ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เพื่อนบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพื่อนบ้าน
แบบอักษร

 

เพื่อนบ้าน 

 

 

ใส่น้ำมันลงไปตามด้วยเครื่องเทศสักนิดหน่อย

ฉ่า ~

ทีนี้ก็ใส่ซี่โครงหมูลงไป

เคร้ง!!

ตามด้วยปรุงรส แล้วก็ชิม อร่อยล่ะ ใส่น้ำลงไปแล้วก็รอให้ซี่โครงหมูเปื่อยเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

“เอ่อ...คุณชายขอรับ” เสียงของพ่อบ้านเทียนหงดังขึ้นเมื่อเห็นคุณชายของตนทำอะไรสักอย่างในครัว

“อ้าว เจ้าก็อยู่ด้วยรึเทียนหง พอดีข้าทำซี่โครงหมูตุ๋นนะ ทำเผื่อพวกเจ้าด้วย” จิวจื่อตอบ

“คุณชายทำอาหารเป็นหรือขอรับ อะ ขออภัยที่ถามขอรับ”

“...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ข้าทำอาหารเป็นอยู่แล้ว” จิวจื่อหันไปตอบเทียนหงแล้วพูดขึ้นต่อ “พอหมูเปื่อยได้ที่แล้วเจ้าก็เอาเผือกที่ข้าทอดไว้ ใส่ลงไปแล้วก็ตุ๋นต่อสักเค่อก็เอาใส่ปิ่นโตให้ข้าหน่อยนะ ข้าจะเอาไปเป็นของฝากให้เพื่อนบ้านเสียหน่อย”

“ให้กระผมไปแทนก็ได้ขอรับคุณชาย” เทียนหงขมวดคิ้วอย่างสงสัย ทำไมคุณชายต้องไปเองด้วยแต่ก็ได้คำตอบในเวลาต่อมา

“ข้าไปจะดีกว่า มันจะแสดงให้เห็นถึงว่าเราอยากจะผูกมิตรกับเขาจากใจจริงๆ”

“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”

“ตอนนี้ก็กลางยามเว่ย (๑๓.๐๐ - ๑๔.๕๙ น.) แล้ว ต้นยามโหย่ว (๑๗.๐๐ - ๑๘.๕๙ น.) ข้าจะมาเอาไป เจ้าก็จัดการให้เรียบร้อยล่ะ เทียนหง”

“ขอรับคุณชาย” เทียนหงรับคำ

ว่าเสร็จจิวจื่อเดินกลับไปที่เรือนเพื่อที่จะเย็บชุดวอร์มตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งก็ดีหน่อยที่จิวจื่อมีความทรงจำของจิวจื่อคนเก่าอยู่จึงไม่ลำบาก นักที่จะมาเย็บชุด

เมื่อถึงยามโหย่วจิวจื่อก็เดินไปที่ครัวเพื่อที่จะได้เอาซี่โครงหมูตุ๋นที่ทำไว้ก่อนหน้า

“คุณชายมาได้พอดีเลยขอรับ กระผมเพิ่งเอาใส่ปิ่นโตไปยังคงร้อนๆ อยู่เลย” เทียนหงพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าจิวจื่อเดินมาพร้อมกับเดินเอาปิ่นโตไปให้

จิวจื่อรับปิ่นโตมาแล้วพูดขึ้นว่า “ขอบคุณเจ้ามากเทียนหง ข้าไปล่ะไม่ต้องตามมา” เอ่ยทักไว้ก่อนเมื่อเห็นท่าทีเทียนหงทำท่าจะตามไป

 

จวนแม่ทัพทิศใต้

ระยะทางระหว่างบ้านของจิวจื่อกับจวนแม่ทัพไม่ไกลกันเท่าไรนัก แต่ถึงยังงั้นก็ต้องใช้เวลากว่าจะถึงประตูจวนแม่ทัพ เพราะว่าระยะห่างจากประตูจวนแม่ทัพถึงบ้านของจิวจื่อก็มีพื้นที่กว้างเป็นอย่างมาก

เมื่อมาถึงประตูจวนจิวจื่อก็รวบรวมความกล้าเข้าไปทักทายทหารยามหน้าประตูจวน ก็เพราะว่าแต่ละคนล้ำบึกทั้งนั้นทั้งยังหน้าตาน่ากลัวอีกด้วย

“สวัสดียามเย็นขอรับท่านทหารยามทั้งสอง”

ทางด้านทหารยามทั้งสองนั้น มองเห็นคุณชายท่านหนึ่งรูปร่างอวบอ้วนเดินมาพร้อมกับถือปิ่นโตมาด้วยเดินเข้ามาทักทายด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ จึงเอ่ยทักกลับไป

“คุณชายมีธุระอันใดหรือขอรับ” ทหารยามคนหนึ่งถามขึ้น

“คือว่า...พอดีข้าเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่อยู่บ้านข้างๆ นี้เองขอรับ ข้าเลยทำอาหารมาฝาก ยังไงก็อยู่บ้านข้างๆ กันขอรับ” จิวจื่อตอบออกไป

“ไม่ทราบว่าคุณชายมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไรขอรับ”

“แฮ่ม!! ขอโทษทีที่แนะนำตัวช้าเกินไป ข้าชื่อซิ่นจิวจื่อ จะเรียกข้าว่าคุณชายซิ่นหรือคุณชายจิวจื่อก็ได้” จิวจื่อกระแอมก่อนที่จะตอบกลับ

“ไม่ทราบว่าคุณชายซิ่นรู้ใช่หรือไม่ว่านี้เป็นจวนของท่านแม่ทัพ” ทหารยามคนหนึ่งถามกลับพร้อมกับหลี่ตามองจิวจื่อ

“รู้ขอรับ แต่ไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคิดนะ ข้าเพียงแต่มาทักทายจริงๆ” จิวจื่อรีบตอบปฏิเสธเมื่อเห็นดังนั้น

โถ่~ ทำไมมีแต่คนหาว่าข้าชอบแม่ทัพนักล่ะ แค่ย้ายมาอยู่ข้างบ้านเองนะ 

“เฮ้อ~ ขอรับ เพียงแต่ท่านแม่ทัพจะไม่รับของจากคนแปลกหน้าสักเท่าไร ท่านกลับไปเถอะ”

“งั้นอย่างน้อยให้ข้าไปพบท่านแม่ทัพได้ไหมขอรับ ถือซะว่าในฐานะเพื่อนบ้าน”

เมื่อได้ยินดังนั้นทหารยามก็มองหน้ากันก่อนที่คนใดคนหนึ่งจะพูดขึ้นมา

“ขออภัยขอรับคุณชาย พอดีว่าท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่ที่จว...”

ก่อนที่ทหารยามคนนั้นจะพูดจบก็มีเสียงวิ่งของม้าดังขึ้น

ฮี้!!

จิวจื่อหันไปมองทางต้นกำเนิดของเสียงก็เห็นฝูงม้ากำลังวิ่งมาทางด้านนี้และหยุดลงข้างหน้าห่างจากจิวจื่อไม่ไกลนัก

“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน” น้ำเสียงดุดันดังขึ้น

“เคารพท่านแม่ทัพ พอดีว่าคุณชายซิ่นท่านนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยที่บ้านข้างๆ จึงอยากมาทักทายท่านแม่ทัพขอรับ” เสียงของทหารยามรายงาน

ในขณะที่ทหารยามรายงานนั้น จิวจื่อก็ได้สติขึ้นมาหลังจากช็อกที่อยู่ๆ กลับมีม้ามาหยุดอยู่ใกล้ขนาดนี้

ท่านแม่ทัพ!!!  

แต่เมื่อได้ยินเสียงรายงานว่าเป็นท่านแม่ทัพจิวจื่อก็เงยหน้าเพื่อที่จะพูดทักทาย แต่อนิจจาจิวจื่อก็ต้องสติหลุดอีกครั้งเมื่อมองเห็นใบหน้า

“...หวงเกอ...”  

ท่านแม่ทัพได้ยินเสียงแผ่วที่เอ่ยเรียกชื่อของตนอย่างสนิดสนมก็ก้มไปมอง แล้วก็มีอาการไม่ต่างกันกับจิวจื่อมากเท่าไรนัก

“...จื่อเอ๋อร์...”  

ส่วนที่สี่คือทิศใต้หรือก็คือทิศทักษินที่ที่เราจะเดินทางไป มีแม่ทัพตระกูลหย่งประจำทิศอยู่ 

ความทรงจำตอนเดินทางเริ่มทำงานพุดออกมาจากอดีตที่เฟิ่งเคยเล่าให้ฟัง

ท่านแม่ทัพ = ข้างบ้าน = หย่งหนิงหวง = หวงเกอ!!!  

โถ~ ไอ้เราก็นึกว่าสกุลหย่งจะเป็นชื่อที่โหล ไม่นึกว่าจะเป็นแม่ทัพตระกูลหย่งไปได้ 

จิวจื่อมัวแต่นิ่งคิดจึงยังไม่ทันได้สังเกตุว่าหย่งหนิงหวงหรือก็คือท่านแม่ทัพลงมาจากหลังม้าแล้วเดินตรงมาหาจิวจื่อ

“จื่อเอ๋อร์? เจ้ามาที่นี้ได้อย่างไร” หนิงหวงถามขึ้นอย่างแปลกใจ

จิวจื่อเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตัวจึงตอบกลับไป “เอ่อ พอดีข้าเพิ่งย้ายมาอาศัยอยู่บ้านข้างๆ นี้เองขอรับจึงอยากมาทักทาย แต่ก็ไม่คิดว่า จะเป็น...ท่านแม่ทัพหย่งขอรับ” ทั้งยังไม่แน่ใจว่าจะยังเรียกชื่อแบบเดิมได้หรือไม่จึงได้แต่เรียกว่าท่านแม่ทัพไปก่อน

“อย่าเรียกหวงเกอคนนี้อย่างห่างเหินสิ จื่อเอ๋อร์” หนิงหวงเอ่ยพร้อมกับทำสีหน้าน้อยใจ

“เอ่อ งั้นข้าเรียกว่าหวงเกอเหมือนเดิมนะขอรับ” จิวจื่อรีบกลับมาเรียกเหมือนเดิม ก็ใครจะอยากให้ใบหน้างามๆ นั้นเศร้า

“เด็กดีจื่อเอ๋อร์ ข้างนอกอากาศมันเริ่มจะเย็นแล้วเราเข้าไปข้างในกันเถอะ” หนิงหวงเอ่ยชวนจิวจื่อเข้าไปอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอากาศเริ่มที่จะเย็นแล้ว

“ขอรับ” จิวจื่อรับคำ

 

 

ห้องโถงจวนแม่ทัพหย่ง

“ยินดีต้อนรับกลับขอรับนายท่าน” เสียงของพ่อบ้านจงซึ่งเป็นพ่อบ้านประจำจวนแม่ทัพหย่งดังขึ้น

“พ่อบ้านจง เจ้านำอาหารในปิ่นโตนี้ไปจัดสำรับมาและวันนี้จัดโต๊ะสำหรับสองที่”

หนิงหวงแย่งปิ่นโตออกจากมือของจิวจื่อแล้วยื่นไปให้พ่อบ้านจงพร้อมออกคำสั่งไป

“ขอรับ” พ่อบ้านจงรับคำ

“จื่อเอ๋อร์เจ้าคงยังไม่ได้กินข้าวมาสินะ วันนี้ก็กินข้าวที่นี่เถอะเดี๋ยวข้าส่งคนออกไปบอกคนที่บ้านเจ้า”

“.....” เอ่อ ข้ายังไม่บอกตกลงท่านเลยนะหวงเกอ ท่านจะมัดมือชกเกินไปแล้ว!!  

โครก ~ แล้วไอ้ท้องไม่รักดีจะมาร้องอะไรตอนนี้ ฉ่า///

“ฮะๆ เหมือนวันแรกที่เราสองคนเจอกันเลยนะ เจ้าคงหิวมากสินะไปกันเถอะ” เมื่อพูดจบก็จูงมือพาไปที่ห้องอาหาร

“ขอรับหวงเกอ” แล้วก็เดินตามแรงจูงของหนิงหวงไป

 

“จื่อเอ๋อร์กินเนื้อปลานี้ดูสิ” พร้อมกับคีบเนื้อปลาไปให้จิวจื่อ

“ขอรับ”

“จื่อเอ๋อร์เจ้าลองชิมน้ำแกงนี้ดูพ่อครัวที่จวนข้าทำอร่อยยิ่งนัก”

“.....”

“จื่อเอ๋อเจ้าลอง...”

“.....”

“จื่อเอ๋อร์เจ้าล...”

“หยุดก่อนขอรับหวงเกอ ข้าจะทานไม่ทันแล้ว” จิวจื่อรีบหยุดก่อนที่หนิงหวงจะตักมาให้เพิ่ม

“เจ้าคงมีเรื่องกังวลใจสินะ ถึงได้ผอมลงจากครั้งก่อนที่เจอกัน”

“ไม่มีหรอกขอรับ พอดีว่าข้ากำลังจะลดความอ้วนขอรับ” จิวจื่อบอกออกไปตามตรง

“.....” เมื่อได้ยินดังนั้นหนิงหวงก็ขมวดคิ้วผูกกันเป็นปม ก็จะลดทำไมตอนนี้กำลังดีเลย

“ต้องขอบคุณยากระปุกนั้นของหวงเกอนะขอรับ ใบหน้าของข้าตอนนี้ก็ใกล้เกือบจะหายเป็นปกติแล้ว” จิวจื่อรีบเปลี่ยนเมื่อเห็นสีหน้าของหนิงหวง “หวงเกอดูสิขอรับ”

หนิงหวงมองใบหน้าของจจิวจื่อก็เห็นว่าใกล้เกือบหายแล้วจริงๆ “อืม ตุ่มพวกนั้นเริ่มจะหายไปหมดแล้ว”

ตอนนี้ใบหน้าของจิวจื่อเริ่มจะหายจากสิวที่ขึ้นเขรอะเต็มใบหน้าต้องขอบคุณกระปุกยาที่หนิงหวงให้มาคราวก่อนเพราะจิวจื่อนำมาพอกใบหน้าทุกคืนก่อนนอนตลอดทำให้สิวที่ขึ้นเต็มใบหน้าหายเร็ว

ทั้งยังตอนนี้เผยให้เห็นใบหน้าที่กลมเพราะมีลูกซาลาเปาสองลูกที่แก้มทั้งสองข้าง ใบหน้าขาวอมชมพูเพราะออกกำลังเป็นประจำ ทำให้มองดูแล้วสบายตายิ่งนัก

“แต่เจ้าก็จะลดน้ำหนักของเจ้าอยู่ดี”

“ขอรับ ข้ากลัวว่าจะมีโรคภัย ทั้งยังจะทำอะไรมันก็ขัดๆ จึงต้องออกกำลังกายลดความอ้วน”

“งั้นให้ข้าช่วยดีไหมเจ้าดีรึไม่จื่อเอ๋อร์” หนิงหวงเสนอตัวเอง

“เอ๊ะ...”

“ให้ข้าเป็นผู้ช่วยเจ้าตอนที่จะลดน้ำหนักดีกว่านะ”

“แต่ข้าเกรงใจหวงเกอ”

“จื่อเอ๋อร์ไม่ต้องเกรงใจหรอก อย่าลืมสิหวงเกอของจื่อเอ๋อร์คนนี้เป็นแม่ทัพนะร่างกายย่อมแข็งแรงอยู่แล้ว”

อืม ให้หวงเกอช่วยดีไหมนะ หวงเกอก็เป็นทหารร่างกายแข็งแรง น่าจะรู้วิธีทำให้ร่างกายแข็งแรงนะ  

เมื่อคิดได้แบบนั้นจิวจื่อก็ตอบตกลงไป แล้วทั้งสองก็พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่จิวจื่อจะลากลับทั้งสองก็นัดแนะกันโดยที่จิวจื่อต้องมาที่จวนแม่ทัพยามเหม่า (๐๕.๐๐ - ๐๖.๕๙ น.) เพื่อที่จะได้เริ่มออกกำลังกาย

 

 

...........................................

- ขอโทษที่มาช้าจ้า ช่วงนี้มันจะยุ่งๆ หน่อย

- สุขสัตน์วันคริสต์มาส

- การจะลดความอ้วนนั้นมักจะมีมารมาขัดขวางอยู่เสมอ ทางที่ดีควรหาคนมาช่วยในการลดนะ

- อย่าถามหาความเป็นจริงจากนิยายของไรต์นะ แต่งตามจินตนาการจ้า

- ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านเด้อ

- โปรดติดตามตอนต่อไป

ความคิดเห็น