facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : จอมงกน้อย

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 08:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จอมงกน้อย
แบบอักษร

ไม่เพียงวังหลังที่เคลื่อนไหว เหล่าขุนนางก็ถวายฎีกาให้ค์ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งฮองเฮาเช่นกัน จนพระองค์รู้สึกเบื่อหน่ายขุนนางที่มักใหญ่ใฝ่สูงเหล่านี้  

 

ห้องทรงพระอักษร 

สายพระเนตรเสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ ทอดมองไปไกล ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใด 

 

"ให้คนไปตามสนมเผิงมาหาเรา" 

 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" 

 

ลิ่วกงกงรับคำด้วยความประหลาดใจ เพราะฝ่าบาทไม่เคยให้ฝ่ายในเข้ามายุ่มย่ามที่นี่ แต่ก็ยังก้าวเท้าออกไปจัดการตามรับสั่ง 

 

ตำหนักสนมเผิง 

นางกำนัลลอบมองสนมคนงามที่กลายเป็นที่โปรดปราณของฮ่องเต้ ด้วยความเหนื่อยใจ เพราะป่านนี้ยังไม่ยอมออกจากห้องเก็บของมีค่า 

 

"พระสนมเพคะ ฮ่องเต้ให้ขันทีมาตามไปเข้าเฝ้าที่ห้องทรงพระอักษรเพคะ" 

 

เสียงนางกำนัลที่เข้ามารายงาน ทำให้ซือยี่ต้องหยุดมือ แล้วหันกลับมาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ 

 

"ฝ่าบาททรงมีเรื่องอันใด เจ้ารู้หรือไม่" 

 

"ไม่ทราบเพคะ" 

 

"อืม....... ช่างเถอะ .......ไปกัน" 

 

ขบวนสนมเผิงเจาหรง ที่กำลังมุ่งหน้าไปเข้าเฝ้าเจอเข้ากับขบวนของฮวากุ้ยเฟย นางกำนัลกระซิบข้างหูซื่อยี่เพื่อบอกข้อมูลของขบวนผู้ที่กำลังจะสวนกัน พร้อมทั้งเบี่ยงหลบให้ชายาขั้นเฟยผ่านไปก่อน 

 

แต่อีกฝ่ายกลับหยุดยืนรอให้เผิงเจาหรงทำความเคารพ  

 

"เจ้าคือสนมเผิง ที่ฝ่าบาททรงไปค้างด้วยซินะ" 

 

เพราะความขุ่นเคืองที่ถูกปลด และความอิจฉา กอปรกับมีพี่ชายเป็นแม่ทัพใหญ่ เลยไม่คิดเกรงกลัว ฮวากุ้ยเฟยมองสนมยศต่ำกว่าตรงหน้าด้วยหางตา 

 

"ข้าถามทำไมไม่ตอบ! คิดว่าเป็นคนโปรดเพียงแค่วันสองวัน แล้วจะลืมกฎของหวังหลังไดงั้นรึ!" 

 

ซือยี่อ้าปากค้าง ตกใจเล็กน้อย ที่เห็นหญิงงามตรงหน้าเอ่ยวาจาไม่หยุด คนอะไรพูดเองเออเองก็ได้ ไม่ได้เว้นช่องให้ข้าตอบเลยสักนิด 

 

"คุกเข่าเดี๋ยวนี้!!" 

 

ห๊ะ .. ยัง..ยังไม่หยุดให้ข้าพูดอีก 

 

"ข้าจะลงโทษสนมที่ทำผิดกฎให้หลาบจำ" 

 

นางกำนัลขันทีด้านหลังสนมเผิงต่างรู้สึกหวาดกลัว แต่หาได้หวาดกลัวกุ้ยเฟยไม่ เพราะฝ่าบาทรับสั่งให้ปกป้องสนมคนโปรดให้ดี หากเกิดเรื่องขึ้น เกรงว่าพวกเขาคงแย่เป็นแน่ 

 

พอเห็นว่าอีกฝ่ายเว้นจังหวะ ซื่อยี่ก็รีบเอ่ยปากทันที 

 

"กุ้ยเฟยพูดจบหรือยังเพคะ หม่อมฉันล่าช้าแล้ว หากกุ้ยเฟยอยากลงโทษ เกรงว่าคงต้องตามไปลงโทษต่อหน้าพระพักตร์แล้วกระมัง"  

 

เอ่ยจบซื่อยี่กำลังจะก้าวเท้าจากไป แต่กลับถูกขันทีสองคนของกุ้ยเฟยขวางเอาไว้ ทำให้ขันทีของซื่อยี่ต้องออกมาขวางหน้าเจ้านายไว้เช่นกัน  

 

"บังอาจนัก!! จับสนมไม่รู้ที่ต่ำที่สูงผู้นี้คุกเข่าให้ข้า" 

 

เพราะนางกำนัลขันทีข้างกายซื่อยี่ขึ้นตรงต่อฝ่าบาท หากเป็นกุ้ยเฟยลงมือ พวกเขาอาจไม่กล้าแต่หากเป็นข้ารับใช้เช่นกัน ย่อมไม่เกรงใจ 

 

ภาพนางกำนัลขันทีที่กำลังยื้อยุดกันจนเกิดความชุลมุลวุ่นวาย ยิ่งทำให้ฮวากุ้ยเฟยโกรธจนหน้าแดง หันมาชี้หน้าสนมเผิง 

 

"เจ้า... เจ้าบังอาจยิ่งนัก!" 

 

"หม่อมฉันยังไม่ได้ทำอันใดเลยนะเพคะ อยู่ๆ กุ้ยเฟยก็เอ่ยวาจาไม่หยุด หม่อมฉันเพียงแค่จะบอกว่า ฝ่าบาททรงรับสั่งให้หม่อมฉันไปเข้าเฝ้าก็เท่านั้นเอง" 

 

สนมเผิงเอ่ยวาจาคล้ายไม่ได้รับความเป็นธรรม  

 

พอได้ยินเช่นนั้น ฮวากุ้ยเฟยก็แอบตกใจเล็กน้อย แต่เพราะฮ่องเต้ไม่เคยให้ความโปรดปราณสตรีคนใดมาก่อน แล้วนางก็ลงมือเช่นนี้บ่อยครั้ง ไม่เห็นว่าพระองค์จะมาใส่ใจ มีแต่เข้าข้างนางด้วยซ้ำ  

 

เพราะกุ้ยเฟยมีตำแหน่งสูงกว่า นางกำนัลขันทีจึงมีมากกว่า เพียงไม่นานฝ่ายสนมเผิงก็เสียเปรียบ  

 

"เจ้าสองคนไปจับสนมเผิงคุกเข่าแล้วตบปากให้เข็ดหลาบเดี๋ยวนี้!!"  

 

ฮวากุ้ยเฟยสั่งนางกำนัลคนสนิทข้างกายด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม 

 

นางกำนัลสองคนที่เข้ามาจับสนมคนงาม ต่างก็คว้าเพียงอากาศ ซื่อยี่ขยับกายหนีไปทางฮวากุ้ยเฟย ด้วยความว่องไว กลายเป็นการล้อมจับที่แสนจะวุ่นวายโดยมีกุ้ยเฟยอยู่ตรงกลาง 

 

"เจ้า... เจ้า..นางคนชั้นต่ำ ออกไปใกลๆ ข้า" 

 

"ว้ายยยย กุ้ยเฟยเพคะ"  

 

ท้้งนางกำนัลขันที ที่ตอนนี้กลายเป็นตบตีกันจริงจังเพราะเริ่มโกรธ ทั้งสนมขั้นสูงสองคนที่วิ่งวนกันไปมา  

 

"พวกเจ้า!!! ..มัวทำอันใดอยู่ มาช่วยกันจับนางคนชั้นต่ำนี่เร้ววววว!!"  

 

กุ้ยเฟยที่ผมเผ้าหลุดหลุด เครื่องประดับและของมีค่าในกายไม่รู้หายไปที่ใดหมดแล้ว  

 

"ว้ายย อย่าทำข้า ฮือๆ ๆ กลัวแล้ว.." 

 

เสียงสนมคนงามร้องห่มร้องไห้วิ่งวนรอบกายกุ้ยเฟย เพื่อหลบหนีนางกำนัลขันที ที่จะจับตนเอง  

 

"ฝ่าบาทเสด็จ" 

 

เสียงก้องกังวาลไปทั่วทางเดิน ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักทันที 

 

"ฮือ ๆ ๆ ฝ่าบาทเพคะ ...ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันกลัว" 

 

สนมคนงามรีบวิ่งมาซบอกฮ่องเต้ ด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกไปหมด ส่วนผู้อื่นต่างรีบคุกเข่ารวมทั้งกุ้ยเฟยก็ด้วย 

 

"เป็นอันใดมากหรือไม่ ให้ข้าดูเร็ว" 

 

เสวี่ยหงเยว่ตกใจไม่น้อยที่เห็นอีกคนร้องไห้จนตัวสั่น รีบประคองใบหน้าเล็กขึ้นมาสำรวจ 

 

"ฮึก..คนใจร้ายพวกนั้น รังแกหม่อมฉันเพคะ ฮือ ๆ ๆ" 

 

"ฝ่าบาท อย่าได้ทรงเชื่อนางสนมชั้นต่ำผู้นี้นะเพคะ เพราะมัน......" 

 

กุ้ยเฟยยังเอ่ยไม่ทันจบ เห็นสายตาเย็นชาที่มองมาจำต้องหุบปากด้วยความแค้นเคือง 

 

"มันเกิดอันใดขึ้น!" 

 

ฮ่องเต้รับสั่งถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาและทรงอำนาจ สายพระเนตรทอดมองไปรอบๆ กระทั่งหยุดที่ฮวากุ้ยเฟย   

 

"เพราะสนมเผิงไม่เคารพหม่อมฉัน หม่อมฉันเลยเอ่ยปากสั่งสอนเล็กน้อย แต่สนมเผิงกลับสั่งนางกำนัลขันทีพวกนี้ลงมือทำร้ายคนของหม่อมฉันเพคะ ฮือ ๆ ๆ" 

 

เรื่องเปลี่ยนดำกลายเป็นขาวกลับผิดให้เป็นถูกเช่นนี้ของกุ้ยเฟย หากทำกับสนมทั่วไปคงไม่มีปัญหา เพราะฮ่องเต้ไม่คิดใส่ใจ แต่ไม่ใช่กับสนมเผิง 

 

"เป็นอย่าง ที่กุ้ยเฟยกล่าวหรือเปล่า หืม" 

 

น้ำเสียงอ่อนโยน ทั้งฝ่ามือหนาลูบหลังให้อย่างปลอบประโลม 

 

"กุ้ยเฟยโกหกเพคะ พอเจอหน้าหม่อมฉันกุ้ยเฟยก็เอาแต่พูดเองเออเอง แล้วก็สั่งให้หม่อมฉันคุกเข่า ยังสั่งให้คนพวกนั้นมาจับหม่อมฉันด้วยเพคะ ฮือ ๆ ๆ ฝ่าบาท กุ้ยเฟยน่ากลัวยิ่งนักเพคะ" 

 

"ไม่นะเพคะ เผิงเจาหรงโกหก ฝ่าบาทต้องเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ ฮือ ๆ" 

 

ฮวากุ้ยเฟย รีบคลานเข่าเข้ามาใกล้ฮ่องเต้ ด้วยความลนลาน ไม่เคยมีสนมยศต่ำคนใด กล้าหักหน้านางเช่นนี้มาก่อน เพราะพี่ชายนางสามารถสั่งเป็นสั่งตายครอบครัวสนมเหล่านั้นได้ 

 

"เจ้าช่างดีจริง ฮวากุ้ยเฟย โดนปลดจากผู้ดูแลวังหลังได้เพียงวันเดียว ก็ก่อเรื่องเสียแล้ว!" 

 

"ไม่นะเพคะ ฝ่า......" 

 

"เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว เราไม่อยากฟัง เราจะป...." 

 

"ฝ่าบาท"  

 

เสียงหวานรีบเอ่ยขัดวาจา  

 

"หืม"  

 

เสวี่ยหงเยว่ ส่งเสียงในลำคอ คิ้วสองข้างยกขึ้นเป็นคำถาม 

 

"หม่อมฉันไม่ได้เป็นอันใดมาก อีกอย่างหม่อมฉันก็มีส่วนผิด ถ้าอย่างไร ให้กุ้ยเฟยส่งของมีค่ามาปลอบขวัญหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ" 

 

ไม่พูดเปล่าฝ่ามือเล็กยังซุกซนลูบอกแกร่งไปมา จนฝ่ามือหนาต้องจับมือเล็กให้หยุด 

 

"ย่อมได้ ตามใจเจ้า" 

 

น้ำเสียงอ่อนโยน พระเนตรหวานล้ำ ซ้ำยังยกมือเล็กขึ้นมาจุมพิตเบาๆ 

 

"ฝ่าบาท.. หม่อมฉันอายนะเพคะ" 

 

ภาพนี้ทำเอาฮวากุ้ยเฟยแทบกระอักเลือด นางไม่อยากเชื่อว่าฮ่องเต้จะหลงไหลสนมเผิงขนาดนี้ ทั้งอิจฉา คับแค้น 

 

"เจ้าได้ยินแล้ว ครั้งนี้เราจะไม่เอาผิดเจ้า แต่ต้องส่งของมีค่ามาปลอบขวัญสนมเผิงเข้าใจหรือไม่ อ่อ แล้วอย่าได้เคลือบยาพิษมาเชียว" 

 

รับสั่งกับกุ้ยเฟยเสร็จ ก็ทรงรับสั่งกับลิ่วกงกง  

 

"จัดการเหล่าข้ารับใช้ที่ไม่รู้นายรู้บ่าวพวกนี้ด้วย" 

 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"  

 

ฮ่องเต้ก็โอบเอวสนมเผิงก้าวเท้ากลับตำหนักโดยไม่สนใจผู้ใดอีก  

 

"เจ้าบาดเจ็บหรือไม่ " 

 

น้ำเสียงจริงจังของอีกคนทำให้ซื่อยี่ต้องหันหน้าไปมอง 

 

"ไม่เป็นไรสักหน่อย หม่อมฉันเก่งอยู่แล้ว" 

 

ตอบพร้อมรอยยิ้มภูมิอกภูมิใจ 

 

"อืม...ก็ดี...ต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้มากกว่านี้รู้ไหม๊" 

 

"ฝ่าบาท" 

 

"หืม" 

 

"ทรงห่วงหม่อมฉันหรือเพคะ" 

 

"อืม" 

 

"แค่เนี้ย ไหนรางวัลเล่าเพคะ" 

 

"อุ๊บ...."  

 

ริมฝีปากหนาประทับลงมา ขบเม้มริมฝีปากบาง เบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ผละออก  

 

"แค่นี้พอหรือไม่" 

 

*_* 

 

เห็นสนมคนงามเงียบไป  

 

"ไว้กลับตำหนัก เราค่อยให้เจ้ามากกว่านี้" 

 

ห๊ะ! ยังมีมากกว่านี้ 

 

ไม้นี้ของฮ่องเต้ ทำเอาซื่อยี่พูดอันใดไม่ออก ได้แต่คิดทบทวนในใจ พร้อมกับเหล่มองคนข้างกาย 

 

ข่าวที่กุ้ยเฟย ตบตีกับสนมเผิงเพียงไม่ถึงชั่วยามก็ดังไปทั่ววังหลัง มีแต่ผู้คนสมน้ำหน้าฮวากุ้ยเฟย ทั้งยังอิจฉาสนมเผิง ที่เป็นที่โปรดปราณ กระทั่งมีสนมบางคนคิดประจบประแจงด้วยซ้ำไป 

 

แต่ผู้ที่ทุกคนกำลังอิจฉา พอกลับมาถึงตำหนักได้ ก็รีบเอาบัญชีมานั่งจดยิกๆ ไม่สนใจผู้นั่งดื่มชาอยู่บนตั่งเลยสักนิด ซ้ำยังล้วงของมีค่าออกมาจากทั่วทั้งตัว ปิ่นปักผม กำไลหยก หยกห้อยเอว และอีกหลายชิ้นที่ไม่รู้ไปเอามาตั้งแต่ตอนไหน 

 

เสวี่ยหงเยว่ต้องส่ายหน้าให้กับเจ้าจอมงกน้อย ดูเถอะลืมกระทั่งเขาผู้เป็นฮ่องเต้ยังนั่งอยู่ตรงนี้ มันน่าจับตีก้นนักเชียว ยิ่งคิดก็ยิ่งหมั่นเขี้ยว อดไม่ได้ต้องเข้าไปอุ้มคน พาเข้าห้อง  

 

"อ๊ะ ..ฝ่าบาท หม่อมฉันยังจดไม่เสร็จเลยนะ ของก็ยังไม่ได้เก็บ ปล่อยก่อนซิเพคะ" 

 

*_* 

 

"ฝ่าบาท......... อุ๊บ.........อื้อออ" 

 

ไม่นานเสียงครวญครางก็ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบทรักภายในห้องเร่าร้อนเพียงใด  

 

--------------------- 

ขอโทษ ช้าหน่อยนะ ไรท์มัวแต่ปิดเรื่อง   "พระชายา ?"  อยู่  

รัก รีดดดดดดดดด ทุกคน ^^ 

ความคิดเห็น