facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-5

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 10:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-5
แบบอักษร

 

“พระชายา องค์รัชทายาทเสด็จเพคะ” 

มินอาที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องนั่งเล่นแจ้งอย่างเงียบๆ 

“ทูลฝ่าบาทว่าข้าป่วย ไม่สามารถรับเสด็จได้” 

“พระชายาทรงให้ทูลว่า ทรงประชวร ทรงไม่สามารถรับเสด็จได้เพคะ” 

“บอกไปสิว่าเมื่อตอนกลางวันยังดูแข็งแรงดีอยู่เลย” 

“องค์รัชทายาททรงให้ทูลว่า เมื่อตอนกลางวันยังทรงดูแข็งแรงดีอยู่เลยเพคะ” 

“ทูลว่าข้าอาหารไม่ย่อย” 

“พระชายาทรงให้ทูลว่าอาหาร...” 

ก่อนที่เสียงของมินอาที่คอยถ่ายทอดคำพูดระหว่างสองคนราวนกแก้วนกขุนทองจะจบลง ประตูห้องของรยูฮาก็ส่งเสียงกุกกักๆ และถูกเปิดออกอย่างแรง 

“ทรงบุกรุกที่ประทับของพระชายาตามพระทัยไม่ได้นะเพคะ” 

แววตาที่ดูไร้อารมณ์เฉกเช่นคืนแรกหันมาทางฮอน ทว่าความเย็นชานั้นก็หยุดอยู่ที่ฮอนเพียงครู่เดียว สายตาของรยูฮากลับไปจดจ่ออยู่กับหนังสือที่อยู่ในมืออีกครั้ง ฮอนเดินดุ่มๆ เข้ามามองรยูฮาสลับกับหนังสืออย่างไม่พอใจ ก่อนจะพูดกระแทกกระทั้น 

“ต้องมีเหตุผลที่องค์รัชทายาทบุกตำหนักของพระชายาด้วยอย่างนั้นรึ ข้าขอถามหน่อยว่าแล้วเหตุใดคนอย่างข้าถึงไม่ได้รับการต้อนรับ” 

“หม่อมฉันไม่ค่อยสบายเพคะ” 

“ป่วยขนาดนั้นแต่กลับนอนคว่ำหน้าอ่านเรื่องเล่าพื้นบ้านอยู่น่ะหรือ” 

“หม่อมฉันไม่ได้ป่วยที่ตานี่เพคะ” 

ไม่ว่าจะดูจากสีหน้าหรือคำพูดที่เย็นชา ก็มั่นใจได้ว่ารยูฮาไม่ได้ยินดีกับการมาเยี่ยมเยียนของฮอนเลย เขารู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบจนแทบจะบ้าตาย 

คนที่เสนอว่าจะทำอีกหลังจากไปถวายบังคมตอนเช้าก็คือรยูฮา เขาจึงต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเพื่อไปวังจายองไม่ใช่หรือ ยิ่งไปกว่านั้น พอค่ำลงเขาก็รีบมาที่วังซึงกอนทันทีไม่ทำอะไรอย่างอื่นเลย แต่พอมาถึงกลับไม่ได้รับการต้อนรับ แถมไม่แยแสเลยสักนิดว่าใครจะมาหรือไม่มา 

เป็นอะไรของนาง ฮอนนั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะ คิดหาเหตุผลนั้น ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาในหัว 

เมื่อตอนกลางวันนางในของวังซึงกอนมาที่วังคยองอุนตอนที่เขานอนอยู่กับแชยอน นางต้องเอาเรื่องนั้นมาบอกรยูฮาอย่างแน่นอนว่าตนไปหานางสนมตั้งแต่หัววัน 

เมื่อคิดถึงตรงนั้นฮอนก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก อยู่ๆ ก็รู้สึกเอ็นดูรยูฮาที่กำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียงโดยไม่เหลียวมามองทางนี้เลยแม้แต่น้อยเช่นเดิม 

หึงเป็นเหมือนกันสินะ น่ารักเสียจริง ก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่คิดอะไรอย่างอื่น แต่ตอนนี้ช่างมันก่อน ฮอนลุกขึ้นอย่างเงียบๆ แล้วไปนั่งที่ริมเตียง 

“พระชายา งอนหรือ” 

“ทรงตรัสกับหม่อมฉันหรือเพคะ” 

“จะใครเสียอีกล่ะ นี่เจ้างอนที่ข้าไปวังคยองอุนเมื่อตอนกลางวันอย่างนั้นใช่หรือไม่” 

ในที่สุดรยูฮาก็หันหน้ามามองเขา แต่ในแววตานั้นไม่เหมือนกับลองใจหรือรู้สึกผิดหวังเลย แม้ว่าจะไม่ได้ปริปาก แต่ราวกับมีเสียงพูดกับฮอน 

พูดอะไรไร้สาระ 

“เจ้าว่าอย่างไรนะ” 

“หม่อมฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยเพคะ” 

แววตาของรยูฮาบอกทุกสิ่งทุกอย่างอย่างชัดเจน เห็นแม้กระทั่งภาพที่จินตนาการขึ้นเองว่านางตอบออกมาอย่างเย็นชาทำให้ฮอนรู้สึกขายหน้า เขาจึงเอ่ยออกมาเสียงดัง 

“เมื่อวานพระชายาสัญญาไว้แล้วมิใช่รึ! วันนี้พอไปถวายบังคมเสร็จจะ...จะ...” 

จะจูบอีกไม่ใช่หรือ ฮอนที่ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่สามารถพูดต่อให้จบได้ รยูฮาจึงรับช่วงต่อ 

“จะจูบอีก” 

ฮอนที่พูดอะไรไม่ออก เอาแต่พยักหน้ารับ หางขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังกระดิกไม่หยุด แต่รยูฮาแกล้งทำเป็นไม่เห็น แล้วหันหน้ากลับมาอย่างเลือดเย็น 

“วันนี้หม่อมฉันไม่มีอารมณ์เพคะ” 

ข้ออ้างอะไรอีก หน้าผากกว้างยับย่นด้วยความไม่พอใจ 

“เมื่อวานนี้อารมณ์เจ้าเป็นเช่นไรกัน” 

“เมื่อวานมีอารมณ์อย่างว่าเพคะ แต่วันนี้หม่อมฉันได้เจอคนรักของฝ่าบาทแล้วอารมณ์อย่างว่าก็หายวับไปเลยเพคะ” 

ทำไมถึงต้องพูดเหน็บเรื่องแชยอนที่นี่ด้วย จะเรียกว่าหึงก็ไม่ใช่ จะว่าไม่หึงก็ไม่เชิง ฮอนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเหตุใดรยูฮาถึงเป็นเช่นนี้ เขาคิดไม่ออกเลยว่าเขาเคยเจอผู้หญิงคนไหนที่วิเคราะห์ความคิดความอ่านได้ยากเย็นเช่นนี้บ้างหรือไม่ แล้วยังท่าทางหยิ่งทระนงนั่นอีก... 

“สำหรับพระชายาแล้ว ข้าจะอยู่ที่นี่หรือไม่ก็ไม่สำคัญอย่างนั้นหรือ”  

“เฮ้อ” 

รยูฮารู้สึกถึงความอ่อนล้าเต็มทน จึงลุกขึ้นมานั่งหันหน้าไปทางฮอน ทำไมถึงได้บ่นอะไรหนักขนาดนี้ ริมฝีปากที่แสนเย้ายวนที่เคยดึงดูดนางมาอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่นางกลับไม่รู้สึกสนใจเลย 

“ฝ่าบาท หม่อมฉันถามตรงๆ นะเพคะ ทรงรักนางด้วยใจจริงหรือไม่เพคะ” 

“นางไหน” 

“ถ้าไม่ใช่จินซึงฮวีแล้วจะเป็นใครได้ล่ะเพคะ หม่อมฉันกำลังทูลถามว่าทรงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อนางได้หรือไม่เพคะ” 

รัก เสี่ยงชีวิต ฮอนครุ่นคิดอย่างหนักกับคำถามที่ไม่เคยคิดมาก่อน นางที่เดินเข้ามาหาเขาราวกับสายหมอกในขณะที่เขาร่ำสุราอยู่เพียงลำพังในคืนวันฝนตก รูปโฉมสะคราญยิ่งกว่าสตรีใดๆ ที่เขาเคยพบเจอมา เมื่อนึกถึงแชยอนเขาจะรู้สึกมีความสุขราวกับได้ดูดอกไม้ผลิบานสะพรั่ง ราวกับได้สดับการบรรเลงดนตรีของนักดนตรียอดฝีมือ ทั้งใบหน้าที่งดงาม และรอยยิ้มที่นางส่งให้เสมอเมื่อเจอหน้า เขาอยากเห็นภาพเช่นนั้นไปตลอด จึงได้ยอมเสี่ยงความยากลำบาก และพาเข้ามาอยู่ในพระราชวัง 

แต่จะเรียกความรู้สึกนั้นว่าความรักได้หรือเปล่า ชีวิตขององค์รัชทายาทกับนางสนม แม้แต่เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมยังรู้ถึงระยะห่างเป็นล้นพ้นระหว่างทั้งสองคนเลย ชีวิตของฮอนไม่ได้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว อาจจะดูเหมือนเป็นข้อแก้ตัว แต่นั่นคือความจริง 

“สวยและน่ารัก มองแล้วอารมณ์ดี ถ้าความรู้สึกนั่นเรียกว่าความรัก ข้าก็คงจะรักนางจริงๆ แต่เรื่องที่จะให้เอาชีวิตไปเสี่ยง หากยังไม่ถึงเวลานั้น ข้าคงตอบอะไรไม่ได้หรอก” 

“ทรงทอดพระเนตรหม่อมฉันสิเพคะ ฝ่าบาท” 

ดวงตาที่มองไปยังกระถางดอกไม้ที่ถูกวางอยู่ในมุมหนึ่งของห้องขณะจมดิ่งสู่ห้วงความคิดหันกลับมามองรยูฮาอีกครั้ง หางตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยภายใต้สีหน้าที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ใบหน้าที่ดูมีเสน่ห์ดึงดูด ริมฝีปากที่นางขยับอย่างช้าๆ ดึงดูดสายตาของฮอน 

“ทรงคิดอะไรเพคะ” 

ต้องไม่คิดอะไรเลย ถ้าว่ากันด้วยเหตุผลแล้วก็ควรจะเป็นเช่นนั้น ทว่าความคิดของฮอนกลับสวนทางกับความเป็นเหตุเป็นผล ในตอนแรกนางเป็นเพียงอุปสรรคที่เข้ามาแทรกระหว่างเขาและแชยอน จากนั้นก็กลายเป็นผู้หญิงเสียสติ จากนั้นก็กลายเป็นผู้หญิงเสียสติที่ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ ไม่มีใครเหมือน และในตอนนี้เอง ฮอนที่มาถึงปลายสุดของความคิด จึงเอ่ยขึ้นในอึดใจต่อมา 

“ข้าอยากครอบครองเจ้า” 

เป็นผู้หญิงเสียสติที่ฉลาดเสียจริง วันที่นางเจอเขาแล้วยิ้มให้เป็นครั้งแรก คำพูดที่นางกระซิบใกล้ๆ หูของเขา 

‘สิ่งที่ฝ่าบาทต้องการคือหม่อมฉันเพคะ’ 

เช่นเดียวกับที่ไปพบพระพันปีแล้วบอกได้ทันทีว่าต้องการอะไร แล้วทันทีที่ได้เจอตน ก็สามารถรู้ได้ในทันทีว่าความต้องการที่แม้แต่ตนเองก็ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนคืออะไร จนเขายังหวาดหวั่นด้วยไม่รู้ว่าความสามารถของนางมีถึงแค่ไหน แล้วยังถูกนางชักนำไปโดยขัดขืนอะไรไม่ได้อีก 

“นั่นคือปัญหาเพคะ ฝ่าบาทจะทรงเก็บหม่อมฉันไว้โดยที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ ให้เลย หม่อมฉันก็ยินดีเพคะ” 

“พระชายา ที่เจ้าพูด...” 

มันเกินไป ฮอนที่ตั้งใจจะบอกแบบนั้นแต่ก็ชะงักและปิดปากลง นั่นคือสิ่งที่ตนพูดไว้ในคืนแรกไม่ใช่หรือ อย่าคาดหวังเรื่องความรักอะไรพวกนั้น 

“ไม่ใช่ตอนนี้เพคะ ทรงเก็บความรู้สึกนั่นไว้ก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่ฝ่าบาทมอบความรู้สึกจากใจจริงให้จินซึงฮวีแล้วค่อยกลับมาใหม่นะเพคะ ในตอนที่ฝ่าบาทจำเป็นต้องใช้หม่อมฉันโดยมีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้กำเนิดรัชทายาทเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นหม่อมฉันจะถวายตัวเองให้ฝ่าบาทเพคะ” 

น้ำเสียงสงบนิ่งแต่ฟังดูหนักแน่น ให้มาหาด้วยวัตุประสงค์เดียวคือการให้กำเนิดรัชทายาท ฟังดูเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บปวด 

“ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น” 

ไม่มีทาง ข้าจะทำตามใจของข้า แต่เขาก็ไม่พูดเช่นนั้น ช่างเป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก รยูฮามองตาของพระสวามีที่อยู่ตรงหน้า พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน 

“เมื่อนานมาแล้ว มีชาวนาเช่าไร่นาผู้แร้นแค้นคนหนึ่ง เขามีบ้านเล็กๆ อยู่หนึ่งหลัง มีอยู่ปีหนึ่งที่ผลผลิตย่ำแย่ เมื่อเขาจ่ายค่าเช่าที่ทำไร่นาแล้วจึงไม่เหลือเงินสักแดงเดียว แล้วยังต้องยืมพืชพรรณธัญญาหารจากเจ้าของที่อีกด้วย โดยเอาบ้านไปจำนองไว้” 

ความคิดเห็น