facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที24 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2559 11:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที24 100%
แบบอักษร

 

 

 

เช้าของอีกวันร่างของลูกชายคนเล็กของเจ้าชองบ้านเดินลงบรรไดมาอย่างช้าๆไม่รีบร้อนอะไร

           "อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณทิว"   แม่บ้านทักเมื่อเห็นทิวเดินลงมาจากชั้นบนด้วยรอยิ้ม

            "ครับ อรุณสวัสดิ์ครับป้า"   ทิวเองก็ทักทายด้วยรอยิ้มกลับเช่นกัน

           "คุณอรุกรกับคุณกาลทานอาหารเช้าอยู่ในห้องรับประทานอาหารค่ะ" 

           "ครับ"   ทิวตอบรับแค่นั้นก่อนจะเดินไปทางห้องอาหาร    จะว่าไปเมื่อคืนเขากลับมาจากเกาะของวายุมาถึงนี้ก็ตีหนึ่งแล้ว    เลยไม่ได้เจอทุกคนเลย    เช้านี้จะมีใครตกใจที่เห็นเขารึเปล่านะ

 

ว่าแล้วเท้าเรียวยาวก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

เมื่อมาถึงห้องอาหารชายสูงวัยและหนุ่มร่างบางกว่าทิวแต่สวยจนไม่คิดว่าเป็นผู้ชายกำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่เงียบๆ

           "จ๊ะเอ๋!"   ทิวหลบอยู่ข้างหลังพ่อก่อนจะโพล่ออกมา    ซึ่งผลที่ได้คือชายสูงวัยไม่ตกใจเลยสักนิ

           "นี่เราโตแล้วนะ    ยังเล่นเป็นเด็กอยู่อีก"   พ่อของทิวว่าเสียงเรียบไม่จริงจังนัก

           "โธ่ป๊าก็   ทิวอยากหยอกป๊าเล่นบ้างอ่ะ"   ทิวว่าเสียงอ้อน 

           "นี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ห๊ะ"   กาลที่นั่งอยู่ตรงฝั่งซ้ายพูดขึ้น

 

อะไรกัน    ทุกคนดูไม่ตกใจเลยที่เขากลับมา    แทนที่จะดีใจแต่กับทำท่าทางเฉยๆ    ดูแล้วมันน่าน้อยใจจริงๆ

 

ทิวทำปากยู่กับท่าทางของพ่อและพี่ชายที่ดูไม่ดีใจหรือแปลกใจเลยที่เขากลับมา

           "กลับมาเมื่อคืน"   ทิวว่าพลางเดินมานั่งฝั่งตัวเอง

           "แกกลับมาก็ดีแล้ว   ฉันจะให้แกย้ายไปอยู่ป้าแกที่นิวซีแลนด์"   พอพ่อของทิวบอกแบบนั้น    ทั้งทิวและกาลเบิกตากว้างทันทีด้วยความตกใจ

           "นี่ป๊าล้อผมเล่นอยู่ใช่มั้ย   ผมยังเรียนอยู่นะ   แล้วอีกอย่างผมไม่ไป!"   ทิวเผลอพูดเสียงดังใส่พ่อไปโดยไม่รู้ตัว     แทนที่จะถามว่าเขาเป็นอะไรมั้ยสบายดีหรือเปล่า    แต่กลับบอกว่าจะให้เขาไปอยู่กับป้าที่นิวซีแลนด์!    แบบนี้มันบังคับกันชัดๆ

           "ฉันไม่ได้ล้อเล่น   แล้วอีกอย่างเรื่องเรียนของแกฉันก็จัดการเรียบร้อยแล้วด้วย   ส่วนเรื่องแกจะไปหรือไม่ไปไม่เกี่ยวกับแก   คนที่ตัดสินใจคือฉัน"   พ่อของทิวบอกกับลูกชายเสียงเรียแต่หนักแน่นอย่างเด็ดขาด 

 

ไม่ใช่อรุงกรไม่รู้สึกห่วงทิว...    แต่เพราะเป็นห่วงมากถึงต้องให้ไปอยู่ที่อื่น    คนอย่างวายุถ้าถูกใจอะไรแล้วไม่มีวันปล่อยไปง่ายๆแน่    สักวันหมอนั้นต้องกลับมาทวงลูกชายของเขาคืน

 

 

 

 

 

 

 

    ฮ่องกง

 

วายุกำลังนั่งยิ้มมาดร้ายกับคนตรงหน้าที่กล้ามาหรอกเขาเล่นแบบนี้ได้    ช่างไม่กลัวความตายจริงๆ

 

    ก็อก~ก็อก~

 

เสียงเคราะประตูขออนุญาตของลูกน้องดังขึ้น    วายุปรายตามองตามเสียงก่อนเอ่ย

           "เข้ามา"   เสียงทุ้มต่ำเข้มเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง

สิ่นเสียงผู้เป็นนายลูกน้องของวายุก็เปิดประตูเข้ามา

           "ขออนุญาตครับนาย"   ลูกของวายุเปิดประตูเข้ามาพลางก้มหัวอย่างเคารพ

           "อืม   ว่ามามีอะไร"   วายุตอบรับในลำคอก่อนถาม

           "คุณทิวกำลังถูกส่งไปอยู่ที่นิวซีแลนด์ครับนาย"   เมื่อวายุได้ฟันข่าวที่ลูกน้องของตนมาบอกก็ยกยิ้มมุมปากอย่าเจ้าเล่ห์     มาเฟียยังไงก็เป็นมาเฟีย    ความเจ้าเล่ห์เอาเปรียบคนอื่นมันอยู่ในสายเลือด

           "ส่งคนไปเปลี่ยนไฟบินซะ   ถ้าจะให้ไปอยู่กันคนอื่น...   สู้มาอยู่กันฉันดีกว่าทิว"   ประโยชนแรกเขาสั่งลูกน้องที่เดินเข้ามารายงานข่าวจากลูกน้องที่ค่อยดูทิวอยู่ที่เมื่อไทยให้เขาฟัง    ส่วนประโยชนหลังพึมพำกับตัวเองเบาๆ    แต่สำหรับคนที่อยู่ใกล้ๆอย่างแซมมีฤเขาจะไม่ได้ยิน

 

เจ้านายเขาเนี่ยชอบทำตัวให้ผู้อื่นเกลียจจริงๆ    อีแบบนี้ใครเขาจะให้ลูกชายไปอยู่ด้วย

 

แซมคิดในใจถึงความนิสัยของผู้เป็นนายอย่างเหนื่อยหน่าย

ขืนเขาคิดดังๆมีหวังโดนเจ้านายกระทืบแน่ๆ

 

 

 

+++++++++++20%++++++++++

 

 

 

ทางด้านอิฐที่มาสืบเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น    วายุถึงได้เล่นงานครอบครัวเขาขนาดนี้    โดยเฉพาะน้องชายคนเล็ก

 

แต่สิ่งที่เขาสืบได้คือ...    พ่อของกิ่งเป็นตัวต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้เรื่องมันเกิดจนบานปลายมาถึงขนาดนี้

           "คุณอิฐครับ   โทนศัพท์จากนายท่านครับ"   ลูกน้องคนสนิทของอิฐเดินถือโทนศัพท์สายจากนายท่านใหญ่ของบ้านมาให้อิฐที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดกันเป็นปรม

           "ครับพ่อ"   อิฐกรอกเสียงใส่นิ่งๆ

           "ฉันต้องการให้แกรีบกลับเมืองไทยโดยด่วน"  พ่อของอิฐออกคำสั่งเสียงแข็ง

           "แต่ผมยังจัดการเรื่องนี้ไม่เสร็จ"   อิฐบอกผู้เป็นพ่อเสียงเครียดพลางยกมือจรดขมับหัว

           "ฉันไม่สนว่าเรื่องนี้จะเป็นยังไง   ฉันต้องการให้แกมาเกลี่ยกล่อมทิวให้ไปนิวซีแลนด์"   ผู้เป็นพ่อออกคำสั่งอีกครั้งอย่างจริงจัง    จนอิฐเบิดตากว่าด้วยความตกใจกับสิ่งที่พ่อบอก

           "นิวซีแลนด์!    พ่อหมายความว่าไง"   อิฐถามออกมาเมื่อเริ่มรู้สึกงง

 

นี่พ่อจะส่งน้องชายเขาไปนิวซีแลนด์เลยหรอ    ทิวที่แค่อยู่กับครอบครัวตลอดจะยอมไปอยู่กับป้าที่นิวซีแลนด์ง่ายๆหรอ

 

อิฐคิดในใจอย่างเป็นกังวล

           "ฉันสั่งให้แกมาแกก็ต้องมา   เรื่องนั้นเอาไว้ที่หลังตอน   แกต้องกันทิวให้ออกห่างจากวายุให้ได้มากที่สุด"   พ่อของอิฐสั่งเสียงจริงจังจนอิฐเงียบพักครู่เพื่อคิด

           "ครับ   ผมจะรีบกลับ"   เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจชายสูงวัยก็กดวางสายทันที

 

หลังจากนั้นหนึ่งวันอิฐกลับมาจากฮ่องกงตามที่พ่อบอกเพื่อเกลี่ยกล่อมทิวให้ไปนิวซีแลนด์

 

แต่ถึงอิฐจะพูดยังไงหรือพี่ชายคนกลางจะเกลี่ยกล่อมแบบไหนทิวก็ยังยืนยันคำเดิม    คือ 'ไม่ไป!' 

จนคนเป็นพ่อทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาออกคำสั่งเด็ดขาดจนทิวต้องก้มหน้าจำใจต้องไป

           "อย่าทำหน้าเหมือนตูดลิงแบบนั้นดิ   มึงจะไปอยู่นิวซีแลนด์นะ   ไม่ได้ไปฝึกทหาร"   วันนี้กิ่งมาส่งทิวที่กำลังเดินทาง

เพราะเมื่อคืนอิฐโทรบอกกับเขาว่าทิวกำลังจะไปอยู่เมืองนอก    ถึงจะตกใจมากที่จู่ๆเพื่อนรักก็ต้องไปอยู่ที่อื่น    แต่ถ้าคิดในทางแง่ดี...ทิวจะปลอดภัยถ้าอยู่ห่างๆจากมาเฟียคนนั้น

           "อืม   มันคงจะสนุกมั้ง"   ทิวตอบเพื่อนรักเสียงเรียบไร้อารมณ์    

 

ไปอยู่ใกล้ขนาดนั้น...    คงจะไม่ได้เจอกันอีก...

 

ทิวคิดในใจถึงใครอีกคนที่บอกจะมารับตัวเองกลับ

...แต่มันคงเป็นแค่คำพูดที่ไม่มีวันเป็นไปได้

 

ทุกคนพูดคุยกันอีกเล็กน้อยจนได้เวลาขึ้นเครื่อง

           "ถ้างั้นทิวไปก่อนครับป๊า   พี่อิฐพี่กาล   ไปนะโว้ยไอ้กิ่ง"   ทิวยกมือไหว้พ่อและพี่ชายสองคนก่อนหันมาบอกเพื่อนรักที่ยืนหน้านิ่งกลั้นน้ำตาไว้

           "อืม   ดูแลตัวเองให้ดีนะทิว"   อิฐตอบรับในลำคอพลางเดินมาตบไหล่น้องชายเบาๆ

           "..."   ทิวแค่พยักหน้ารับกับคำของที่อิฐ

           "เฮ้ย   มึงเรียกกูพี่หรอเนี่ย   ฟังแล้วขนลุก"   กาลบอกยิ้มๆกับทิวพลางลูบแขนตัวเองประกอบกับคำพูด

           "เออ   กูจะพูดกับมึงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแหละ   คราวหน้ากูจะไม่พูดอีก"   ทิวเองก็บอกกับกาลยิ้มๆ

           "ไอ้ทิว...   มึงไปถึงแล้วโทรหากูบ้างนะโว้ย   อย่าทิ้งกูเข้าใจมั้ย"   กิ่งได้โอกาศพูดขึ้นมาบ้างด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจะร้องไห้เต็มที่

           "เออ   มึงนี้ร้องไห้เหมือนเด็กขี้แยเหมือนเดิมเลยนะ"   ทิวหันมาบอกกับกิ่งที่ยืนน้ำตาคลอจะไหลไม่ไหลอยู่

           "ใครขี้แย   กูแมนเหอะ"   พอทิวพูดแบบนั้นกิ่งจึงเปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูหนักแน่นไม่ร้องไห้ให้เพื่อนรักเห็น 

 

พวกเขาคุยกันอีกสองสามคำก็ได้เวลาขึ้นเครื่องพอดี

           "ป๊าทิวไปแล้วนะ"   ทิวหันมากอดผู้เป็นพ่อเป็นครั้งจนท้าย

           "อืม   ทิวรู้ใช่มั้ยว่าป๊าทำแบบนี้เพราะอะไร"   อรุงกรบอกกับลูกชายพร้อมลูบแผ่นหลังบ้างเพื่อปลอบโยนลูกชายที่กำลังจะปล่อยน้ำตาออกมา

           "...ทิวเข้าใจครับ ...แต่ป๊ารู้มั้ย...   ทิวรักเขาแล้ว"   ทิวพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่พ่อบองตนทำ    ก่อนจะบอกเรื่องความรู้สึกของตัวเองให้ผู้เป็นพ่อรู้ 

           "..."   อรุงกรไม่พูดอะไร

ก่อนร่างบางจะผละออกไปขึ้นเครื่องที่มีจุดมุงหมายคือ    นิวซีแลนด์

 

    กรืด~กรืด~

 

หลังจากเครื่องที่ทิวนั่งออกตัวได้ไม่ถึงนาทีเสียงโทนศัพท์เครื่องหรูของอรุงกรดังขึ้น    เมื่อมองแล้วเห็นว่าไม่มีชื่อชายสูงวัยเลยตัดสินใจรับสาย

           "..."   อรุงกรไม่เอ่ยอะไรนอกจากเงียบ

           "...สวัสดีครับคุณอรุงกร"   น้ำเสียงทุ่มต่ำเข้มเอ่ยอย่างขี้เล่นผิดจากนิสัยจริงของเจ้าของเสียง

           "นายโทรมาที่นี่ทำไม"   อรุงกรถามเสียงเรียบ    เขารู้อยู่แล้วว่าคู่สนทนาเป็นใคร

           "หึหึ  ทำมั้ยน้ำเสียงเย็นช้ากับลูดเขยอย่างงี้ละครับ"   วายุยังใช้น้ำเสียงขี้เล่นตามเดิม    โดยไม่สนใจอารมณ์ของชายสูงวัยเลยสักนิว่าอยากคุยกับตนหรือเปล่า

           "มีอะไร"   อรุงกรเพิ่งน้ำเสียงกดต่ำอีกครั้ง

           "อ้าาา   จริงสิ   ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณนี่นา..."   วายุทำเสียงทะเล้นเหมือนพึ่งนึกเรื่องที่จะพูดออก

           "..."   อรุงกรรอฟังด้วยใบเริ่มไม่พอใจกับการล้อเล่นของวายุเต็มทน

           "ผมจะบอกคุณว่า...ขอบคุณที่ส่งลูกชายคุณมาให้ผม   ผมยินดีรับเอาไว้อย่างเต็มใจ   ...แล้วก็อีกอย่าง...   ผมจะดูแลทิวเป็นอย่างดี   ไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนได้แตะต้องเด็ดขาด   ผมขอสัญญาด้วยเกียรติของ   วายุ   อี๋หลงชาง"   ประโยชนแรกวายุบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ    ก่อนประโยชนต่อมาจากน้ำเสียงเรียบเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างหนักแน่นในทุกคำพูด

           "..."   อรุงกรไม่พูดอะไรแต่กลับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลง

 

อรุงกรเองก็รู้ว่าเรื่องนี้จะจบแบบไหน    ถึงเขาจะขัดขวางอย่างไงวายุก็คงหาทิวจนเจอแล้วพากลับไปอยู่ดี    แต่ไม่คิดว่าคนหยิ่งในศักดิ์ศรีแบบวายุจะพูดอะไรแบบนี้    คำพูดที่ดูเหมือนขอร้องแต่ก็ไม่ใช่    ยังคงความเป็นวายุอยู่เหมือนเดิม

 

           "เฮ้อ   ถึงฉันจะขังทิวไว้ในกงเล็กอย่างดี   แกก็คงมาเอาตัวลูกชายฉันไปอยู่ดีใช่มั้ย"   อรุงกรถามวายุอย่างปลงๆ

           "หึหึ"   วายถสถบขำในลำคอแค่นั้น

เพราะสิ่งที่พ่อของทิวบอกเป็นความจริง    ถึงอรุงกรขังทิวไว้ในกงเล็กอย่างดีแค่ไหน...เขาก็จะไเอาตัวทิวกลับมา

           "...ถ้างั้นฉันฝากลูกชายฉันด้วย   ถ้าแกทำอะไรลูกชายฉันอีก...   คราวนี้อย่างฝันว่าจะได้เจอทิวอีก   เพราะฉันนี่แหละจะเป็นคนแยกนายออกจากลูกชายฉันทุกวิถีทาง"   อรุงกรบอกเสียงเข้มอย่างเอาจริง

ถึงเรื่องนี้จะเป็นการตัดสินใจของทิว    แต่คนเป็นพ่อยังไงก็เป็นพ่อวันยังค่ำ

           "ไม่ต้องห่วง...   คุณจะไม่มีวันได้ตัวลูกชายคุณคืนอย่างแน่นอน"   น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยอย่างสัดจริง

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++

ช่วงนี้อากาศแปรปรวนเนอะ แมวดำปรับตัวไม่ทันเลย เมื่อสองวันที่แล้วร้อนมากกกกกกก พอมาวันนี้เหมือนฝนจะตกแต่ไม่ตก เห็นในข่าวบอกว่าภาคเหนือจะหนาวอีกแลัว ตกลงจะหนาวจะร้อนหรือฝนจะตก แมวดำปรับตัวไม่ทัน (ตอนนี้หนาวมา แมวดำซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มยังไม่อยากออกจากห้องเลย)

 

 

 

😹

ความคิดเห็น