facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บัญชีหนี้สิน

ชื่อตอน : บัญชีหนี้สิน

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บัญชีหนี้สิน
แบบอักษร

หลังจากฮ่องเต้มาค้างตำหนักเผิงเจาหรงถึงสองคืน คราวนี้ทุกตำหนักก็นั่งกันไม่ติดเสียแล้ว ล้วนส่งคนออกสืบข่าวกันให้วุ่นวาย  

 

"พระสนมเพคะ"  

 

"พระสนมหวงมาเยี่ยมเยียนเพคะ"  

 

หวงเจาอี้งั้นรึ ตอนนี้ข้าคือ เจาหรง ตำแหน่งเท่ากันล่ะซินะ ซื่อยี่คิดทบทวน สิ่งที่รับรู้มาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจ  

 

"เชิญนางเข้ามาเถอะ" 

 

"น้องสาว"  

 

เมื่อก้าวเท้าเข้ามา สายตาหวงเจ้าอี้ไปตกอยู่ที่เจ้าของตำหนัก หากจะพูดถึงความงามแล้ว คงสู้นางไม่ได้ แต่เหตุใดถึงทำให้ฝ่าบาททรงค้างคืนด้วยได้ตั้งสองคืน ทั้งที่ไม่เคยมีหญิงงามคนใด ทำให้ฝ่าบาทค้างคืนด้วยได้สักคน 

 

"พี่สาว เชิญนั่ง" 

 

เจ้าของตำหนักก็มองผู้มาเยือนเช่นกัน แต่มองประเมินของมีค่าบนตัว หาได้พิจารณาอื่นใด 

 

"พอดีตำหนักพี่สาวอยู่ไม่ไกล เลยแวะมาทักทาย พี่สาวนำของขวัญมาให้เจ้าด้วยไม่รู้จะชอบไหมนะ"  

 

เอ่ยจบนางกำนัลข้างกายก็หยิบตลับชาด ส่งให้นางกำนัลในตำหนัก 

 

"น้องสาวย่อมต้องชอบอยู่แล้ว ขอบคุณพี่สาวเจ้าอี้มากนะ" 

 

ข้าชอบของมีข้าต่างหากเล่า ตลับชาดจะเอามาทำไม๊! ซื่อยี่ได้แต่คิดในใจ แต่ใบหน้าก็ยังประดับรอยยิ้มน่ารัก 

 

"ตำหนักนี้ช่างงดงามยิ่งนัก น้องสาวนี่ช่างโชคดีเสียจริงๆ" 

 

เอ่ยแล้วหวงเจาอี้ก็ยกชาขึ้นจิบ ก่อนจะเอ่ยต่อ 

 

"แต่น้องสาวต้องระวังตัวหน่อยนะ การเป็นที่พอพระทัย บางทีก็ไม่ใช่เรื่องดี ฝ่าบาททรงไม่เคยเอ็นดูสนมคนใดได้นานนักหรอก พี่สาวเตือนด้วยความเป็นห่วง" 

 

หวงเจ้าอี้เอ่ยจบก็ส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยมาให้ 

 

"ขอบคุณพี่สาว" 

 

ส่วนซื่อยี่มีรึจะสนใจเรื่องพวกนั้น แม้ปากจะเอ่ยตอบ แต่ในสมองน้อยๆ กำลังประเมินราคาคนตรงหน้าอย่างจริงจัง ปิ่นปักผมบนศรีษะนางคงจะมีราคาไม่น้อยกระมัง 

 

เห็นสายตาอีกฝ่ายกำลังมองปิ่นปักผมของตน หวงเจ้าอี้ก็แสร้งทำเป็นเขินอาย 

 

"ปิ่นนี้ฝ่าบาท ทรงประทานมาให้น่ะ น้องสาวชอบรึ" 

 

"คงมีราคามากกระมัง"  

 

ได้ยินคำพูดเช่นนี้ หวงเจ้าอี้รู้สึกแปลกอย่างไรพิกล จึงมองหน้าเจ้าของตำหนัก 

 

"โอ ขออภัยน้องสาวพูดผิดไป ใช่ๆ ช่างงดงามยิ่งนัก" 

 

ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยอยู่นั้น เสียงขันทีก็ดังขึ้นที่ด้านนอก 

 

"ฝ่าบาทเสด็จ" 

 

จบคำขันที บุรุษหล่อเหลาสง่างามกำลังก้าวเท้าเข้ามา หวงเจ้าอี้รู้สึกเขินอายจนแก้มขึ้นสีระเรื่อ ส่วนเผิงเจาหรงกับส่งยิ้มกว้างไปไห้ไม่มีเขินอายสักนิด  

 

"ถวายพระพร ฝ่าบาทเพคะ " 

"ถวายพระพร ฝ่าบาทเพคะ " 

 

"ไม่ต้องมากพิธี ตามสบายเถอะ"  

 

ฮ่องเต้เอ่ยพร้อมประคองตัวเผิงเจาหรงขึ้น ไม่ได้ให้ความสนใจ หวงเจาอี้แม้แต่น้อย ส่วนซือยี่ที่รู้บทบาทของตนเองดี ก็เล่นตามอย่างแนบเนียน 

 

 รอยยิ้มแข็งค้างปรากฎบนใบหน้าของหวงเจาอี้อย่างช่วยไม่ได้ สายตายังเหลือบไปเห็น ผู้เป็นฮ่องเต้โอบประคอง เผิงเจาหรง อย่างถนุถอนอม ในใจก็ยิ่งอิจฉาริษยา 

 

"วันนี้เราว่างน่ะ"  

 

พระเนตรหวานล้ำทอดมองสนมในวงแขนแกร่ง โดยไม่สนใจผู้คนรอบข้าง ส่วนสนมคนงามก็แสร้งหลบตาเขินอาย  

 

"ฝ่าบาทจะทรงมาอยู่เป็นเพื่อนหม่อมฉันหรือเพคะ"  

 

"เป็นเช่นนั้น สนมรัก"  

 

ไม่พูดเปล่าฝ่ามือยังเลื่อนไปรั้งเอวอีกคนให้เข้ามาแนบชิด 

 

"อือออ.. ฝ่าบาท พี่สาวเจ้าอี้ยังอยู่นะเพคะ " 

 

สนมคนงามเขินอายจนแก้มนวลขึ้นสี ก้มหน้าหลบตา  

 

ภาพที่เห็นยิ่งทำให้หวงเจ้าอี้ แทบอยากจะเข้าไปกระชากสตรีตรงหน้าออก แต่ใบหน้ายังคงแสดงความเศร้าสร้อยแลดูน่าสงสาร  

 

แต่หามีผู้ใดสนใจนางไม่ เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ เชยคางสนมน้อยในอ้อมแขน ให้เงยหน้ามาสบตา 

 

"เวลาเจ้าเขินอายช่างดูงดงามนัก เราแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว" 

 

สนมคนงาม เบี่ยงหน้าหลบปลายนิ้วเรียว ซบหน้าบนอกแกร่ง  

 

"ฝ่าบาททรงพูดอะไรเช่นนั้นเพคะ หม่อมฉันอายนะเพคะ" 

 

นิ้วจิกลงบนฝ่ามือจนเลือดออก สนมเจาอี้ทนดูไม่ได้อีกต่อไป  

 

"หม่อมฉันทูลลาเพคะ"  

 

ฮ่องเต้เพียงโบกมือให้ไปได้ก็เท่านั้น  

 

พอคนไปแล้ว สนมคนงามก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากอกแกร่ง แอบมองว่าคนไปแล้วจริงหรือไม่ พอเห็นว่าจริง ก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ 

 

ฟู่ .... 

 

โดยลืมเสียสนิทว่าต้นเองยังอยู่ในอ้อมกอดของฮ่องเต้ 

 

"ฝ่าบาทหม่อมฉันทำดีหรือไม่เพคะ"  

 

"อืม"  

 

"โห แค่เนี้ย ไหนรางวัลเล่าเพคะ" 

 

ไม่พูดเปล่า ยังใช้ตากลมโตแหงนหน้ามองอีกคนอย่างรอคอย เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้เห็นแล้วหัวใจก็คันยุบยิบไปหมด 

 

"ฝ่าบาท พ่ะย่ะค่ะ"  

 

ได้ยินเสียงลิ่วกงกงที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามา ทำให้ฮ่องเต้ต้องจำใจละมือที่กำลังกอดคนไว้ด้วยความเสียดายเล็กน้อย  

 

เมื่อเห็นฮ่องเต้ ทรงนั่งลง ลิ่วกงกงกงก็ส่งสัญญาณให้ซือยี่รินน้ำชา ก่อนจะเอ่ยรายงาน 

 

"ทุกตำหนักเคลื่อไหวแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" 

 

"ดี..เราจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย" 

 

เอ่ยจบเสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ ก็โอบเอวสนมคนงามก้าวเท้าออกจากตำหนักไป 

 

"ฝ่าบาท..." 

 

"หืม.."  

 

"จะพาหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ" 

 

ซื่อยี่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มน่ารัก  

 

"เดินเล่น" 

 

"อ่อ..หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ" 

 

พอก้าวเท้าต่อไปยังไม่ถึงสิบก้าว 

 

"ฝ่าบาท..." 

 

"หืม.." 

 

"แล้วเดินเล่นกับพระองค์ หม่อมฉันจะได้รางวัลไหม๊เพคะ" 

 

"อาจจะ" 

 

ศรีษะเล็กๆ ผงกขึ้นลงอย่างเข้าใจ 

 

แต่เพียงไม่นาน 

 

"ฝ่า..อุ๊บ. อื้อออออ" 

 

จูบนี้แตกต่างจากยามค่ำคืน เพราะไม่เพียงริมฝีปากที่แตะกัน แต่กลับมีลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามา จนสนมคนงามตัวอ่อนระทวยในวงแขนแกร่ง ริมฝีปากถึงเป็นอิสระ 

 

ดางตาปรือ มีน้ำคลอหน่วยตา สติยังเลื่อนลอย 

 

นางกำนัลขันที ต่างก้มหน้าก้มตามองพื้น หูแดงแก้มแดงกันไปหมด 

 

แต่ผู้กระทำ กลับทำไม่รู้ไม่ชี้ โอบเอวก้าวเท้าต่อไป 

 

ซื่อยี่ที่ได้สติกลับมา เม้มปากสนิทไม่ยอมพูดยอมจา ได้แต่ใช้สายตาเหล่มองคนข้างกาย กระทั่งมองเห็นหญิงสาวงดงาม กำลังก้าวเท้าเข้ามา 

 

ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ 

 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับรู้ 

 

เพราะคนข้างกายไม่ยอมพูดจา ทำให้ซื่อยี่ไม่ทราบว่าหญิงสาวตรงหน้าคือผู้ใดจึงทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น 

 

ฮุ่ยเฟย มองสตรีที่ฮ่องเต้ทรงโอบเอวไว้ ด้วยความไม่พอใจ เพราะนางมีตำแหน่งสูงกว่า แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมคำนับนาง แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ รอยยิ้มอ่อนหวานประดับใบหน้า 

 

เสวี่ยหงเยว่เหลียวมองคนข้างกายด้วยพระเนตรหวานเชื่อม  

 

"สนมรัก เจ้าคงหิวแล้วกระมัง"  

 

สนมคนงามเขินอายหลบหน้าหลบตา  

 

"หม่อมฉันแล้วแต่ฝ่าบาทเพคะ" 

 

วงแขนแกร่งกระชับเอวบางเข้ามาแนบชิด นิ้วเรียวยาวเกลี่ยแก้มนวลเล่นอย่างเบามือ  

 

"เจ้าแล้วแต่เราทุกอย่างจริงหรือไม่" 

 

"เพคะ หม่อมฉันแล้วแต่พระองค์ทุกอย่างเพคะ"  

 

ฮุ้ยเฟย ก็ไม่ได้ต่างจาก เจ้าอี้ จิกเล็บลงบนฝ่ามือจนแน่น ทนมองไม่ไหวอีกต่อไป 

 

"หม่อมฉันทูลลาเพคะ"  

 

แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้ม แต่ในใจมีแต่ความริษยาและแค้นเคือง 

 

พ้นหลังหญิงงาม ซื่อยี่ก็หันหน้ามามองคนข้างกาย ไหนเลยจะเหลือท่าทางเขินอายอยู่อีก แต่เป็นหน้านิ่วคิ้วขมวด 

 

"ไหนรางวัลของหม่อมฉันเล่าเพคะ" 

 

อีกคนกลับไม่พูดจา โอบเอวพาเดินต่อไปเสียอย่างนั้น  

 

ซื่อยี่ได้แต่คิดในใจ ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้ากลับไปจดบัญชีไว้ก่อนก็ได้ ค่อยทวงทีเดียว 

 

เดินจนเหนื่อย ซื่อยี่ก็ถูกพากลับตำหนัก กระทั่งร่วมโต๊ะอาหารกับฮ่องเต้ อิ่มแล้วก็มานั่งจดบัญชีหนี้สินอย่างเป็นจริงเป็นจรังได้สักพัก เหลัยวหลังไปมอง เห็นตัวโชคลาภยังนั่งอ่านนั่งสือไม่กลับไปทำงานทำการ 

 

"ฝ่าบาท"  

 

"หืม" 

 

"ไม่กลับไปทำงานหรือเพคะ" 

 

"ไม่" 

 

แล้วก็หันหน้ากลับมา แต่เพียงไม่นาน กำลังจะหันหน้ากลับไป  

 

อุ๊บ.. อื้มมมมมม 

 

แล้วริมฝีปากบางช่างถามก็ถูกริมฝีปากหน้าปิด พอปากเป็นอิสระ กว่าจะรู้ตัว ผู้กระทำก็ก้าวเท้าออกจากห้องไปเสียแล้ว  

 

"พระสนมเพคะ คืนนี้ฝ่าบาทจะทรงมาค้างที่ตำหนักนะเพคะ" 

 

สนมคนงามได้ยินก็ยิ้มจนตาหยี  

 

"ดีจริงๆ"  

ความคิดเห็น