ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

ตอนที่ 1 ฟื้นคืนชีพจากความตาย Part 1 วีรบุรุษผู้หายสาปสูญ

โลกคู่ขนาน[ไร้การปกครอง โลกธรรมดา ที่มีการแต่งตัวเหมือนจอมยุทธ]

ปีศักราชหยาง ปีที่ 1,251 อาณาจักร "ราชันย์หยาง"

ราชันย์ลำดับที่ 198 "หยางหลงจิ้น"

มีบุตรและบุตรีรวมทั้งสิ้น 9 คน แบ่งออกเป็นชาย 7 หญิง 2 และยังเป็นราชันย์คนแรก นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งอาณาจักร ที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งนางสนมแม้แต่คนเดียว มีเพียงนายหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นอยู่มีอำนาจเต็มอยู่ในวังหลังก็คือ "ราชินีหยาง" อวี้เหวินมู่ฮว่า

ณ หมู่บ้านย่อยหยาง บริเวณชายแดนติดกับอาณาจักร"จักรพรรดิสงคราม"

ภายในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำการประมงอยู่จนเต็มไปหมด แต่มันก็ยังไม่สามารถลดกลิ่นคาวเลือดมีมันล่องลอยมาตามคลื่นทะเลอันเชี่ยวกรากได้เลยแม้แต่น้อย

ไม่มีทั้งเสียงของสิ่งมีชีวิต มีแต่กองซากศพที่กองทับถมอยู่จนเต็มภูเขา และภายใต้กองภูเขามนุษย์นั้นได้มีชายผู้หนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้า พร้อมกับดวงตาที่ส่องเป็นประกายเจิสจรัสราวกับดวงตะวัน

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ร่างกายกำยาพอสมควร คิ้วโก้งเหมือนคันศร ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่มาพร้อมกับลักยิ้มอันทรงเสน่ห์ แต่กลับต้องหมองหม่นกับกลิ่นคาวเลือดและซากศพ

"ข้ายังไม่ตาย"เสียงคำรามของชายหนุ่มดังก้องสะท้านท้องฟ้าเบื้องบน พร้อมทั้งเขาก็ค่อยๆ ขยับร่างกายที่ละน้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต คลื่นพลังที่มองไม่เห็นหมุนวนราวกับพายุช่วยพัดพาร่างกายอันไร้ชีวิตหมุนวนเป็นลูกข่างล่องลอยขึ้นไปยังท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งเมฆครึ้ม ฟ้าไม่หม่นหมอง

"ฮา ฮา ฮา ข้าคือผู้เฒ่าโรคจิต ผู้ซึ่งเป็นอมตะ ในจักรวาลอันไร้ขอบเขตนี้ ข้าคือพระเจ้า ผู้ซึ่งไม่มีวันตาย ข้าคือชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นที่ต้องการมวลนารีทั้งหลาย ไม่ว่าเด็กเล็กแดงยันไปถึงเหล่าแม่เฒ่าที่มีอายุขัยเกือบ100ปี ฮา ฮา ฮา"ชายหนุ่มหัวร่ออย่างมีความสุขก่อนที่เริ่มสำรวจร่างกายของตนเอง

ชายหนุ่มสำรวจร่างกายตัวเองด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น เพราะเขาอยู่ในชุดเกราะมังกรสีทองอร่ามทั้งตัวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเลือดที่เริ่มแข็งตัวอยู่จนเกือบเต็มชุดเกราะนักรบอันทรงเกียรติ และห่างไปไม่ไกลนักกลับพบกับง้าวสีทองที่กำลังปักอยู่บนพื้นดินลึกลงไปประมาณ3ใน4ของง้าวสีทองอร่าม

เขาเดินเข้าไปหยิบง้าวสีทองด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยพร้อมทั้งกับกล่าวอาวุธประจำกายตัวเองด้วยความเบื่อหน่าย อย่างยินดีต้อนรับกลับ"เจ้าง้าวไร้ชื่อ"

เขากระชากง้าวขึ้นมาด้วยกำลังแขนเพียงข้างเดียวก่อัน่นำมามันหมุนวนควงรอบตัวจนเกิดเป็นตระข่ายคลุมตัว อันเป็นเกราะคุ้มกันกายด้วยความเคยชิน

เขาก้าวเดินออกจากหมู่บ้านอย่างอาญาหาญราวเทพแห่งสงคราม ทุกย่างก้าวมั่นคงราวกับขุนเขาที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางหมู่เมฆที่ล่องลอยไปตามสายลม

 

ในเมืองหลวงอันห่างไกลของ"อาณาจักร ราชันย์หยาง" ณ ใจกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่ตั้งพระราชวังแห่งราชันย์ ที่ตอนเต็มเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนน้อยใหญ่กันอย่างเนื่องแน่น

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึดอัดใจที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนของขุนนางอันดับหนึ่งของแผ่นดิน ที่พึ่งถูกเผยโฉมหน้าว่าเป็นขุนนางนกสองหัวและเป็นต้นเหตุหลักของฉนวนสงครามระหว่างอาณาจักรในครั้งนี้

จากขุนนางอันดับหนึ่งสู่การเป็นขุนนางกังฉินที่เลวทรามอันดับหนึ่งของแผ่นดินนับตั้งแต่ก่อตั้งราชอาณาจักร เขาเป็นขุนนางสามราชการ เป็นตาเฒ่าที่มีความเลวทรามและชั่วร้ายเป็นอันดับสามในประวัติกาล

ขุนนางเฒ่าสามรัชกาลอย่าง"มู่หรงโกว" ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะมีจุดจบที่น่าสมเพชแบบนี้

มู่หรงโกวนั่งขุกเข่าอยู่ที่หน้าบัลลังก์มังกร ในสภาพที่มีโซ่ตรวนพันธนาการเอาอย่างแน่นหนาในชุดนักโทษสีขาวทั้งชุด และบริเวณด้านหลังกับปรากฏตัวอักษรสีดำว่า "นักโทษแผ่นดิน"

"ราชันย์หยาง" หรือ "ฮ่องเต้" เจ้าชีวิตอย่าง"หยางหลงจิ้น" ที่ตอนนี้กำลังแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้รับรู้ข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของบุตรชายลำดับที่หก "หยางหานตง"

"มู่หรงโกว เจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่ ต่อให้ข้าประทานการสังหารตระกูลเจ้าทั้งครอบครัว มันก็ไม่มีวันชดเชยความโกรธเกรี้ยวของการจากไปของลูกหกไม่ได้

ต่อให้เจ้าเป็นคนโปรดของท่านพี่ล่วงลับของข้า ข้าก็ไม่มีวันยกโทษให้เจ้า ข้าจะทำให้เจ้าทรมานตายไปอย่างช้าๆ และข้าจะให้ทายาทของเจ้าทั้งชายและหญิงจับไปเป็นทาส

แล้วส่งตัวไปขายตามชายแดน ถ้าข้าจำไปไม่ผิดทาง"อาณาจักร ใบหลิว" ราชาผู้ครองอาณาจักรนิยมชมชอบบุรุษเพศ ข้าหวังว่าบุตรชายทั้งหลายจะมีความสุขจนสิ้นอายุขัย"

มู่หรงโกวที่รับฟังคำพูดของนายเหนือหัวสีหน้าซืดเผือก เหงื่อไหลเย็นเยียบไหลออกเป็นทาง พร้อมทั้งหลั่งน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายเลือด

เมื่อหันหน้าไปเห็นพระชายาขององค์รัชทายาทกำลังถูกกระชากลากตัวมานั่งจุกเข่าตรงหน้าผู้มีศักดิ์เป็นปู่ในสายเลือด ด้วยเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนอย่างน่าสงสาร

"ท่านปู่ ชิงเอ่อร์ อกตัญญูต่อท่านแล้ว ถ้าชาติฉันใด ชิงเอ่อร์จะกลับมาเกิดมาเป็นหลานของท่านใหม่อีกครั้ง"มู่หรงชิงชิงหลานสาวคนโปรดของขุนนางเฒ่ากล่าวลาผู้เป็นปู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ถูกองค์รัชทายาท"หยางฟง" ลงมือสังหารด้วยตนเอง

"ช้าก่อน องค์รัชทายาท พระชายากำลังตั้งครรภ์สายเลือดของท่าน ท่านจะลงมือสังหารเลือดเนื้อเชื่อไขของท่านเอง ได้ลงคออย่างนั้นหรือ"

ขุนนางเฒ่าที่รู้สึกเหมือนกับนหลุดจากขุมนรกเมื่อกล่าวความลับนี้ออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่าเขายังสามารถเหลือสายเลือดอยู่ ถ้าสายเลือดของเขาอยู่ ในอนาคตทายาทของเขาจะได้ครองแผ่นดิน แต่เขากลับลืมนึกไปว่าที่แล้วมาพันกว่าปีตระกูลหยางครองแผ่นดินอย่างไร

แผ่นดินที่ตระกูลหยางครอบครอง ใช้หลักการง่ายๆ ในการปกครองนั้นก็คือ โปร่งใส เสมอภาค ยุติธรรม และครอบครัว

ที่ว่าโปร่งใส ก็คือ ทำงานอะไร ไม่ว่าใหญ่น้อยสักแค่ไหน ก็สามารถตรวจสอบได้ สามารถเห็นการทำงานที่โปร่งใสรางกับสามารถมองเห็นทะลุไปถึงฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่

เสมอภาค ไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นวรรณะใด ก็ปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเท่าเทียมไม่มีการแบ่งเขา แบ่งเรา

ที่ว่ายุติธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะสูงส่งเพียงไหน เมื่อทำผิดก็ต้องรับโทษเหมือนกัน ไม่มีข้อยกเว้น "กษัตริย์ทำผิด โทษเท่าสามัญชน"

สุดท้าย ครอบครัว มันคือ หลักปกครองข้อที่สำคัญที่สุดในอาณาจักรนี้ทุกคนคือครอบครัว ไม่ว่าอยู่ส่วนไหนของแผ่นดินพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน

"ฮา ฮา ฮา เจ้าลืมไปแล้วรึ แม้ว่าข้าจะเป็นองค์รัชทายาทแต่ข้าก็ไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ ข้อนี้ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ก็รับรู้อยู่แล้ว แล้วเจ้ายังมีหน้ามาขอร้องชีวิตหลานสาวสุดที่รักของเจ้าอีกหรือ ในเมื่อนางได้ทำการนอกใจและนอกกายข้า ข้าก็เตรียมลงมือสังหารนางตั้งนานแล้ว ฮา ฮา ฮา"

ความคิดเห็น