facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-8

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2563 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-8
แบบอักษร

 

ท่ามกลางความมืดและเงียบสงัด ทั้งๆ ที่ชินชากับสิ่งเหล่านี้ แต่ทำไมในวันนี้ถึงได้รู้สึกโศกเศร้า แชยอนลุกขึ้นนั่งเพ่งมองไปในความมืดมิด สิ่งที่ปลุกความเงียบสงบราวชั่วนิจนิรันดร์และทำให้สติของนางกลับคืนมาคือเสียงของจิ้งหรีดที่ดังมาจากข้างนอก 

มีเรื่องที่ต้องทำนี่นา แชยอนนึกถึงคำพูดของมินอาพลางลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปหยิบกระถางต้นไม้ที่ซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งขึ้นมา 

“หน้าต่าง เปิดบานนี้ได้ไหมนะ แล้วต้องสามครั้ง หรือสี่ครั้งกันแน่นะ” 

นางพึมพำกับตัวเองโดยที่ไม่ได้คิดอะไร แต่เสียงของตนที่สะท้อนผนังกลับมานั้นกลับทำให้วิตกมากขึ้น แชยอนสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยเพื่อให้จิตใจสงบ ก่อนจะยกมือขึ้น แม้แต่มือที่เคาะผนังยังสั่นน้อยๆ ด้วยความกังวล 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

นางกลั้นใจรอ แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แชยอนรู้สึกโล่งใจแต่ก็ผิดหวังเล็กน้อย และในตอนที่นางกำลังเอื้อมมือออกไปเพื่อปิดหน้าต่างนั้นเอง 

“ชู่ว” 

ชายฉกรรจ์คนหนึ่งส่งสัญญาณให้แชยอนเงียบเสียง ในขณะที่นางเอามือปิดปากเพราะเกือบหลุดเสียงกรีดร้องออกไปโดยไม่รู้ตัว ชุดคลุมสีดำและดาบสีนิลนั้นทำให้สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ ทว่าเขาเป็นชายหน้าตาหล่อเหลาที่ดูมีเสน่ห์ผิดคาด ด้วยดวงตาสีน้ำตาลที่สะท้อนแสงไฟจากตะเกียง จมูกโด่งเป็นสัน และมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเหมือนแมวไม่มีผิด 

“กระหม่อมมารับของตามพระบัญชาของพระชายาพ่ะย่ะค่ะ” 

เสียงทุ้มหนักที่ออกมาจากปากของเขาไม่เข้ากับหน้าตาเอาเสียเลย แชยอนที่มองเขาอย่างเลื่อนลอยเพิ่งนึกขึ้นได้ถึงสาเหตุที่ชายคนนี้ปรากฏตัว 

“อ๊ะ ขอโทษด้วย” 

นางเอ่ยขอโทษพลางยกกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ส่งให้ชายหนุ่มอย่างเร่งรีบ คิ้วหนาของชายหนุ่มขมวดเป็นปมเมื่อดึงผ้าไหมออกแล้วมองดูสิ่งนั้น เขาดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก สายตาเย็นชามองกระถางดอกไม้และแชยอนสลับกัน 

“ทรงตั้งใจจะกินสิ่งนี้เข้าไปอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” 

“หา? เอ่อ...คือว่า...” 

มันก็จริงอยู่ที่นางตั้งใจจะกิน แต่จะพูดแบบนั้นก็คงไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่ก็รู้สึกเช่นนั้น แชยอนอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไรดี แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจ และพูดสิ่งที่ตนตั้งใจจะพูดต่อ 

“ถ้าเป็นพระชายาหรือมินอาก็ไม่แน่ใจหรอก แต่หากเป็นผู้หญิงอ่อนแออย่างท่านดื่มเข้าไปแค่หยดเดียวก็อาจจะตายได้ทันที คราวหน้าให้พระชายาทรงเสวยเองเลยดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” 

เป็นการพูดเล่นที่น่ากลัวมาก แชยอนแอบวิเคราะห์สีหน้าของเขา ทว่าในแววตาของชายหนุ่มไม่มีอารมณ์ขันเจืออยู่แม้แต่น้อย แม้จะน่าตกใจแต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาพูดจากใจจริง 

“ข้าไม่รู้น่ะ ข้าขอโทษด้วย” 

“ไม่ใช่เรื่องที่พระสนมต้องขอโทษกระหม่อมหรอกพ่ะย่ะค่ะ แต่...” 

ใบหน้าของชายหนุ่มที่โค้งตัวลงขยับเข้ามาใกล้หน้าของแชยอนภายในพริบตา แชยอนสะดุ้งตกใจที่ดวงตาสีน้ำตาลมาจ่ออยู่ตรงหน้าจึงขยับถอยหลังทำให้เสียหลักและเซ แต่นางก็ไม่ได้ล้มลงไป เคราะห์ดีที่ชายหนุ่มใช้แขนเอื้อมไปรองรับเอวบางทางด้านหลังแล้วกอดเอาไว้อย่างทันท่วงที 

“ระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ หญิงสาวที่หน้าตาสะสวยอย่างท่านเป็นสิ่งล้ำค่าของแผ่นดินนี้ จะบาดเจ็บแม้แต่เพียงปลายเล็บก็ไม่ได้” 

ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางกระซิบกระซาบหยอกเย้า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องมองแชยอนในท่านั้นเต็มไปด้วยความขี้เล่น 

“ปะ...ปล่อยได้แล้ว” 

หญิงสาวหน้าแดงเมื่อสบตากับแววตาเปิดเผยคู่นั้น จึงเบือนหน้าหนีพลางพูดพึมพำเป็นเชิงขอร้อง ชายหนุ่มดูท่าทางจะไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นอยู่เลย เขาขยับหน้าไปตามที่หญิงสาวหันไปก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่เข้มขึ้น 

“ทำไมมินอาถึงไม่บอกเลยว่าเป็นผู้หญิงที่งดงามถึงเพียงนี้ ตั้งแต่นี้ไป กระหม่อมจะมาอยู่เคียงข้างท่านทุกคืน แค่คิดก็หวั่นไหวแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

“หยาบคาย! เจ้ากำลังพูดจาล่วงเกินผู้หญิงขององค์รัชทายาทอยู่นะ!” 

“อย่าทรงโกรธเช่นนั้นสิพ่ะย่ะค่ะ ไม่ทำให้สวยขึ้นเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” 

แชยอนหมดคำจะพูดในความไร้มารยาทและหน้าด้านของเขา คำพูดคลุมเครือของมินอาที่พูดทิ้งท้ายไว้ผุดขึ้นมาในหัวของแชยอนที่กำลังจับจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ขี้เล่นตรงหน้า 

ทรงต้องระวังคนคนนั้นด้วยนะเพคะ เขาไม่ใช่คนอันตราย แต่ว่าอาจจะเป็นอันตรายในแง่อื่นเพคะ 

เรื่องนี้หรือเปล่า เขาดูไม่อันตรายอย่างแน่นอน แต่แชยอนเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเขาอันตรายในแง่ไหน ท่าทางมั่นใจและเสน่ห์ที่สะกดผู้คนราวกับจิ้งจอกเก้าหางดูไปแล้วก็คล้ายพระชายาอยู่เหมือนกัน ชายหนุ่มที่มองตาหญิงสาวอย่างตื่นเต้นฉีกยิ้มในอึดใจต่อมา จากนั้นเขาสำรวมท่าทีแล้วดึงมือออก 

“หมดเวลาเล่นแล้วสิ ปกติกระหม่อมต้องคอยเฝ้าพระชายาทุกวัน แต่จู่ๆ ก็ได้มาเฝ้าสาวงามเช่นนี้ กระหม่อมเลยดีใจออกนอกหน้าไปหน่อย ทรงอย่าถือสาหาความกระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ” 

มันหมดเวลาเล่นไปตั้งนานแล้ว แต่ทำไมถึงโกรธไม่ลงกัน แชยอนพยักหน้าราวกับถูกเขาสะกดจิต 

“ยามที่พระจันทร์ขึ้นกระหม่อมจะอยู่ที่นี่เสมอ หากทรงตกอยู่ในอันตราย หรือ...” 

ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาจ้องตาแชยอนอีกครั้ง เสียงของชายหนุ่มที่ทุ้มต่ำและดูลึกลับดังขึ้นในหูของหญิงสาวซึ่งครั้งนี้ไม่ตกใจ และไม่หลบเลี่ยง 

“หากทรงคิดถึงกระหม่อม ก็ทรงเคาะผนังแบบเมื่อครู่นี้นะพ่ะย่ะค่ะ” 

 

ภายหลังพิธีอภิเษกสมรส พระราชวังที่เคยเงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ชาน มูยองวังซึ่งเป็นองค์ชายสอง และเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาขององค์รัชทายาทเพิ่งเสร็จกลับจากการท่องเที่ยวอันยาวนานมาที่พระราชวังเมื่อคืนวาน สำหรับพระราชาองค์ปัจจุบันที่ไม่ค่อยมีนางสนมต่างจากพระราชาองค์ก่อนๆ พระโอรสทั้งสามจึงเป็นสิ่งล้ำค่า และในสามคนนั้นองค์ชายสองเป็นคนที่ใกล้ชิดมากที่สุด จึงไม่สามารถละเลยการต้อนรับขับสู้ไปได้ 

“พระราชาพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทและพระชายาเสด็จพ่ะย่ะค่ะ” 

คู่ขององค์รัชทายาทมาหลังสุด เหล่าเชื้อพระวงศ์รวมตัวกันอยู่ทุกคนเว้นแต่องค์ชายหนึ่งที่ร่างกายไม่แข็งแรง เป็นภาพที่หาดูได้ยาก ทำให้รอยยิ้มอย่างพึงพอใจไม่จางหายไปจากใบหน้าของพระราชาเลย 

“พระพันปี พระราชา พระมเหสี ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” 

ความจริงแล้วคู่นี้เป็นคู่ที่ทำตามใจตัวเองมากที่สุดในพระราชวัง แต่ทั้งคู่กำลังรักษามารยาทภายในวังอย่างไร้ที่ติเหมือนตระเตรียมกันไว้ ใบหน้าของพระราชาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้มองดูคู่ของโอรสตนเองเช่นนั้น 

“นั่งสิ อ้อ องค์ชายสองออกเดินทางท่องเที่ยวตอนที่จัดพิธีอภิเษกสมรส คงจะเพิ่งเคยเจอพระชายาเป็นครั้งแรกสินะ ทักทายกันเสียสิ” 

ชานพยายามหุบปากที่กำลังอ้าค้างโดยไม่รู้ตัว เขาปรับสีหน้าพลางจ้องมองพระชายาที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะดูอย่างไรเขาก็มั่นใจ นางคือผู้หญิงในชุดขาวที่เล็งดาบมาที่ตนแล้วข่มขู่ตนเมื่อคืน แม้แต่คนสนิทที่แสนยโสโอหังคนนั้นที่อยู่ทางด้านหลังนางก็ประจำที่ของตัวเองอยู่ 

ทว่ามีสิ่งที่แตกต่างออกไปอยู่ มือข้างที่กระดิกนิ้วโชว์แหวน และลูบคมดาบอย่างน่ากลัวนั้น ในตอนนี้ประสานกันอยู่ที่หัวเข่าอย่างเรียบร้อย แก้มสีลูกท้อและริมฝีปากที่ยิ้มอย่างขวยเขินก็ต่างจากท่าทีเยียบเย็นเมื่อคืน 

หญิงสาวที่กำลังเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้เป็นพระชายาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ชานใช้สมาธิจดจ่อกับการซ่อนความงุนงงสับสนเอาไว้พร้อมกับเอ่ยทักทายเสียงแข็ง 

“...องค์ชายสอง มูยองวัง ถวายบังคมพระชายา” 

“ยินดีที่ได้พบกันเพคะ องค์ชายมูยองวัง องค์รัชทายาทตรัสถึงองค์ชายอยู่บ่อยๆ ได้พบองค์ชายเช่นนี้ หม่อมฉันดีใจเป็นอย่างยิ่งเพคะ” 

แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาอย่างเหนียมอายยังดูสง่างามและอ่อนโยน เมื่อหันไปมองรอบๆ บรรดาเชื้อพระวงศ์ทุกคนยกเว้นพระสนมเอกมุนซึ่งเป็นมารดาของตน รวมไปถึงข้าราชบริพารที่ยืนอยู่โดยรอบต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และมองด้วยสายตาเอ็นดูราวกับพระชายาน่ารักเสียเหลือเกิน 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สิ่งที่ทำให้เขาประหวั่นพรั่นพรึงที่สุดราวกับถูกผีหลอกคือท่าทีของพระพันปีผู้เป็นย่า หญิงชราที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีเย็นชามาตลอดกลับยิ้มแก้มแทบปริทันทีที่พระชายาเดินเข้าประตูมา แล้วตอนนี้นางก็กำลังพยักหน้าในขณะมองหญิงสาว 

ทุกคนกำลังถูกผู้หญิงเสียสติหลอก 

ชานไม่รู้เลยว่าตนเองมีความคิดเดียวกันกับฮอน ท้ายทอยของเขาถึงกับขนลุกชัน 

อีกด้านหนึ่ง ฮอนที่ยืนอยู่ข้างๆ รยูฮารู้สึกไม่พอใจตะหงิดๆ เพราะเมื่อคืนนี้เขาถูกรยูฮาตะเพิดออกมาอย่างเย็นชา แต่ตอนนี้นางกลับแสดงท่าทีใจดีกับพี่ชายต่างมารดาของตน แล้วยังรอยยิ้มหวานปานดอกไม้ของนางทำให้เขายิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีก 

ฮอนไม่เคยได้รับรอยยิ้มที่สวยและสดใสเช่นนั้นจากนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วทำไมถึงต้องส่งรอยยิ้มแบบนั้นให้ชานที่เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกด้วย ฮอนเหล่มองรยูฮาด้วยหางตา ในอกของเขาเดือดปุดๆ โดยปกติแล้วชานเป็นพี่ชายที่เขาชื่นชอบมากที่สุด แต่ในวินาทีนี้เขารู้สึกอยากไล่ชานออกไปให้พ้น 

“องค์รัชทายาท องค์ชายสอง มีอะไรหรือเปล่า ทั้งสองคนดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” 

พระราชาไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าสาเหตุที่ทำให้สีหน้าของเหล่าโอรสตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะพระชายา องค์ชายทั้งสองที่ตั้งสติได้เมื่อได้ยินคำถามของพระราชาจึงรีบก้มหัวลง 

“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ เมื่อคืนนี้กระหม่อมนอนไม่ค่อย...” 

เหมือนกันทั้งสาเหตุและคำตอบ พระราชาระเบิดหัวเราะออกมาด้วยรู้สึกว่าโอรสทั้งสองช่างน่ารักที่ตอบออกมาเหมือนกันอย่างพร้อมเพรียงกัน 

“อืม องค์รัชทายาทเพิ่งจะแต่งงานก็คงจะเป็นเช่นนั้น ส่วนองค์ชายสองเพิ่งจะกลับมาถึงพระราชวัง อาจจะไม่ชินกับที่นอน จะว่าไป องค์ชายสอง ระหว่างที่ไปท่องเที่ยวเจ้าไม่เจอหญิงสาวถูกใจบ้างเลยหรือ เราแอบหวังอยู่เล็กๆ แต่ก็กลับมาคนเดียวเสียนี่” 

ความคิดเห็น