facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-11

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2563 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-11
แบบอักษร

 

“พระสนมซึงฮวี ถึงเวลาบรรทมแล้วเพคะ” 

แชยอนที่กำลังส่องคันฉ่องอย่างเหม่อลอยหันหน้าไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียง แม้จะไม่คุ้นหน้า แต่นางก็ไม่ได้รู้จักนางในในวังของตนอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ 

“ชูซอนไปไหนหรือ” 

“นางไม่สบายเลยออกจากพระราชวังไปเพคะ หายดีแล้วถึงจะกลับมาเพคะ” 

“ตายจริง ไม่ได้ร่ำลากันเลย...นางป่วยหนักเลยหรือ” 

เสียงตอนท้ายของแชยอนสั่นเครือเมื่อรู้ข่าวว่านางในที่นางเอ็นดูไม่สบาย 

“เปล่าเพคะ นางบอกแค่ว่ากลัวพระสนมจะติดแล้วก็รีบออกไปเลยเพคะ นางไปหาหมอแล้ว อย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ” 

“ดีแล้ว เดี๋ยวฝ่าบาทจะมา ปลุกข้าด้วยล่ะ” 

“เพคะ พระสนม” 

นางในถอยกลับออกไปพร้อมกับปิดประตู ทางเดินที่สลัวๆ ด้วยแสงไฟจมสู่ความมืดมิด แชยอนดับไฟตะเกียงแล้วนอนลงบนเตียง เป็นเวลาดึกมากแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่นางไม่ได้ทำอะไรนอกจากเฝ้ารอฝ่าบาท พรุ่งนี้ มะรืนนี้ หากนางโชคดี ก็คงจะได้ใช้ชีวิตเช่นนี้ไปตลอด แชยอนหัวเราะเย้ยหยันให้กับตัวเองก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลง 

เวลาล่วงเลยไปนานเพียงใดไม่รู้ แชยอนรู้สึกถึงแรงกดดันจนผวาและสะดุ้งตื่นขึ้น นางจำได้อย่างชัดเจนว่าดับไฟตะเกียงก่อนนอนลงบนเตียง ทว่าสิ่งที่กำลังไหวอยู่ตรงหน้าคือไฟตะเกียง แล้วยังมีคนถือสิ่งนั้นอยู่อีกต่างหาก 

“ตื่นเสียแล้วหรือเพคะ ถ้าบรรทมต่อน่าจะดีกว่านะเพคะ” 

เงาที่กำลังถือตะเกียงอยู่ วางสิ่งนั้นลงบนโต๊ะ เมื่อสายตาเริ่มชินกับความมืด นางจึงรู้ว่าใบหน้านั้นเป็นใคร 

“จะ...เจ้า ทำไม...” 

นางคือนางในแปลกหน้าที่มาช่วยเตรียมตัวเข้านอนแทนชูซอน มีดสั้นที่อยู่ในมือของนางสะท้อนแสงไฟเป็นประกายน่ากลัว 

“ไหนๆ ก็ทรงตื่นแล้ว ขอถามเลยแล้วกันนะเพคะ ยาที่พระสนมเอกให้อยู่ที่ไหนเพคะ” 

ตายแน่ๆ แชยอนรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ นางตื่นกลัวจนหน้าซีดมือคลำหาสิ่งที่จะนำมาใช้ป้องกันตัว แต่บนเตียงนุ่มนั้นไม่มีอะไรที่พอจะใช้ได้เลย นางในถือมีดสั้นขยับเข้ามาทีละก้าวๆ ฝ่ายแชยอนก็ขยับถอยหลังไปทีละนิด จนกระทั่งปลายนิ้วของนางสัมผัสกับผนังเย็นๆ นางตั้งสติได้จึงกำหมัดเคาะผนังรัวอย่างเสียสติ เสียงตึงๆ แทรกขึ้นในอากาศของยามค่ำคืนที่เงียบสงบ ทว่าไม่มีใครตื่นเลย 

“ไม่ต้องส่งเสียงดังหรอกเพคะ ข้าราชบริพารในวังนี้โดนวางยานอนหลับกันหมดแล้วเพคะ” 

มุมปากของนางในกระตุกขึ้นอย่างน่าพรั่นพรึง ตอนนั้นเอง หน้าต่างบานหนึ่งถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสายลมเย็นยะเยือกที่พัดเข้ามา จิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้นางในหันกลับไปมอง แต่นางก็ไม่สามารถเห็นชายหนุ่มได้ คอที่หันไปได้ไม่ถึงครึ่งถูกมือใหญ่บีบแล้วยกขึ้นไปในอากาศ เสียงเยียบเย็นดังออกมาจากปากของชายหนุ่มที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนขี้เล่น 

“ขอโทษนะ พอดีข้าไม่ใช่ข้าราชบริพาร” 

“แค่ก แค่กๆ...” 

นางในแกว่งขาดิ้นรนอยู่กลางอากาศ นางปักมีดที่ถืออยู่ลงไปบนมือของชายหนุ่ม นั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดครั้งสุดท้ายของนาง 

กร๊อบ! 

คอของนางในบิดเบี้ยวผิดรูป พร้อมกันกับที่มีดสั้นอาบเลือดตกลงบนพื้น ลิ้นของนางแลบยาวออกมา ร่างของนางลู่ลงข้างล่างแน่นิ่ง ชายหนุ่มมองนางในอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งแน่ใจว่านางหมดลมหายใจแล้ว เขาจึงเหวี่ยงร่างนั้นไปข้างๆ ราวกับสิ่งของ 

“ทรงปลอดภัยดีใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ” 

ชายหนุ่มเช็ดเลือดที่กำลังไหลออกมากับชายเสื้อพลางถามเสียงต่ำ แชยอนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ได้แต่หลับตาซุกหน้าลงไปใต้ผ้าห่ม ดวงตาที่โผล่ขึ้นมาอย่างช้าๆ สั่นระริกเช่นเดียวกับเสียงของนางที่พยายามเค้นออกมาอย่างยากลำบาก 

“ตะ...ตายแล้วหรือ” 

“ก็ คอหักไปแล้วนี่ ไม่น่าจะรอดหรอกพ่ะย่ะค่ะ” 

ชายคนนั้นที่พึ่งจะฆ่าคนตายไปดูสงบนิ่งและไม่สนใจอะไร นั่นทำให้แชยอนยิ่งรู้สึกหวาดผวามากยิ่งขึ้น มือใหญ่โตนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนกับกำลังจะถูกจับหักคอ 

สายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ เปลวไฟจากตะเกียงไหววูบวาบส่องให้เห็นศพของนางในที่ถูกโยนไปไว้ที่มุมหนึ่ง และชายชุดดำที่มีเลือดหยดลงมาจากมือ แสงไฟที่ไหวไปมานั้นทำให้เงาที่ทอดอยู่ด้านหลังของชายหนุ่มเต้นไปมา เงาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปกคลุมห้องจนมาถึงปลายเท้าของแชยอน 

“พระสนม” 

ชายหนุ่มมองแชยอนที่กำลังตัวสั่นงันงกพลางขยับเข้ามาก้าวหนึ่ง ในตอนนั้น ภาพของพ่อก็ทาบทับลงบนตัวของเขา 

ตาฝาด เราตาฝาดไป แม้ว่าแชยอนจะพยายามคิดเช่นนั้น แต่นางก็ไม่สามารถหลับตาที่กำลังเบิกโพลงลงได้ กลิ่นเหล้าหมักธัญพืชราคาถูกที่พ่อดื่มต่างน้ำลอยคละคลุ้งออกมา พ่อเข้ามาใกล้จนเกือบจะถึงตัว 

‘แกมันเหมือนแม่ไม่มีผิด! นังโสโครก คิดจะหนีตามผู้ชายไปอีกใช่ไหม!’ 

‘เปล่านะจ๊ะ พ่อจ๋า อย่าทำหนู...’ 

‘ออกไปตามหาแม่ของแกซะ! โธ่เว้ย แกมันตัวซวย!’ 

มือของพ่อที่ใหญ่เท่าฝาหม้อเงื้อขึ้นไปในอากาศ แล้วเหวี่ยงเข้ามา แชยอนน้อยเอามือบังหัว ซุกตัวอยู่ในมุมหนึ่งราวกับขยะ เสียงหวีดร้องขอความเมตตาให้ไว้ชีวิต 

“กรี๊ด! พ่อ! หนูผิดไปแล้ว! กรี๊ด!” 

“พระสนม พระสนม ตั้งสติหน่อย พระสนม” 

แชยอนลืมตาพลางหายใจหอบเมื่อได้ยินเสียงต่ำนั้น มือใหญ่ที่เหมือนจะหักคอนางได้ในทันทีเอื้อมมาดึงไหล่นางเข้ามากอด น้ำตาที่รินไหลออกมาจากดวงตาว่างเปล่าเปียกแกร่งของชายหนุ่ม 

“ฮือ...ฮึก...” 

และแล้วแชยอนก็ระเบิดเสียงร้องไห้ออกมา เหมือนกับเด็กน้อยที่รู้สึกวางใจและสามารถหาที่อิงแอบเพื่อร้องไห้ได้ เสียงร้องอย่างเจ็บปวดยังคงดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าจะหยุด 

“ไม่เป็นไรแล้วพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีใครทำอะไรท่านได้” 

ชายหนุ่มตบหลังเบาๆ เป็นจังหวะพลางกระซิบ เสียงทุ้มต่ำและร่างกายอบอุ่นทำให้แชยอนค่อยๆ สงบลง อึดใจต่อมานางจึงหยุดร้อง และเมื่อตั้งสติได้ นางจึงผละตัวออกมาจากอ้อมกอดของเขาแล้วเงยหน้าขึ้น 

“อย่าร้องเลยพ่ะย่ะค่ะ มันทำให้ข้าอยากเลีย” 

แชยอนผงะเล็กน้อยพลางถอยตัวออกมาด้วยสงสัยว่าจะเลียจริงหรือไม่ ชายหนุ่มฉีกยิ้ม แล้วใช้มือซ้ายข้างที่ไม่เปื้อนเลือดเช็ดน้ำตาหญิงสาว ร่างกายที่อบอุ่นสัมผัสบนใบหน้าเล็กที่เย็นด้วยน้ำตา 

“ข้าพูดเล่น แต่ถ้าคราวหน้าร้องอีก อาจจะเลียจริงๆ ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” 

แชยอนมองชายหนุ่มที่กลับมาพูดหยอกเย้านางอีกครั้ง สายตานางหยุดลงที่ด้านล่าง 

“ละ...เลือด...” 

เลือดที่รินไหลจากมือของชายหนุ่มซึมแผ่กระจายจนแดงไปทั่วเตียง ทำไมถึงไม่รู้เรื่องเลย แชยอนนึกโทษตัวเองพลางยื่นมือสั่นเทาไปคว้ามือของชายหนุ่มขึ้นมาตรงหน้าอย่างระมัดระวัง 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอเช้าแล้วข้าจะไปหาหมอ” 

“แต่ถ้าไม่รีบรักษาตอนนี้” 

ใบหน้าของแชยอนยับยู่ด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มมองลงมายังหญิงสาวแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย 

“ตามใจท่านเถอะ...” 

ใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังอมยิ้มขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวอย่างทันทีทันใด ถ้าขยับอีกนิดเดียวจมูกคงจะชนกันแล้ว ลมหายใจของทั้งสองผสมกันในอากาศ เสียงกลืนน้ำลายดังเอื๊อกของหญิงสาวดังขึ้นภายในห้องที่แม้แต่ลมยังหยุดนิ่ง 

“ฉีกเสื้อออกมาห้ามเลือดไว้ให้หน่อยสิพ่ะย่ะค่ะ ถ้าเป็นแถบผ้าผูกชุดยิ่งดี” 

แชยอนจ้องดวงตาสีน้ำตาลที่อยู่ตรงหน้าครู่หนึ่ง ฝ่ายชายหนุ่มก็ไม่ยอมหลบตาแล้วจ้องนางกลับ สายตาที่สบกันนั้นมีความรู้สึกที่ไม่สามารถบอกได้ปะปนอยู่ จนกระทั่งแชยอนกะพริบตา ทั้งสองจึงละสายตาออกจากกัน 

“คะ แค่ห้ามเลือดก็พอใช่หรือไม่” 

แชยอนปล่อยมือที่จับอยู่ลง ก่อนจะคว้าแถบผ้าผูกชุดแล้วกระชากออกสุดแรง แม้มือนางจะเรียวบางแต่ก็สามารถฉีกแถบผ้าออกมาได้ เมื่อเสื้อที่สวมอยู่แหวกออก จึงเผยให้เห็นหน้าอกขาวแสนเย้ายวน เครื่องปกปิดหน้าอกที่ผูกไว้อย่างหลวมๆ เพื่อให้สบายตัวหลุดร่วงลงมากองอยู่ที่สะโพก ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง เขายื่นมือไปทางเนื้อนวลที่โผล่ออกมา 

“พระสนม! ข้าดูเป็นคนดีขนาดนั้นเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ” 

ชายหนุ่มหลับตาปี๋เบือนหน้าหนีก่อนจะดึงชุดของแชยอนมาพันหน้าอกที่เผยออกมาไว้แน่น นั่นทำให้แผลของเขาเปิดออก เลือดไหลหยดลงบนชุดขาว 

“เอามือมาสิ เอ่อ ท่าน...” 

“โฮจิน” 

โฮจินยื่นมือขวาที่บาดเจ็บออกไปโดยที่ยังคงเบือนหน้าหนีอยู่ แชยอนจับมือนั้นแล้วเช็ดเลือดออกด้วยชายกระโปรง นางพันแผลด้วยแถบผ้าที่ฉีกออกมาแล้วผูกปมเป็นอันเสร็จสิ้นการห้ามเลือด รอยเลือดที่ซึมแผ่ออกมาบนแถบผ้าทำให้นางกังวล แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ 

“เรียบร้อยแล้ว ท่านโฮจิน” 

แชยอนที่มองรอยเลือดอยู่ครู่หนึ่งวางมือลงอย่างช้าๆ 

“ชุด ใส่เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” 

“มันไม่มีอะไรให้ผูกแล้ว...” 

แชยอนตอบคำถามของโฮจิน เสียงหายไปในตอนท้าย เฮ้อ โฮจินถอนหายใจ แล้วคลำไปบนเตียงทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ เขาคว้าผ้าที่มีสัมผัสนุ่มๆ มาห่อหุ้มร่างกายของแชยอน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมาจากผ้าห่มที่โฮจินเอามาห่อตัวนาง 

“ทำอะไรของท่าน!” 

แชยอนที่โผล่ออกมาแต่หัวค้านขึ้นด้วยเสียงแหลมเล็ก แต่ดูท่าทางโฮจินไม่คิดที่จะตอบ เขากลับจัดแจงผ้าห่มที่ห่อตัวแชยอนไว้ใหม่เพื่อไม่ให้มีเนื้อหนังส่วนไหนโผล่ออกมาข้างนอกได้แม้แต่นิดเดียว 

“ไว้ข้าไปแล้วท่านค่อยออกมานะ แล้วก็เอาผ้านั่นเช็ดเลือดที่พื้นเสีย เดี๋ยวข้าจะให้คนเอาชุดกับผ้าห่มผืนใหม่มาให้ แล้วก็...” 

โฮจินหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วก้มตัวลงเล็กน้อย ก้อนเนื้อสีแดงโผล่ออกมาจากริมฝีปากแห้งผากแล้วเลียบนแถบผ้าที่พันอยู่ที่มือขวาอย่างเนิบๆ เน้นๆ พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแชยอน จนหัวใจของแชยอนเต้นโครมครามราวกับว่าเขากำลังเลียริมฝีปากของตนอยู่ 

“ไม่ว่าจะที่ไหนก็ห้ามแก้ผ้าอีก วันนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี ข้าเลยอดทนไว้ แต่ไม่มีครั้งที่สองแน่” 

ความคิดเห็น