facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 14 : เธอทั้งนั้น (เพิ่มลิ้งค์เพลงประกอบ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : เธอทั้งนั้น (เพิ่มลิ้งค์เพลงประกอบ)

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 61.6k

ความคิดเห็น : 74

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2559 14:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : เธอทั้งนั้น (เพิ่มลิ้งค์เพลงประกอบ)
แบบอักษร

วันหนึ่ง

แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านช่องหน้าต่าง มันสว่างจ้าจนทำให้คนที่หลับใหลอยู่จำเป็นต้องตื่น ดวงตาคู่เฉี่ยวปรือกระพริบแล้วลืมตาขึ้นทอดมองทั่วห้อง สองแขนยันตัวเองให้ลุกขึ้น บวกกับกลิ่นหอมฉุยลอยเตะจมูก ทำให้คิมหันต์ลุกเดินตามกลิ่นหอมนั่นไป

 

หอมๆอะไรแต่เช้าวะ

 

สองขาก้าวเดินอย่างงัวเงียสองมือหยิบเครื่องอาบน้ำพื้นฐานของเช้านี้คือ ล้างหน้า แปรงฟัน ก่อนจะเข้าครัวที่มีเมษายืนทำอาหารเช้าอย่างพิถีพิถัน

 

 

คนตัวเล็กสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดา กางเกงขาสั้น ผ้ากันเปื้อนสีฟ้ามีระบายดูน่ารัก สองมือผัดปรุงอาหารในกระทะ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกับการมีความสุขที่ได้เข้าครัว เมษาจำเป็นต้องสะดุ้งเพราะอ้อมกอดจากใครบางคน อ้อมแขนแกร่งโอบกอดเข้าเอวคอดที่กำลังเพลิดเพลินกับการทำอาหาร

 

"ฟอดดดดด"            

           

เสียงสันจมูกโด่งช่วงชิงความหอมจากพวงแก้มนุ่มนิ่มของเมษา ทำเอาร่างบางที่กำลังเพลิดเพลินสะดุ้งเล็กน้อย

 

"อ๊ะ!!"

 

เขาเบี่ยงตัวหนีเล็กน้อยแล้วหันมองในหน้าหล่อเหลาที่กำลังงัวเงีย

 

"หอมจัง มีไรกินบ้างเนี่ย"

 

อ้อมแขนแกร่งยังถูกโอบกอดที่เอวคอด ใบหน้าซุกไซร้ซบพิงอยู่ที่หัวไหล่ของคนที่ตัวเล็กกว่า

 

อ้อนเอาอะไรแต่เช้านะ แปลก...แต่น่ารักดี

 

เมษาเบี่ยงหน้ามองคิมหันต์ที่กำลังใช้ใบหน้าซบพิงเข้าที่หัวไหล่ของเขา

 

"วันนี้มีหมูผัดพริกเผา"

 

คนตัวเล็กตอบพรางยิ้ม

 

คิมหันต์ใช้คางเกยเข้าที่ไหล่ของเมษาเขา ทอดมองอาหารที่มีกลิ่นหอมซึ่งเป็นต้นเหตุให้เขาตื่นในเช้านี้ ชิ้นหมูหั่นเต๋าสีเหลืองเดือดผุดอยู่ในกระทะ น้ำซอสปรุงรสบวกกับพริกเผาทำให้อาหารมื้อนี้แปลกตา

 

"พริกเผา ผัดกับหมูรึ"

  

"ได้สิ เผ็ดๆหวานๆลองชิมดู"

 

อ้าาาาาา~

 

คนข้างหลังอ้าปากหวอรอให้เมษาเป็นคนป้อน

 

มือเรียวสวยถือช้อนคันเงาที่ตักชิ้นหมูหั่นเต๋าขึ้นให้คิมหันต์ขณะรอชิม

 

อ้ามมมมม ทันทีที่ชิ้นหมูหั่นเต๋าถูกป้อนเข้าปาก คิมหันต์เคี้ยวแก้มตุ่ย ดวงตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อลิ้นได้รับรสชาดของอาหาร

 

"ฮาาาห์ อร่อย ทำเก่งดีนี่"

 

"ฟอดดดดด"

 

คิมหันต์หอมฟอดเข้าอีกทีที่พวงแก้มสีชมพูระเรื่อ

 

บรรยากาศในห้องครัวเหมือนคู่แต่งงานใหม่ เปรียบเป็นข้าวใหม่ปลามันที่กำลังจู๋จี๋อี๋อ๋อกันทุกเมื่อที่มีโอกาส ร่างสูงที่โอบกอดออดอ้อนต่อคนตัวเล็ก เสียงหัวเราะต่อกระซิบหยอกล้อดังขึ้นไม่ขาดสาย

 

พอแล้ว ไม่ต้องหอมแล้ว

 

เมษาเอนตัวหนีมือเรียวสวยเข้าลูบแก้มตัวเองเบาๆ

 

รังเกียจรึ

 

ป เปล่า จะกินข้าวเลยมั้ย

 

เมษาค่อยๆแกะมือหนาของคิมหันต์และอ้อมกอดแกร่งนั้นออกเบาๆ คนร่างสูงไม่ได้ว่าอะไร ยืนมองคนตัวเล็กที่เดินหยิบจานชามสำหรับอาหารมื้อนี้

 

ยัง วันนี้ฉันจะเข้ากรุงเทพ นายเองก็ไปด้วยกัน

 

หื้มมม

 

เมษาเลิกคิ้วด้วยความสงสัยในคำพูดของคิมหันต์ ไม่ทันได้ทักถาม คิมหันต์กลับออกคำสั่งก่อนจะเดินออกจากบริเวณนั้นไป

 

กินข้าวซะให้เรียบร้อย ฉันจะอาบน้ำแล้วไปรอที่รถ

 

เมษา Said.

เข้ากรุงเทพงั้นหรอ  ดีใจจัง อยากลองไปมานานแล้ว ที่นั่นเห็นเขาบอกว่ามีแต่ที่สวยๆ ห้างใหญ่ๆ แอร์เย็นๆ ที่ดีใจไปกว่านั้นคือ…..  มันอาจจะเป็นครั้งแรกที่ผมกับคิมหันต์ได้ไปเที่ยวด้วยกัน

 

ใบหน้าของเมษาก็แสดงสีหน้าที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จัดแจงกินข้าวเช้า อาบน้ำอาบท่าเสียใหม่ เพื่อเตรียมตัวสู่การเดินทางในครั้งนี้ ไม่นานนักรถคันหรูอย่าง BMWi8 ก็ขับเคลื่อนออกจากตัวบ้าน มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ที่คนเขาพูดกันนักหนาว่าดี และแสงสีเสียงพร้อมเพียงซึ่งเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล

 

20.00   น.

นี่ รู้จักเอเชียทีค รึเปล่า

 

คิมหันต์สองมือที่กำลังบังคับพวงมาลัยทักถามคนข้างๆ ขณะที่สายตาของเมษากำลังทอดมองไปที่แสงไฟประดับระยิบระยับตามท้องทางข้างถนน ดวงไฟขนาดวงกลมถูกประดับตามต้นไม้และเสาไฟฟ้าโยงตามสองข้างทาง สายตายังไม่ได้ละออกจากดวงไฟประดับที่ทำให้ใบหน้าหวานตกอยู่ในภวังค์ เมื่อได้ยินคำถามกลับส่ายหัวเป็นการตอบ

 

จะพาไปนั่งชิงช้าสวรรค์ ใหญ่กว่าที่งานวัดเยอะแยะ

 

อื้มมม ไปไป

 

สายตาเฉี่ยวคู่นั้นขณะขับรถคันหรูครู่ใจ กลับละสายตาซักพักเพื่อเหลือบมองใบหน้าหวานของคนข้างๆที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับแสงไฟตรงหน้า เขายิ้มให้กับความสุขที่เมษาได้รับจากสิ่งที่ตัวเขาเองหยิบยื่นให้ ไม่นานนักเกลียวล้อรถก็หยุดหมุนและตีโค้งเพื่อเข้าจอดในพื้นที่ลานกว้าง

 

ถึงแล้วหรอ

 

อาห๊ะ

 

คิมหันต์ตอบพรางเปิดประตูรถฝั่งที่ตนนั่ง ขาก้าวลงจากรถสองมือจัดแต่งเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ในขณะที่เมษากำลังตื่นเต้นกับสถานที่ตรงหน้า ร้านอาหารแปลกตา บ้างบางร้านเปิดเพลง ลานกว้างมีคนแสดงโชว์ความสามารถแปลกๆมากมาย ร้านเสื้อผ้าราคาแพงที่มีไว้นิยมขายให้ชาวต่างชาติ สายตาคู่สวยทอดมองไปถึงจุดที่เด่นที่สุดมันตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าสูงลิบลับอยู่ท่ามกลางสายลม ชิงช้าสวรรค์ที่มีตู้นั่งให้นับไม่ท้วนแขวนลอยอยู่กลางอากาศ บางตู้เป็นพื้นกระจกใสรอบด้านสามารถมองเห็นทะลุผ่านได้ทั่วทุกทิศ

 

เดี้ยวจะหลงเอา

 

คิมหันต์ยื่นมือมาให้เมษา ท่าทางนั้นสื่อให้….คนตรงหน้าได้เดินจับมือเขา นิ้วเรียวบางผสานเข้ากับฝ่ามือของคิมหันต์แล้วจับเข้าเบาๆ ใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต่างจากคนตัวสูงกว่าที่มีใบหน้าที่เรียบเฉยมืออีกข้างเดินคีบบุหรี่ปลายมวนมีไฟสีส้มอ่อน

 

ทั้งสองเดินจับมือกันท่ามกลางผู้คนมากมายและแสงไฟที่ลายล้อม จนทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่ลานกว้างข้างหน้าเห็นเป็นชิงช้าสวรรค์สูงนับกว่า 60 เมตร เรื่องจ่ายบัตรปล่อยให้คิมหันต์เป็นคนจัดการ ประตูของตู้นั่งถูกเปิดออก เมษาเป็นคนก้าวเดินขึ้นก่อนก่อนที่คิมหันต์จะก้าวขึ้นตามไป

 

ภายในตู้เป็นตู้นั่งสำหรับ VIP ข้างในติดแอร์เย็นฉ่ำต่างจากตู้อื่นๆที่เปิดกว้างรับลมเย็น ดวงตาคู่หวานตรวจมองสำรวจพื้นที่ ทุกด้านโปร่งแสงจนสามารถมองเห็นทะลุผ่านทุกอย่าง พื้นของตู้นั่งที่รองรับน้ำหนักก็เช่นกันสามารถมองเห็นพื้นด้านล่างเมื่อตู้กระเช้าลอยขึ้นตามเข็มนาฬิกา

 

ตู้กระเช้าที่นั่งอยู่ หมุนทวนตามเข็มนาฬิกา มันหมุนอย่างช้าๆ แสงไฟข้างนอกคอยสอดส่องเข้าผ่านตู้กระจกใส วิวข้างนอกมองเห็นบ้านช่อง ตึก สำนักงานมากมายที่เปิดไฟยามค่ำคืน เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างที่เขาว่าจริงๆ

 

ผมไม่รู้ว่าวันนี้ที่ผมมีความสุขเพราะได้มากรุงเทพ หรือเป็นเพราะได้มาเที่ยวกับเขากันแน่

 

มันเป็นคำพูดของเมษาที่พูดกับตัวเองในใจพรางมองไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า เขานั่งหลังเอนพิงประชิดเก้าอี้ ขายาวข้างขวาถูกยกขึ้นทับพาดขาข้างซ้าย ท่าประจำที่เห็นจนชินตาคือ คิมหันต์ที่นั่งกอดอกไขว่ห้าง ดวงตาคู่เฉี่ยวทอดมองไปข้างนอกกระจกใส

 

 

ชิงช้าสวรรค์หมุนทวนอย่างช้าๆ บางตู้เป็นคู่รักที่กำลังนั่งซบอิง บางตู้เป็นเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกัน บางตู้เป็นพ่อแม่ที่พาเด็กน้อยมาเที่ยว ทุกตู้ซึ่งอบอวนไปด้วยความสุขที่แตกต่างกันออกไป

 

"สวยดี เท่าไรหรอ"

 

"พันเจ็ด"

 

"พันเจ็ด!!!!!แพงจัง ทำไม"

 

ยังไม่สิ้นประโยคคำถาม คิมหันต์ก็ชิงตอบเสียก่อน

 

"มันเป็นตู้ VIP ติดแอร์"

 

"ทำไมของในกรุงเทพมันแพงนักล่ะ ความจริงเรากลับไปนั่งที่บ้านเราก็ได้"

 

"เงียบเหอะน่า"

 

คนฝั่งตรงข้ามที่นั่งไขว่ห้างกอดอกชักหน้าหนิ่วคิ้วขมวด ลมหายใจถูกทอดถอนออกเบาๆ

บรรยากาศภายในตู้นั่งกลับเงียบกริบ เมษาไม่ได้ทักท้วงถามอะไรต่อเพราะกลัวว่าจะทำให้คิมหันต์รำคาญ จนกระทั่ง

 

หวา!!!!!!!!มันสั่น

 

เมษาตะโกนร้องดังเมื่อตู้นั่งสั่นคลอนเพราะแรงลมพัดจากด้านนอก มันทำให้คิมหันต์ต้องละสายตาจากวิวสวยนอกกระจกใส

 

เห้ๆๆ !!! นั่งนิ่งๆสิ

 

มันสั่นๆ !!! ขอไปนั่งด้วยได้มั้ย

 

ใบหน้าหวานตอนนี้ตื่นตระหนกตกใจจากแรงแกว่งของตู้นั่ง เสียงลมข้างนอกพัดผ่านปัดตีกับกระจกจนเกิดเสียง พื้นที่ตรงเท้าที่เอาไว้รองรับน้ำหนักสามารถมองผ่านทะลุและโปร่งแสงแกว่งไหวไปมา สองเท้าของเมษายกขึ้นสูงสองแขนปัดป่ายทำท่าจะถลาตัวมาหาคิมหันต์ที่นั่งอยู่อีกฝากฝั่ง

 

 “ไม่ได้ นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ ถ้ากลัวมากนักก็หลับตา

 

คำร้องขอเมษากลับไม่เป็นผล เมื่อคิมหันต์ยังคงนั่งไขว่ห้างกอดอกปลายตามองคนหน้าหวานที่สติแตกอยู่ตอนนี้ ทำให้ดวงตาคู่สวยจำเป็นต้องหลับสนิทเพื่อปิดกลั้นต่อความกลัวที่ปรากฏตรงหน้า

 

หื้อออออ เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับส่ายหัวอย่างเอือมๆ

 

ตึง!!!!!

 

ข้างลำตัวของเมษาถูกทิ้งน้ำหนักลงเข้าอย่างจัง คิมหันต์เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินย้ายฝั่งมานั่งข้างๆคนตัวเล็กที่กำลังหลับตาปี๋ แขนแกร่งโอบกอดเข้าที่ไหล่ของเมษาแล้วค่อยๆใช้มือแปะเข้าที่ไรผมอ่อนนุ่ม เขากดเข้าที่หัวของเมษาเพื่อให้เอนซบลงมาที่ไหล่ของตน

 

 

ความใกล้ชิดและความเงียบทำให้เมษาที่กำลังซบพิงอกอยู่ได้ยินถึงเสียงหัวใจของคิมหันต์ที่กำลังเต้น

 

ตึก….ตักตึก…. ตัก…..

 

“……………..”

 

“……………..”

 

 

ดวงตาคู่สวยลืมขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยแล้วตอนนี้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆบนตัวเสื้อของคิมหันต์ โชยเข้าจมูก มือหนายังคงแปะอยู่ที่ศีรษะของเขา ริมฝีปากอวบอิ่มอดที่จะยิ้มไม่ได้ 

 

"ขอบคุณนะ"

 

".............."

 

ใบหน้าหวานถูกซบลงที่เสื้อสเวตเตอร์สีดำ คำขอบคุณที่บอกกล่าวไปไมมีการตอบรับ เมษามองไปที่เสื้อตัวที่คิมหันต์สวมใส่อยู่ แค่กางเกงยีนส์ รองเท้าหุ้มข้อสูงก็ทำให้ดูดีได้แล้ว

 

ตู้นั่งตอนนี้จากแกว่งไหว ค่อยๆแกว่งช้าลง จนนิ่งสนิท ดวงไฟระยิบระยับถูกสอดส่องจากลานดนตรีข้างนอกงผ่านตู้กระจก ทำให้ภายในตู้สะท้อนแสงสีส้มบ้าง ฟ้าบ้าง เขียวบ้าง ส่องส่ายไปมาทั่วตู้นั่งที่ทั้งสองนั่งซบพิงอิงกันอยู่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเมษาตอนนี้พิงซบลงที่อ้อมแขนแกร่งของคนที่ตัวสูงกว่า

 

จนกระทั่งตู้นั่งของชิงช้าสวรรค์ที่หมุนทวนตามเข็มนาฬิกานั้นหยุดลง คิมหันต์ผละตัวออกอย่างเบาๆ เมษาเองก็รู้งานรีบผละตัวออกเช่นกัน สองมือของร่างสูงทำท่าทีเป็นจัดแต่งเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ทั้งที่มันไม่ได้ยับยู่ยี่

 

 

ประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆคิมหันต์ก้าวเดินลงไปก่อน เขายื่นมือมาหาคนที่นั่งอยู่ในนั้น เพื่อให้เหนี่ยวรั้งและก้าวเท้าลงตามมา

 

ขอบคุณ

 

เมษายิ้มให้กับใบหน้าหล่อเหลาที่นิ่งเรียบเฉย ก่อนจะยื่นมือประทับทาบลงฝ่ามือของคิมหันต์ เขาจับมือของคนตรงหน้าแล้วเหนี่ยวรั้งน้ำหนักก่อนก้าวขาลงมา

 

ฉันหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกัน

 

ทันทีที่สิ้นเสียงของคิมหันต์ เขาจับมือเรียวบางนั้นไว้อย่างหลวมๆแล้วพาเดินออกจากลานกวาง เมษาได้แต่มองมือของคนข้างหน้าที่กอบกุมมือของเขาอยู่ ใบหน้าหวานอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

 

 

 ต่อก ต่อก ต่อก !!!

 

เสียงส้นรองเท้าดังจากปลายส้นของรองเท้าส้นสูง กลุ่มหญิงสาววัยทำงาน ผมม้วนลอน บางคนปล่อยตรง แต่งหน้าจัด ขนตางอน ปากแดง กลิ่นน้ำหอมฟุ้งจนฉุนไปหมด เสื้อสีขาวรัดรูปจนเห็นทรวดทรงอย่างเห็นได้ชัด กระโปรงที่ฟิตเสียจนก้าวเดินแทบไม่ถนัด พวกหล่อนวิ่งตรงมาหาคิมหันต์ที่กำลังเดินเตร็ดเตร่เลือกร้านอาหารที่จะนั่ง

 

หญิงสาวผมสีบลอนทองปลายม้วนลอน ริมฝีปากสีแดงสด คิ้วเขียนโก่งสูง ขนตาแพหนา หล่อนเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเริ่มประโยคทักทาย

 

สวัสดีค่ะ คุณคิมหันต์ ลูกชายของท่านประธานใช่มั้ยคะ

 

“……………..”

 

คือ คือพวกเราทำงานอยู่ที่บริษัทพ่อคุณน่ะค่ะ

 

“………………..”

 

ได้ยินว่าท่านประธานให้ไปอยู่ที่ต่างจังหวัด

 

หมดเรื่องที่จะพูดรึยัง

 

ร่างสูงถามเสียงนิ่งล้วงมือเข้ากระเป๋าเสื้อหยิบมวนบุหรี่และไฟแช๊กขึ้นจุด ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มนิ่วหน้าขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์

 

เมษาที่ยืนอยู่ข้างหลังได้แต่ยืนรอพวกหล่อนลายล้อมคิมหันต์ที่หัวเสียเต็มที

 

โอ้ยยย!!! เกะกะ

 

ผลั่ก!!!!!

 

หญิงสาวอีกคนซึ่งมีผมตรงสีดำสนิท แทรกตัวเข้าผลักเมษาที่ยืนรอคิมหันต์อยู่ข้างหลัง แรงผลักทำให้เมษาเซถลาจนแทบล้ม เขาลูบเข้าที่ต้นแขนตัวเองเพราะรู้สึกเจ็บจากแรงดึงและปลายเล็บที่จิกลงมา

 

เมื่อแทรกตัวเข้าไปได้ยังไม่ทันได้เริ่มทักทาย หล่อนกลับโดนมือของคิมหันต์คว้าเข้าที่ข้อมือเรียวแล้วบิดขึ้น จนสีหน้าของเธอเหยเก มืออีกข้างพยายามแกะข้อมือของคิมหันต์ออกเพราะเริ่มรู้สึกเจ็บจากแรงบีบ

 

นี่!!!!!! จะทำอะไรช่วยระวังหน่อยแม่คุณ

 

ข ขอโทษค่ะ คือๆ

 

เอ่ออ ไม่เจ็บมากหรอก เธอคงไม่ได้ตั้งใจ

 

คำพูดของเมษาเหมือนลอยไปตามลมมันไม่ได้มีผลกับคิมหันต์ที่โมโหมากตอนนี้

 

พวกเราแค่อยากทักทายแค่นั้นเอง!!!”  หญิงสาวผมสีบลอนทองม้วนลอนพูดขึ้นแล้วดึงข้อมือเพื่อนของเธอกลับ

 

แค่นี้ไม่เห็นต้องโมโหกันเลย!!! จริงๆอย่างที่เขาพูดกันแหละ นิสัยแย่ขัดกับหน้าตา อีกอย่างแรงผลักแค่นั้นไม่ได้เจ็บอะไรมากมายหรอก เด็กบ้านนอกอดทนจะตาย!!!!” เมื่อเห็นเพื่อนตัวเองขึ้นเสียง หญิงสาวผมตรงสีดำสนิทตะโกนกรรโชกขึ้นตาม พรางบีบนวดที่ข้อมือตัวเอง

 

อ้อนี่หรอ เด็กที่เขาไปอยู่ด้วย ทำไมฉันไม่รู้

 

ก็วันนั้นคุณสิระมาคุยอวดที่ที่ทำงานเราไง เธอไปเข้าห้องน้ำมั้ง เลยไม่ได้ยิน

 

หือ!!!เนี่ยนะที่คุณสิระคุยอวดนักหนา

 

ท่ามกลางเสียงจ้อแจ้คุยกันตามภาษาหญิงสาว เธอทั้งสองใช้หางตาปลายมองมาที่เมษาอย่างเย้ยหยัน ขณะเดียวกัน เสียงนิ่งเฉยทุ้มต่ำเปรยขึ้น

 

พ่อฉันจ้างพวกเธอให้มายุ่งเรื่องลูกชายเขาอย่างฉันรึไง…… หื้มมมมม

 

อึก!!!!!” ใบหน้าปัดเครื่องสำอางสีจัดเม้มปากแน่น นิ้วเรียวสวยกำแน่นเข้าหากัน แน่นอนว่าหล่อนทั้งสองคงไม่พอใจนัก

 

ไม่ทันได้สังเกต๖ฮรีแอคชั่นของเจ้าหล่อนทั้ง คิมหันต์คว้าเข้าที่มือของเมษาที่ยืนอยู่ข้างหลัง สองเท้าพาก้าวเดินให้ออกห่างจากตัวปัญหาเมื่อครู่

 

ร้านอาหาร

 

ทั้งสองมาหยุดอยู่ที่ร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนตามแบบฉบับที่คิมหันต์ชอบทาน ร้านจัดตั้งอยู่หน้าลานกว้าง ลมพัดเย็นตลอดเพราะอยู่ใกล้ติดกับแม่น้ำ โต๊ะไม้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ลูกค้าที่เห็นส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติเสียมากกว่า นอกจากมีอาหารสุดหรูแล้วยังมีเหล้านอกบริการหากลูกค้าต้องการ ร้านด้านในจัดแบบเรียบหรู

 

มือของคิมหันต์รวบกุมมือของคนข้างหลังก่อนจะพาไปนั่งที่โต๊ะไม้ เขาเลือกใช้บริการหน้าร้านบริเวณลานกว้าง โต๊ะอาหารที่เขาเลือกถูกจัดวางใต้ไฟสีส้มที่สาดส่องลงกลางโต๊ะพอดี ข้างโต๊ะจัดวางด้วยกระถางต้นไม้เพื่อทำเป็นรั้วกั้นรอบทิศ ลมพัดเลื่อยเฉื่อยฉิวเข้าที่ผมรองทรงสูง เขาใช้มือเสยขึ้นเบาๆเมื่อมันปลกเข้าจนเกะกะ

 

ขณะรอออเดอร์ที่สั่งไปนั้นเขาคว้าเข้าที่เรียวแขนของเมษา แล้วพลิกดู

 

โดนจิกรึเปล่า

 

เปล่า

 

ดีแล้ว

 

ขอบคุณนะ ที่พามานั่งชิงช้า

 

ฉันแค่อยากนั่ง ไม่ได้พาใครมาทั้งนั้น

 

ไหนตอนบนรถบอกว่า จะพามานั่งไง

 

“…………..”

 

ไม่มีคำพูดเพื่ออธิบายอะไรต่อ คิมหันต์นั่งไขว่ห้างกอดอกเอนหลังพิงเก้าอี้สุดตัว เขาหันมองไปทางอื่น สายตาคู่เฉี่ยวหลบเลี่ยงต่อใบหน้าเปื้อนยิ้มของเมษา

 

มึง กูว่าตั้งตรงนี้แหละ ขี้เกียจเดินแล้ว

 

เออๆ เอาดิ

 

เด็กผู้ชายสองคนอยู่ในชุดมัธยมปลายสวมใส่กางเกงสีน้ำเงิน เขาทั้งสองเป็นเพื่อนกันคนแรกเดินถือกลองคาฮอง อีกคนสะพายกีตาร์ไว้ข้างลำตัว ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่หน้าลานกว้างๆ ข้างๆที่เมษาและคิมหันต์นั่งอยู่ในร้านอาหาร เปิดกว้างมีเพียงกระถางต้นไม้กลั้น ก่อนที่คนแรกจะนั่งลงบนกลองคาฮอง ใช้มือตีแผ่นไม้สองสามทีเพื่อเทสเสียง สายกีตาร์ถูกปรับตึง เมื่อเข้าที่เพลงจึงบรรเลงขึ้น

 

 

 [[ เพลงประกอบ ]]

 

 

 

 

 

รู้ไหมว่ามันดียังไง

และรู้ไหมว่าสุขใจเพียงใด

รู้ไหมว่าชีวิตเก่าๆ

ของฉันนั้นเปลี่ยนไปเท่าไร

 

รู้ไหมว่าก่อนจะเจอเธอ

รู้ไหมฉันเคยเป็นยังไง

รู้ไหมการที่ได้เจอเธอ

นั้นช่างยิ่งใหญ่ซักเท่าไร

เธอ เธอทั้งนั้น ที่ทำ

ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ

 

ตั้งแต่ได้เจอเธอ

โลกที่เคยมองดูซึมเซา

โลกที่มีแต่ความว่างเปล่า

ฟ้าทึมๆ และวันเศร้าๆ

ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ได้

 

เธอ เธอทั้งนั้น ที่ทำ

ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ

ตั้งแต่ได้เจอเธอ

 

ขอบคุณสรวงสวรรค์ ให้เราได้เจอกัน

ขอบคุณคนบนนั้นที่ทำให้ฉันได้พบเธอ

ขอบคุณทุกเรื่องราว

ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ

เธอ สุดที่รัก

 

Cr : เธอทั้งนั้น Groove Riders

 

ท่ามกลางเสียงเพลงที่บรรเลงเคล้าคลอ  แสงไฟประดับตามต้นไม้ลานกว้างท่ามกลางผู้คนที่เดินวกวนมากมาย  เสียงกลองคอฮอง เสียงท่วงทำนองคำร้องของเด็กหนุ่มที่เอ่ยออกมาพร้อมกับดีดกีตาร์เป็นการประกอบดนตรี

 

เมษา……. กำลังมองไปที่คนตรงหน้าอย่างคิมหันต์ เขาส่งยิ้มให้คนที่ไม่รู้ตัวและไม่สนใจว่ามีใครหนึ่งคนกำลังจดจ้องตนอยู่ ความคิดหลายๆอย่าง ดนตรีประกอบทำให้เขานึกถึงหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เกิดขึ้นเพราะผู้ชายนิสัยเสียแสนเย็นชา ผู้ชายปากร้ายคอยแต่พูดทำร้ายจิตใจคนอื่น ผู้ชายที่ชื่อ คิมหันต์

 

 

ลมพัดเรื่อยเฉื่อยฉิวทำให้เส้นผมของคิมหันต์ปลิวไหวไปตามลม แสงสีส้มทำให้ดวงตาคู่นั้นเมื่อกระทบกับแสงไฟยิ่งดูเฉี่ยวคมมากขึ้น เมื่อใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองไปทางอื่น รอยสักใต้หางตาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ มันเป็นเหมือนดั่งมนต์สะกดที่ทำให้เมษาไม่สามารถละสายตาได้เลย

 

แกร่ก     !!!!เสียงช้อนกระทบกับจานกระเบื้องทำให้เมษาหลุดออกจากภวังค์

 

มัวแต่มองเดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก

 

เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟจนครบ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าของโปรดของคิมหันต์ถูกตักเข้าใส่จานของเมษา เขาใช้ซ่อมม้วนเส้นเป็นเกลียวแล้วตักมันให้อีกคน

 

สปาเก็ตตี้กุ้ง ขนมปังกระเทียมชีสเบค่อน ข้าวผัดเนยทะเล หอยเชลล์อบชีส ซุปเห็ดหอม ร็อคเก็ตสลัด ปิดท้ายด้วยพิซซ่าถาดกลางอย่างอิมเฟอร์โน่

 

อื้มมม

 

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่วันนี้คิมหันต์เป็นคนทำให้ใบหน้าหวานของเมษาเปื้อนยิ้ม

 

ทั้งสองนั่งร่วมโต๊ะในร้านอาหารอย่างเงียบๆ

 

เมษา Said.

ผมไม่รู้ว่าภายใต้ความคิดของคิมหันต์นั้นมีอะไรบ้าง  เขามักไม่ค่อยพูด เปรียบกับสิระแล้วแตกต่างกันยังฟ้ากับเหว ถ้าตอนนี้คนตรงหน้าผมเป็นสิระเราคงคุยกันสนุกสนาน เขาคงตักนู่นตักนี่ให้ผมชิม ไม่ใช่ไม่ชอบที่คิมหันต์เป็นแบบนี้ ผมแค่แปลกใจกับตัวเองว่าทำไมผมถึงได้รู้สึกมีความสุข ทั้งที่ต่างคนต่างไม่พูดไม่จา

 

คิดไปพรางมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปาก ดวงตาคู่เฉี่ยวใบหน้านิ่งเรียบเฉย เป็นสิ่งที่เมษาเห็นจนชิน

 

#

 

มื้อค่ำจบลง ช้อนและส้อมถูกรวบเข้าหากันอย่างเรียบร้อย

 

ดึกมากแล้ว หาโรงแรมนอนคงจะเหมาะ เพราะกว่าฉันจะขับรถถึงบ้านนายก็ปาไป 4 ชั่วโมง ไม่แหกตาพากลับบ้านหรอกนะ

 

ทันที่ที่พูดจบคิมหันต์ลุกขึ้นยืน จ่ายบิลเสร็จเรียบร้อยสองเท้าก็ก้าวเดินนำหน้าทิ้งให้...........

เมษา….ที่ยืนอยู่ข้างหลังไม่มีสิทธิแม้แต่จะพูดหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงในค่ำคืนนี้

 

เมษา Said.

 

โรงแรม!!!?

 

 

 

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

 

โรงแรม!!!!! ไปโรงแรม หว่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปทำไรกันอ่ะ http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/928425071.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/928425071.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/928425071.gif งุ้ยยยยยยยยยยยยยยย 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงแรมมมมๆๆๆ เมษาจะรอดพ้นจากเงื้อมมือพระเอกเรามั้ยเนี่ยยย

 

 

 

 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon000217.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon000217.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon000217.gif

 

 

 

 

 

 

 

 

 

24.01.16

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว