facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกาะอสรพิษ(omegaverse) ตอนที่3 100%

ชื่อตอน : เกาะอสรพิษ(omegaverse) ตอนที่3 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกาะอสรพิษ(omegaverse) ตอนที่3 100%
แบบอักษร

 

นานมากแล้วที่แบซิลิกส์ไม่ได้กลายร่างมนุษย์ นานจนเขาเกือบลืมไปว่าเขาเองก็มีตัวตนในร่างนี้ด้วย แต่วันนี้เขาจำต้องยอมกลายร่างเป็นมนุษย์เพื่ออุ้มร่างเปลือยเปล่าที่บอบช้ำกลับไปยังถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเขาหลังจากสมสู่กับร่างบางตรงริมลำธารจนหมดสติไป 

โอเมก้าอย่างเจ็มดูตัวเล็กไปเลยเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของงูยักษ์ในร่างมนุษย์ ร่างกายของแบซิลิสท์ในร่างมนุษย์สูงใหญ่เกือบสองเมตร เขามีร่างกายที่กำยำและมีผิวสีเข้มไปทั้งตัว และสิ่งที่เด่นชัดที่สุดบนใบหน้าของเขาก็คือดวงตาสีทองที่เหมือนกับตอนเป็นงู ยิ่งไปกว่านั้นคือแม้จะอยู่ในร่างคนแต่ลิ้นของเขาก็ยังมีสองแฉกต่างจากมนุษย์ทั่วไป 

เพราะแบบนี้เขาจึงไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ ตัวตนที่แท้จริงและสิ่งที่เขาเป็นก็คืออสรพิษร้ายที่มนุษย์ต่างหวาดกลัวแค่นั้น 

"ฮึกก ปล่อยข้า... ข้าเจ็บ..." 

เสียงพึมพำจากร่างไร้สติที่ซบหน้าเข้าหาหน้าอกกว้างทำให้ร่างสูงใหญ่ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ ยิ่งก้มมองร่างที่สั่นเทาก็ยิ่งรู้สึกสมเพชพวกมนุษย์อ่อนแอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปีเขาก็ยังคงเกลียดพวกมนุษย์เหมือนเดิม แน่นอนมนุษย์ที่เดินเรือมาเหยียบบนเกาะนี้ไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับไปสักคน 

หากไม่ถูกเขาฆ่าตาย ก็จะตายเพราะงูพิษที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ซึ่งเปรียบเหมือนบริวารของเขา 

"เงียบซะ! "ร่างสูงใหญ่สั่งเสียงเข้มจนร่างบางสะอื้นฮักในลำคอแล้วค่อยๆ เงียบไป แพขนตางอนของเจ็มยังเปียกชุ่มและมีน้ำตาไหลซึมออกมาตรงหางตา 

แบซิลิสก์ในร่างมนุษย์อุ้มโอเมก้าหนุ่มกลับมายังถ้ำของเขาที่มีอสรพิษหลากหลายสายพันธุ์เลื้อยอยู่รอบริเวณนี้ และพวกมันก็ต่างรับรู้ว่ามนุษย์คนนี้เป็นสิ่งต้องห้าม พวกงูบนเกาะต่างหวาดกลัวและเชื่อฟังผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่างูพิษทุกตัวบนเกาะอย่างเขาเสมอ 

เมื่อเข้ามาถึงในโถงถ้ำที่มีแสงสว่างส่องเข้ามาจากทางด้านบน เขาวางร่างเปลือยเปล่าลงบนพื้น จากนั้นก็กลายร่างกลับมาเป็นงูยักษ์เลื้อยเข้ามาขดตัวอยู่ใกล้ๆ เพื่อเฝ้าโอเมก้าหนุ่มไว้ 

เวลาผ่านไปร่างบางที่หมดสติเพราะความอ่อนเพลียก็รู้สึกตัวขึ้นมาด้วยอาการเจ็บร้าวตรงช่องทางด้านหลังที่โดนกระทำอย่างป่าเถื่อน แถมยังรู้สึกปวดหัวจากอาการฮีทที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ มันน่ารังเกียจขนาดไหนที่ครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นกับงูยักษ์ที่น่ากลัว ให้เขาตกเป็นของลอร์ดอัลเดนที่ดูใจดีผู้นั้นยังดีกว่าเสียอีก 

ร่างบางได้แต่สะอื้นในอกพร้อมกับขยับตัวมองไปรอบๆ จึงได้เห็นว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในถ้ำแต่ไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ได้อย่างไร เพียงแค่หันไปเจอลำตัวขนาดใหญ่ของงูยักษ์อยู่ข้างกายร่างบางก็ต้องเม้มปากแน่นรู้สึกว่าตัวหายใจไม่ทั่วท้องเพราะความกลัว 

ยิ่งรับรู้ภายในช่องทางที่ถูกเดือยยักษ์รูปร่างประหลาดสอดใส่เข้ามายังมีของเหลวที่งูยักษ์ปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายของเขาเจ็มก็ยิ่งรังเกียจ นอกจากนั้นยังมีความกลัวก่อขึ้นมาในใจเพราะสิ่งที่คั่งค้างอยู่ภายในมันเยอะจนช่วงท้องน้อยของเขานูนขึ้นมา 

ที่สำคัญตอนที่เขาฮีทดุ้นเดือยของเจ้างูยักษ์ก็ติดอยู่ในโพรงนุ่มร้อนจนขยับไม่ได้ เจ็มเคยได้ยินคนพูดว่าหากพวกอัลฟ่าเกิดอาการแบบนี้จะมีโอกาสท้องได้สูงยิ่งทำให้ร่างบางเป็นกังวลจนแทบจะร้องไห้ออกมา กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะตั้งท้องกับงูยักษ์ หากเป็นแบบนั้นเขาคงรับไม่ได้แน่นอน 

คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงกัดฟันข่มความเจ็บร้าวลุกขึ้นเพื่อจะเดินออกไปหาที่ชำระร่างกายเอาสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในออกไปให้หมด ถึงแม้ว่าร่างบางจะทำอย่างเงียบเชียบแบบไม่ให้งูยักษ์ที่เจ็มเข้าใจว่าหลับอยู่รู้ตัว แต่ทุกอย่างก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของราชาแห่งอสรพิษไปได้... 

เจ็มคิดว่างูยักษ์พูดได้ในถ้ำดูน่ากลัวแล้ว แต่พอออกมาปากถ้ำแล้วเจองูที่เลื้อยอยู่รอบบริเวณยิ่งดูน่ากลัวกว่าอีก มันเยอะจนเจ็มสามารถคิดว่างูบนโลกมารวมกันอยู่ที่เกาะแห่งนี้หมด ถึงจะหวาดกลัวแค่ไหนเจ็มก็ต้องกัดฟันเดินต่อไปเพราะตรงหน้าถ้ำลำธารไหลผ่านอยู่ 

ตอนนี้เขากลัวว่าจะท้องสิ่งมีชีวิตประหลาดที่น่ารังเกียจมากกว่ากลัวงูฉกตายเสียอีก 

เจ็มข่มความกลัวก้าวขาที่สั่นระริกของตัวเองเดินฝ่าพวกอสรพิษร้ายมาจนถึงลำธารโดยไม่ได้รับอันตรายอย่างที่คิด พอมาถึงลำธารที่ใสสะอาดร่างบางก็รีบชำระร่างกายใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางบวมแดงเพื่อกวาดเอาสิ่งที่คั่งค้างภายในออกมาให้หมด 

"ฮึกก! เจ็บ..." 

ฟันขาวกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้สึกเจ็บตรงช่องทางที่โดนงูยักษ์สมสู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดทนทำต่อไปจนเอาสิ่งที่งูยักษ์หลั่งเข้ามาในตัวเขาออกไปจนหมด เมื่อความอึดอัดที่มีก่อนหน้านี้เริ่มหายไปโอเมก้าหนุ่มจึงพรูลมหายใจออกมา 

แต่โล่งใจได้แค่แป๊บเดียวร่างบางที่ยืนอยู่กลางลำธารที่มีความลึกประมาณเลยช่วงเอวขึ้นมาก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อเมื่อรับรู้ว่าร่างกายของตัวเองกำลังถูกโอบรัดด้วยบางสิ่ง อาการหายใจไม่ทั่วท้องของเจ็มเริ่มกลับมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงเกล็ดเรียบลื่นที่เสียดสีกับผิวกาย 

ชั่วครู่เดียวร่างกายของเจ็มก็ขยับไม่ได้อีกแล้วเมื่อถูกลำตัวสีดำของงูยักษ์พันรัดขึ้นมาจนถึงช่วงเอว หัวใจภายในอกเต้นรัวด้วยความกลัวเช่นเดียวกับร่างกายที่สั่นระริก ดวงตาสีอ่อนหลุบมองต่ำลงทันทีเพราะไม่กล้าสบตากับงูยักษ์ที่ที่ตอนนี้หัวของมันอยู่ในระดับเดียวกันกับใบหน้าของเขา 

ถึงเจ็มจะไม่กลัวตาย แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยากตายตอนนี้เสียหน่อย 

"ยะ อย่าทำข้า ข้าหายใจไม่ออก"ร่างบางพูดเสียงสั่น รู้สึกว่าลำคอตัวเองแหบแห้งจนพูดออกมาอย่างอยากลำบากเหลือเกิน 

"คิดจะหนีข้างั้นรึ เจ้าโอเมก้าคนโง่เขลา" 

เจ็มสะดุ้งเฮือกเมื่อหัวของงูยักษ์โน้มลงมาพูดชิดริมใบหูพร้อมกับแลบลิ้นสองแฉกเลียแก้มเนียน อยากจะด่ากลับแต่ก็กลัวถูกลำตัวของงูยักษ์รัดแน่นจนขาดใจตายจึงทำได้แค่ส่ายหน้าตอบเสียงเบา 

"ข้าเปล่า... ข้าแค่รู้สึกไม่สบายตัวจึงมาชำระกาย" 

"หึ! ต่อให้เจ้าคิดหนีก็ไม่มีทางทำได้หรอก มนุษย์ที่มาเหยียบบนเกาะแห่งนี้ไม่เคยมีใครรอดกลับไป รวมถึงเจ้าด้วยเช่นกัน" 

สิ่งที่งูยักษ์พูดทำให้เจ็มแทบจะร้องไห้ออกมาเพราะความกลัว หากจะให้เขารอดจากการเรือแตกกลางทะเลเพื่อมาตายบนเกาะโดยเป็นอาหารของงูแบบนี้สู้ให้จมน้ำตายไปตอนนั้นเลยยังดีกว่า 

"ข้ายังไม่อยากตาย ฮึกก... ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ"ร่างบางสะอื้นร้องขอชีวิตหาทางเอาตัวรอดด้วยความหวาดกลัว เขาก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนนึงที่ยังรักตัวกลัวตายอยู่ 

"เจ้าจะไม่ตายถ้าหากข้าไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น" 

อึ่ก!! 

สิ้นเสียงพูดงูยักษ์ก็เลื้อยอ้อมไปตรงด้านหลังก่อนจะแลบลิ้นสองแฉกเลียตรงรอยกัดที่คอของร่างบาง รอยที่เป็นเครื่องหมายว่าเขาได้จับคู่สร้างพันธะกับงูยักษ์ตัวนี้ไปแล้ว และเขาก็จะไม่สามารถไปจับคู่กับใครได้อีก ยิ่งคิดก็ยิ่งรังเกียจตัวเองจนน้ำตารื้นขึ้นมาเอ่อคลอรอบดวงตาคู่สวย 

"เจ้าชื่ออะไร" 

เสียงทุ้มที่เอ่ยถามดูไม่ดุดันเท่าก่อนหน้านี้แต่ถึงอย่างนั้นเจ็มก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี ลำตัวของงูยักษ์ที่โอบรัดร่างกายของเด็กหนุ่มเริ่มคลายออกไม่ได้รัดแน่นเท่าตอนแรกจึงทำให้เจ็มหายใจได้สะดวกขึ้นมาบ้าง 

"ข้าชื่อเจ็ม..." 

"อืม ข้าบาลคิอัส" 

งูยักษ์บอกชื่อตัวเองในขณะที่จงใจขยับลำตัวให้เสียดสีกับผิวกายของเจ็ม จากนั้นก็เลื้อยขึ้นมาจ้องโอเมก้าที่มีสีหน้าหวาดกลัวเขาอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะแลบลิ้นสองแฉกเลียมุมปากของเจ็มจนร่างบางต้องเบี่ยงหลบ เจ็มไม่คิดว่างูยักษ์พูดได้ตัวนี้จะมีชื่อด้วย นอกจากนี้ยังสงสัยอยู่ว่าบาลคิอัสพาตัวเขาไปในถ้ำได้อย่างไร 

"พอแล้ว อย่ามายุ่งกับข้า! "เจ็มเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรังเกียจและเผลอพูดเสียงแข็งใส่จนทำให้บาลคิอัสไม่พอใจขยับลำตัวรัดร่างบางแน่นขึ้น 

"เป็นเพียงโอเมก้าชั้นต่ำอย่างบังอาจมาสั่งข้า!! " 

"ขะ ข้าขอโทษ ข้า... ข้าแค่ยังเจ็บอยู่" 

เด็กหนุ่มรีบพูดเสียงสั่นพร้อมกับหลุบตามมองต่ำไม่กล้ามองสบตากับอสรพิษร้ายตรงหน้า ความอับอายที่ต้องพูดเรื่องจริงออกไปทำให้แก้มเนียนของเจ็มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที 

บาลคิอัสเองก็ไม่ได้โง่เขลาถึงขั้นไม่รู้ว่าเจ็มกำลังพูดเรื่องอะไร โดนเขาทำไปขนาดนั้นหากร่างบางจะเจ็บก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลยสักนิด 

"หึ! ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าชำระกายอย่างเป็นอิสระ แต่หากเจ้าคิดหนีงูทุกตัวบนเกาะแห่งนี้จะตามเจ้าไปทันที" 

พูดจบงูยักษ์ก็ยอมคลายลำตัวออกจนร่างกายที่ถูกพันธนาการเป็นอิสระก่อนจะเลื้อยกลับขึ้นมาบนพื้นดิน เจ็มที่กลัวกับคำขู่ก็ได้แต่คิดกับตัวเองในใจว่าเขาถูกคลื่นซัดมาติดเกาะที่ไร้ผู้คนอย่างนี้จะให้เขาหนีไปไหนได้ มากไปกว่านั้นคือแค่คิดว่างูนับพันนับหมื่นตัวกำลังเลื้อยเข้ามาหาตัวเขาทุกทิศทางก็รู้สึกขยะแขยงขนลุกไปทั้งร่างแล้ว 

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอดสูในชะตาชีวิตของตัวเองเหลือเกิน... 

 

เด็กหนุ่มยืนชำระกายในแอ่งน้ำด้วยความหวาดระแวงท่ามกลางสายตาของราชาแห่งอสรพิษร้ายที่จับจ้องอยู่บนบก ทั่วบริเวณนี้ยังคงมีงูหลากหลายสายพันธ์ุตัวเลื้อยผ่านไปมาแต่ไม่มีงูตัวไหนกล้าทำอันตรายร่างบางที่ยืนอยู่กลางแอ่งน้ำเลยสักตัว 

เพราะความหิวกระหายจึงทำให้เจ็มใช้มือวักน้ำที่ไหลผ่านเบื้องหน้าขึ้นมาดื่ม ท้องของเด็กหนุ่มร้องประท้วงขึ้นมาเพราะตั้งแต่ขึ้นมาเหยียบบนเกาะแห่งนี้ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเขาเลยสักนิด 

หลังจากชำระร่างกายเสร็จร่างบางก็เดินขึ้นมาหยิบชุดของตัวเองที่อยู่ในสภาพขาดหลุดลุ่ยขึ้นมาใส่เพียงเพราะไม่อยากเปลือยกายต่อหน้าบาลคิอัส แค่เห็นลำตัวของงูยักษ์ที่เลื้อยอยู่บนพื้นมันก็ดูน่าสะพรึงกลัวมากแล้วสำหรับเจ็ม 

ยิ่งได้สบตากับนัยน์ตาสีทองของอสรพิษที่รูม่านตาสีดำขยับหดลงเป็นขีดเดียว ร่างบางก็ยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องจนต้องก้มหลบสายตาแล้วพูดเสียงแผ่วเบา 

"ขะ ข้าหิว..." 

"เจ้านั่งรอตรงนี้ ข้าจะให้บริวารของข้าไปหาอาหารมาให้" 

บาลคิอัสในร่างงูยักษ์พูดเสียงเรียบ ร่างบางก็เดินไปนั่งชันเข่าใต้ต้นไม่ใหญ่อย่างว่าง่ายเพราะความกลัวตาย แม้จะยังรู้สึกเจ็บตรงช่องทางด้านหลังที่โดนกระทำก็ต้องอดทนข่มความเจ็บปวดเอาไว้เหมือนไม่รู้สึกอะไร ได้แต่นั่งก้มหน้ากอดเข่าตัวเองอยู่อย่างนั้น 

ไม่นานก็มีงูที่มีขนาดเท่าข้อมือของเจ็มเลื้อยเข้ามาหาร่างบาง สีลำตัวของงูตัวนี้เป็นสีดำเหลืองสลับกันไปจนถึงปลายหาง ตรงช่วงกลางลำตัวของมันดูป่องจนเจ็มเผลอเพ่งมอง ก่อนที่ขนของเขาจะลุกชันไปทั้งร่างเมื่อได้เห็นว่างูตัวนี้กำลังขย้อนเหยื่อออกมาเป็นปลาตัวโตลงบนพื้นด้านหน้าของเจ็ม 

เมื่องูตัวเล็กขย้อนอาหารออกมาท้องมันก็หายป่อง จากนั้นมันก็เลื้อยมาใช้ลำตัวพันข้อเท้าของร่างบางที่หน้าซีดเผือดตัวสั่นราวกับคนมีอาการจับไข้ ไม่พอยังชูคอขึ้นมาจ้องหน้าแลบลิ้นสองแฉกใส่เด็กหนุ่มด้วยอีก 

"หึหึ มันชอบเจ้านะ" 

"แต่ข้าไม่ชอบมัน! "เจ็มพูดเสียงสั่นพร้อมลุกขึ้นกระทืบเท้ากับพื้นดินจนงูตัวเล็กตกใจจนเลื้อยหนีไป 

"ไม่ชอบอย่างไรเจ้าก็ต้องอาศัยอยู่กับงู!! โอเมก้าอ่อนแอเช่นเจ้ามีหรือจะหาอาหารเองได้ เลือกเอาว่าจะกินปลาตัวนี้หรือจะยอมอดตาย" 

บาลคิอัสพูดเสียงเข้มด้วยความโกรธที่ร่างบางแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจงูมากแค่ไหน การกระทำของเจ็มกำลังกระตุ้นความทรงจำแสนเจ็บปวดที่เขาพยายามลบเลือนออกไป สำหรับเขาแล้วพวกมนุษย์ก็น่ารังเกียจไม่ต่างไปจากสัตว์ร้ายอย่างที่เขาเป็นอยู่เลยสักนิด 

เมื่อพูดจบงูยักษ์ก็เลื้อยขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ใช้ลำตัวพันรัดกิ่งไม้จับจ้องร่างบางที่ยืนอยู่ด้านล่างว่าจะทำอย่างไรต่อไป ร่างบางที่เกิดความหิวจนปวดท้องจำต้องเดินไปหาหินกับเศษไม้แห้งที่พอจะนำมาใช้จุดไฟในการย่างปลาตัวโตได้ 

เจ็มพยายามยามอยู่นานกว่าจะก่อไฟสำเร็จก่อนจะนำปลาที่ตายแล้วไปล้างน้ำแล้วหากิ่งไม้มาเสียบย่างให้สุกแล้วกินด้วยความหิว ทุกการกระทำของเด็กหนุ่มตกอยู่ในสายตาของงูยักษ์ที่เฝ้าดูเจ็มอยู่บนต้นไม้ 

พอพลบค่ำอากาศบนเกาะก็เริ่มเย็นลงทำให้บรรยากาศดูน่าสะพรึงกลัวมากกว่าเดิม เมื่อบาลคิอัสเลื้อยลงมาบอกให้ร่างบางกลับเข้าไปอยู่ในถ้ำกับเขา เจ็มก็ยอมตามไปเพราะความกลัว หากอยู่ในถ้ำก็แค่เจองูยักษ์อย่างบาลคิอัสแค่ตัวเดียว แต่ถ้าอยู่ข้างนอกตอนกลางคืนเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอสัตว์ร้ายอะไรบ้าง 

ร่างบางนั่งกอดเข่าใกล้กองไฟที่ถูกจุดขึ้นใหม่ภายในถ้ำ ด้านบนมีรูโหว่พอให้แสงจันทร์ในยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามา และเจ็มก็เงยหน้าเหม่อมองดวงดาวผ่านช่องโหว่นั้นอย่างชื่นชมความงามของท้องฟ้าในเวลากลางคืน หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นมนุษย์คนเดียวที่มาติดอยู่บนเกาะร้างที่เต็มไปด้วยพวกอสรพิษร้ายทุกอย่างมันคงจะดีกว่านี้ 

"ก่อนหน้านี้... ที่ข้าสลบไป เจ้าพาข้ามาในนี้ได้อย่างไร" 

เจ็มหันไปถามงูยักษ์ที่ขดตัวอยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่างูอย่างบาลคิอัสพาเขามาในถ้ำด้วยวิธีใด หรือว่าเจ้างูยักษ์ตัวนี้จะไม่ได้มีแค่ร่างงูเพราะทุกอย่างมันแปลกตั้งแต่งูตัวนี้พูดได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติบางอย่างที่ทำให้เจ็มควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วย 

"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้"บาลคิอัสตอบเสียงเข้มเหมือนไม่พอใจในคำถามของโอเมก้าหนุ่ม 

"เจ้าคงไม่ได้เป็นแค่งูยักษ์ธรรมดาใช่ไหม" 

ร่างบางกลั้นใจถามออกไปอีกครั้งจนงูยักษ์เริ่มเลื้อยเข้ามาใกล้ใช้ลำตัวพันรัดร่างของเจ็มไว้ ก่อนจะชูคอยื่นหัวเข้ามาใกล้ใบหน้าของเด็กหนุ่มพลางแลบลิ้นสองแฉกเลียปลายคางเรียวพร้อมกับเอ่ยถาม 

"แล้วเจ้าอยากให้ข้าเป็นแบบไหนล่ะ? " 

"ยะ อย่า... อย่าทำข้า ข้ากลัว..."เจ็มเบี่ยงหน้าหลบด้วยความกลัวปนรังเกียจ ภาพตอนที่เขาฮีทจนถูกบาลคิอัสสมสู่เยี่ยงสัตว์ยังติดอยู่ในความทรงจำจนทำให้รู้สึกร้อนวูบตรงหน้าแก้มทั้งสองข้าง 

"แล้วถ้าข้าอยู่ในร่างมนุษย์แบบเจ้า เจ้าจะหวาดกลัวหรือไม่? "บาลคิอัสถามเสียงทุ้มพลางกลับกลายร่างเป็นบุรุษผิวเข้มรูปร่างสูงใหญ่กว่าร่างบางเกือบเท่าตัว เขากระตุกยิ้มมองร่างบางที่อ้าปากค้างนิ่งไปเพราะอยู่ในอาการตกใจกับสิ่งที่เห็น 

"นี่เจ้า... อื้อออ!! " 

ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายร่างกำยำที่คร่อมทับร่างกายเขาไว้ด้วยแววตาสั่นไหว แต่ยังไม่ได้พูดอะไรริมฝีปากนุ่มก็ถูกประกบจูบเคล้าคลึงด้วยสัมผัสที่ชวนให้หัวใจเต้นแรง คราแรกเจ็มนึกว่าจะถูกจูบด้วยสัมผัสกักขฬะหยาบโลนเหมือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แต่ทุกอย่างกลับผิดคาดไปหมด 

มือของร่างบางจิกเข้าที่ไหล่กว้างยามที่ริมฝีปากถูกบดจูบด้วยสัมผัสเร่าร้อนก่อนที่บาลคิอัสจะสอดลิ้นเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นนุ่มของเจ็ม ร่างบางได้แต่ร้องอื้ออึงในลำคอยามที่ลิ้นตัวเองถูกรุกไล้เกี่ยวกระหวัด ยิ่งลิ้นของพวกเขาสัมผัสกันเจ็มก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความแตกต่างว่าลิ้นของบาลคิอัสนั้นมีสองแฉกคล้ายลิ้นงู 

"อึ่ก! แฮกๆ พอแล้ว อย่าทำข้า..." 

เจ็มร้องห้ามเสียงแหบแห้งแต่ร่างสูงใหญ่กลับแค่นยิ้มพลางใช้มือถอดเสื้อผ้าที่ติดกายร่างบางอยู่ออกไป จากนั้นก็บดเบียดร่างกายตัวเองเข้าหาร่างของเจ็มพร้อมกับโน้มหน้าไปซุกไซร้ซอกคอขาวเนียน และจงใจใช้ลิ้นไล้เลียตรงรอยกัดที่หลังคอเป็นพิเศษ 

สองมือหยาบกร้านลูบไล้ไปทั่วร่างกายของโอเมก้าหนุ่มพลางออกแรงบีบเค้นด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะมาหยุดตรงแถวช่วงหน้าอกแล้วใช้ปลายนิ้วสากบดคลึงกับยอดอกสีอ่อนจนแข็งเป็นตุ่มไตขึ้นมา 

สัมผัสปลุกเร้าทำให้โอเมก้าที่อยู่ในช่วงอารมณ์อ่อนไหวอย่างเจ็มมีอารมณ์ร่วมได้อย่างง่ายดายจนเจ็มนึกรังเกียจร่างกายของตัวเองเหลือเกิน ไม่ว่าจะอยู่ในร่างมนุษย์หรือร่างงูเจ็มก็กลัวบาลคิอัส โดยเฉพาะท่อนเนื้อร้อนผ่าวที่เสียดสีกับขาอ่อนด้านใน แม้ไม่ได้ก้มมองก็พอรับรู้ว่าขนาดของมันใหญ่โตแค่ไหน 

"ร่างกายของเจ้าทำให้ข้ารู้สึกเหมือนกำลังคลั่งยามที่ได้สัมผัส" 

บาลคิอัสพูดเสียงแหบทุ้มไปตามความรู้สึกของตัวเอง นัยน์ตาสีทองคล้ายเปล่งประกายในยามที่จ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าของเจ็มคล้ายกับสัตว์ร้ายจ้องตะครุบเหยื่อด้วยความกระหาย ทั้งที่ตอนนี้ร่างบางไม่ได้ฮีท และเขาก็ไม่ได้มีอาการรัท แต่เพียงแค่ได้ใกล้ชิดร่างกายก็ปรารถนาครอบของโอเมก้าตนนี้จนแทบทนไม่ไหว 

เสียงสะอื้นจากลำคอเล็กไม่ได้ทำให้บาลคิอัสคิดหยุดการกระทำของตัวเอง เขาขยับใบหน้าลงมาใช้ปากและลิ้นหยอกล้อยอดอกสีสวยที่ตั้งชูชันจนเปียกชุ่มเป็นสีแดงเข้มขึ้นมา ก่อนจะสลับมาใช้ลิ้นสองแฉกโลมเลียยอดอกอีกข้างอย่างไม่ให้น้อยหน้าสลับกับใช้อุ้งปากครอบครองดูดดุนจนร่างของเจ็มสั่นระริก 

"ฮึกก อ๊ะ อ๊าา..." 

"ถ้าเจ้าไม่ดื้อ ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้า" 

เมื่อเล่นกับยอดอกเล็กจนพอใจใบหน้าคมขยับขึ้นมาพูดชิดริมใบหูของเจ็มพลางใช้ลิ้นตวัดเลียไปทั่วใบหูขาว สองมือที่ว่างก็จับขาเรียวแยกออกกว้างพลางขยับท่อนเนื้อร้อนผ่าวขอบตัวเองเสียดสีกลับกลางกายเล็กที่ตื่นตัวขึ้นมาไม่ต่างกัน 

จากนั้นบาลคิอัสก็ขยับตัวลงมาจนใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับกลางกายที่ตั้งชูชันของโอเมก้าหนุ่ม ขณะที่สองมือจับยึดขาเรียวที่แยกออกจากกันไว้จนอยู่ในท่วงท่าที่น่าอาย ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงซ่านยิ่งกว่าเดิมยามที่ได้เห็นท่อนเนื้อสีคล้ำหัวบานใหญ่ของบาลคิอัส 

"ไม่... ถอยออกไป ข้าเจ็บอยู่นะ"เจ็มส่ายหน้าพูดเสียงสั่นก่อนที่ร่างจะสั่นสะท้านมากกว่าเดิมเมื่อกลางกายถูกบาลคิอัสใช้ลิ้นตวัดเลีย 

ลิ้นสองแฉกเปียกชื้นไล้เลียลงมาผ่านพวงแฝดและจุดเชื่อต่อไปยังช่องทางบวมแดงด้านล่าง จากนั้นก็ใช้ลิ้นเลียตรงปากทางแล้วสอดลิ้นเข้าไปจนร่างกายของเจ็มบิดเร่าตอบรับสัมผัสแปลกใหม่ หัวใจภายในอกเต้นแรงขึ้นมาและรู้สึกวูบวาบตรงช่วงท้องน้อยจนใบหน้าของเด็กหนุ่มเหยเก 

"ยะ อย่า ไม่ ฮึก อ๊าา" 

ร่างบางร้องห้ามได้ไม่เต็มเสียงพยายามส่ายสะโพกหนี แต่ลิ้นเปียกชื้นกับแทรกเข้ามาลึกกว่าเดิมเสียดสีกับผนังนุ่มด้านในสร้างความกระสันให้โอเมก้าหนุ่มจนหลุดเสียงครางน่าอายออกมาดังก้องไปทั่วในถ้ำ 

หลังจากนั้นบาลคิอัสก็เริ่มสอดนิ้วเข้าไปทีละนิ้วจนครอบสามนิ้วที่คว้านอยู่ในโพรงนุ่มเพื่อเตรียมพร้อมรับสิ่งที่ใหญ่กว่า เขาหวังว่าร่างบางคงจะไม่เจ็บมากเพราะช่องทางอ่อนนุ่มได้รองรับตัวตนของเขาในร่างงูก่อนหน้านี้มาแล้ว 

"เจ้าอยากให้ข้าทำในร่างนี้หรือร่างงูมากกว่า" 

บาลคิอัสเอ่ยถามในตอนที่ถอนนิ้วออกแล้วจับท่อนเนื้อที่แข็งขืนจนเห็นเส้นเลือดปูดนูนขึ้นมารอบความยาวมาเสียดสีกับปากทางบวมแดงที่มีสีตัดกับตัวตนของเขาชัดเจน ยิ่งได้จ้องมองก็ยิ่งปลุกเร้าความต้องการอยากจะสอดใส่เข้าไปให้ช่องทางเล็กๆ นี้เต็มไปด้วยน้ำเชื้อแห่งเมล็ดพันธุ์ของเขา 

"ร่างไหนข้าก็ไม่อยากทำ ข้ารังเกียจเจ้า! "ร่างบางพูดต่อต้านด้วยแววตาแดงก่ำผิดกับร่างกายที่ตอบสนองทุกสัมผัสของบาลคิอัสราวกับโหยหา 

"ข้าจะรอดูพรุ่งนี้ตอนเจ้าฮีทอีก และข้าจะทำให้เจ้าจดจำทุกสัมผัสของข้าจนร่างกายเจ้าเพรียกหาแต่ข้าและขาดข้าไม่ได้ หึหึ" 

บาลคิอัสโน้มหน้ามาพูดชิดริมใบหูของร่างบางพร้อมกับเริ่มกดแทรกท่อนเนื้อร้อนผ่าวเข้าไปในโพรงนุ่มจนคนใต้ร่างสะอื้นด้วยความเจ็บ กายบางสั่นสะท้านกับขนาดที่แตกต่างกันมากเกินไป ปากทางบวมแดงขมิบตอดรัดท่อนเนื้อสีคล้ำแน่นจนบาลคิอัสต้องกัดฟันพ่นลมหายใจออกมากระทบกับใบหูของเจ็ม 

"ฮึก ข้าเจ็บ... อึก! อื้อออ!!! " 

เด็กหนุ่มสะอื้นพูดเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลซึมออกมาตรงหางตา ร่างของเจ็มสะท้านเฮือกในตอนที่บาลคิอัสกดความใหญ่โตเข้ามาจนสุดความยาว มือบางทั้งสองผวาโอบรัดแผ่นหลังกว้างไว้ราวกับต้องการหาที่พึ่งพลางจิกเล็บลงไปบนผิวเข้มเพื่อระบายความอึดอัดข้างในกาย 

ดวงตาสีทองจ้องมองโอเมก้าใต้ร่างด้วยความรู้สึกหลากหลายและหนึ่งในนั้นคือความหวงคู่ของตัวเองที่เริ่มก่อเกิดขึ้นมา มือหนาทั้งสองสอดเข้าไปใต้แผ่นหลังเนียนยามที่เริ่มขยับกายเพื่อไม่ให้หลังของเจ็มเสียดสีกับผนังถ้ำ ในขณะที่คนใต้ร่างสะอื้นน้ำตาซึมเพราะความเจ็บและจุกในช่องท้องยามที่ท่อนเนื้อแข็งขืนตอกอัดเข้ามา 

"อย่าร้อง..."บาลคิอัสพูดเสียงเรียบพร้อมกับโน้มหน้าลงไปจูบซับน้ำตาร่างบาง เพราะเห็นว่าเจ็มไม่สดงอาการต่อต้านเขาจึงไม่ได้กระทำรุนแรงแต่ว่าขนาดที่ต่างกันมากเกินไปก็ทำให้เจ็มรู้สึกเจ็บอยู่ดี 

ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นไหวตามแรงกระแทกด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นจนได้ยินเสียงหยาบโลนดังก้องภายในโถงถ้ำ ส่วนปลายท่อนเนื้อที่เสียดสีกับผนังนุ่มด้านและกระแทกเข้ามาโดนจุดกระสันด้านในทำให้เจ็มสะอื้นหอบหายใจแรงมากกว่าเดิม มือทั้งสองจิกลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อนระบายความรู้สึกวาบหวามปนความเจ็บปวด 

"อั่ก! ฮึก อะ อ๊าาา ลึกเกินไปแล้ว"ร่างบางหวีดร้องในตอนที่ตัวตนใหญ่โตกระแทกเข้ามาจนจุกช่องท้อง ขาเรียวทั้งสองข้างที่พาดอยู่บนท่อนแขนแข็งแกร่งสั่นระริกราวกับไร้เรี่ยวแรงไม่ต่างจากคนใต้ร่างที่หอบหายหนัก 

"อีกหน่อยเจ้าก็ชิน เพราะข้าจะทำกับเจ้าทุกร่าง หึหึ" 

บาลคิอัสพูดชิดริมใบหูของเจ็มจนทำให้ร่างบางหัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น ช่องทางด้านพลันตอดรัดท่อนเนื้อสีเข้มเร็วขึ้นจนร่างหนากัดฟันแน่นสอดประสานกายเข้าหาในจังหวะหนักหน่วงกว่าเดินจนร่างของเจ็มสั่นคลอนไปทั้งร่าง 

กองไฟที่ถูกจุดไว้ทำให้ตรงผนังถ้ำทำให้เกิดเงาสองร่างที่กำลังร่วมรักกันอย่างดุดันเยี่ยงสัตว์ป่าผสมพันธุ์กัน เสียงเนื้อกระทบกันปนกับเสียงครางและเสียงหอบหายใจดังก้องจนได้ยินในโสตประสาทของเจ็มชัดเจน ใบหน้าของโอเมก้าหนุ่มแดงระเรื่อด้วยความละอายที่ร่างกายของตัวเองตอบรับสัมผัสราวกับยินดี 

ไม่นานความอัดอั้นทรมานของเจ็มก็พวยพุ่งออกมาเป็นของเหลวสีขาวขุ่น เช่นเดียวกับบาลคิอัสที่ปลดปล่อยน้ำเชื้อแห่งเมล็ดพันธ์ุเข้าไปในตัวของร่างบางทุกหยาดหยดจนเด็กหนุ่มรู้สึกอุ่นวาบในช่องท้อง และมันก็เยอะจนไหลออกมาเปรอะซอกขาเนียน 

เมื่อทุกอย่างจบลงเจ็มก็หมดสติคาอ้อมอกของร่างหนาเพราะความอ่อนเพลีย บาลคิอัสจึงยอมถอนกายออกแล้วรั้งตัวร่างบางมากอดไว้ในอ้อมอก ตอนนี้ความคิดที่เคยอยากฆ่าโอเมก้าอ่อนแออย่างเจ็มได้หายไปจากในหัวของแล้ว 

บาลคิอัสรู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาช่างเข้ากันได้ดีจนเขาพอใจ ร่างหนากระตุกยิ้มเย็นเยียบภายในมุมมืดเพียงลำพังยาก่อนจะขยับฝ่ามือมาลูบตรงหน้าท้องแบนราบของเจ็ม  

อีกไม่นานในนี้ก็จะก่อกำเนิดทายาทให้แก่เขา... 

ความคิดเห็น