facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลื่อนขั้นอีกแล้ว

ชื่อตอน : เลื่อนขั้นอีกแล้ว

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2563 10:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลื่อนขั้นอีกแล้ว
แบบอักษร

กว่าสนมคนงามจะตื่นก็เกือบจะเย็นแล้ว บทรักเร่าร้อนของฮ่องเต้ในช่วงสายทำให้ซื่อยี่หลับยาว ดีแต่พระองค์ทรงอ่อนโยน แม้จะเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับลุกไม่ขึ้น 

 

นางกำนัลขันทีที่เข้ามาปรนนิบัติต่างก้มหน้าก้มตา หน้าแดงหูแดงกันไปหมด เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้ทรงทำอะไรเช่นนี้ในตอนกลางวัน 

 

กระทั่งสนมเผิงรับมื้อเย็นจนอิ่ม ฟ้าก็มืดพอดี ออกมานั่งย่อยอาหารตรงเฉลียงหน้าตำหนัก 

 

"กุ้ยเฟยส่งของมีค่ามาหรือยัง" 

 

"ยังเพคะ" 

 

"อืม...ไม่เป็นไร ...หากพรุ่งนี้ยังไม่ส่งมาเดี๋ยวข้าจะไปทวงเอง" 

 

เอ่ยจบใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มกว้าง เพราะนึกถึงของมีค่ามากมายในตำหนักกุ้ยเฟย 

 

"พระสนมเพคะ ฝ่าบาทส่งเกี้ยวมารับเพคะ" 

 

"เกี้ยวรึ" 

 

"เห... ไม่ใช่ว่า... " 

 

เห็นพระสนมทำหน้าสงสัยเลิกคิ้วเป็นคำถาม นางกำนัลที่มารายงานได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจเช่นกัน เกี้ยวที่ส่งมาเป็นเกี้ยวส่วนพระองค์ มีเพียงฮองเฮาคู่บ้านคู่เมืองถึงจะนั่งได้ แต่อยู่ ๆ ฝ่าบาทกลับส่งมารับสนมขั้นสองคงไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้ 

 

ตำหนักส่วนพระองค์ 

ซื่อยี่มองสำรวจไปทั่วอย่างตั้งอกตั้งใจ เห็นของมีค่ามากมายก็ตื่นเต้น ไม่ได้ให้ความสนใจผู้เป็นฮ่องเต้ ที่นั่งทำงานอยู่เลยสักนิด จนทำให้ใครบางคนเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังแสร้งทำนิ่งเฉย 

 

"ฝ่าบาท~" 

 

"หืม" 

 

พอมองจนพอใจก็ก้าวเท้าเข้าไปยืนข้างโต๊ะทรงงาน แต่ฮ่องเต้ยังไม่ยอมยกพระพักตร์ขึ้นจากงานเสียที ยืนรอได้ชั่วครู่สายตาเหลือบไปเห็นตราหยก มือไม้กำลังเนียนจะเข้าไปหยิบ 

 

"อย่าได้คิดแตะต้องเชียว ของนั่นเจ้าเอาไปเล่นไม่ได้" 

 

เสียงดุจนต้องหดมือกลับ 

 

"ก็แค่ของเล็กน้อยเอง แค่นี้ก็ต้องหวงด้วย" 

 

ซื่อยี่เอ่ยจบก็ยู่ปากใส่ผู้ที่นั่งอยู่ ก่อนจะหันหลังจะก้าวเท้าแต่เอวถูกรั้งด้วยวงแขนแกร่งให้นั่งลงไปบนตัก 

 

"โกรธรึ" 

 

เสียงกระซิบอ่อนโยนของคนด้านหลัง ทำให้แก้มของคนบนตักขึ้นสีเล็กน้อย 

 

"ผู้ใดจะไปกล้าโกรธพระองค์กันเล่า" 

 

อาการแง่งอนของสนมคนงามทำให้พระองค์ต้องรีบเอ่ยปากงอนง้อ 

 

"นั่นเป็นตราประทับส่วนตัวของเราน่ะ ไม่ใช่ของเล่น ไว้เราเอาอย่างอื่นให้เจ้าดีหรือไม่" 

 

"ดี ๆ พระองค์ตรัสแล้วห้ามคืนคำนะ" 

 

"อืม." 

 

ได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มน่ารักก็ประดับบนหน้าสนมเผิงทันที 

 

"เด็กดีไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวเสร็จแล้วเราตามไป" 

 

"เพคะ~" 

 

แล้วเท้าเล็ก ๆ ก็วิ่งไปอย่างกระตือรือร้น จนผู้ที่มองตามด้านหลังอดส่ายหน้าไม่ได้ เพราะทรงรับสั่งให้นางกำนัลขันทีออกไปหมด ต้องการอยู่กันเพียงลำพังสองคน ทำให้สนมตัวน้อยไม่ต้องรักษากริยามากมาย 

 

ตำหนักแห่งนี้มีบ่อน้ำร้อนอยู่ภายใน ทำให้ซื่อยี่ได้แช่น้ำอุ่นอย่างสบายอกสบายใจ กระทั่งฮ่องเต้ย่อนตัวลงมานั่งเคียงข้าง 

 

"ชอบหรือไม่" 

 

"ชอบมากเลยเพคะ" 

 

รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าน่ารักของอีกคน ที่มองแล้วต้องทำให้ทรงรั้งตัวมานั่งคล่อมลงบนตัก 

 

"พรุ่งนี้เราจะจัดการสนมชายาบางส่วน แล้วแต่งตั้งเจ้าเป็นชายาขั้นเฟย" 

 

"โห......ถ้าอย่างนั้นก็ต้องได้ของมีค่าเยอะเลยล่ะซิ" 

 

พอเห็นคนตรงหน้าเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย พระองค์รู้สึกมือไม้คันยุบยิบไปหมด ให้อยากจับคนมาตีก้นยิ่งนัก อดไม่ได้จนต้องขบกัดปลายจมูกงอนไปหนึ่งที 

 

"อื้ออออ... เจ็บ~" 

 

"เจ้ามันน่าตี รู้ตัวบ้างไหม๊หืม" 

 

"ฝ่าบาทอ่ะ หม่อมฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ" 

 

คิ้วยุ่งปากยู่จนน่าเอ็นดู เอ่ยวาจาแง่งอน จนได้รับจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากเป็นการปลอบโยน 

 

ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งเริ่มลูบไล้แผ่นหลังเปล่าเปลือยอย่างเบามือ 

 

"หลังจากเป็นสนมขั้นเฟยแล้ว รอให้ผ่านไปเดือนหนึ่ง เจ้าค่อยแสร้งตั้งครรภ์ แล้วเราจะแต่งตั้งเจ้าเป็นฮ่องเฮา" 

 

ส่วนมือข้างที่เหลือ ใช้นิ้วเกลี่ยข้างแก้มนวลเบาๆ 

 

"เจ้าทำได้หรือไม่" 

 

"ได้ซิเพคะ หม่อมฉันทำได้อยู่แล้ว" 

 

เป็นฮองเฮาเชียวนา วู้วววว ~~ ในหัวน้อยๆ ของซื่อยี่ กำลังฝันถึงสมบัติมีค่ามากมาย จนไม่ทันสังเกตการกระทำของอีกคน 

 

"อื้อออ ฝ่าบาท~" 

 

"หืม" 

 

เสียงครางต่ำที่อยู่ตรงซอกคอขาวเนียน กับบางอย่างที่กำลังพองโตดันก้นขาวนวลใต้น้ำ 

 

"ฝ่าบาท~....อย่าเพคะ.... ไม่เอา" 

 

ซื่อยี่พยายามห้ามปราม ฝ่ามือเล็กผลักดันใบหน้าที่กำลังซุกไซร้ซอกคอ 

 

"พระองค์พึ่งทำไปเมื่อตอนกลางวันเองนะ" 

 

"ยี่เอ๋อ~..ได้โปรด...เราต้องการเจ้า" 

 

เสียงกระเส่าร้องขอก่อนจุมพิตเร่าร้อนจะประทับลงมา ฝ่ามือหนาเคลื่อนต่ำลงไปใต้น้ำจับแก่นกายเล็กชักขึ้นชักลงเบา ๆ เพียงเท่านี้สนมตัวน้อยก็อ่อนระทวยแล้ว สองมือเล็กทาบลงบนแผ่นอกเปล่าเปลือย ปล่อยให้คนโตกว่าชักนำ 

 

มือที่ว่างอยู่ของคนโตกว่าเอื้อมไปที่ช่องทางด้านหลัง ใช้นิ้วเรียวยาวสอดใส่เข้าไปเปิดเส้นทาง ส่วนแก่นกายเล็กด้านหน้าถูกชักขึ้นขักลงไม่หยุด 

 

ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ซอกคอ สลับกับริมฝีปากขบเม้มเบาๆ  

 

"อื้อออ ฝ่าบาท~" 

 

สนมคนงามเสียวสะท้านไปหมดจนต้องครางเรียกอีกคนอย่างอ้อนวอน ส่วนคนโตกว่าก็เล้าโลมอย่างใจเย็น กระทั่งช่องทางพร้อมแล้ว  

 

ฝ่ามือหนึ่งยกบั้นท้ายงอนขึ้น ส่วนอีกมือจับแก่นกายใหญ่ที่กำลังพองโตจ่อเข้าไปปากทาง แล้วค่อยๆ สอดใส่เข้าไปช้าๆ  

 

"เด็กดี ผ่อนคลายลงหน่อย " 

 

คนตัวเล็กทำตามอย่างว่าง่าย  

 

"อ๊ะ.. เจ็บ" 

 

"ชู่...อย่าเกร็ง" 

 

"อย่างนั้น อื้มมม" 

 

พอช่องทางด้านหลังกลืนกินแก่นกายใหญ่จนสุดความยาว ซื่อยี่ถึงกับระบายลมทางปาก 

 

"อ่าาาาา" 

 

ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยึดสะโพกมนไว้ อีกหนึ่งชักรูดแก่นกายเล็ก  

 

"ยี่เอ๋อ ค่อย ๆ ขยับนะ " 

 

คนด้านบนทำตามสั่งอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ กระทั่งเริ่มคล่องแคล่วรับกับจังหวะกับฝ่ามือหนาที่ขยับขึ้นลงตรงแก่นกายเล็ก 

 

"อื้มมมม อ่าาาาา" 

 

ไม่นานก็ถูกอุ้มขึ้นวางตรงขอบบ่อทั้งที่ช่วงล่างยังเชื่อมกัน แล้วคนโตกว่าก็เป็นฝ่ายกระแทกเอง เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครวญครางดังก้องไปทั่ว จนกระทั่งเสร็จสมไปพร้อมกัน  

 

แต่มันกลับไม่จบเพียงแค่ครั้งเดียว จากบ่อน้ำร้อนมาจนถึงเตียงกว้าง ยังดีที่คนโตกว่ายังรู้จักหักห้ามใจยอมหยุดหลังจากปลดปล่อยไปสามครั้ง แต่ก็ทำเอาคนตัวเล็กสลบไสลไปเลยทีเดียว 

 

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยรับสั่งปลดเหล่าสนมชายา มีการชี้แจงความผิดที่ยาวเป็นหางว่าวทั้งหลักฐานและพยานแน่นหนา หนึ่งในนั้นมีชายาขั้นเฟยรวมอยู่ด้วย  

 

พอช่วงบ่ายก็มีราชโองการแต่งตั้งสนมเจาหรง เลื่อนขึ้นเป็น สนมขั้นเฟย ประทานพระราชทินนามเป็น ซูเฟย ให้ย้ายมาอยู่ตำหนักใหญ่ ไม่ไกลจากตำหนักฮ่องเต้ และประทานของมีค่ามากมาย จนเหล่าสนมชายาที่ยังอยู่ อิจฉาจนแทบกระอักเลือด 

 

แต่ผู้ที่กลายเป็นซูเฟย ยังนอนสลบไสลอยู่บนเตียงกว้างของฮ่องเต้อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว 

 

"อื้อออ~" 

 

"เด็กดีตื่นได้แล้ว ลุกขึ้นมาทานอะไรหน่อยเถอะ" 

 

ซื่อยี่ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง เพื่อมองผู้ที่กำลังก่อกวนตนเอง พอเริ่มได้สติความรู้สึกปวดเมื่อย และอาการเจ็บแสบที่ช่องทางด้านหลังก็เข้ามาทันที 

 

"โอ๊ย" 

 

"ยี่เอ๋อ เจ็บมากเลยรึ รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเราให้คนไปตามหมอหลวงมาดูเจ้า" 

 

เสวี่ยหงเยว่เอ่ยปากด้วยความร้อนรน ทำท่าจะลุกจากเตียงไปเรียกขันที แต่แขนกลับถูกดึงไว้ 

 

"ไม่เอานะ ไม่ต้องเลย" 

 

ใครจะไปยอมให้หมอหลวงมาดูกันเล่า แค่นี้ก็อับอายจะแย่แล้ว ซื่อยี่ได้แต่คิดอย่างเพลียๆ 

 

เห็นใบหน้าน่ารัก ที่ตอนนี้ยับอยู่ คล้ายคนไม่พอใจ ซ้ำยังไม่ยอมสบตาตรงๆ ก็เลยพอจะเข้าใจ 

 

"เอาเถอะ เดี๋ยวเราพาเจ้าไปอาบน้ำ จะได้ทานอะไรรองท้องเสียหน่อย ค่อยกลับมานอนต่อดีหรือไม่" 

 

เอ่ยจบไม่รอให้อีกคนได้ทันคิด ก็อุ้มตัวคนก้าวเท้าไปยังบ่อน้ำร้อนแล้ว ส่วนผู้ที่ถูกปรนนิบัติอย่างเอาอกเอาใจก็ปล่อยเลยตามเลย รู้สึกดีเสียอีกที่ฮ่องเต้ต้องมาดูแลตนเอง 

 

กระทั่งอาบน้ำ ไปจนถึงทานอาหารร่วมโต๊ะกับฮ่องเต้แล้ว พอซื่อยี่รู้ว่าได้ของมีค่ามากมาย ก็รีบกลับตำหนักแห่งใหม่ของตนทันที แล้วภาพเดิม ๆ ที่นางกำนัลขันทีต้องส่ายหน้าในใจเช่นทุกครั้ง คือสนมคนงามเอาแต่จดนับของมีค่าอย่างไม่สนใจสิ่งใด 

 

"ซูเฟยเพคะ กุ้ยเฟยส่งของมีค่ามาแล้วเพคะ" 

 

ได้ฟังนางกำนัลรายงานผู้ที่พึ่งกลายมาเป็นซูเฟย ก็ตาเป็นประกาย ในหัวคิดอย่างมีความสุข ว้าว...ร่ำรวยมั่งคั่งใหญ่แล้ว ก่อนจะเอ่ยอย่างเร่งร้อน 

 

"เอาเข้ามาเลย ๆ จะได้จดทีเดียว" 

 

นางกำนัลขันทีรีบไปจัดการตามสั่งอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่ของมีค่าจากกุ้ยเฟย แต่ยังมีของมีค่าจากเหล่าสนมชายาส่งมาแสดงความยินดีด้วย  

 

"ซูเฟยเพคะ สนมเจี่ยยวี่มาขอเข้าพบเพคะ" 

 

"เจี่ยยวี่รึ" 

 

มีตำแหน่งต่ำกว่าข้ามากสินะ ซื่อยี่คิดทบทวนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปาก 

 

"ให้รอที่ห้องโถงก่อนแล้วกัน เดี๋ยวข้าออกไป" 

 

"เพคะ" 

 

จากนั้นก็หันมาสั่งนางกำนัลที่อยู่ในห้องเก็บสมบัติ 

 

"พวกเจ้าตรวจนับแล้วจดไว้ให้หมดล่ะ เดี๋ยวข้ามาดูอีกที" 

 

"เพคะ" 

 

แล้วสนมคนงามก็ก้าวเท้าออกไป 

 

สนมเจี่ยยวี่ผู้นี้เป็นหญิงงามแทบจะเรียกได้ว่าล่มเมืองได้เลยทีเดียว ตอนเข้าวังมาใหม่ คล้ายจะเป็นที่โปรดปราน จนทำให้หลงลืมตัว เย่อหยิ่งจนไม่เห็นหัวผู้ใด ซ้ำยังหึงหวงเหล่าสนมชายาจนออกนอกหน้า  

 

จนฮ่องเต้รู้สึกเบื่อหน่าย จึงไม่เคยเสด็จไปหามาเป็นปีแล้ว พอไม่เป็นที่โปรดปราน ที่เคยลงมือไว้กับผู้ใด ก็ถูกเอาคืนเป็นเท่าตัว 

 

เจี่ยยวี่คิดจะมาประจบประแจงซูเฟยคนใหม่ หวังจะได้เจอฮ่องเต้ และหาคนหนุนหลังเพื่อที่ตนเองจะไม่ถูกรังแกอีก ตอนนี้กำลังนั่งรอในห้องโถงอย่างกระวนกระวาย ในหัวก็วางแผนไม่หยุด กระทั่งเจ้าของตำหนักก้าวเท้าออกมา 

 

"ซูเฟยเพคะ" เจี่ยยวี่ยอบกายชดช้อย 

 

"ตามสบายเถิด"  

 

ซื่อยี่ไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนักหากจะมีคนมาเยี่ยมเยียน เพราะฮ่องเต้เคยตรัสเรื่องพวกนี้ให้ฟังแล้ว   

 

"หม่อมฉันนำของขวัญเล็กน้อยมาแสดงความยินดีด้วยเพคะ"   

 

จบคำสนมเจี่ยยวี่ นางกำนัลคนสนิทก็ส่งถุงหอมที่ปักลายสวยงามมาให้เจ้านาย ก่อนที่สนมผู้อ่อนหวานงดงาม จะส่งไปให้เจ้าของตำหนัก 

 

อีกฝ่ายรับมาแล้ว ก็ยกยิ้ม เอ่ยปากชื่นชม 

 

"งดงามยิ่งนัก"  

 

"หม่อมฉันปักเองเพคะ หากซูเฟยชอบ หม่อมฉันทำมาให้อีกก็ได้นะเพคะ" สนมขั้นต่ำกว่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ 

 

ชอบอะไรกันเล่า ของมีค่าต่างหากที่ข้าชอบ สนมผู้นี้ช่างงกจริงเชียว ซื่อยี่ได้แต่บ่นในใจ แต่ใบหน้ายังยิ้มแย้มชื่นชมไม่ขาดปาก 

 

"ขอบใจเจ้ามากนะ นอกจากจะงดงามแล้ว ฝีมือปักผ้าของเจี่ยยวี่ยังดีมากอีกด้วย"  

 

"ซูเฟยชมเกินไปแล้วเพคะ" 

 

เจี่ยยวี่เอ่ยพร้อมรอยยิ้มเอียงอาย อยู่ ๆ ก็ได้ยินขันทีหน้าตำหนักรายงาน 

 

"ฝ่าบาทเสด็จ" 

 

ใกล้เวลาเย็นแล้ว ฮ่องเต้ตรวจฎีกาเสร็จก็เร่งมาหาสนมรักทันที เพราะเกรงคนจะโกรธเรื่องเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา   

ความคิดเห็น