facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-2

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2562 12:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-2
แบบอักษร

 

ในวัยเด็ก แม่ของนางทนพ่อที่เอาแต่เมาหัวราน้ำและทุบตีทำร้ายร่างกายไม่ไหว จึงทิ้งแชยอนและหนีออกจากบ้านไป เมื่อนางได้รับคำสั่งให้ยั่วยวนองค์รัชทายาทให้หลงใหลพร้อมกับเสนอเงินให้ นางจึงนำเงินนั้นมาใช้ในการตามหาแม่ 

แชยอนเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อหาแม่เจอแล้วจะทำอย่างไรต่อ ตอนที่ตนได้แต่นอนคุดคู้ให้พ่อทุบตีจนปางตาย ตอนที่ขายตัวให้พวกแขกที่โรงเตี๊ยมแลกเงินไม่กี่พุน[1] นางจะคิดถึงแม่ที่คอยกอดนางและร้องเพลงให้นางฟังอย่างอบอุ่นพลางกัดฟันทนเรื่องเลวร้ายเหล่านั้น นางเพียงแค่คิดถึงแม่เท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะตามหาเพื่อทำอะไร ทว่า 

แชยอน เจ้าอย่ายกโทษให้แม่เลย 

แม่ผู้ให้กำเนิดแชยอนยังคงงดงามเสมอแม้จะผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์ยาก นางแต่งงานกับพ่อค้าร่ำรวยและมีลูกใหม่ด้วยกัน แม่บอกไม่ต้องตามหา ไม่ต้องยกโทษให้ เป็นคำพูดสุดท้ายของแม่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบเจอแม่อีกเลย แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับแชยอน เพราะนางได้กลับไปกอดแม่และร้องไห้ในอ้อมอกแม่อย่างเต็มที่อีกครั้ง 

“แม่งั้นรึ ดี นั่นน่าจะใช้เป็นประกันได้” 

รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพระสนมเอก ถุงที่รับมาไว้ในมือทำให้แชยอนรู้สึกเหมือนมีอำนาจของทั้งกองทัพอยู่ในอุ้งมือ แชยอนกำถุงผ้าแน่นพลางก้มหัวลงเพื่อแสดงความขอบคุณ 

“หากแผนการล้มเหลว เจ้าก็รับผิดชอบรับความตายจากพระชายาไปแล้วกัน หากเจ้าล้มเหลวแต่มีชีวิตอยู่ ข้ารับประกันได้ว่าแม่เจ้าไม่ได้ตายสบายๆ แน่” 

คำเตือนที่น่ากลัวในน้ำเสียงที่สงบนิ่งนั้นผูกมัดแชยอนไว้ ทุกอย่างคือน้ำที่หกออกมา จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ แชยอนเก็บยาพิษไว้อย่างมิดชิดก่อนจะคำนับ 

“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันจะไม่ทำให้ทรงผิดหวัง”  

“กลับไปได้แล้ว” 

ชายกระโปรงสีขาวสะบัดพลิ้วข้ามธรณีประตูหายไป สีหน้าของพระสนมเอกมุนที่จ้องมองประตูเปิดและปิดลงดูขมขื่น แต่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น 

 

* * * 

 

“ฝ่าบาท มีอะไรหรือเพคะในยามนี้” 

แชยอนที่กอดถุงยาพิษไว้ในอกอย่างหวงแหน กำลังบ่ายหน้ากลับวังคยองอุนหยุดชะงักอย่างงุนงง ทั้งๆ ที่เป็นช่วงกลางวันที่พระอาทิตย์อยู่กลางหัว เหตุใดฝ่าบาทถึงได้เสด็จมาหาในเวลานี้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถซ่อนความดีใจเอาไว้ได้ 

“เจ้าสิไปไหนมา ข้ารู้สึกไม่สบายใจที่เมื่อคืนทิ้งเจ้าไป เลยมาหาเจ้า” 

“หม่อมฉันรู้สึกเบื่อๆ เลยออกมาเดินเล่นเพคะ” 

ท่าทางของแชยอนที่ตอบเช่นนั้นดูแปลกตาแต่ก็รู้สึกคุ้นเคย เขาเอียงคอมองพินิจหญิงสาวจนกระทั่งหาสาเหตุของความคุ้นเคยนั้นได้จึงย่นหน้าผาก ชุดผ้าไหมหรูหราฟุ่มเฟือยหายไปไหน ทำไมถึงได้ใส่ชุดขาวเช่นนี้กัน 

“วันนี้ทำไมแต่งตัวแบบนี้เสียเล่า อย่างกับมองพระชายาอยู่เลย มันทำให้ข้าอารมณ์ไม่ดี ไปเปลี่ยนเสีย” 

เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกผู้หญิงเสียสติแย่งเสด็จย่า หรือแม้แต่พระบิดากับพระมารดาไป ก่อนที่จะบ่ายหน้ามายังวังคยองอุน สถานที่แห่งเดียวในพระราชวังที่เฝ้ารอเขา ทว่าสนมผู้เลอโฉมที่น่าจะชะเง้อคอมองหาเขาผู้เป็นที่รักยิ่งกลับหายไปไหนไม่รู้ ตนก็อุตส่าห์รอจนกระทั่งนางมา แต่กลับเป็นแชยอนที่ปรากฏตัวด้วยการแต่งกายที่เหมือนกับผู้หญิงคนนั้นไม่มีผิด ไม่มีทางที่เขาจะอารมณ์ดีได้เลย 

“หม่อมฉันเห็นว่าพระองค์ทรงรักใคร่พระชายานัก เลยคิดว่าจะทรงชอบให้แต่งตัวเช่นนี้...” 

พูดเรื่องอะไรไร้สาระอีกแล้ว ท้ายเสียงของแชยอนที่ตัวสั่นเทิ้มมีเสียงปนสะอื้นอยู่ด้วย ฮอนเห็นท่าทางนั้นก็ใจอ่อน คว้าแขนนางขึ้นมาแล้วโอบไหล่บางอย่างนุ่มนวล 

“รักใคร่งั้นรึ ไม่มีทาง ข้าไม่เคยบอกเจ้าหรือว่าคนที่ข้าจะรัก คนที่ข้าจะใกล้ชิดสนิทสนมด้วยมีเพียงเจ้าเท่านั้น” 

“ฮึก...ฝ่าบาท” 

แม้จะเป็นตอนกลางวันที่พระอาทิตย์ขึ้นกลางท้องฟ้า ภายในห้องที่เหล่าข้าราชบริพารพากันออกไปหมด อบอวลด้วยพลังงานประหลาดและความมืดสลัว ฮอนที่กำลังถูกบรรยากาศพาไป เอนร่างแชยอนลงบนเตียง ชุดสีขาวถูกเปลื้องออกอย่างไร้เรี่ยวแรง กระโปรงถูกถลกขึ้นข้างบน 

“อ้า” 

ลมหายใจที่ออกมาจากปากที่กำลังประกบอยู่คล้ายเสียงคราง จั๊กจี้ใบหน้าของฮอน ด้านบนของหญิงสาวที่กำลังนอนอย่างไร้เรี่ยวแรงในชุดขาว ผมยาวสยาย มีรยูฮาที่พยายามล่วงเกินฮอนเมื่อคืนในสภาพเดียวกันซ้อนทับ ความรู้สึกผิดและความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวราวกับว่าตนเอาชนะรยูฮาได้ ทำให้เขารู้สึกร้อนเร่าขึ้น 

“ฝะ...ฝ่าบาท” 

แชยอนทำตาโต ตัวสั่นระริกพลางร้องเรียกคนรัก ฮอนดูแตกต่างไปจากปกติที่มักจะค่อยๆ ถอดชุดออกทีละชิ้นอย่างนุ่มนวล ทะนุถนอม เสื้อผ้าที่ถูกกระชากออกจนแทบขาดตกลงไปกองอยู่กับพื้นด้านล่าง 

“อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ” 

เสียงที่หญิงสาวร้องเรียกอย่างหวาดกลัวไม่ได้ผล ฮอนที่กำลังตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนบังคับนางด้วยเสียงต่ำ และไม่ยอมหยุดมือด้วยความต้องการที่เอ่อล้นออกมาของตน แชยอนรู้สึกได้ว่าตาของเขาไม่ได้กำลังมองตนเองอยู่จึงข่มตาหลับลง แต่ไม่สามารถข่มจิตใจได้ ในความขัดแย้งนั้น ร่างกายที่เริ่มคุ้นเคยเริ่มไม่สนจิตใจที่กำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ และถูกดูดกลืนเข้าไปในความหฤหรรษ์อันแสนเร่าร้อน และในช่วงจุดสุดยอดนั้นเอง 

“อ้า...พระชายา...” 

คำพูดที่แชยอนหวาดกลัวมากที่สุดหลุดออกมาจากปากฮอนเบาๆ เสียงนั้นเสียดแทงเข้าไปในหู ดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า แชยอนหลับตาแน่น นึกถึงถุงผ้าเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ แค่มีสิ่งนี้ คนรักก็จะกลับคืนมาเป็นของตนอีกครั้ง 

“ฝ่าบาท เจ็บเพคะ” 

เมื่อความหฤหรรษ์ที่ครอบงำทั้งร่างกายจางหายไป จึงได้สติกลับคืนมา เมื่อครู่นี้เราทำอะไรลงไป ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของแชยอนที่ร้องเจ็บในขณะที่ตนนอนแผ่อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ทำไมจะต้องเผลอเรียกรยูฮาออกไปโดยไม่รู้ตัวด้วย และอีกฝ่ายยังเป็นหญิงสาวที่น่าสงสารเพราะไม่มีใครให้พึ่งพิงได้ในพระราชวังแห่งนี้นอกจากตน 

จูบที่รุนแรงและแข็งกระด้างนั้นเป็นเพราะตนไม่มีสติ ฮอนรู้สึกผิดต่อแชยอนและเห็นใจนาง เขาโอบศีรษะเล็กๆ ที่กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวไว้ในอ้อมกอดพลางลูบหัวอย่างอ่อนโยน 

“ข้าขอโทษ วันนี้ข้าเจอเรื่องไม่ดีมานิดหน่อย เจ้าคงตกใจมากเลยสินะ” 

“ไม่เพคะฝ่าบาท สำหรับหม่อมฉันแล้ว ไม่ว่าจะทรงทำอะไร หม่อมฉันก็ยินดีเพคะ” 

สนมคนนี้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็งดงามและเชื่อฟังเขาเสมอ ในโลกนี้จะมีผู้หญิงคนไหนสมบูรณ์แบบไปกว่านี้อีก ฮอนผลอยหลับไปในช่วงกลางวันที่แสนหวาน โอบกอดหญิงสาวไว้ด้วยความเวทนา 

 

อีกด้านหนึ่ง รยูฮาที่นั่งพูดคุยอยู่กับเหล่าลูกเจี๊ยบด้วยท่าทีสง่างามในห้องนั่งเล่น กำลังรู้สึกเบื่อๆ ด้วยไม่มีอะไรทำ เพราะมีพระราชกระแสรับสั่งมาจากวังจางชุนที่เดิมตั้งใจจะไปหลังกินอาหารเช้าเสร็จ ว่าพระพันปีต้องเสด็จไปพบเหล่าขุนนางเป็นการด่วน ให้ไปเข้าเฝ้าใหม่ในวันพรุ่งนี้เวลาเดิม ใจจริงนางอยากจะสั่งให้ทุกคนออกไปเพื่อที่จะได้อ่านเรื่องเล่าพื้นบ้าน ทว่าหากนางสั่งให้ออกไปเฉยๆ บรรดาลูกเจี๊ยบก็จะทำหน้าบูดบึ้ง การจะไล่ออกไปเฉยๆ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก 

“เอ่อ พระชายาเพคะ พระพาหาเป็นอย่างไรบ้างเพคะ หม่อมฉันเอายามาถวายไหมเพคะ” 

ยอนฮวาเห็นท่าทางดูอึดอัดของรยูฮาจึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพราะแขนที่บาดเจ็บอยู่ นางเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น นางก็ได้กลายเป็นผู้ติดตามของรยูฮาไปโดยปริยาย หน้าที่สำคัญของนางคือคอยอยู่ใกล้ตัวรยูฮาตลอดเวลา เพื่อคอยช่วยเหลือนางเมื่อมีโอกาส 

“ไม่ต้องหรอก ข้าตื่นแต่เช้าเลยรู้สึกเพลียนิดหน่อยน่ะ” 

“ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันเอาชามาถวายดีไหมเพคะ” 

มีความตั้งใจดี แต่สมองช้า เวลาที่รยูฮาสั่งให้ออกไปจึงไม่ยอมเชื่อฟัง รยูฮาถึงกับถอนหายใจ หากมองในอีกมุมหนึ่งก็น่าเอ็นดู แล้วนางก็นึกถึงสหายที่จะช่วยฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี 

“ส่งคนไปบอกที่วังคยองอุนว่าให้รักษาสัญญาที่จะชงชามาให้ข้าเมื่อครั้งก่อนด้วย” 

“บอกพระสนมซึงฮวีหรือเพคะ” 

“ใช่ บังอาจมาแตะต้องคนของข้าก็ต้องรับโทษไม่ใช่เหรอ ถ้าเกิดว่าการนำชามาถวายจะเรียกว่าเป็นการลงโทษน่ะนะ” 

‘คนของข้า’ 

เมื่อยอนฮวาได้ยินคำนั้น ปลายจมูกก็เริ่มแดง น้ำตารื้น โชคดีที่บรรดาลูกเจี๊ยบคนอื่นๆ รับคำสั่ง พลางลากกันออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รยูฮามีโอกาสปลอบยอนฮวา และทำให้นางมีเวลาคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับท่าทางของจินซึงฮวีที่เจอในตอนนั้นอย่างช้าๆ 

น่าจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีสมอง ไม่ใช่เพราะมีนิสัยเลวร้ายอะไรหรอก 

แม้จะเจอเพียงไม่นาน แต่ก็เป็นผู้หญิงที่เลอโฉม จะเรียกว่าสาวงามล่มเมืองก็ไม่ผิด ไม่มีคนชั่วในหมู่สาวงาม นั่นคือคติประจำใจของรยูฮา และหากคิดตามคตินั้น จินซึงฮวีจะต้องไม่ใช่คนเลวอย่างแน่นอน 

คนหน้าตาดี เมื่อความคิดหยุดลงที่ตรงนี้ก็หวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่นางจูบฮอนอย่างวู่วาม อยู่ดีๆ ก็รู้สึกผิดต่อจินซึงฮวี ถ้าหากเขาหน้าตาดีน้อยกว่านี้สักหน่อยก็คงจะไม่ทำแบบนั้น ทว่าอดีตก็คืออดีต ตอนนี้จะต้องคิดถึงแต่เรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป 

วันนี้ตั้งใจจะทำอีก เอาอย่างไรดี 

ว่ากันตามความเป็นจริง รยูฮาเป็นพระชายาที่ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล จินซึงฮวีเป็นเพียงแค่สนมคนหนึ่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรลึกซึ้ง แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ไม่สามารถลบความรู้สึกไม่สบายใจที่มีเรื่องบาดหมางกันระหว่างผู้หญิงสองคนออกไปได้ ยิ่งตนรู้ว่าฮอนมีใจให้ทางนั้นยิ่งรู้สึกไม่ดีมากขึ้นไปอีก 

 

 

[1] พุน ค่าเงินเกาหลีสมัยโบราณ โดยเทียบได้ดังนี้ 1 นยาง เท่ากับ 10 ชอน หรือเท่ากับ 100 พุน 

ความคิดเห็น