facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-4

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 10:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-4
แบบอักษร

 

เสียงของแชยอนที่ร้องขอความตายแทบจะเหมือนเสียงกรีดร้อง มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล นางไม่มีทางยอมตายโดยทิ้งคนรักไว้แบบนี้เด็ดขาด สายตาของรยูฮาที่จ้องสำรวจนางหันไปทางกระถางดอกไม้อีกครั้ง ทั้งๆ ที่เทน้ำชาไปเพียงครึ่งเดียว แต่กล้วยไม้กลับตายภายในพริบตา ตามสัดส่วนของประสิทธิภาพยาพิษนั่น ต้องไม่ใช่ของที่นางสนมสามัญชนจะหามาได้แน่นอน 

เบาะแสและหลักฐานต่างๆ ขยุกเป็นก้อนพันกันอยู่ในสมองของรยูฮา เหตุผลที่นางร้องขอความตาย ทั้งๆ ที่ได้รับการให้อภัย เหตุผลที่นางต้องตายเท่านั้น และยาพิษที่แม้จะมีเงินทองมากมายถึงพันนยางก็ยังยากที่จะหามาได้ เมื่อนำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาร้อยเรียงต่อเนื่องกัน ในที่สุดก็ได้เป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลออกมา 

“เจ้าให้อะไรเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับยาพิษนี่” 

น้ำเสียงที่สงบนิ่งนั้นยิ่งเสียดแทงลึกเข้าไปในอก ดวงตาที่เบิกกว้างของแชยอนสั่นระริก 

“ระ...เรื่องนั้น ทำไมถึงได้?” 

“บอกมาว่าเจ้าให้อะไร กับใคร” 

แชยอนคอตกไม่พูดอะไร หากนางเปิดปากพูดออกไปตอนนี้ ทั้งตนเอง แม่ และน้องต่างพ่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยไม่มีทางรอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นให้นางที่เตรียมใจไว้แล้ว ตายไปคนเดียวทุกอย่างก็จะจบ 

“ช่วยไม่ได้ ข้าคงจะต้องเอานี่ไปให้พระราชาทรงทอดพระเนตร พระองค์จะทรงไม่สามารถเปิดโปงเบื้องหลังเรื่องนี้ได้เลยเชียวหรือ” 

รยูฮาผายมือไปทางกระถางดอกไม้อย่างสงบเยือกเย็น แชยอนรีบคว้าแขนนางไว้อย่างลืมตัวด้วยความตื่นตระหนก 

“ไม่ได้นะเพคะ พระชายา!” 

“เจ้าปล่อยมือก่อนแล้วค่อยพูด ข้าเจ็บแขนข้างนั้นอยู่” 

แชยอนสะดุ้งรีบปล่อยมือ รยูฮาจึงถกแขนเสื้อขึ้น ผิวที่มีตุ่มน้ำพองแดงนั้นดูน่าจะเจ็บปวดไม่น้อย รยูฮาย่นหน้าผากพลางเป่าลมอย่างแผ่วเบาเพื่อให้หายแสบร้อน 

“เป็นเพราะเมื่อคะ...คราวก่อนหรือเพคะ” 

“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ” 

ความเสียใจของแชยอนเอ่อล้นจนเต็มอกในคำตอบนั้น เพียงแรกเริ่มที่เจอหน้ากันก็สร้างบาดแผลให้แก่นาง เจอกันครั้งที่สองนางยังพยายาปกป้องนางสนมที่คิดจะเอามีดแทงข้างหลัง จิตใจที่แสนดีของนางนั้นช่างน่าอิจฉา หญิงสาวเพิ่งรู้ในตอนนี้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ตนไม่สามารถสู้พระชายาได้เลย ไม่ว่าตนจะแต่งตัวสวยงามเพียงใดก็ตาม 

“แม่ของหม่อมฉันเพคะ” 

“ให้ใคร” 

จะพูดดีหรือไม่ นางจะช่วยเราได้หรือเปล่า แชยอนทำท่าเหมือนจะเอ่ยปากพูดแต่ก็ไม่กล้าพอ 

“หม่อมฉันบอกไม่ได้เพคะ แล้วหม่อมฉันก็ไม่มีหลักฐานอะไรด้วย ต่อให้หม่อมฉันพูดไป คนๆ นั้นก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะฉะนั้นทรงฆ่าหม่อมฉันเถอะเพคะ อย่างไรเสีย หม่อมฉันก็เตรียมใจตายไว้แล้วเพคะ” 

ก็จริงอยู่ รยูฮาถอนหายใจอยู่ในอก ‘คนๆ นั้น’ ที่แชยอนพูดถึงเป็นใครก็ไม่รู้ แต่การใช้แม่ของนางเป็นตัวประกัน ทำให้รู้ว่าคนๆ นั้น ไม่มีทางปล่อยแชยอนให้มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน ช่างเป็นผู้หญิงที่ไร้เดียงสาและน่าสงสารนัก นางไม่ได้เลวไปเสียทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่คนดีไปเสียทั้งหมดเช่นกัน ตนต้องทำอะไรสักอย่าง 

“ยานั่นอยู่ที่ไหน” 

“หม่อมฉันซ่อนไว้ในตำหนักเพคะ” 

“ตอนกลางคืนให้เจ้ามอบยานั่นกับคนที่ข้าส่งไป เจ้าไม่ควรเก็บยานั่นไว้กับตัว” 

แชยอนพยักหน้า รยูฮาหยิบชาพิษที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ และดมกลิ่น นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถือสิ่งนั้นเดินออกไปนอกประตู ก่อนกลับเข้ามาพร้อมมินอา 

“ไม่ต้องตกใจ นางเป็นคนสนิทของข้า คอยช่วยงานข้าและเป็นองครักษ์ของข้าด้วย แม้แต่ชีวิตของข้าก็ฝากไว้กับนางได้” 

รยูฮาอธิบายเพื่อให้แชยอนที่กำลังตกใจกับการปรากฏตัวของคนแปลกหน้ารู้สึกวางใจขึ้น จากนั้นนางก็ส่งถ้วยชาให้มินอา 

“ยาพิษ เจ้าว่าน่าจะเป็นอะไร” 

มินอาจ้องรยูฮาสลับกับแชยอนเขม็งด้วยสีหน้าไม่พอใจ แววตาราวกับเพชรฆาตมากกว่าจะเป็นคนสนิทนั้นทำให้แชยอนตัวสั่นเทา มินอาละสายตาจากนางแล้วหันไปทำแบบเดียวกับที่รยูฮาทำเมื่อครู่ นางแกว่งถ้วยชาเบาๆ เพ่งพินิจไปที่ชา ปิดท้ายด้วยการดมกลิ่น เสียงที่เปล่งออกมาอย่างเคารพนบนอบฟังดูเยียบเย็นและหนักแน่นไม่ต่างจากแววตาของนาง 

“ไม่มีกลิ่นอะไรเลยนอกจากกลิ่นชา ไร้สี ไร้กลิ่น น่าจะเป็นปลาใต้น้ำเพคะ” 

“ข้าก็คิดเช่นนั้น เจ้ารับขวดยาจากจินซึงฮวีไป ตอนกลางคืนค่อยส่งต่อให้โฮจิน แล้วไปบอกพี่รองว่าให้ช่วยสืบอย่างลับๆ ด้วยว่ายานี่มาจากที่ใด แล้วส่งต่อไปที่ใครบ้าง แล้วมารายงานข้า อีกอย่าง ส่งคนไปหามารดาของจินซึงฮวีเดี๋ยวนี้แล้วพาหนีออกมาจากที่นั่น และตั้งแต่นี้ไปให้โฮจินคอยอารักขาวังคยองอุน ข้าดูแลตัวเองได้ อีกอย่าง ข้าก็มีเจ้าอยู่ด้วยแล้ว” 

“เพคะ พระชายา” 

คำพูดที่แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจเกินความจำเป็นนั่นทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจได้เสมอ รยูฮาละสายตาจากมินอาแล้วหันไปทางแชยอนพลางส่งสายตา 

“มัวทำอะไรอยู่ รีบบอกมาเร็วสิ” 

“พะ...เพคะ บอกเรื่องอะไรเพคะ” 

“ต้องรู้ว่าแม่เจ้าอยู่ที่ไหนถึงจะพาหนีได้ไง เร็วเข้า” 

แชยอนที่พึ่งตั้งสติได้อธิบายที่อยู่ของผู้เป็นแม่ให้มินอาฟังอย่างกล้าๆ กลัวๆ สายตาคมกริบราวใบมีดที่ลับมาอย่างดีจ้องแชยอนอย่างเยียบเย็น เวลาเพียงสั้นๆ แต่แชยอนกลับรู้สึกเหมือนยาวนานชั่วนิจนิรันดร์ อึดใจต่อมา มินอาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงแข็ง 

“มารดาและลูกๆ จะย้ายหนีออกไปก่อนพระจันทร์ขึ้นเพคะ เป็นที่ไหนนั้นหม่อมฉันทูลให้ทราบไม่ได้ และตั้งแต่วันนี้ไปองครักษ์ของพระชายาจะคอยเฝ้าวังคยองอุน บางทีอาจจะทรงได้ยินเสียงดังมาจากข้างบนบ้าง ไม่ต้องตกพระทัยนะเพคะ” 

“ขะ...เข้าใจแล้ว” 

ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้คืออะไร และสิ่งที่คนสนิทคนนี้พูดหมายความว่าอย่างไร แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยถาม แชยอนพยักหน้าน้อยๆ นางต้องใช้พลังอย่างมากในการที่จะพยายามหลบสายตาของมินอา ประจวบเหมาะกับที่รยูฮาส่งกระถางดอกไม้มาให้พอดี นางถึงกับรู้สึกโล่งใจ 

“พามินอากลับไปด้วย พอดีเลยที่เจ้ามาคนเดียว หากมีใครถามจะได้บอกว่าให้เจ้ากลับคนเดียวมันก็กะไรอยู่ เลยให้คนสนิทข้าไปส่ง กระถางดอกไม้นี่ เจ้าค่อยให้นางตอนที่นางไปหาตอนกลางคืน จะได้กำจัดทิ้งเสีย” 

กระถางดอกไม้ถูกคลุมด้วยผ้าไหมเพื่อไม่ให้เห็นใบที่เฉาตาย แชยอนกอดสิ่งนั้นไว้และกำลังจะหันหลังกลับแต่แล้วก็หยุดชะงัก ก่อนจะโค้งคำนับสุดตัว 

“หม่อมฉันจะไม่ทำร้ายพระชายาอีกเพคะ” 

จะเป็นแบบนั้นได้จริงหรือ รยูฮากลืนความขมขื่นที่วาบขึ้นในอกลงไป พลางพูดปลอบนาง 

“เรื่องนั้นแน่นอน แต่สิ่งที่ข้าอยากจะขอร้องเจ้าก็คือ ข้าอยากให้เจ้าช่วยดูแลองค์รัชทายาทด้วยความรู้สึกนั่น พระองค์ทรงมีศัตรูมากมาย ปรนนิบัติพระองค์ให้ดีจนกว่าพระองค์จะขึ้นครองราชบัลลังก์ ข้าเชื่อใจเจ้าที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกในวันนี้เพื่อให้ได้ฝ่าบาทมาครอง” 

“น้อมรับพระราชบัญชาเพคะ พระชายา” 

แชยอนออกมาข้างนอกโดยมีมินอาตามหลังมาโดยไม่พูดอะไร สายลมเย็นพัดมาจากที่ใดไม่รู้ทำให้ใบไม้แห้งปลิวกระจัดกระจายราวกับฝนตก กรอบแกรบ แชยอนที่กำลังเดินย่ำไปบนใบไม้แห้งเอ่ยกับมินอา เป็นการกระทำที่ชวนตกใจไม่น้อย 

“พระชายาทรงฝากชีวิตไว้กับเจ้าได้อย่างนั้นหรือ น่าอิจฉาจัง” 

“ทรงอิจฉาหม่อมฉัน หรือทรงอิจฉาพระชายาเพคะ” 

“ทั้งสองคน” 

รอยยิ้มขมขื่นฉายบนใบหน้าของแชยอนแวบหนึ่งตอนที่ตอบพึมพำกลับมา หลังจากกลับมาถึงวังคยองอุน นางหยิบถุงผ้าออกมาจากมุมหนึ่งของตู้เก็บของแล้วส่งให้มินอา มินอาดึงขวดยาออกมาดมกลิ่นดู แล้วพยักหน้า ก่อนจะปิดฝาเก็บใส่ถุง 

“ยามพระจันทร์ขึ้น หากไม่มีใครอยู่แล้ว ทรงเปิดหน้าต่างด้านหลังบานที่สามไว้ แล้วเคาะผนังสามครั้งนะเพคะ จะมีคนมา ทรงเอากระถางดอกไม้ให้เขานะเพคะ อ้อ ทรงระวังคนผู้นั้นด้วยนะเพคะ เขาไม่ใช่คนอันตราย แต่ว่าอาจจะเป็นอันตรายในแง่อื่นเพคะ” 

เป็นคำพูดที่คลุมเครือมาก แต่ก็ไม่มีเวลาให้ถามว่าหมายถึงอะไร มินอาซ่อนถุงผ้าไว้อย่างมิดชิดแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว แชยอนที่อยู่ลำพังในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราจมดิ่งสู่ความหนาวเหน็บที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง สายตาว่างเปล่าจ้องมองกระถางต้นไม้ที่มีผ้าไหมคลุมอยู่อย่างเหม่อลอย ครู่ต่อมา แชยอนกอดสิ่งนั้นไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้างราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าและขดตัวอยู่บนเตียงเย็นยะเยือก 

 

* * * 

ความคิดเห็น