facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตัวซุกซนน้อย

ชื่อตอน : ตัวซุกซนน้อย

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2562 07:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัวซุกซนน้อย
แบบอักษร

ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่สามแล้วที่เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ทรงค้างที่ตำหนักพระสนมเผิง ในความมืดที่มีแสงจันทร์รำไรสาดส่องผ่านม่านมุ้งเข้ามาบนเตียงกว้าง  

สนมคนงามนอนพลิกไปพลิกมา ในหัวน้อยๆ แทบรอให้เช้าไม่ไหว นึกถึงแต่ของมีค่าที่จะได้ 

 

"ฝ่าบาท" 

 

"หืม" 

 

ไม่เรียกเปล่า สนมคนงามยังพลิกตัวมากอดเอวสอบของผู้ที่นอนข้างกาย จนลมหายใจของอีกคนถึงกับสะดุด กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของสนมตัวน้อยเข้ามาปะทะจมูกโด่ง 

 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้นอนตัวแข็งทื่อ ใช้ความอดทนอย่างมาก ที่จะไม่จับอีกคนกดไว้ใต้ร่าง แล้วทำให้อีกฝ่ายกลายมาเป็นสนมจริงๆ แต่ดูท่าแล้วตัวซุกซนน้อยผู้นี้จะไม่ยอมหยุด 

 

"ฝ่าบาท" 

 

.... 

 

เห็นอีกคนไม่ตอบ สนมคนงามก็ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของอีกฝ่าย เพื่อดูให้แน่ใจว่าหลับหรือยัง เพียงเท่านี้ความอดทนของเสวี่ยหงเยว่ก็หมดลง  

อยู่ๆก็ถูกพลิกตัวกลับมาด้านล่าง ส่วนอีกคนทาบทับอยู่ด้านบน ซื่อยี่แม้จะตกใจแต่กลับไม่คิดอันใด ยังเอ่ยปากต่อว่าต่อขาน   

 

"ฝ่าบาทก็ยังไม่หลับนี่ เหตุใดทรงไม่ตอบหม่อมฉันเล่าเพคะ" 

 

ตากลมโตจ้องผ่านความมืด มองสบตาคนด้านบน ไม่ได้รับรู้สักนิดว่าการกระทำของตนเอง ไปกระตุ้นอวัยวะบางส่วนของร่างกายใครบางคนให้มันตื่นขึ้น 

 

เสวี่ยหงเยว่กำลังต่อสู้กับความต้องการของร่างกาย ตัวเขาเองไม่ได้ปลดปล่อยมาสองเดือนกว่าแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าคนใต้ร่างหาใช่สตรี แต่กลับทำให้เขาเกิดความต้องการอีกฝ่ายอย่างมาก 

 

"ฝ่าบาท" 

 

ซื่อยี่เห็นอีกคนไม่ยอมพูดยอมจาเอาแต่นอนทาบบนตัวเขา จึงเอ่ยเรียกอีกครั้ง 

 

ฝ่า...อุ๊บ..อื้ออออออ 

 

ริมฝีปากถูกประกบ ลิ้นร้อนชอนไชเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ตกใจจนลืมขัดขืน ฝ่ามือหนา ค่อยๆ ลูบไล้เข้าไปในสาบเสื้อ นิ้วเรียวยาวหยอกล้อ ยอดทับทิมเม็ดงาม 

 

"อื้มมมมมม" 

 

สมองซื่อยี่ขาวโพลนไปหมด รู้สึกคล้ายจะขาดอากาศหายใจ ริมฝีปากคนด้านบนจึงผละออกช้าๆ 

 

"เจ้าซุกซนเกินไปแล้ว รู้ตัวหรือไม่"  

 

เสียงกระเส่า กระซิบเบาๆ ก่อนที่จมูกโด่งจะซุกไซร้ซอกคอขาวเนียน  

 

"ฝะ..ฝ่ะ..ฝ่าบาท อื้ออออออ"  

 

ซื่อยี่หาใช่คนโง่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอันใด แต่แค่คิดไม่ถึงเพราะตัวเขาเองไม่ใช่สตรี สติที่พอเหลืออยู่ พยายามห้ามปราม 

 

"ฝะ. ฝ่ะ..ฝ่าบาท..อื้ออออ ยะ..ย่ะ..หย่า..". 

 

แต่ผู้ที่อยู่ด้านบนหาได้ฟังไม่ รวบสองมือที่กำลังพยายามผลักพระองค์ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนฝ่ามือข้างที่เหลือ เคลื่อนต่ำลงถอดกางเกงนอนตัวบางของคนใต้ร่างลงไปไว้ที่หน้าขา แล้วจับแก่นกายเล็กไว้เต็มฝ่ามือ  

 

ริมฝีปากหนาประกบจูบเร่าร้อนอีกครั้ง 

 

"อื้อมมมม"  

 

สนมคนงามสติกระเจิดกระเจิง ส่วนนั้นที่ไม่เคยมีผู้ใดแตะต้อง เริ่มตั้งชูชันสู้มือหนา 

 

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"  

 

เสียงร้อนรนของลิ่วกงกงที่ดังมาจากด้านนอก ทำให้ฮ่องเต้รู้ทันทีว่าคงมีเรื่องสำคัญจริงๆ มิเช่นนั้น ลิ่วกงกงไม่กล้ารบกวนในเวลาเช่นนี้เป็นแน่ 

 

ทั้งหงุดหงิด ทั้งอารมณ์เสีย เพราะอวัยวะเบื้องล่าง มันทั้งแข็งทั้งปวดไปหมด ไหนจะแก่นกายเล็กที่อยู่ในฝ่ามือรู้สึกดีที่ได้สัมผัสจนไม่อยากละมือออก 

 

"มีเรื่องอะไร!!" 

 

เสียงลอดไรฟัน ของผู้เป็นนายที่อยู่ภายในห้อง ทำให้ลิ่วกงกงเสียวสันหลังวาบ แต่เพราะเป็นเรื่องด่วนจึงจำเป็นต้องรายงาน 

 

"พระสนมหลี่ แท้งบุตรพ่ะย่ะค่ะ"  

 

ลมหายใจยาวถูกระบายออกมาอย่างแรงพร้อมเสียงบดกรามจากคนด้านบน ทำให้ซื่อยี่ที่เริ่มมีสติกลับมาต้องรีบเอ่ยปากอย่างร้อนรน เพราะเกรงฝ่ามือหนาจะบีบยี่น้อยของเขา  

 

"ฝ่ะ..ฝ่าบาท ป่ะ..ปล่อยก่อน" 

 

ฟู่....  

 

พอคนด้านบนพลิกตัวลงไป สนมน้อยถึงระบายลมหายใจออกมา แล้วรีบจัดเสื้อผ้าตนเองให้เข้าที่เข้าทาง 

 

"แต่งตัวเถอะ เจ้าต้องไปพร้อมเรา" 

 

" ห๊ะ..ไป ... ไปไหนกัน" 

 

เสวี่ยหงเยว่ลุกออกจากเตียง พร้อมกับลิ่วกงกงเปิดประตูเข้ามาพร้อมขันที 

 

"ไปทำงานของเจ้า" 

 

"อ่อ..."  

 

แล้วสนมคนงามก็ลุกมาแต่งตัว แต่ในหัวน้อยๆ กำลังคิดวุ่นวาย เมื่อครู่ก็ถือว่าเป็นงานเหมือนกันนะ ไม่ได้ข้าต้องจดไว้ให้หมด ไม่งั้นเดี๋ยวขาดทุนแย่  

 

ตำหนักสนมหลี่ 

เหล่าสนมชายาต่างมารวมกันจนครบ เพราะยังไม่มีฮองเฮา กุ้ยเฟยจึงเป็นผู้ดูแลหวังหลัง แม้ในใจทุกคนจะยินดีจนแทบบ้า แต่ภายนอกกลับตีหน้าเศร้า บางคนถึงกลับหลั่งน้ำตา 

 

"ฝ่าบาทเสด็จ" 

 

"ถวาย...." 

 

"ไม่ต้องมากพิธี" 

 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ก้าวเท้าเข้าไปนั่งเก้าอี้ เพื่อรอหมอหลวงออกมารายงาน ด้วยใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ 

 

"ฝ่าบาทเพคะ เป็นความผิดหม่อมฉัน....." 

 

ฮวากุ้ยเฟย ยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกยกมือห้ามเสียก่อน ทำให้ตอนนี้ห้องโถงในตำหนักสนมหลี่เกิดความเงียบ 

ซื่อยี่ลอบมองของมีค่าในตำหนักอย่างสนอกสนใจ ทั้งสมองน้อยๆ ยังตีราคาของแต่ละชิ้นอย่างชำนาญ หาได้สนใจสายตาของเหล่าสนมชายา ที่มองมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อไม่ 

 

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปพักใหญ่ หมอหลวงก็ก้าวเท้าออกมา 

 

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"  

 

"นางเป็นเช่นไร" 

 

"เสียเลือดมาก ตอนนี้หมดสติไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ" 

 

สายพระเนตรทอดมองเหล่าหญิงงามที่อยู่ภายในห้อง  

 

"เพราะเหตุใด นางถึงแท้งได้" 

 

พระองค์ทรงเอ่ยถามไปอย่างนั้นเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพราะเหตุใด ยิ่งทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายหญิงสาวพวกนี้ ความร้ายกาจของพวกนางทำให้พระองค์รังเกียจ 

 

"เอ่อ... ถูกวางยาแท้งบุตรพ่ะย่ะค่ะ" 

 

หมอหลวงเองก็รู้สึกไม่ต่างจากผู้เป็นฮ่องเต้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับได้ ดีที่เขามีภรรยาคนเดียว นึกไปก็รู้สึกเห็นใจผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเช่นกัน 

 

เหล่าสนมชายาเห็นสายพระเนตรเย็นชาที่มองมาต่างก็ก้มหน้าก้มตามองพื้น มีเพียงผู้เดียวที่ยังเหลียวมองนั่นที มองนี่ที อย่างคนไม่รู้เรื่องรู้ราว  

พอเห็นภาพเช่นนี้ น่าแปลกพระองค์กับรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด  

 

เห็นฮ่องเต้ทรงนิ่งไป เหล่าสนมชายาก็ยิ่งกังวล กุ้ยเฟยลอบมองพระพักตร์ แต่กลับเห็นสายพระเนตรทอดมองสนมผู้หนึ่งอยู่ ยิ่งเห็นสนมผู้นั้นทำไม่รู้ไม่ชี้ ในใจก็ยิ่งแค้นเคือง 

 

"ฝ่าบาทเพคะ" 

 

เสวี่ยหงเยว่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ แต่ใบหน้าก็ยังไร้อารมณ์เช่นเดิม เพียงละสายตากลับมามองหญิงสาว ที่นั่งคุกเข่าเบื้องหน้า 

 

"เป็นความผิดหม่อม...." 

 

"เจ้ารู้ตัวก็ดี พรุ่งนี้เราจะปลดเจ้าออกจากผู้ดูแลวังหลัง" 

 

"ฝ่ะ..ฝ่าบาท" 

 

ฮวากุ้ยเฟยเพียงอยากเสแสร้ง เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่คิดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกปลด คิดจะอ้อนวอน แต่ฮ่องเต้เสด็จออกไปแล้ว ซ้ำยังรั้งเอวสนมผู้นั้นไปด้วย  

 

เหล่าสนมชายาต่างมองตามหลังสนมเผิงไปด้วยความอิจฉา พร้อมทั้งรู้สึกสมน้ำหน้ากุ้ยเฟยด้วย  

 

พอก้าวเท้าออกมาด้านนอก ซื่อยี่อดที่จะเหลียวมองคนข้างกายไม่ได้ 

 

"ฝ่าบาท" 

 

"หืม" 

 

ส่วนอีกคนก็ขานรับโดยไม่มองหน้าเช่นเคย 

 

"อย่าเศร้าไปเลยนะ"  

 

คราวนี้เสวี่ยหงเย่วหันมองสนมที่เดินเคียงข้าง คิ้วทั้งสองยกขึ้นคล้ายกำลังแปลกใจ 

 

"ก็เรื่องลูกพระองค์นั่นไง อย่าเศร้าไปเลย ฝ่าบาททรงมีหญิงงามมากมาย เดี๋ยวก็มีใหม่ได้" 

 

เห็นแววตาจริงใจของอีกฝ่าย ก็รู้ว่าปลอบโยนพระองค์ด้วยใจจริง ทั้งที่ความจริงแล้วพระองค์หาได้เศร้าเสียใจอันใดไม่  

 

"อืม ... เจ้าช่วยให้เราหายเศร้าได้หรือไม่" 

 

"ได้ซิ .. " 

 

เอ่ยปากพร้อมรอยยิ้มน่ารัก  

 

"แต่พระองค์จะให้อะไรหม่อมฉันเป็นรางวัลเล่าเพคะ" 

 

แต่คำหลังนี่แทบจะทำให้เสวี่ยหงเยว่ อยากจับอีกคนมาตีก้นเสียเดี๋ยวนี้ 

 

"ฝ่าบาท" 

 

.. 

 

"ฝ่าบาทเพคะ" 

 

.. 

 

"โกรธหม่อมฉันหรือเพคะ" 

 

เห็นอีกฝ่ายยังเงียบ เฮ้อ.. ข้าจะยอมขาดทุนสักเล็กน้อยก็แล้วกัน เห็นแก่คนกำลังเศร้าหรอกนะ ซื่อยี่คิดในใจ 

 

"ก็ได้ ๆ ไม่เอารางวัลก็ได้ ฝ่าบาททรงอย่าโกรธอีกเลยนะ" 

 

"อืม" 

 

ลิ่วกงกง และขบวนขันที ที่ตามมาด้านหลัง รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก กับภาพที่เห็น ราวกับเด็กน้อยกำลังแง่งอนกันก็ไม่ปาน  

 

พอกลับมาถึงตำหนัก คนทั้งคู่ก็ขึ้นเตียงนอน พ้นหลังลิ่วกงกงที่พึ่งดับเทียนก้าวเท้าออกไป ซื่อยี่ก็พาดแขนลงบนเอวสอบ ซ้ำขายังก่ายหน้าขาแกร่งของอีกคนเอาไว้ 

 

"ไว้พรุ่งนี้ หม่อมฉันดูดวงชะตาให้พระองค์ดีหรือไม่" 

 

ความใกล้ชิดที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเสวี่ยหงเยว่นิ่งไปชั่วขณะ แต่ก็เหมือนจะเริ่มชิน และก็อาจจะชอบอยู่หน่อยๆ ด้วย 

 

"เจ้าดูเป็นรึ" 

 

"เป็นซิ หม่อมฉันดูแม่นนะ"  

 

ลมหายใจที่รดต้นคอ ร่างนุ่มนิ่มที่ถูไถร่างกายพระองค์ไปมา มันกำลังทำให้อวัยวะเบื้องล่างเริ่มจะตื่น พยายามระบายลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อผ่อนคลาย แต่มันกลับไม่ง่ายเลย  

 

"เจ้าอย่าขยับส่งเดชได้หรือไม่' 

 

"เห.. เหตุใดเสียงพระองค์เป็นเช่นนั้นเพคะ" 

 

ไม่พูดเปล่ายังชันตัวขึ้น เอาหน้าไปใกล้ใบหน้าของอีกคนเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้เพราะเรื่องที่สูญเสียบุตร 

 

"อ๊ะ... " 

 

"ฝ่า..อุ๊บ" 

 

อยู่ๆ ท้ายทอยก็ถูกฝ่ามือหนากดลง ไปรับจุมพิต เอวถูกรวบจากวงแขนแกร่งที่เหลืออีกข้าง 

 

"อื้อออ" 

 

พอปากเป็นอิสระ ก็ถูกพลิกกลับมาอยู่ใต้ร่างอีกฝ่ายแล้ว 

 

"เจ้ามันช่างซุกซนจริงๆ" 

ความคิดเห็น