เจ้าหญิงดอกไม้ / บุษบากร
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานของ "เจ้าหญิงดอกไม้" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของรีดทุกคนด้วยนะคะ ^^ (ดูนิยายเรื่องอื่น ๆ คลิกที่รูปโปรไฟล์ได้เลยน้า)

ชื่อตอน : CHAPTER 21 100% It's hurts me

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2563 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 21 100% It's hurts me
แบบอักษร

 

 

INGDAW PART :

 

วันแล้ววันเล่าผ่านไป ฉันก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเขา ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ และใช้ชีวิตต่อไป...คนเรามันต้องมูฟออนสิ ใช่มั้ย อีกอย่างสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือลูกกับครอบครัว

เพล้ง!

โครม!!

"แม่!!" เสียงของแม่ดังขึ้นมาจากในครัว น้ำเสียงดูตกใจจนฉันที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้านต้องรีบวิ่งหน้าตั้งไปหาแม่ในครัวทันที ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้ฉันช็อกจนก้าวเท้าไปไหนไม่ออก "แม่..ยาย..ยายเป็นอะไร" มือไม้สั่นไปหมดไม่รู้ว่าต้องทำอะไรหรือพูดอะไรออกไป

"ดาวโทรเรียกรถพยาบาลเร็วลูก!" แม่เงยหน้าขึ้นบอกฉัน ท่านกำลังพยุงร่างไร้สติของยายที่นอนฟุบอยู่กับพื้นในครัว ข้างๆ เป็นถาดขนมที่กระจัดกระจายเต็มไปหมด

"ฮึก ได้ค่ะ" ฉันบอกก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบโทรศัพท์กดโทรเบอร์ 1669 ทันที พูดผิดพูดถูกพูดทั้งน้ำตาแต่สุดท้ายก็พูดจนถูกจนเจ้าหน้าที่มาหาที่บ้านใช้เวลาแค่ห้านาที

"แม่ ดาวกลัว ฮือๆ" บอกแม่ทั้งน้ำตา ตอนนี้เราอยู่บนรถพยาบาล ฝั่งตรงข้ามมีพยาบาลกับคุณหมอที่กำลังใส่สายน้ำเกลือกับกน้ากากอ็อกซิเจนให้ยายอยู่ ใบหน้าและร่างกายของยายซีดเผือก ขีวิตฉันมีแค่แม่กับยาย...โตมากับยาย ยายคนที่ชอบดึงฉันไปกอดเวลาโดนแม่ดุ มีแม่ต้องมียาย และต้องมีฉันที่นั่น มันขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้

"ยายต้องไม่เป็นอะไร" แม่บอกพร้อมกับกุมมือฉันไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือบางแผ่ซ่านไปจนถึงหัวใจ

"คุณหมอ ฮึก ช่วยยายหนูด้วยนะคะ ฮือๆ" ฉันบอกคุณหมอไปทั้งน้ำตา มือข้างนึงกุมมือแม่เอาไว้ อีกข้างก็กุมมือยาย น้ำมูกน้ำตาไหลรวมกันจนแยกไม่ออก ความเสียใจและกลาวกลัวกำลังเกาะกินไปทั่วร่างกาย

"อึก ฮือยายต้องฟื้นขึ้นมานะ ยายสัญญากับหนู ฮือๆ ไว้แล้ว" ฉันพูดออกไป ยังจำประโยคตอนที่แม่กับยายรู้ความจริงเรื่องฉันท้องได้อยู่เลย

"ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไร ยายเข้าใจ" อ้อมกอดที่อบอุ่นที่ไม่แพ้ของแม่คอยกอดและให้กำลังใจฉันเสมอคืออ้อมกอดของยาย "ดาวยังไม่ตั้งชื่อลูกเลย ฮึก ดาวจะให้ยายเป็นคนตั้ง ฮือๆ" แม่ดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง ตอนนี้เลยแต่ซุกอยู่กับอกของแม่ ฝ่ามือบางลูบผมฉันเบาๆ ท่านเองก็เศร้าไม้แพ้กันแต่ก็ยังมาปลอบฉัน

"ลูกสาวคุณท้องหรอครับ" เสียงของคุณหมอที่เดาว่าน่าจะถามแม่มากกว่าทำให้ฉันผละออก เห็นแม่พยักหน้ารับ และพอจะเดาออกว่าคุณหมอกับคุณพยาบาลต้องเป็นห่วงฉันแน่นอน

"คนท้องไม่ควรมีเรื่องเครียดมากระทบกระเทือนจิตใจ หนูทราบค่ะ แต่ตอนนี้ ฮึก หนูเป็นห่วงยาย ฮือๆ" ฉันปล่อยโฮอีกครั้งต่อหน้าหมอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหยดน้ำตาที่บดบังการมองเห็นหรือเปล่าถึงทำให้ภาพตรงหน้ามันพร่ามัวลงทุกที

แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้ช็อกจนหายใจไม่ทั่วท้องคือเหตุการณ์ ณ ตอนนี้...เหตุการณ์ที่บีบหัวใจจนมันแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ

"หมอคะ ชีพจรคนไข้หยุดเต้น!"

"ดาว เป็นอะไรลูก ดาว!" สายตาเป็นห่วงจากแม่ที่มองมาเป็นภาพสุดท้ายที่ฉันเห็น ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบ...

 

KAN PART :

 

ทำไมเรื่องแย่ๆ ถึงเกิดกับน้องตลอดเวลา ทำไม...ทำไมผมถึงไม่สามารถแบ่งเบาความเจ็บปวดมาจากอิงดาวได้เลย ต้องเข้มแข็งขนาดไหนกัน

"ช่วงนี้ฮอร์โมนคุณแม่เปลี่ยนแปลงบ่อย ส่งผลให้ความดันต่ำลง อีกทั้งคนไข้ยังมีอาการเครียด วิตกกังวลร่วมด้วยจึงเป็นสาเหตุของอาการหน้ามืดหรือเป็นลมครับ" คุณหมอยังคงอธิบายอาการน้องให้ผม

"ตื่นมาภาพตอนที่อยู่บนรถฉุกเฉินอาจจะติดตาคนไข้ ยังไงหมอรบกวนคุณพ่อดูแลและให้ให้กำลังใจคนไข้อย่างใกล้ชิดนะครับ"

"ครับ ขอบคุณมากนะครับ" ผมยกมือไหว้ขอบคุณคุณหมอที่เป็นคนดูแลอิงดาว ตอนนี้จึงเหลือแค่ผมกับน้อง ส่วนคุณน้า แม่จงของอิงดาว ตอนนี้ท่านกำลังเคลียร์เรื่องคุณยายของน้องอยู่...ผมต้องเป็นคนบอกเธอสินะ หลายชั่วโมงก่อนตอนที่ทั้งสามคนมาถึงโรงพยาบาล คุณยายหัวใจหยุดเต้นพอๆ กับที่อิงดาวหมดสติ โชคดีหน่อยที่อยู่ในมือหมอแล้ว คุณหมอผ่าตัดด่วนให้คุณยายแต่...นั่นแหละครับ ท่านเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

คุณน้าจึงให้ผมมาดูแลน้องแทน ผมรู้ข่าวตอนที่กำลังประชุมประจำเดือนอยู่กับคณะกรมฝรมการในบริษัท ใช่ครับ คนในที่ประชุมตกใจว่าทำไมผู้บริหารถึงลุกออกจากห้องประชุมมากลางคันแบบนั้น ผมรีบมาโรงพยาบาลทันที สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือตอที่เธอขึ้นมาแล้วพบว่าเสียคนในครอบครัวไปอีกหนึ่งคน

"อือ" เสียงพึมพำเรียกให้ผมหลุดจากภวังค์ ริมฝีปากสวยได้รูปซีดเผือกขยับเบาๆ

"พี่กันต์.."

"ครับ พี่เอง" ผมพูดยิ้มๆ มือหนาลูบผมน้องด้วยความเอ็นดู "หนูเป็นอะไร.." น้ำเสียงแรกยังคงปกติ แต่น้ำเสียงหลังจากที่น้องกวาดสายตามองไปรอบห้องทำให้ผมเริ่มกังวล

"โรงพยาบาล...ยาย ยายล่ะคะ ยายเป็นยังไงบ้าง" คนตัวเล็กกระวนกระวายใจ พยายามจะลุกขึ้นไปให้ได้

"อิงดาว" ผมเรียกเธอเสียงแผ่ว นี่ผมต้องเป็นคนบอกข่าวร้ายกับเธอสินะ

"พี่กันต์ หนูจะไปหายาย ฮืก จะไปหายาย" น้องพูดแต่คำนี้ซ้ำ ๆ ใบหน้าสวยเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำสีใส

"อิงดาว.." ผมเรียกน้องครั้ง มือหนาวางทาบกับฝ่ามือเล็ก

"ฮึก พี่กันต์ หนูขอร้อง อย่าพูดคำนั้นออกมา ฮือๆ" ภาพตรงหน้ากำลังทำให้หัวใจผมเจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือเล็กปิดหูตัวเองไม่ให้ฟังประโยคที่ผมกำลังพูด

"คุณยายท่าน/กรี๊ดดดดด ฮือๆ ไม่ ไม่จริง หนูขอร้อง ได้โปรดอย่าพูดคำยั้นออกมา ฮืออ" ร่างบางร้องไห้จนตัวโยนจนผมต้องดึกน้องเข้ามากอด

"ชู่ว...ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรแล้วคนเก่ง" พูดพร้อมกับลูบแผ่นหลังบางไปด้วย ผมกอดเธอไปสักพักจนเสียงสะอื้นเบาลงไป จึงผละออก

"ฮึก...หนูไม่อยากได้ยินคำนั้น" แววตาที่เคยสดใดมันหายไปแล้ว และผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้เห็นความสดใสจากเธออีกครั้งรึเปล่า

"พี่จะไม่พูด" ผมตอบ เอาไว้ให้น้องโอเคกว่านี้ล่ะกัน ตอนนี้น้องบอบบางจนผมกลัวว่าถ้าพูดความจริงไปคนตรงหน้าอาจจะสลายไปต่อหน้าต่อตา

"แม่ละคะ แม่อยู่ไหน"

"คุณน้าไปทำธุระ เดี๋ยวก็มาแล้ว ตอนนี้อยู่กับพี่ไปก่อนนะ ^^" ผมคลี่ยิ้มบางๆ ไปให้น้อง คนตัวเล็กไม่ได้ตอบกลับเพียงแค่พยักหน้ารับเฉยๆ ทำท่าจะล้มตัวลงนอน แต่ก็ชะงักอีกครั้ง

"ลูก...ลูกหนูไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ"

"ครับ" ผมตอบ หลังที่สบายใจเรื่องลูกน้องจึงยอมนอนอีกครั้ง ดวงตาเหม่อเลยจนผมเป็นห่วง โลกของเธอมันค่อยๆ พังทลายลงมาโดยที่เราตั้งตัวไม่ได้เลย คงมีแต่ความเข้มแข็งที่จะทำให้เราสู้ต่อ

 

คุณหมอให้อิงดาวอยู่ดูอาการอีกสองวัน อาการทางกายรักษาได้ไม่ยาก แต่อาการทางใจคงต้องรักษากันระยะยาว ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดคงเป็นช่วงงานศพ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ที่ใช้คำว่าเราเพราะผมแทบจะตัวติดกับอิงดาวตลอดเวลา เคยสัญญากับเควินว่าจะดูแลเธอให้ ผมก็ต้องรักษาสัญญาตามที่พูด

"คุณอิงดาวใช่ไหมครับ"

"คะ?" เสียงของผู้ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทถามเป็นภาษาอังกฤษ ยืนดักรออยู่หน้าบ้านทำให้เราสองคนชะงัก

"มีอะไรรึเปล่าครับ?" ผมถามกลับออกไปด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

"คุณเจรอสโรว์ต้องการคุยกับคุณอิงดาวครับ รบกวนมากับพวกผมด้วย" เจรอสโลว์คือนามสกุลของไอเควินนิ

"พี่..เควินหรอคะ"

"เปล่าครับ" ไม่ใช่ไอเควินแล้วใครอีกวะ

"คุณกันต์จะมาด้วยก็ได้นะครับ" คนพวกนี้รู้จักชื่อผมด้วย ผมว่ามันชักจะแปลกๆ รู้ตัวอีกทีก็ยอมเดินตามผู้ชายแปลกหน้าสองคนนั้นไปที่รถหรูหนึ่งคัน ซึ่งจอดห่างจากตัวบ้านไม่เท่าไหร่ มีผู้ชายดูภูมิฐานคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ แต่แค่แผ่นหลังของผู้ชายคนนี้มันกลับทำให้คนที่มองรู้สึกกลัวได้

"คุณท่านครับ คุณอิงดาวกับคุณกันต์มาแล้วครับ" สรรพนามที่เรียกทำให้ผมเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีกเร็วๆ นี้

"หึ มาแล้วสินะ" ร่างสูงหมุนตัวกลับมาทำให้ผมเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ชัดขึ้น เป็นผู้ชายอายุราวห้าสิบกว่าแต่ใบหน้ายังคงหล่อเหลา ดวงตาสีน้ำทะเลบ่งบอกชัดเขนว่าไม่ใช่คนไทยแน่นอน แววตาดุดันแสดงถึงความน่าเกรงขาม ถ้าสังเกตดีๆ ผู้ชายคนนี้ก็หน้าคล้ายไอเควินอยู่ระดับนึง อย่าบอกนะว่า!

"ผมคริสโตเฟอร์ เจรอสโลว์ เป็นพ่อของเควิน" ว้อทท!? แล้วพ่อของไอเควินมาที่นี่ได้ไงวะ คำถามนับสิบเต็มหัวผมไปหมด แต่เพราะความรู้สึกแปลกๆ ทำให้ผมดึงร่างบางประชิดตัวอัตโนมัติ

"สวัสดีค่ะ"

"ไม่ต้องทักทายอะไรทังนั้น ผมไม่มีเวลา" พูดตัดได้แย่ไม่สมกับคนมีอิทธิพลเลยจริงๆ

"คุณเจรอสโลว์มีอะไรรึเปล่าครับ?" ผมถามกลับหลังจากที่เห็นสายตาไม่น่าไว้วางใจที่มองกลับมา

"เธอ" ผู้ชายตรงหน้าตวัดสายตาหาคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างผม "เลิกยุ่งกับลูกชายผมซะ" พูดน้ำเสียงห้วนๆ เย็นชาจนผมโมโหแทน

"....."

"ออกไปจากชีวิตของเควินแล้วอย่ากลับมาอีก"

"ขอโทษนะครับคุณเจรอสโลว์ แต่ผมว่าคุณไม่มีสิทธิที่จะสั่งให้ใครออกจากชีวิตใคร" ผมพูดแทรกหลังจากที่ผู้หญิงข้างกายเริ่มตัวสั่น ผมรู้ว่าอิงดาวกำลังกลั้นน้ำตา

"หึ ทำไมผมจะไม่มีสิทธิล่ะ ร้านขนมของเธอกำลังจะถูกธนาคารยึดเดาว่าแม่คงยังไม่ได้บอกเธอ"

"ฮึก ธนาคารยึดหรอคะ" ประโยคแรกที่ออกมาจากปากของอิงดาวมันเบาหวิวจนแทบจะจับใจความไม่ได้ และเรื่องนี้ผมก็พึ่งรู้เช่นกัน

"อ้อ ไม่ต้องคิดว่าผมสั่งธนาคารล่ะ ผมไม่มีสิทธิขนาดนั้น ครอบครัวเธอทำตัวเอง แต่ไม่ต้องห่วง ผมเตรียมที่อยู่พร้อมกับเงินก้อนโตเอาไว้ให้แล้ว ขออย่างเดียว"

"....."

"ถ้ารักลูกชายผมจริงๆ ก็ออกไปจากชีวิตของเขาซะ ไปให้ไกลจากทีนี่ ลูกชายผมไม่คู่ควรกับผู้หญิงแบบคุณ"

"ฮึก..."

"อีกอย่าง ทั้งเควินกับชาร์ลอทเขามีความสุขได้โดยไม่มีคุณสองคน" ผู้ชายตรงหน้ายิ้มมุมปากอย่างถือไพ่เหนือกว่า

"ที่ผมติดต่อพวกเขาไม่ได้ก็เป็นเพราะคุณสินะ" ทั้งที่ผมพยายามติดต่อไอเควินหรือชาร์ลอททุกทางก็ติดต่อไม่ได้

"หึ"

"เลว!!" พูดจบก็โดนผู้ชายสองคนที่เป็นคนนำผมกับอิงดาวเข้ามาขวางเพราะกลัวว่าผมจะทำร้ายพ่อของไอเควิน ตอนนี้ผมรู้คำตอบแล้วครับว่าไอเควินมันได้ความเลวมาจากใครถ้าไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของตัวเอง

"คุณไม่รู้รึไงว่าผู้หญิงคนนี้กำลัง/พี่กันต์ อย่าค่ะ ไม่เป็นไร" ผมกำลังจะบอกเรื่องที่อิงดาวท้องให้เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะมีหลาน แต่โดนอิงดาวพูดขัดขึ้นมาก่อนพร้อมกับสายตาอ้อนวอน เธอกำลังขอร้องผมทางสายตา

"หนูจะออกไปจากชีวิตเขาเอง"

"อิงดาว!! พูดอะไรออกมารู้ตัวมั้ย" ผมตวาดเสียงดังจับแขนคนตัวเล็กให้หันมาสบตากับผม เธอจะรู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไร

"เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้"

"ฮึก หนูเหนื่อยแล้ว..." คำว่าเหนื่อยของเธอมันแฝงความหมายหลายอย่างที่ผมเองก็สัมผัสได้ว่าน้องคงเหนื่อยจริงๆ ไหนจะเรื่องคุณยายที่พึ่งเสียไป เรื่องท้อง มาเรื่องนี้อีก ให้ตายเถอะ ถ้าผมเป็นเธอ ผมจะเข้มแข็งได้ถึงครึ่งนึงของเธอไหม

"ตัดสินใจได้ดีเด็กน้อย" ผิดไหมวะถ้าผมจะซัดหมัดใส่หน้าพ่อไอเควินสักหมัด ขอหน่อยเถอะ ทนมานานละ!

ผัวะ!!!

"พี่กันต์!!"

"คุณท่าน!!" ไอสองตัวทีเห็นว่าเจ้านายตัวเองโดนผมต่อยก็รีบหยิบปืนที่เหน็บอยู่ด้านหลังออกมาทันที ปลายกระบอกปืนเล็งมาที่ระดับอกตรงกับตำแหน่งหัวใจ

"เอาปืนลง"

"แต่"

"กูบอกให้เอาปืนลง!" พวกมันยอมเอาปืนลงตามคำสั่ง ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มทรงพลังของประมุขตระกูลเจรอสโลว์จะดังขึ้น "หึ ผมจะไม่เอาเรื่องคุณแล้วกัน" ถึงปากจะพูดว่าไม่เอาเรื่อง แต่สายตากลับตรงกันข้าม นัยน์ตาสีฟ้าน้ำเลแข็งกร้าวแต่มันไม่ได้ทำให้ผมกลัวแม้แต่นิดเดียว อายุมากกว่าแล้วไง มีสิทธิที่จะทำแบบนี้กับครอบครัวคนอื่นได้หรอครับ

"สงสารภรรยาคุณนะครับ ที่มีสามีแย่ๆ แบบคุณ"

"....."

"แต่คงไม่มีใครน่าสงสารเท่าเควิน ที่มีพ่อเลวแบบนี้" ความโมโหทำให้ผมพูดจาแดกดันออกไป เพียงแค่เสี้ยวนึงที่เห็นความเจ็บปวดในดวงตาคู่นั้น มันไหววูบจนไม่มีใครสังเกตได้ แต่ก็เท่านั้นแหละครับ คนเลวก็คือคนเลว ในเมื่อเห็นว่าไม่มีคำพูดออกจากปากคนตรงหน้าผมจึงเลือกที่พาอิงดาวออกไปจากตรงนี้

"ไปกันเถอะอิงดาว" ทำท่าจะหมุนตัวคนตัวเล็กให้หันหลังแต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันจะอยู่ที่เดิม

"มีอะไรรึเปล่า?"

"พวกเขา...สบายดีใช่ไหมคะ" ประโยคคำถามที่ไม่ได้พูดกับผมแต่พูดกับอีกคน เป็นคำถามที่ทำให้ผมและคนถูกถามชะงัก พ่อไอเควินเงียบไปพักนึงเพราะคงจะคิดไม่ถึงว่าจะเจอคำถามปิดท้ายแบบนี้ คำถามปิดท้ายจากผู้หญิงที่ควรจะเป็นลูกสะใภ้ของตัวเอง

"สบายดี"

"ขอบคุณค่ะ"

"....."

"ขอบคุณที่ทำให้หนูมีโอกาสได้รักเขา..." ใบหน้าหวานยิ้มกว้างพูดขอบคุณทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินนำไป หัวใจของเธอจะรับความเจ็บปวดทั้งหมดไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เด็กน้อยของผม...

 

KEVIN PART :

@Dark Felix Club, london

 

"มันยังไม่หายเฮิร์ตอีกหรอวะ"

"เป็นใครก็ไม่หายว่ะ"

"นั่นมันนั่งดูอะไรวะ"

"นั่งดูรูปเมียมาทั้งวันละ"

"กูเห็นแล้วเจ็บแทนสัส"

"ควรพามันไปหาหมอมั้ย"

"ปล่อยไว้งี้แหละ ให้มันได้คิดถึงเมีย ส่วนพวกมึงมาช่วยกูตามหาเมียมันได้แล้ว!"

บทสนทนาที่ผมได้ยิน แต่มันเข้าหูขวาทะลุหูซ้ายทั้งหมด ราวกับตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่ง ล้อมรอบไปด้วยความมืด มีแสงสว่างตรงปลายทางที่มีเงาผู้หญิงคนนึงกำลังรออยู่แต่ผมเดินไปไม่ถึงสักที เศษแก้วมากมายแตกละเอียดอยู่ตามพื้นมันลงบาดลึกลงไปไปในฝ่าเท้า แต่ผมก็ยังเลือกที่จะเหยียบมันแล้วเดินต่อไปเพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่มีเธอคนนั้นรออยู่

รูปตรงหน้า คือรูปนักศึกษาของอิงดาวที่เธอติดเอาไว้ตอนกรอกใบสมัครเข้ามาฝึกงานที่บริษัท ผมพกติดตัวตั้งแต่ให้เลขาฯเอาเปิดประวัติมาให้ รูปอื่นมันไม่ติดใจเท่ารูปนี้นิครับ

ริมฝีปากอวบอิ่มกำลังส่งยิ้มบางๆ ให้กล้อง ตอนนี้ก็คงเหมือนกับเธอยิ้มให้ผม ความทรงจำมากมายฉายซ้ำๆ อยู่ในหัวตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ดันคิดว่าผมเป็นขโมยซะได้ ขโมยที่ไหนจะหล่อขนาดนี้ล่ะครับ ฮ่าๆ คิดแล้วก็ขำออกมาจริงๆ แต่ผมก็คงโรคจิตอย่างที่เธอว่านั่นแหละ จูบกับผู้หญิงแปลกหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ให้ทำไงได้ล่ะ เห็นปากเล็กๆ ที่กำลังด่าแล้วหมั่นเขี้ยว อยากลิ้มรสริมฝีปากอวบอิ่มนั่นว่าจะหวานสมหน้าตาที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นตาหนาๆ นั่นรึเปล่า แล้วมันก็หวานจริงๆ ตามที่ผมคิด ส่วนตอนที่เธอแปลงโฉมตัวเองใหม่ สำหรับผมเธอไม่ได้แตกต่างจากตอนใส่แว่นเท่าไหร่ เพราะเธอน่ารักตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่แค่ไม่ยอมรับว่าตัวเองน่ารักเท่านั้นแหละครับ พูดถึงเรื่องแว่นแล้วนึกถึงตอนที่ผมต้องถอดคอนแทคเลนส์ให้เธอเลยว่ะ ตอนที่ผมโมโหเพราะอิงดาวไปทะเลกับไอกันสองต่อสองนั่นแหละ กว่าคืนนั้นจะลงโทษเสร็จก็ปาไปตีสามกว่า ความจริงก็ยังได้อีกสักยกสองยกแต่สงสารคนโดนลงโทษซะมากกว่า แค่นั้นไม่สบายละ ผมว่าผมเบามือแล้วนะ!

 

"ลืมตาก่อนเร็ว" ผมบอกร่างบางที่กำลังซุกอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา

"อื้อ จะนอน" และคำตอบคือการที่มือเล็กพยายามจะผลักผมออกก่อนจะฟุบหน้ากับหมอนตามเดิม ขี้เซาเหมือนแมว! แต่คิตตี้ก็คือแมวใช่ป่ะวะ เออ ใช่แหละ

"จะนอนทั้งๆ ที่ใส่คอนแทคแบบนี้ไม่ได้ มันอันตราย" พูดจบก็จับร่างบางให้ลุกขึ้นนั่งพิงกับพนักตรงหัวเตียง จากที่ไปหาข้อมูลมาเขาบอกว่าไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นอนถ้าผมจำไม่ผิดนะ

"อิงดาว"

"อื้อ ลืมแล้ว" ลืมแบบตาปรือๆ เสียงงัวเงีย โคตรน่ารัก น่ารักจนอดไม่ได้ที่ฝังจมูกโด่งลงไปที่แก้มนุ่มๆ เหมือนซาลาเปา ใช้โอกาสที่คนโดนหอมแก้มตกใจรีบถอดคอนแทคเลนส์ออกใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งยึดเปลือกตาบางเอาไว้ไม่ให้หลับ ตามด้วยใช้นิ้วอีกครั้งแตะเบาตรงดวงตากลมโต

"อ๊ะ" คนตัวเล็กสะดุ้งกระพริบตาปริบๆ

"อย่าขยี้เดี๋ยวเคือง" พูดพลางจับมือเล็กให้วางข้างตัวตามเดิม "มาเร็วอีกข้าง อยู่ไม่นิ่งฉันทำเธอตาบอดไม่รู้ด้วยนะ" พูดไปงั้นแหละครับ ใครจะยอมให้เมียตัวเองตาบอดกัน

"บะ..บอส.." เรียกเสียงหวานแบบนี้ต้องการอะไรจากผมวะ หรือตอนนี้เธอกำลังละเมอ

"ว่าไง" ผมถามกลับพร้อมกับพยายามถอดคอนแทคเลนส์อีกข้างออกจนสำเร็จ ครั้งแรกที่ทำแบบนี้ให้คนอื่น ไม่เคยใส่แล้วก็ไม่เคยถอดเหมือนกัน แต่ต้องมาถอดให้คิตตี้คนแรก ดีแค่ไหนที่ไม่จิ้มจนเมียตัวเองตาบอด

"หนูยังโกรธบอสอยู่นะ"

"หึ โกรธแล้วไง ยังไงฉันก็กินเธอไปแล้ว :)"

 

คิดถึงตอนนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่ผมกลั้นเอาไว้ไม่อยู่...ภาพเหล่านั้นมันเป็นได้แค่ความทรงจำในอดีตระหว่างผมกับเธอ แต่ผมจะมีโอกาสได้ถอดคอนแทคเลนส์ให้เธออีกมั้ยนะ ผมจะมีโอกาสได้เจอเธอกับลูกรึเปล่า...จะลูกผมหรือลูกไอกันต์ก็ช่าง ตอนนี้ผมจะเหมารวมว่าเป็นลูกตัวเองละกัน

"ไอเหี้ยมันร้องไห้มึงเข้าไปดูมันดิ" ได้ยินเสียงไอดีอ้อน แว่วๆ เข้าหูแต่ผมไม่ได้สนใจ หยดน้ำตาไหลตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ผมห้ามไม่ได้ เหมือนที่ผมห้ามให้ตัวเองเลิกรักเธอไม่ได้เช่นกัน เจ็บฉิบหาย อยากย้อนเวลากลับไปแต่ก็ได้ทำไม่ได้ เผลอกำมือแน่นตอนคิดว่าเวลาที่เธอเศร้า เวลาที่เธอเจอปัญหา ผมไม่เคยอยู่ข้างๆ เธอเลย ผมอยากเป็นคนปลอบ คนที่จับมือแล้วพาเธอผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

ว่าแต่....แหวนที่ผมใส่ไว้ให้เธอจะยังอยู่ไหมนะ เธอจะยังใส่แหวนวงนั้นอยู่หรือเปล่า แหวนประจำตระกูลที่มัมอุส่าฝากไอเซนบินลัดฟ้าจากอังกฤษมาไทยแล้วเอามาให้ผม

"ไอเควินมึงอย่าร้องดิวะ กูไม่ชิน" ไอแกริคเข้ามาบอกผม

"กูห้ามไม่ได้" ผมหันไปตอบเสียงเนือยๆ บอกมันทั้งน้ำตานั่นแหละครับ ไหลเป็นเขื่อนแตกแต่ไม่มีเสียงสะอื้นโผล่มาสักนิด

"มาๆ มาซบอกพี่นะน้อง" ไอแกริคยกแขนสองข้างทำท่าจะเข้ามากอดผมจริงๆ ดีนะผมห้ามทัน

"กูอยากกอดเมีย กูไม่ได้อยากกอดมึง"

"....."

"แต่ถ้าจะให้กูกอดเมียมึงก็ได้นะ" บอกน้ำเสียงทะเล้น ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาตัวเอกลวกๆ

"ไอสัส! นั่งร้องไห้ไปเลยมึง กูไม่ปลอบละ" พูดจบมันก็เดินหนีไปเลยครับ ฮ่าๆ อย่างน้อยก็มีไอพวกนี้ทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นบ้างล่ะนะ อย่างน้อยชีวิตผมก็ไม่เศร้าเกินไป

"มึงจะไปถามคุณอาคริสรึเปล่า" ผมโฟกัสสายตาหาคนถาม เป็นไอเซนที่ไม่รู้ว่ามันมาผับไอแกริคตั้งแต่ตอนไหน แล้วมันไม่ได้อยู่กับน้องพายอะไรของมันแล้วหรอวะ แต่ช่างเรื่องมันเถอะครับ เรื่องตัวเองผมยังเอาไม่รอด

"ถาม แต่กูขอทำใจก่อน" ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผมกำลังจะทะเลาะกับพ่อของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันจะจบยังไง แต่ถ้าท่านเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด เดาว่าคงจบไม่สวยแน่นอน

"ถ้ามึงไม่อยากถามเดี๋ยวกูถามให้ก็ได้ กูแอคติ้งเก่งมึงสบายใจได้ ฮ่าๆ"

"เดี๋ยวมึงจะโดนเขาไล่ตะเพิดกลับมาว่าเสือกเรื่องครอบครัวชาวบ้าน" ไอดีอ้อนตามมาสมทบไอเซน ผมเองก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเครียดแทนแบบนี้

"ไม่เป็นไร กูจัดการเอง ขอบใจพวกมึงมากนะ" ผมบอกปัดตัดปัญหา เพื่อนที่ไม่เคยทิ้งไปไหนเวลาเพื่อนมีปัญหา เพื่อนที่เราควรจะรักษาไว้ในชีวิต นอกจากอิงดาวที่เข้ามาเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิต ก็มีไอพวกนี้นี่แหละที่เป็นเรื่องดีในชีวิตผมเหมือนกัน

กวาดสายตามองหาไอแกริคที่สั่งงานกับลูกน้องก่อนจะพูดขึ้น "ขอบใจมึงด้วยนะแกริค"

"เออ!!" มันโบกมือกลับมาแบบส่งๆ แต่รู้นะครับว่าพวกมันลอบอมยิ้มทุกคน จะว่าไป ความรักของพวกผมไม่มีใครได้รักกันง่ายๆ เลยแฮะ สงสัยฟ้าจะลงโทษที่ทำเลวกันไว้เยอะ หรือชาติที่แล้วทำกรรมร่วมรึเปล่าวะ ชาตินี้พวกผมถึงต้องมาชดใช้กรรมในรูปแบบของความรัก...

ความรักที่ผมยอมเจ็บ

ความรักที่ผมยอมทุกอย่างเพื่อเธอ

ความรักที่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อกลับไปหาเธอ!

 

"พี่จะกลับมาหาหนูใช่ไหม..."

"....."

"พี่ห้าม ทิ้งหนู...ฮึก นะ"

"ครับ"

"สัญญานะ"

"สัญญาครับ"

 

คำสัญญาตอนนั้น มันจะต้องเป็นจริง

 

.................................

ไรท์ไม่รู้จะสงสารใครดี 😂

ปล.สายด่วนยามฉุกเฉินอย่าลืมบันทึกเบอร์ 1669 ไว้ในโทรศัพท์กันด้วยนะคะ ทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต!

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น