ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 6

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 23:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 6
แบบอักษร

 

 แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 6 

 

ผมนอนเปื่อยเป็นผักเน่าอยู่ที่เตียงขนาดคิงไซส์คนเดียว ส่วนเจ้าของเตียงนั้นหายวับไปกับตาหลังจากที่ปิดประตูใส่เสียงดังและออกไปข้างนอกได้ 2 ชั่วโมงที่แล้ว โดยตัว ผมนั้นลุกแทบไม่ขึ้น อยากอาบน้ำแต่ไม่แรงลุก ทำใจแล้วว่าต้องนอนดมตัวเน่าๆ ของตัวเองต่อไป โชคดีที่มีแม่บ้านมาคอยเช็ดตัวให้ (แต่ส่วนลับผมเช็ดเองนะ) และคอยเสิร์ฟข้าว เสิร์ฟน้ำ ดูแลเป็นอย่างดี ผมที่อิ่มท้องสบายใจก็ผล็อยหลับไปหลายชั่วโมง

ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังตกแต่ยังคงไม่เห็นหัวคนที่บอกจะรับผิดชอบผมเลย ซึ่งผมได้เตรียมใจเผื่อไว้แล้วล่ะ คนหล่อโคตรๆ อย่างเขาจะมาจมปลักกับคนอย่างผมทำไม ที่พูดเมื่อเช้าก็คงจะบอกเพื่อไม่ให้ผมร้องห่มร้องไห้โวยวายที่เสียซิงครั้งแรกให้เขารำคาญใจ สุดท้ายมันก็เป็นคำโกหกดีๆ นี่เอง ไอ้ผมก็ดันแพ้คนหล่อดันหลงเชื่ออีก ได้แต่นั่งรอเขาอย่างเด็กว่าง่าย

 

 

จะให้ผมทำตัวเป็นนางเอกละครหลังข่าวที่ยอมเสียซิงครั้งแรกแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างโดยดีและภาวนาว่าคงจะไม่ได้เจอเขาอีกต่อไป..

 

โคตรจะคนดี ไม่เอาหรอก ! และคนอย่างไอ้เวียณไม่มีวันเสียซิงให้ใครฟรีๆ อีกด้วย!  

 

ว่าแล้วผมก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองที่นอนแหมะบนโต๊ะเล็กๆ มีโคมไฟตั้งอยู่ นิ้วเรียวจิ้มที่หน้าจอโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของปัจจุบัน แล้วกดโทรออกที่เบอร์หนึ่ง แล้วยกโทรศัพท์แนบที่ใบหู

 

“ฮัลโหลเฮีย….นี่เวียณเองนะ”  

 

  

  

  

*********************************************** 

 

“พรุ่งนี้มีประชุมกับบริษัท xx เรื่อง การสร้างคอนโดใหม่ที่ภาคเหนือค่ะ”

“....”

“เอ่อ…แล้วก็คุณหญิงจามจุรีต้องการให้สร้างบ้านจัดสรรส่วนตัวของคุณหญิงค่ะ ไม่ทราบว่าจะให้ฝ่ายออกแบบจัดการเลยไหมคะ?”

“....”

“ท..ท่านคะ?”

 

“มีอะไร?”  

 

ร่างสมส่วนของรอนชะงักเมื่อเลขาส่วนตัวเคาะที่ตัวทำงานเบาๆ เรียกร้องความสนใจจากรอน เธอขยับแว่นแล้วจ้องหน้าคนที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายเธอไม่วางตา รอนเอนตัวพิงกับเก้าอี้นวมตัวใหญ่สีดำ มือเลื่อนกดคลิกภาพโรงแรมต่างๆ ไปมา ไม่ไยดีกับสายตาแปลกๆ ของเลขาส่วนตัว

 

“วันนี้ท่านดูเหม่อๆ นะคะ มีอะไรรึเปล่าคะ?” เลขาสาวเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงแสดงถึงความห่วงใยชัดเจน แต่รอนเพียงส่ายหน้าน้อยๆ

 

“ผมจะให้อีริคจัดการต่อละกัน ขอผมอยู่เงียบๆ คนเดียวสักพัก หากมีใครติดต่องานอะไรที่ไม่สำคัญมากก็เลื่อนให้ผมไปก่อนละกัน”

 

“ค่ะ ท่าน” เลขาสาวโค้งอย่างนอบน้อมก่อนจะก้าวออกจากห้องอย่างมั่นคง

 

พอพ้นร่างของเลขาสาว รอนก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เอื้อมมือหยิบซองสีน้ำตาลมาเปิดออก ปรากฏให้เห็นเป็นรูปของคนที่ทำให้เขาต้องเหม่อตลอดทั้งวัน เปิดดูอีกแผ่นก็เป็นประวัติและข้อมูลอย่างละเอียดของเจ้าตัว

รอนกวาดสายตาอ่านอย่างตั้งใจ แทบจะไม่ละเลยตัวอักษรทุกตัวเลย กระทั่งตาคมสะดุดกับ ชื่อจริง และนามสกุลของบุคคลในกระดาษแผ่นนี้

 

วิเวียณ ไซกะ 

 

ก่อนจะเพิกเฉยกับสิ่งที่สะดุดตาเพราะรู้อยู่แล้วว่าคนๆ นี้ชื่ออะไรแต่ รู้เพียงแค่ชื่อและข้อมูลพื้นฐาน พอเกิดเรื่องขึ้นจึงจำเป็นจะต้องรู้มากกว่านี้ แต่กว่าจะสืบหาประวัติอื่นๆ ก็แทบจะพลิกแผ่นดินหา พอตั้งใจจะล้มเลิกในการสืบ

จู่ๆ นักสืบที่เขาจ้างก็ดันมาบอกว่าข้อมูลของคนๆ นั้นรั่วออกมาจากแหล่งข่าวหนึ่ง พอเจาะเข้าไปเอาข้อมูลได้เรียบร้อยแล้ว พอจะกลับไปเจาะข้อมูลเพิ่มอีกครั้งก็พบว่าระบบปิดหมดแล้ว และล็อคอย่างแน่นหนาไม่สามารถเจาะเข้าไปได้อีกครั้ง…….

จะบอกว่าอีกฝ่ายจงใจปล่อยข้อมูลให้รอนก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่รอนรู้ว่าคนๆ นี้ไม่ธรรมดา ถ้าอยากให้เขารู้ เขาก็จะยอมรับรู้ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจปล่อยข้อมูลนั้น

ตาคมเหลือบมองรูปใบหนึ่ง ภายในรูปมีใบหน้าหวานกำลังยิ้มแย้มในร้านขนมแห่งหนึ่ง ตาหวานยิ้มจนตาแทบเป็นสระอิ แก้มแดงๆ และปากสีชมพูอ่อนๆ โครงหน้าเรียวเหมือนผู้หญิง ร่างบางและ ผิวเนียนละเอียดที่รอนได้สัมผัสด้วยตัวเองมาแล้วเมื่อคืนนี้

 

จู่ๆ ภาพของร่างบางพร้อมกับเสียงครางกระเส่าก็แล่นขึ้นสมอง ทำเอารอนต้องกุมขมับสะบัดหน้าไล่ความคิดแสนฟุ้งซ่านนี่ออกไปจากสมอง

ไม่เป็นไร ยังมีเวลาลิ้มรสเนื้อกวางหวานๆ นี้อีกนาน………

 

วิเวียณเป็นเพื่อนสนิทของหลานชายเขาและเขาดันอ้างว่าจะปกป้องเด็กคนนั้นจากศัตรูคู่แค้นที่มาจากไหนไม่รู้ รอนก็ไม่ทราบ บอกไปแล้วก็ลืม เพราะรอนโกหก สร้างเรื่องมานะสิ

ว่าจะปล่อยให้วิเวียณลุ่มหลงเขาซะก่อนแล้วค่อยชิมเนื้อหวานๆ นั่น แต่ตอนนี้ดันหลงระเริงไปชิมเขาก่อนเวลาอันควร กลับกลายเป็นว่าที่วิเวียณต้องหลงรอน ตอนนี้รอนดันติดใจเนื้อหวานๆ นั่นซะเอง

 

ยอมรับว่ารสเซ็กส์จากเมื่อคืนนั่นทำให้เขาติดใจ แต่จะเหมือนคนที่ผ่านๆ มาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เขาอยากเห็นหน้าหวานๆ ที่ชอบทำตาโตๆ และดวงตาเป็นประกายยามจ้องมองมาที่รอน เมื่อเช้ารอนก็เปลือยอกใส่เสื้อต่อหน้าต่อตาวิเวียน ร่างบางก็ไม่มีทีท่าจะเขินอายเหมือนคนก่อนๆ แต่กลับจดๆ จ้องๆ อย่างตั้งใจและแลบลิ้นเลียริมฝีปากมองเขาอย่างหื่นกระหาย ทำให้รอนอดทึ่งกับนิสัยอันแปลกประหลาดของวิเวียณไม่ได้

 

ริมฝีปากมันกระตุกทุกครั้งที่อยู่ใกล้ร่างบางและอยากจะอยู่สูดดมกลิ่นหอมบนกายบางนานๆ แต่เพราะนัดเบี้ยวประชุมด่วนทำให้ต้องรีบไปแก้สถานการณ์ จนถึงตอนเย็นรอนก็ยังเคลียงานไม่เสร็จ เพราะดันนั่งเหม่อนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เอกสารต่างๆ เลยลากช้า จนเลขาสาวต้องคอยมาเรียกสติอยู่บ่อยๆ

 

วันนี้เลขาคนสนิทของเขาอย่างเรย์โญ่ต้องไปประสานงานแทนรอนที่ต่างประเทศ ถ้าหากเขาอยู่ที่นี่ เขาเองก็คงได้กลับบ้านเร็วกว่านี้

 

ใช่ว่าจะเป็นคนติดบ้าน แต่กลัวใครบางคนจะหนีหายไปซะก่อน 

 

 

 

  

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx 

 

 

Vivian’ S 

 

“หนูเวียณ อย่าออกมาตากลมแบบนี้สิคะ!”

 

เสียงป้านุตรโวยวายทันทีที่ผมออกมายืนรับลมนอกระเบียง ผมยู่หน้าใส่ป้าเขาแล้วเกาะขอบระเบียงแน่น

 

“ก็ผมร้อนอ่ะ! ป้าไม่เปิดแอร์ให้ผมเลยนี่นา”

 

ผมทำเสียงง๊องแง้งให้น่าสงสารที่สุด ตอนที่ผมนอนอยู่ก็รู้สึกร้อนจนเหงื่อแตกพลั่กทั้งๆ ที่แอร์เย็นฉ่ำ ป้าเขามาเห็นก็รีบปิดแอร์แล้วให้ผมนอนนิ่งๆ พร้อมกับผ้าเย็นๆ แปะหัว เพราะป้าแกบอกว่าผมเป็นไข้

จริงๆ ผมก็ปวดหัวอยู่นะ แต่ก็ไม่มาก ร่างกายมันร้อนมากกว่าเลยหนีออกมารับลมเย็นๆ ข้างนอก สักพักก็เริ่มปวดหัวหนักขึ้น หน้าผมคงแดงมากจนป้านุตรวิ่งวุ่นหายาให้ผม

 

ป้าแกเข้ามาจัดท่านอนให้ผมดีๆ และแปะเจลลดไข้ที่หน้าผากผม พร้อมกับยื่นยาให้ผมสองเม็ด ผมรับมากินอย่างว่าง่ายแล้วล้มตัวลงนอนเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นไข้หนักขึ้นกว่าเมื่อเช้า

ป้านุตรยิ้มเมื่อเห็นผมว่าง่าย แต่ก่อนจะออกจากห้อง ยังบังคับให้ผมนอนนิ่งๆ อย่าเดินไปตากลมหรือทำอะไร ถ้ายังไม่หายดี ผมยิ้มแล้วรับปากอย่างว่าง่าย พอป้านุตรเดินออกไปเท่านั้นแหละ ผมวิ่งไปอยู่นอกระเบียงทันที

โชคดีที่ ป้านุตรไม่ถามว่าจากเด็กทำกับข้าวในครัวอย่างผมมานอนบนเตียงเจ้านายได้ยังไง ไม่งั้นผมคงลำบากใจที่จะตอบป้าเขาเหมือนกัน

 

ที่ผมออกมารับลมเย็นๆ นอกระเบียงไม่ใช่ว่าตัวร้อนมากถึงอยากจะอยู่ที่ระเบียงนะ

 

แต่มายืนรอใครบางคนต่างหาก 

 

เหมือนผมจะเริ่มติดเขายังไงไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเขาชื่ออะไร เป็นใครมาจากไหน แต่ผมก็ถูกพี่ชายคนเดียวอบรมสั่งสอนมาดีว่า.....

 

[ฟังกูนะเวียณน้องรัก หากวันใดที่มึงเสียซิงโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มึงต้องยืดอกรับด้วยความมั่นใจว่าคนอย่างมึงก็มีคนเอา 

…โดยเฉพาะคนหล่อๆ มึงต้องใช้เสน่ห์แรดๆ มัดใจเขาให้ได้ มีลูกเล่นเท่าไหร่ใช้ให้หมด! เอาให้มันหลงจนหัวปักหัวปำ กูจะได้ไม่ต้องเหนื่อยที่จะต้องดูแลเด็กไม่รู้จักโตแบบมึง!]  

นี่คือสิ่งพี่ชายไอ้เวียณกล่าวไว้…

 

ดูเป็นพี่ชายที่ดีนะ คุณว่าไหม ?  

 

ผมเฝ้ารออีกคนอย่างใจจดใจจ่อ ไม่นานก็เผลองีบหลับโดยฤทธิ์ยา ทรุดตัวนั่งที่พื้นระเบียง จนไม่รู้ว่าร่างสูงใหญ่เข้าอุ้มจากพื้นระเบียงตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมปรือตามองเมื่อรู้สึกตัวเบาหวิวและรับรู้ถึงอุณหภูมิอุ่นๆ สบายๆ ผมเลยซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น ได้ยินเสียง ‘หึ’

ดังออกมาเบาๆ ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย มันคือเสียงเดียวกับคนที่ผมรอทั้งคืน ผมเลยลืมตากว้างมองหน้าร่างสูงคมเข้มที่คิ้วขมวดมองผมที่ตื่นจากนิทราแล้ว

 

“ชั้นทำเธอตื่นเหรอ?”

เสียงนุ่มทุ้มเอยออกมาเรียบๆ แต่มีอิทธิพลต่อหัวใจผมที่เต้นระรัว ทำไมผมรู้สึกว่าตาผมจะเป็นประกายรูปหัวใจละ ?

ผมส่ายหน้าแรงๆ จนหัวกลมดิ๊กของผมถูไถกับอกแกร่งที่ยกผมอุ้มท่าเจ้าหญิงออกจากระเบียงห้องแล้ว

 

“นึกว่าจะไม่กลับแล้ว…” ผมทำเสียงออดอ้อน แล้วซุกหน้ากับอกแกร่ง มีเนียนเบียดๆ ร่างกายเข้าหา ได้ยินสียงหัวใจเขาเต้นระรัวก็อดปลื้มในใจไม่ได้

 

โห่เฮะ! ไอ้เราก็มีเสน่ห์เหมือนกันนี่หว่า ทำเขาใจเต้นได้!

 

“หลับซะ เธอมีไข้”

 

ผมยิ้มกริ่มเมื่อน้ำเสียงทุ้มนั้นเอ่ยออกมาผะแผ่วในประโยคหลัง ดูๆ เหมือน เขาจะเป็นห่วงผมนะ ?

ผมโดนวางลงที่เตียงอย่างแผ่วเบา เมื่อหลังผมสัมผัสกับเตียงนุ่มๆ ทำเอาเคลิ้มแทบจะหลับอีกรอบแต่ไม่ลืมให้รางวัลร่างสูงที่ทำตัวน่ารักจนอดใจไม่ไหว

ผมเอื้อมมือไปคล้องคอคนพี่ จรดริมฝีปากเข้าหากัน บดเบียดริมฝีปากพร้อมกับกวาดลิ้นอุ่นเข้าหากัน เหมือนเขาจะชะงักที่ผมจูบแบบไม่ทันตั้งตัว สักพักก็จูบตอบผมแบบเร่าร้อนแทบไม่อยากจะถอนริมฝีปากออกหากไม่ติดว่าลมหายใจเริ่มจะหมด

จุ๊บ… 

ผมจรดริมฝีปากกับซอกคอแกร่ง ซุกไซร้จนได้ยินเสียงครางแผ่วๆ จากร่างสูง

มือใหญ่ลูบไล้ที่ต้นขาผมที่มีแค่เสื้อยืดตัวใหญ่กับบอกเซอร์ตัวเดียวที่ผมใส่อยู่ ขาเรียวอ้าออกแล้วตวัดเข้าหากับเอวสอบของเขา บดเบียดกับส่วนล่างของเราให้ชนกัน เหมือนมีกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านร่างกายของเราทั้งคู่ แตะส่วนไหนก็มีต้องส่งเสียงครางอย่างพอใจและร่างกายกระตุกเกร็ง

 

“อ๊า…อ๊ะ ”

 

ผมจงใจเปล่งเสียงแหบพร่าครางออกมาหลายๆ ครั้ง ทั้งๆ ที่เขาแค่แตะยอดอกผม แก่นกายใหญ่ที่บดเบียดกับแก่นกายผมกระตุกแรงๆ ทีนึง ร่างสูงกัดฟันกรอดแล้วส่งเสียงดุๆ ให้ผม

 

“ซน”

ผมยิ้มร่ากับคำว่า ‘ซน’ ของเขา และผมเริ่มซนตามที่เขาบอก เลื้อยเข้าหาร่างกายสมส่วน หลังจากนั้นผมก็ต้องร้องครางทั้งคืนจนเสียงแหบ และต้องอ้าขารับน้ำอุ่นๆ สีขาวข้นเข้าหาช่องทางของตัวเองอีกหลายน้ำจนช่องทางเปียกชุ่ม เพราะผลการกระทำของตัวเอง ผมจึงต้องมานอนเปื่อยเป็นผักใกล้ตายกว่าเดิมตอนเกือบๆ เช้าวันใหม่ พร้อมกับกินยาแก้ไข้ไปเพิ่มอีก โดนสายตาดุๆ นั่นตำหนิมาอีก ด้วย

ชิชะ จะโทษผมคนเดียวได้ที่ไหนเล่า เขาก็กระทำชำเราผมเหมือนกันนะ! (แต่ตัวเองดันไปยั่วเขาและสมยอมด้วย)

ผมตาปรือๆ นอนมองเขาที่นั่งติดกระดุมชุดนอนให้ผมเงียบๆ ผมคลี่ยิ้มกับการกระทำที่อ่อนโยนโดยการลูบหัวผมกล่อมเบาๆ ไปด้วย ซุกตัวเข้าหาอีกคนเหมือนลูกเจี๊ยบติดแม่ไก่ยังไงยังงั้น

 

อืม….แค่คืนเดียวแต่ผมดันติดสัมผัสเขาและเขาก็ไม่ห้าม ไม่ตำหนิอะไร ทั้งๆ ที่บอกว่าไม่ให้ผมก้าวก่ายอะไรเขามาก

แต่เขาก็ยอมให้ผมสัมผัส ให้ทำอะไรมากกว่าที่คู่นอนทั่วๆ ไปได้รับ….ผมเผลอเข้าข้างตัวเองได้ไหมนะ?

 

ว่าพิเศษน่ะ 

 

“คุณ….”

“…”

“งืม….คุณ”

“คุณอะไร”

“หือ?”

“รอน”  

“…??”

“เรียกชั้นว่า รอน”  

 

 

 

 

*********************************** 

นี่เป็นเรื่องที่เรานำมารีไรท์ค่ะ ดัดแปลงเนื้อเรื่องจากเดิม มีใครอ่านแล้วงงๆ ตรงไหนบ้างไหมคะ ?  

เราจะได้แก้ไ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว