facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-3

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2562 11:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-3
แบบอักษร

 

“พระสนมซึงฮวีเพคะ มีสารส่งมาจากวังซึงกอน ให้เสด็จไปวังซึงกอนเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้คราวก่อนเพคะ”

เสียงนางในที่ดังมาจากหน้าประตูปลุกคู่รักที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของแชยอนมองฮอน

นางสั่งให้ชงชาไปให้โทษฐานที่ทำให้นางถูกน้ำร้อนลวก เป็นการกระทำที่ใจกว้างมาก แม้จะสงสารแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฮอนกอดร่างบางอีกครั้งพลางกระซิบอย่างอ่อนโยน

“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปก็ได้ ข้าจะช่วยพูดให้”

“หม่อมฉันจะไปเพคะ จะหลบเลี่ยงไปได้ถึงเมื่อไหร่กันเพคะ”

โอกาสมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ แม้ว่าจะยังไม่ทันได้เตรียมใจ แต่หากพลาดโอกาสนี้ไป จะได้เจอพระชายาเป็นการส่วนตัวอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฮอนบอกว่าจะไปเป็นเพื่อน นางเลยดุนหลังฮอนให้ออกไปจากห้อง ก่อนจะหันมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่หรูหราที่สุดที่ตนมี

“วันนี้ทรงงดงามเป็นพิเศษนะเพคะ พระสนมซึงฮวี”

คำชมของนางในที่เอ่ยขึ้นหลังจากติดเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายที่ผมเสร็จแล้วนั้นฟังดูไม่ปกติ แชยอนจ้องมองภาพตัวเองที่สะท้อนในกระจก ทั้งๆ ที่มองทางไหนก็งามถึงเพียงนี้ แต่เหตุใดจึงสู้ชุดสีขาวของพระชายาไม่ได้ คอบางที่กำลังแบกรับศีรษะอันใหญ่โตโดยไม่จำเป็นนั้นก็ดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย

“ไปกันเถอะ”

“เพคะ พระสนม”

แชยอนที่กำลังจะออกไปโดยมีนางในเดินตามหลังหยุดเดินครู่หนึ่ง คำพูดของพระชายาแวบเข้ามาในหัว

‘เจ้าควรจะใส่ใจคนของเจ้าสักหน่อยนะ’

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆ ถึงได้นึกขึ้นมาตอนนี้ หากนางพาบรรดานางในไปด้วย พวกนางอาจจะพลอยมีความผิดโทษฐานที่ไม่ดูแลเจ้านายให้ดี ซึ่งนางไม่ต้องการเอาชีวิตของคนบริสุทธิ์เหล่านี้มายุ่งเกี่ยวด้วย

“ไม่ต้อง พวกเจ้าอยู่ที่นี่แหละ ข้าจะไปคนเดียว”

“พระสนม จะทรงเสด็จไปไหนคนเดียวได้อย่างไรเพคะ!”

“นี่มันในพระราชวัง มันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นได้ ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ รออยู่ที่นี่แหละ”

เหล่านางในคัดค้าน แต่แชยอนก็ยังยืนกรานเสียงแข็ง พอได้ออกมาจากวังคยองอุนตามลำพังแบบนี้ นางรู้สึกว่าแม้แต่อากาศรอบๆ ก็ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย วังซึงกอนที่พระชายาประทับอยู่ห่างออกไปจากวังคยองอุนที่อยู่ในส่วนของสนมพอสมควร แต่สนมไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เกี้ยวภายในพระราชวัง หลังจากเดินมาได้ครู่ใหญ่ แชยอนก็มาถึงวังซึงกอน เหงื่อหยดลงมาจากหน้าผากของนางราวลูกแก้วใส

“ทูลพระชายาว่าจินซึงฮวีมาถึงแล้ว”

เหล่านางในของวังซึงกอนต่างพากันฉงนที่เห็นจินซึงฮวีผู้หยิ่งผยองมาคนเดียวโดยไม่มีข้าราชบริพารตามมาด้วยเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะโค้งคำนับอย่างสุภาพ

“เชิญด้านในเพคะ พระชายาทรงรออยู่”

แชยอนใจเต้นโครมครามขณะก้าวเท้าเข้าไปเหยียบตำหนักของพระชายา ภายในห้องที่นางมองไปรอบๆ ดูเรียบง่ายแต่ก็สง่างามเฉกเช่นเจ้าของ นางเปรียบเทียบกับห้องของตนเองที่ตกแต่งอย่างหรูหรา รู้สึกเหมือนถูกช่วงชิงอะไรไป

“ถวายบังคมพระชายา ขอจงทรงพระเจริญ”

“นั่งสิ เจ้ามาถึงนี่ คงจะลำบากน่าดู ขอบใจที่มานะ อ้อ พวกเจ้าออกไปก่อน”

ทั้งๆ ที่นางเตรียมใจกับการดูถูกเหยียดหยามอะไรก็ตาม แต่น้ำเสียงของพระชายากลับอ่อนโยนผิดคาด นอกจากแม่และองค์รัชทายาทแล้ว พระชายาเป็นคนแรกที่เรียกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้

“ทรงมีพระกรุณาเรียกหม่อมฉันมาเช่นนี้ หม่อมฉันรู้สึกทราบซึ้งในน้ำพระทัยเป็นอย่างยิ่งเพคะ”

“ข้าสิที่ต้องขอโทษที่เรียกเจ้ามาอย่างปุบปับ ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังปรนนิบัติองค์รัชทายาทอยู่ ข้าเสียมารยาทโดยไม่ได้ตั้งใจสินะ”

ไม่ใช่การพูดเสียดสี หากแต่เป็นความจริงใจที่เจืออยู่ในน้ำเสียง เมื่อแชยอนรู้สึกได้ดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น ในแววตาของนางที่กำลังมองพระชายาตรงๆ นั้นดูตกใจ

“พระชายาไม่ทรงเกลียดหม่อมฉันหรือเพคะ”

“ทำไมข้าต้องเกลียดเจ้าด้วย มีแต่ต้องขอบคุณที่เจ้าช่วยดูแลพระสวามีของข้าเป็นอย่างดี เจ้าล่ะ เกลียดข้าหรือไม่”

แชยอนรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่เกลียดชู้ของสามีตัวเอง ไม่สิ ตนซึ่งเป็นที่สองนั้นเกลียดพระชายาจริงๆ อย่างนั้นหรือ แชยอนไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและได้ข้อสรุปออกมา

“ไม่ได้เกลียดเพคะ แต่กลัวว่าจะถูกแย่งองค์รัชทายาทไปเพคะ”

รยูฮายิ้มน้อยๆ ให้กับคำตอบที่ไม่ได้แต่งเติมใดๆ

“เถรตรงดีจริง อาจจะฟังดูเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่เจ้าเป็นสามัญชนใช่หรือไม่”

“เพคะ”

“ข้าเป็นบุตรีของขุนนางชั้นสูง ต่อให้ไม่มีองค์รัชทายาท ข้าก็มีอะไรต่างๆ มากมาย แต่เจ้า หากสูญเสียองค์รัชทายาทไปก็ไม่เหลืออะไรเลยใช่หรือไม่ ไม่แปลกหรอกหากเจ้าจะกลัวว่าจะถูกคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างแย่งสิ่งเดียวที่เจ้ามีไป ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายเลย”

สิ่งเดียวที่ตนมี จะมีใครกันที่เข้าใจความรู้สึกของนางที่ซุกซ่อนเอาไว้ แม้แต่คนรักเองก็ไม่เข้าใจ ไม่สิ เขาพยายามจะเข้าใจแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้อยู่ดี ทว่าพระชายากลับเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ความจริงนั้นกดน้ำหนักลงบนบ่าของแชยอนยิ่งกว่าที่เคย

“พระชายา อุปกรณ์ชงชาเพคะ”

“เข้ามาสิ”

ยอนฮวาที่เข้ามาขัดบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดวางอุปกรณ์ชงชาลง แล้วกลับออกไป แชยอนซุกมืออยู่ใต้โต๊ะ กำมือแน่นแล้วคลายออก ก่อนจะยื่นออกไปทางอุปกรณ์ชงชา

นางเทน้ำร้อนใส่เพื่ออุ่นถ้วยชา จากนั้นจึงเทน้ำทิ้ง แล้วชงชาด้วยน้ำใหม่ ในระหว่างนั้น รยูฮามองออกไปนอกหน้าต่าง เป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะพอดี และนี่คือโอกาส แชยอนรีบล้วงปลาใต้น้ำที่ละลายเตรียมไว้แล้วออกมาจากแขนเสื้อแล้วเทลงในถ้วยชาแล้วรีบเก็บกลับที่เดิม

“สะ...เสร็จแล้วเพคะ”

นางส่งถ้วยชาที่ไม่มียาพิษให้รยูฮา จากนั้นจึงหยิบถ้วยชามีพิษขึ้นมาถือไว้

“ขอบใจ กลิ่นหอมเชียว”

สายตาของรยูฮาที่กำลังดมกลิ่นจากถ้วยชาในมือหยุดลงที่มือของแชยอน เป็นตอนที่นางประคองถ้วยชาด้วยมือทั้งสองข้าง และกำลังจะแตะริมฝีปาก ดูเผินๆ แล้วเป็นท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติ ทว่าสิ่งที่ต่างไปจากเมื่อครู่คือ ปลายแขนเสื้อเปียก มือขาวจับถ้วยชาแน่นผิดปกติ และอาการสั่นน้อยๆ อาจจะด้วยความประหม่าที่อยู่ต่อหน้าพระชายา แต่สัญชาตญาณไวกว่าความคิด เสี้ยววินาทีก่อนที่ปากถ้วยชาสั่นระริกจะสัมผัสกับริมฝีปากของแชยอน รยูฮายื่นมือออกไปคว้าถ้วยชามาอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า

“พะ...พระชายา!”

“ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท”

รยูฮาลุกจากเก้าอี้ แล้วเทน้ำชานั่นลงในกระถางดอกไม้ที่วางเรียงอยู่ริมหน้าต่าง จ๊อก เสียงน้ำรดลงบนใบไม้ทำให้ภาพของพระสนมเอกมุนราดน้ำชาเย็นชืดใส่หัวตนลอยขึ้นมา สีหน้าที่กำลังหวาดกลัวดำคล้ำลงเช่นเดียวกับกล้วยไม้ในกระถางที่ถูกน้ำชารด

“เจ้าคิดจะให้ข้าถูกขับออกจากวังโดยทำร้ายตัวเจ้าเองอย่างนั้นรึ”

ความอ่อนโยนหายไป น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับเป็นคนละคนกันกับก่อนหน้านี้ทำให้แชยอนหายใจไม่ออก แชยอนลุกขึ้นยืนโดยไม่พูดอะไร แต่ท่าทางนั้นเหมือนตกจากเก้าอี้เสียมากกว่า

“ทรงฆ่าหม่อมฉันเถอะเพคะ”

ทุกอย่างจบสิ้นลงไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ต่อจากนี้ตนคงจะต้องถูกลากออกไปตัดคออย่างแน่นอน หากเป็นชนชั้นสูง ศพก็จะได้รับการเก็บรักษาไว้ตามประเพณี แต่สำหรับตนที่เป็นเพียงสามัญชนคงไม่ได้รับการดูแลอะไรแบบนั้น แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ แชยอนก็ยังคงนึกถึงฮอน หวังว่าพระชายาจะช่วยปลอบใจเขาที่ต้องเศร้าโศกเพราะสูญเสียตนไป

“เจ้าจะได้ไม่ต้องถูกแย่งสิ่งเดียวที่มีไปสินะ”

รยูฮาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ คำพูดนั้นนางบอกกับแชยอน และบอกกับตัวเองด้วย สายตาของนางมองไปยังแชยอนที่กำลังหมอบอยู่ตรงหน้า แล้วเลื่อนไปทางกระถางดอกไม้อีกครั้ง ใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีดำและตายทันทีที่ถูกน้ำชา จะต้องเป็นยาพิษที่แรงมากถึงขนาดทำให้ตายได้ในทันทีด้วยปริมาณเพียงน้อยนิด

รยูฮานั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง อึดใจต่อมานางลุกพรวดขึ้น แชยอนคิดว่านางคงจะโกรธจนทนไม่ไหวแล้วลุกมาตบหน้านางสักฉาด แต่ไม่เป็นเช่นนั้น รยูฮาเปิดลิ้นชัก แล้วหยิบผ้าไหมผืนหนึ่งออกมาคลุมกระถางดอกไม้ที่ตายแล้ว

“เอาออกไปเสีย แล้วจัดการเงียบๆ อย่าให้เตะตาใคร”

“ทรงฆ่าหม่อมฉันทิ้งเถอะเพคะ”

รยูฮาจับมือของแชยอนให้ลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไร ใบหน้าที่งดงามมีเพียงน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาด้วยความเสียใจและไร้มีที่ไป

“อย่าทำเช่นนี้อีก สู้ทำร้ายข้าตรงๆ ยังดีกว่า เพราะถึงเจ้าจะพยายามอย่างไร ข้าก็จะไม่บาดเจ็บแม้ปลายเล็บ”

“ไม่ได้เพคะ ทรงกำจัดหม่อมฉันทิ้งเสียตรงนี้เถอะเพคะ”

ความคิดเห็น