็ลงมาด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดาที่เลยเข่าขึ้นมานิดหน่อยทำเอาผมงงเลยว่ามันทำไมแต่งตัวแบบนี้ ชุดที่ผมใส่กับไอ้นะโมดูไม่น่าจะไปด้วยกันได้สักนิด 

"โอ้โห~ แค่นะโมจะเลี้ยงมื้อนี้เฮียถึงกับต้องแต่ตัวหล่อขนาดนี้เลยเหรอจ๊ะ" ไอ้นะโมพูดแซวในตอนที่เดินเข้ามาหาผม 

"แล้วทำไมมึงใส่ชุดแบบนี้ กูต้องไปเปลี่ยนชุดไหมวะ? " 

"ไม่ต้องหรอกจ้ะ แบบนี้หล่อแล้ว รีบไปกันดีกว่าเดี๋ยวคนเยอะไม่มีโต๊ะนั่ง" 

ร่างเล็กส่ายหน้าก่อนจะขยับมากอดแขนผมไว้แล้วเงยหน้าสบตาพูดกับผม เพราะความขี้เกียจขึ้นไปเปลี่ยนชุดแล้วผมจึงเออออไปกับไอ้นะโม จากนั้นเราสองคนก็เดินออกมาขึ้นรถให้ลูกน้องผมขับไปส่งโดยมีไอ้นะโมเป็นคนบอกทาง 

ทางที่ไอ้นะโมบอกไม่ใช่ทางไปห้างสรรพสินค้าผมก็นึกว่ามันจะพาไปดินเนอร์ร้านอาหารที่อื่น แต่สรุปคือมันพาผมมาร้านหมูกระทะที่ติดริมถนนใหญ่ มาถึงมันก็ให้บอกลูกน้องผมกลับไปก่อนแล้วจูงแขนผมเดินปรี่เข้าไปนั่งตรงที่มีโต๊ะว่าง 

บอกตามตรงว่าผมอายสายตาของผู้คนที่มองตามมาก เพราะว่าผมแต่งตัวจัดเต็มอย่างกับจะไปถ่ายแบบหรือไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ไหน 

แม่งเอ้ย! ทำไมมันไม่บอกผมตั้งแต่แรกว่าจะพามาเลี้ยงหมูกระทะ มาบอกว่าจะพาไปดินเนอร์ผมก็คิดไปอีกแบบสิวะ 

"เฮียเป็นอะไรทำไมหน้าบึ้ง กินสิจ๊ะ นะโมย่างให้ ร้านนี้บอกเลยว่าเด็ด! น้ำจิ้มอร่อย หนูมาเคยมากินกับขุนพล" 

ไอ้นะโมพูดกับผมเหมือนไม่รู้ตัวเลยว่ามันผิดเต็มๆ ก่อนหน้านี้มันให้ผมนั่งรอแล้วเดินไปตักนู่นตักนี่มาวางจนเต็มโต๊ะ จากนั้นก็กลับมานั่งจัดการเอาของที่ตักมาใส่ลงไปในกระทะที่วางบนเตาถ่านอย่างอารมณ์ดี ผมเลยตอบแบบประชดมันกลับไปโทษฐานที่ทำให้ผมอับอายขายขี้หน้า 

"นี่เหรอวะดินเนอร์ที่มึงบอกว่าจะพากูมาเลี้ยง ขายขำฉิบหาย! " 

"ก็นะโมมีงบแค่นี้นี่จ๊ะ หนูลงทุนเอาเงินเก็บของหนูมาเลี้ยงเฮียเลยนะ" ร่างเล็กพูดเสียงใสพร้อมกับยิ้มเหมือนภูมิใจมากที่เลี้ยงผมในมื้อนี้ 

"ลงทุน? แค่พากูมาเลี้ยงหมูกระทะหัวละสองร้อยเก้าสิบเก้าบาทเนี่ยนะ แล้วเงินเก็บของมึงมาจากไหนวะถ้าไม่ใช่เงินกู หืม?" 

"ก็มาจากเงินที่เฮียให้นะโมใช้เป็นอาทิตย์นั่นแหละจ้ะ" 

"สรุปมึงใช้เงินกูมาเลี้ยงตัวกูเองว่างั้น" 

ผมเลิกคิ้วถามไอ้เด็กแรดก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูที่ไอ้นะโมย่างมาใส่ถ้วยให้จิ้มน้ำจิ้มกินเพราะความหิว อุตส่าห์อดข้าวเย็นเพื่อมาดินเนอร์กับไอ้เด็กแรด 

ดูมันทำกับผมสิ! 

แต่พอได้ลองกินแล้วรสชาติก็อร่อยถูกปากตามที่ไอ้นะโมมันพูดจริงว่ะ 

"แต่เฮียให้นะโมแล้วก็ถือว่าเป็นเงินของนะโม ไม่ใช่เงินของเฮียสักหน่อย" ร่างเล็กพูดท้วงพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ ผมก็ทำได้แค่แค่นยิ้มพูดประชดมัน 

"หึ! หัวหมอนักนะมึง" 

"รอนะโมเรียนจบ ได้ทำงาน มีเงินเยอะๆ นะโมจะพาเฮียไปดินเนอร์ในโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลย" ไอ้นะโมขยับมือมาจับกุมมือผมไว้แล้วสบตาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจังจนผมต้องพูดให้มันเข้าใจใหม่ 

"กูไม่ได้อยากไปที่หรูหรา แต่มึงใช้คำผิดไง บอกแต่แรกสิว่าจะพามาเลี้ยงหมูกระทะ" 

"ง่าา ก็นะโมอยากใช้คำพูดให้มันดูสวีทนี่จ๊ะ แบบนี้ก็เรียกดินเนอร์ได้เหมือนกันแหละ ใช้น้ำอัดลมแทนไวน์ไปก่อนเนอะ" 

คนตัวเล็กพูดเสียงใสพร้อมกับหยิบแก้วน้ำอัดลมขึ้นมาจะขอชนแก้วกับผม สิ่งที่มันทำทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาแล้วหยิบแก้วน้ำอัดลมของตัวเองมาชนกับมันบ้าง ไอ้เด็กแรดมันน่ารักขนาดนี้ผมจะไปโกรธมันลงได้ไงวะ 

"อร่อยไหมจ๊ะเฮีย?" 

นั่งกินมาได้สักพักไอ้นะโมก็ถามผม มันน่าตลกตรงที่ไอ้นะโมย่างหมูจนมันสุกแล้วคีบมาใส่ถ้วยผม ส่วนผมก็ย่างแล้วคีบไปใส่ถ้วยของมัน ไม่รู้ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรแทนที่จะคีบใส่ปากตัวเองก็จบ 

"เออ อร่อยดี กูไม่ได้กินอะไรแบบนี้นานละ" ผมตอบมันพร้อมกับตักน้ำซุปมาเป่าให้หายร้อนแล้วซดเข้าปาก น้ำซุปร้านนี้ก็อร่อยกลมกล่อมดีไม่ได้จืดชืดเหมือนน้ำล้างเท้า 

"ถ้าเฮียชอบไว้นะโมจะพามาเลี้ยงอีกนะจ๊ะ" ไอ้นะโมยิ้มแป้นราวกับดีอกดีใจที่ผมชอบเหมือนทางร้านจ่ายเงินค่าโฆษณาให้มัน 

"ทีหลังบอกกูตรงๆ ด้วยว่าจะพามากินหมูกระทะ" ผมยังพูดประชดจนไอ้นะโมหัวเราะคิกคัก 

"นะโมชอบเฮียแต่งตัวแบบนี้นี่จ๊ะ หล่อกร้าวใจมากเลย" 

แม้จะเลื่อนสถานะขึ้นมาเป็นคนรักของผมแล้วแต่ความแรดของมันก็ยังคงทนไม่เสื่อมคลาย มีความมองตัวผมแล้วพูดชมพร้อมกับกัดปลายตะเกียบเล่นไปด้วยอีก 

ไอ้เด็กนี่! 

"ทีหลังบอกกู กูจะแต่งแบบนี้ให้มึงดูตอนอยู่บ้าน ใส่เป็นชุดนอนเลย ไม่ต้องให้กูแต่งออกมาข้างนอกก็ได้" 

"แต่งตัวแบบนี้ไปส่งนะโมที่โรงเรียนด้วยได้ไหมจ๊ะ?" ผมคิดว่าไอ้นะโมจะดูออกว่าผมประชด แต่มันกลับคิดจริงจนผมต้องตอบกลับเสียงเข้ม 

"กูประชดไหมล่ะ! " 

"รู้จ้ะ ถึงจะชอบพูดจาประชดประชันใส่ยังไงนหนูก็รัก นะโมรักเฮียนะจ๊ะ" 

ไอ้นะโมพูดพร้อมกับยิ้มกว้างจนผมต้องส่ายหน้าให้กับเมียเด็กช่างจ้อของตัวเอง สุดยอดจริง คุยไปคุยมาโยงมาเรื่องบอกรักผมได้ ผมรู้สึกดีมากนะที่ได้ฟังคำบอกรักของไอ้นะโมไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนหรือแม้อยู่ในร้านหมูกระทะก็ตาม 

แต่ว่าขอแกล้งเก๊กทำหน้าขรึมไว้ก่อนกลัวเด็กมันได้ใจ 

สำหรับผมชีวิตนี้ขอแค่มีไอ้เด็กแรดคนนี้คอยอยู่ข้างกาย ทำให้ผมได้ยิ้ม ได้หัวเราะ และมีความสุขไปกับมันในทุกวันแบบนี้ ผมก็พอใจแล้ว... 

 

 

+++++++++++++++++++++++ 

จบแล้วค่าา เรื่องนี้ไรท์ตั้งใจแต่งคลายเครียด แนวเบาสมองไม่มีอะไรมากมาย ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคนที่แวะเข้ามาอ่านเรื่องราวของคู่นี้นะคะ <3<3<3 

ความคิดเห็น