ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ลอบสังหาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ลอบสังหาร

คำค้น : วายจีน 18+ yaoi นิยายวาย ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2563 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ลอบสังหาร
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ลอบสังหาร 

 

ภพมาร...สถานที่ที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อยากย่างกรายเข้ามาแม้เพียงก้าว ขึ้นชื่อว่ามารนั้นหาดีไม่ได้เลยสักคน ยิ่งเป็นมารร้ายที่เป็นถึงรัชทายาทแห่งภพมารยิ่งชั่วช้าเกินจะสรรหาคำมาบรรยายได้ ในความคิดของจิ้งจอกหิมะตัวหนึ่งที่ถูกบีบบังคับให้มาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้โดยไม่เต็มใจนั้น ยิ่งทวีความเกลียดชังเป็นหลายพันเท่าทวีคูณ 'และเสี่ยวเฟิงกำลังตกอยู่ในชะตากรรมอันแสนเลวร้ายนี้อยู่' กับชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของลูก 

เสี่ยวเฟิงเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของรัชทายาทภพมาร ในมือของเขานั้นกำด้ามของมีดสั้นเอาไว้แน่น ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือ ด้านในนั้นมีร่างของชายผู้หนึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง ใบหน้าที่กำลังซึมไปด้วยเหงื่อสีหน้าแสดงความเจ็บปวดจากพิษของบาดแผลที่ได้รับมาจากสงครามกับราชามังกร 'หลี่จิ้ง' คือคนที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิต

ทุกย่างก้าวแผ่วเบาไร้ซึ่งเสียงของผู้บุกรุก เสี่ยวเฟิงง้างมือขึ้นหวังปักมีดเอาไว้กลางหัวใจของชายผู้หลับใหลบนเตียงกว้าง ในใจนั้นอยากจะตะโกนออกมาให้สาแกใจ แต่ไม่อาจทำได้ เสี่ยวเฟิงจึงประกาศก้องเพียงในใจเท่านั้น'เจ้ามารชั่ว.....ตายซะเถอะ' 

"ท่านแม่" 

มือที่กำลังง้างขึ้นของเสี่ยวเฟิงต้องหยุดชะงัก เขารีบซ่อนของบางอย่างเอาไว้ข้างหลังทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของลูกชาย ใบหน้างดงามของมารดาแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มเพื่อปกปิดพิรุธบางอย่างเอาไว้ 

  

"เสี่ยวไป๋ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่" 

"ท่านพ่อสั่งข้าเอาไว้ก่อนจะหลับว่าให้ข้ามานอนด้วยขอรับ" เด็กน้อยไร้เดียงสาเดินเข้ามาภายในห้องด้วยรอยยิ้ม เสี่ยวไป๋ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ครอบครัวของตัวเองจะได้อยู่พร้อมหน้ากันเช่นนี้ ถึงแม้ว่ามารดาของเขาดูเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าใดก็ตาม 

"ท่านแม่ก็จะมานอนด้วยกันหรือขอรับ" เจ้าจิ้งจอกน้อยเอ่ยถามมารดา 

"เอ่อ....แม่ลืมของเอาไว้ก็เลยเข้ามาเอาน่ะ" เสี่ยวเฟิงคงต้องล้มเลิกแผนการในครั้งนี้ เขาไม่อยากให้เสี่ยวไป๋รู้ว่าตนกำลังจะสังหารพ่อของเขาที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่วัน 

"ทำไมไม่นอนด้วยกันล่ะขอรับ เตียงของท่านพ่อกว้างมากเลย" เด็กน้อยถามตาใส 

  

"นั่นสิ เตียงออกจะกว้าง ยังไงก็พอสำหรับเราสามคน พ่อ แม่ ลูก" เสียงของคนที่เสี่ยวเฟิงคิดว่าหลับอยู่ดังขึ้น ทั้งสีหน้าเจ็บปวดเมื่อครู่ก็ดีขึ้นมากแล้ว ราวกับว่าเมื่อครู่เขาเพียงแค่ฝันร้ายอยู่เท่านั้น 

"นี่เจ้าไม่ได้..." เสี่ยวเฟิงพลั้งปากถามออกมา เขามั่นใจว่าหลี่จิ้งกำลังหลับอยู่แน่นอน 

"ไม่ได้หลับอยู่ใช่หรือไม่ หึหึ ข้าเพิ่งตื่นตอนที่เจ้าเปิดประตูเข้ามานั่นแหละ" รัชทายาทมารตอบเจ้าจิ้งจอกน้อยด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ ไม่ได้เกรงกลัวว่าเขาจะเขามาฆ่าตนเองเลยสักนิด 

"เช่นนั้นท่านพ่อก็ได้ยินที่เราคุยกันแล้วใช่ไหมขอรับ" เสี่ยวไป๋ถามบิดา 

ยิ่งเห็นรอยยิ้มที่ลูกชายส่งไปให้หลี่จิ้ง เสี่ยวเฟิงก็ยิ่งขุ่นเคืองในใจ ตั้งแต่รู้ว่าพ่อของตัวเองยังมีชีวิตอยู่ เจ้าจิ้งจอกน้อยก็เอาแต่อยู่กับเจ้ามารชั่วจนไม่ติดเขาเหมือนเมื่อก่อนทำให้คนเป็นแม่อดน้อยใจไม่ได้ 

ทุกอย่างเป็นความผิดของเจ้ามารชั่วที่นั่งยิ้มอยู่นี่อย่างไรเล่า! 

  

"พ่อได้ยินชัดทุกคำ วันนี้ท่านแม่ของเจ้าคงคิดจะมานอนกับพ่อถึงได้แอบเข้ามาเงียบๆ เช่นนี้ ใช่หรือไม่เสี่ยวเฟิง" หลี่จิ้งมองเจ้าจิ้งจอกที่กำลังขบกรามแน่นอย่างผู้ชนะ 

ใช่ว่ารัชทายาทมารจะไม่รู้ว่าเสี่ยวเฟิงเกลียดเขาเพียงใด แต่นิสัยชอบเอาชนะนั้นทำให้เขาอยากปราบพยศเจ้าจิ้งจอกน้อยที่แสนดื้อรั้นให้กลายเป็นหมาน้อยในอาณัติของเขาให้ได้ ยิ่งกัดไม่ปล่อยเช่นนี้ยิ่งน่าสนุก 

"เจ้าละเมออยู่หรือ ข้ารังเกียจเจ้าถึงเพียงนี้ แม้แต่หน้าของเจ้าข้าก็ไม่อยากเห็นเสียด้วยซ้ำ" เสี่ยวเฟิงสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทุกถ้อยคำล้วนออกมาจากใจอย่างแท้จริง 

"ปากแข็ง" 

มือหนาคว้าเอวบางเข้ามาใกล้อย่างต้องการกลั่นแกล้ง หลี่จิ้งยกยิ้มให้ภรรยาของตัวเองตั้งแต่ก้าวเข้ามาในภพมารเจ้าจิ้งจอกน้อยของเขาก็ระวังตัวมาก จนหลี่จิ้งต้องแสร้งนอนเป็นผักเพื่อล่อให้เสี่ยวเฟิงเข้ามาลอบฆ่าตัวเอง กว่าจะได้ต้องกายนุ่มของเจ้าจิ้งจอกดื้อตัวนี้ 

"ปล่อยข้า! " เสี่ยวเฟิงตวาดลั่นจนเสี่ยวไป๋สะดุ้งด้วยความตกใจ 

"เจ้ากำลังทำให้ลูกกลัวนะเสี่ยวเฟิง" หลี่จิ้งเตือนสติใหเสี่ยวเฟิงรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรต่อหน้าลูก 

"......." 

  

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที เสี่ยวไป๋ยังยืนมองพ่อแม่เถียงกันตาแป๋ว เด็กน้อยไม่รู้ว่าเหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่จึงตกลงกันไม่ได้เสียที ก็เพียงแค่หลับนอนด้วยกันเท่านั้น 

"เสี่ยวไป๋น้อยของพ่อ มาเถอะวันนี้แม่เจ้าก็จะนอนกับเราด้วย" รัชทายาทมารใช้โอกาสนี้รวบรัดไม่ปล่อยให้เสี่ยวเฟิงมีทางปฏิเสธได้ ก่อนจะพลิกร่างบางให้ลงนอนกับเตียง ใช้วิธีสกัดจุดจนเจ้าจิ้งจอกดื้อขยับไปไหนไม่ได้อีก 

"อือออ!! " แม้แต่จะพูดออกมาเพียงครึ่งคำยังไม่อาจทำได้ เสี่ยวเฟิงทำได้เพียงจ้องมองหลี่จิ้งด้วยแววตาอาฆาตเท่านั้น 

"มานอนตรงกลางเถอะ แม่เจ้าง่วงมากแล้ว" 

  

หลังจากที่วางร่างบางลงบนเตียงนอน หลี่จิ้งก็พาลูกชายขึ้นมานอนตรงกลาง เขาจัดการหอมแก้มเนียนของแม่จิ้งจอกไปฟอดใหญ่แล้วตามด้วยจุมพิตกลางหน้าฝากของลูกชาย จากนั้นก็ห่มผ้าให้ทั้งสองคนก่อนที่ตนเองจะล้มตัวลงนอนข้างๆ จิ้งจอกน้อยสองแม่ลูก 

"ท่านแม่วันนี้ไม่เล่านิทานให้ข้าฟังหรือขอรับ" เสี่ยวไป๋หันมาถามมารดาเพราะเขาชอบฟังนิทานที่ท่านแม่เล่ามาก นานวันเข้าเด็กน้อยก็ติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว 

เสี่ยวเฟิงอยากจะตอบคำถามลูกชายแต่เขาไม่อาจทำอันใดได้ ทั้งร่างกายมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังสามารถกลอกไปมาได้ ตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับท่อนไม้เลยสักนิด 

รัชทายาทมารสบตากับเสี่ยวเฟิงอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหันไปถามลูกชายที่นอนขั้นกลางระหว่างตนเองกับแม่จิ้งจอก 

"เสี่ยวไป๋เจ้าชอบฟังนิทานหรือ" 

"ขอรับ" 

  

"วันนี้แม่ของเจ้าเพลียมากแล้ว พ่อจะเป็นคนเล่าให้เจ้าฟังเองดีหรือไม่" หลี่จิ้งเสนอตัว เพราะคืนนี้เสี่ยวเฟิงคงเล่านิทานไม่ได้ 

"ท่านพ่อเล่านิทานเป็นด้วยหรือขอรับ" 

"เป็นสิ พ่อจะเล่าเรื่องกระต่ายป่าให้เจ้าฟังดีหรือไม่" 

เด็กน้อยพยักหน้าเป็นการตอบรับ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากผู้เป็นบิดาได้เป็นอย่างดี มีเพียงเสี่ยวเฟิงเท่านั้นที่เหลือบมองหลี่จิ้งด้วยสายตาอาฆาตแค้น แต่มารหนุ่มก็หาได้ใส่ใจ อย่างไรเสียคืนนี้พ่อแม่ลูกก็ต้องอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ถึงแม้ว่าเสี่ยวไป๋จะไม่ได้พูดออกมาแต่หลี่จิ้งก็รับรู้ได้ว่าลูกต้องการเช่นนั้น 

เด็กน้อยคนนี้ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดจากเขาเลย นั่นยิ่งทำให้หลี่จิ้งรู้สึกผิดที่เขารู้เรื่องของเสี่ยวไป๋ช้าถึงเพียงนี้ ในเมื่อเขารู้แล้ว ในฐานะคนเป็นพ่อก็ต้องชดเชยความอบอุ่นให้กับเสี่ยวไป๋น้อยให้มากที่สุด 

  

หลี่จิ้งเริ่มเล่านิทานให้เจ้าจิ้งจอกน้อยฟัง 

"ในอดีตยังมีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่ เจ้ากระต่ายน้อยกำลังกัดกินยอดไม้ใบหญ้าอย่างมีความสุขแต่แล้ววันหนึ่งเช้าอันแสนสงบสุขก็ถูกเจ้าเหยี่ยวตัวใหญ่เข้ามาทำลาย เจ้ากระต่ายน้อยกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของเหยี่ยวตัวนั้น แต่ก็มีจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งเข้ามาช่วยเจ้ากระต่ายเอาไว้.........." 

เสี่ยวเฟิงที่ถูกสกัดจุดเอาไว้ เขาต้องทนฟังเรื่องราวที่รัชทายาทมารเล่าอย่างไม่มีทางเลือก แต่เรื่องที่หลี่จิ้งเล่านั้นทำให้เขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดสาเหตุที่ทำให้สัตว์เทพอย่างเสี่ยวเฟิงต้องมาอยู่ที่ภพมารแห่งนี้ เหตุการณ์เริ่มต้นจากวันที่เขาได้พบกับเจ้ากระต่ายน้อยในวันนั้น............. 

หนึ่งร้อยปีก่อน 

50% 

บนโลกนี้มีดินแดนที่ประกอบอยู่ถึงสี่ภพนั่นคือ โลกมนุษย์ สวรรค์ ภพมาร และพิภพสัตว์เทพ ทั้งสี่ภพนั้นมีเขตแดนของตนเอง โดยเฉพาะพิภพสัตว์เทพที่มีเกราะป้องกันแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศไม่ข้องเกี่ยวกับโลกใด แต่เมื่อชายผู้หนึ่งข้ามเขตแดนเข้ามายังพิภพสัตว์เทพความวุ่นวายทั้งหมดจึงได้เริ่มต้นขึ้น.......

เสี่ยวเฟิงเป็นเพียงสัตว์เทพเผ่าจิ้งจอกหิมะธรรมดาๆ ตัวหนึ่งที่ถูกส่งตัวเข้ามารับใช้ราชามังกรผู้เป็นราชาของพิภพสัตว์เทพ อันที่จริงแล้วตั้งแต่เกิดมาชีวิตของเสี่ยวเฟิงก็ไม่ได้ราบรื่นนัก

เขาเกิดมาพร้อมกับความตายของมารดา มีบิดาเป็นถึงหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกหิมะ แต่ตำแหน่งคุณชายรองที่เกิดจากอนุภรรยานั้นหาได้มีความสำคัญอันใดอีกทั้งแม่ยังตายตั้งแต่เกิด กว่าจะโตมาได้ก็ไม่ง่ายนักเท่าใดนัก แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องในอดีตเพราะเขาหลุดพ้นจากเผ่าจิ้งจอกหิมะแล้ว ตอนนี้เสี่ยวเฟิงมีหน้าที่ดูแลรับใช้พระชายาของราชามังกร

ท่านไป่เหอเป็นมนุษย์ที่ถูกพาตัวมาเพื่อให้กำเนิดราชามังกรคนต่อไป แรกเริ่มอาจมีเรื่องติดขัดอยู่บ้างแต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็กำลังดำเนินไปด้วยดี แต่วันนี้คือวันเริ่มต้นความโชคร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเสี่ยวเฟิงทั้งหมด

วันที่เสี่ยวเฟิงต้องพาพระชายาออกไปเที่ยวนอกวังมังกรซึ่งเขาได้รับคำสั่งให้ดูและพระชายาเป็นอย่างดี แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อรถม้าที่พวกเขานั่งมาเกิดเสียหลักวิ่งเข้าป่าข้างทาง ยังดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

"พระชายาบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ขอรับ"

"ข้าไม่เป็นไร"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเจ้าจิ้งจอกน้อยก็โล่งใจ หากพระชายาเป็นอะไรไปคอของเขาคงไม่เหลืออยู่บนบ่าเป็นแน่ ชีวิตจิ้งจอกหิมะที่เกิดมาได้เพียงสี่ร้อยกว่าปีนั้นถือว่าสั้นมาก หากต้องมาตายตั้งแต่อายุยังไม่เข้าช่วงวัยรุ่นของจิ้งจอกหิมะก็คงน่าเสียดายเกินไป ท่านแม่สละชีวิตให้เขาได้เกิดมาขอให้เขาได้ใช้ให้คุ้มหน่อยเถอะ!

"เกิดอะไรขึ้นหรือเสี่ยวเฟิง ทำไมอยู่ดีๆ รถม้าถึงได้......" ไป่เหอพระชายาของราชามังกรถามขึ้น

เสี่ยวเฟิงเองก็ตอบนายของเขาไม่ได้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่คำถามนั้นต้องหยุดชะงักไปเมื่อบรรยากาศโดยรอบนั้นเกิดเสียงแมกไม้ดังขึ้น บรรยากาศโดยรอบกดดันขึ้นมาอย่าน่าประหลาด สัญชาตญาณเตือนให้เสี่ยวเฟิงรวังตัวโชคดีที่การเดินทางครั้งนี้มีองครักษ์ของราชามังกรอีกคนหนึ่งเดินทางมาคุ้มกันพระชายาด้วย

ตอนนี้เสี่ยวเฟิงกับองครักษ์นามว่าซือจิ้นกำลังเป็นฝ่ายตั้งรับเพราะพวกเขาอยู่ในที่แจ้งอาจมีศัตรูซุ่มโจมตีอยู่ก็เป็นได้ ความปลอดภัยของพระชายาสำคัญที่สุด พวกเขาจึงประมาทไม่ได้

แอก!

แต่แล้วสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับเป็นเพียงกระต่ายน้อยบาดเจ็บตัวหนึ่ง เสี่ยวเฟิงรู้ได้ในทันทีเพราะจมูกของจิ้งจอกหิมะนั้นไวต่อกลิ่นโดยเฉพาะกลิ่นเลือดของสัตว์ที่เป็นอาหารโปรดของจิ้งจอกอย่างเช่นกระต่ายตัวนี้

"กระต่ายหรือ เจ้าบาดเจ็บนี่" ไป่เหอเข้าไปอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยเอาไว้ ถึงได้รู้ว่ามันได้รับบาดเจ็บ

บรรยากาศไม่น่าไว้ใจเมื่อครู่ได้จางหายไปแล้วอาจเป็นเพราะว่าทั้งเสี่ยวเฟิงและองครักษ์ซือจิ้นกังวลมากเกินไปจึงเผลอปล่อยไอสังหารออกมาจนกลายเป็นบรรยากาศน่าอึดอัดขึ้น

"เดี๋ยวข้าพันแผลให้นะเจ้ากระต่ายน้อย"

ระหว่างที่ทุกคนคลายการระวังตัวลงก็มีเหยี่ยวตัวหนึ่งบินโฉบลงมา มันหวังจะเข้ามาแย่งเหยื่อในมือของพระชายา แต่ยังดีที่องครักษ์ซือจิ้นจัดการมันได้ทันก่อนที่กรงเล็บแหลมคมจะต้องกายชายาของราชามังกร หามีรอยแม้เพียงปลายเล็บพวกเขาทั้งคู่คงไม่พ้นถูกลงโทษสถานหนักอย่างแน่นอน

"ชุดของพระชายาเปื้อนหมดเลย มาให้ข้าอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้ดีกว่าขอรับ พระชายาจะได้นั่งพัก" ขณะที่รอให้องครักษ์ซือจิ้นไปนำรถม้ามา เขาก็อาสาอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้เอาไว้เอง แต่มันกลับไม่ยอมให้เขาจับตัวทั้งยังซุกอ้อมแขนของพระชายาเข้าไปอีก

เสี่ยวเฟิงยกมือเก้อ ดูเหมือนเจ้ากระต่ายจะมุดหนีเขาไปเสียแล้ว บางทีอาจจะเป็นเพราะกลิ่นอายจิ้งจอกทำให้เจ้าตัวเล็กนี่กลัวเขาก็เป็นได้ สุดท้ายก็เป็นพระชายาที่อุ้มเจ้าขนปุยมาจนถึงวังมังกร

"เจ้ากลับมาช้า" น้ำเสียงเย็นเยือกของราชามังกรทำให้ทุกคนต้องสะดุ้ง แต่ด้วยความสามารถของพระชายาจึงทำให้เขากับองครักษ์ซือจิ้นรอดพ้นโทษจากฝ่าบาทมาได้ พระชายามอบหมายให้เขาจัดการทำแผลให้เจ้ากระต่ายป่าที่พามาด้วยให้เรียบร้อย

สุดท้ายเจ้ากระต่ายน้อยก็ตกมาอยู่ในมือของเสี่ยวเฟิง เมื่อพระชายาไป่เหอต้องเข้าไปปรับความเข้าใจกับราชามังกรในตำหนัก เจ้าจิ้งจอกน้อยก็พากระต่ายป่าผู้บาดเจ็บมาที่หลังตำหนัก เขาทายาแล้วก็พันแผลให้อย่างเบามือ ก่อนจะยกตัวมันขึ้นเพื่อสำรวจดูว่ามีบาดแผลตรงจุดอื่นอีกหรือไม่ ตากลมก็สบเข้ากับดวงตาใสๆ ของเจ้าขนปุยทำให้เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้

"นี่ เจ้ากระต่ายน้อย ข้ายังไม่ลืมที่เจ้ากล้าเมินข้าเมื่อตอนกลางวันหรอกนะ" เสี่ยวเฟิงมองเจ้ากระต่ายน้อยที่เขาคิดว่ากำลังสั่นกลัวอยู่อย่างเจ้าเล่ห์

"ถ้าเจ้ากล้าเมินข้าอีก เจ้าได้กลายเป็นกระต่ายย่างแน่" เสี่ยวเฟิงคิดว่าเจ้ากระต่ายน้อยจะเกรงกลัวคำขู่ของตนเองแต่ผลกลับตรงกันข้าม เจ้าขนปุยเชิดหน้าขึ้นไม่สนใจราวกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง จนเจ้าจิ้งจอกอยากจะกินกระต่ายย่างขึ้นมาจริงๆ

"นี่เจ้า! " นิ้วเรียวยกขึ้นชี้หน้าเจ้ากระต่ายอวดดี

"......." แน่นอนว่าไร้การตอบรับจากเจ้าขนปุย เสี่ยวเฟิงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังทำเรื่องไร้สาระสิ้นดี เขากำลังเถียงกับกระต่ายป่า! ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มันก็เพียงแค่สัตว์ป่าธรรมดาจะฟังภาษาคนรู้เรื่องได้อย่างไร

"ถือว่าเจ้าโชคดีที่ได้เจอกับพระชายาที่แสนดีของข้า ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่พ้นกลายเป็นอาหารเหยี่ยว แต่ว่าพระชายาของข้านี่สิจะเป็นเช่นไรบ้างก็ไม่รู้ หวังว่าฝ่าบาทจะไม่รุงแรงกับท่านจนเกินไปนะ" เสี่ยวเฟิงยังอดเป็นห่วงผู้เป็นนายไม่ได้

คำพูดและการกระทำของเจ้าจิ้งจอกน้อยอยู่ในสายตาของเจ้ากระต่ายขนปุกปุยทุกอย่าง แท้จริงแล้วกระต่ายป่าตัวนี้เป็นถึงรัชทายาทแห่งภพมาร หลี่จิ้งแสร้งทำเมินเฉยต่อคำพูดของเสี่ยวเฟิงทั้งที่ความจริงเขาเข้าใจที่เจ้าจิ้งจอกตัวนี้พร่ำบ่นทุกคำเลยทีเดียว 'คิดจะย่างข้ารึ น่าตายนัก' เจ้ากระต่ายคิดในใจ

วันต่อมาเสี่ยวเฟิงก็เอาอาหารมาให้เจ้ากระต่ายตั้งแต่เช้า ทั้งหญ้า แครอท หัวไชเท้า แอปเปิล เขาไม่รู้ว่ามันชอบกินอะไรจึงได้เอามาหมดทุกอย่าง

"ได้เวลาอาหารเช้าแล้วเจ้ากระต่ายน้อย" เสี่ยวเฟิงช้อนตัวเจ้าขนปุยขึ้นมาบนตักก่อนจะหยิบหญ้าสดมาให้ถึงปาก แต่มันกลับเมินหน้าหนีเสียอย่างนั้น

"เจ้าไม่ชอบหรือ งั้นกินหัวไช้เท้า"

เจ้ากระต่ายป่าเหลือบตามองครู่หนึ่งแล้วก็หันหน้าหนีเช่นเดิม

"นี่เจ้า! ทำไมเป็นกระต่ายเรื่องมากเช่นนี้ ถ้าเจ้าไม่กิน ข้าจะกินเจ้าแทนแล้วนะ" เสี่ยวเฟิงขู่เสียงดุ หากมันไม่ยอมกินอะไรเช่นนี้คงได้ตายก่อนที่แผลจะหายเป็นแน่ เขาเพียงแค่กลัวว่ามันจะอดตายเอาเสียก่อน ไม่ได้เป็นห่วงอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

จริงๆนะ กระต่ายไม่น่ารักเช่นนี้จะเป็นห่วงไปทำไมกัน หากไม่ใช่ว่าพระชายาฝากให้เขาดูแล เจ้าตัวเล็กขนนุ่มนี่ได้กลายเป็นกระต่ายย่างไปแล้ว

"เหลือแค่แอปเปิลกับแครอทแล้ว" คราวนี้เจ้ากระต่ายยอมกินแต่โดยดี สงสัยว่ามันชอบแอปเปิลมากที่สุดถึงได้กินแค่อย่างเดียวจนหมด

รัชทายาทมารจำใจกินผักที่เจ้าจิ้งจอกน้อยป้อนให้จนหมด เขาเป็นพวกกินเนื้อไม่ชอบกินผัก แต่ก็ต้องกินเข้าไปเพื่อไม่ให้มีพิรุธ อย่างน้อยก็พอจะช่วยรองท้องได้บ้าง ระหว่างที่บาดเจ็บอยู่เช่นนี้เขาคงต้องยอมเป็นพวกกินพืชไปก่อน

"เก่งมาก"

หลังจากที่หลี่จิ้งกินแอปเปิลจนหมด เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ลูบหัวของเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู กระต่ายมารไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเผลอมองรอยยิ้มอันสดใสนี้นานเพียงใด คงเป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดที่หลี่จิ้งเคยได้เห็น บ่งบอกว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยนี่บริสุทธิ์ใจทั้งคำพูดและการกระทำ

"ข้าต้องไปดูแลพระชายาก่อน เจ้าอย่าดื้อล่ะ เดี๋ยวตอนเย็นข้ามาทายาให้ใหม่" เจ้าจิ้งจอกน้อยเดินจากไปแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ หลี่จิ้งหลับตาลง เขาไม่เคยหลับลึกถึงเพียงนี้มาก่อน อาจจะเป็นเพราะพิภพสัตว์เทพเงียบสงบต่างกับภพมารก็เป็นได้

ความคิดเห็น