facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8
แบบอักษร

 

ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้เสมอ พระชายาที่เพิ่งจะเข้ามาได้ไม่นานนั้นมีสติปัญญาเฉียบแหลม ไม่เพียงแต่ได้ใจจากผู้ใหญ่ในราชวงศ์ มิหนำซ้ำยังมีข่าวลืออีกว่าแม้แต่องค์รัชทายาทก็เริ่มมีใจให้นาง ท่ามกลางความปั่นป่วนทั้งหลาย วันนี้หมากงี่เง่าตัวหนึ่งก็ดันมาสร้างปัญหาขึ้นอีก แค่พระสนมเอกมุนมองภายนอกของนางก็รู้แล้วว่าการลากนางเข้ามาด้วยเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวง 

“ไปได้แล้ว นังซื่อบื้อ” 

ดูสารรูปที่กำลังหมอบตัวสั่นงันงกอยู่ตรงหน้าแล้ว ถึงจะฆ่าให้ตายแล้วส่งออกนอกวังไปก็คงไม่ช่วยให้สบายใจขึ้น มันยังไม่ถึงเวลานั้น 

ใช่แล้ว วันนี้ปล่อยไปก่อน พระสนมเอกมุนที่สงบใจลงแล้ว คว้าน้ำชาอุ่นๆ ราดลงบนหัวของแชยอนอย่างช้าๆ 

“ถ้าไม่อยากถอดชุดผ้าไหมออกแล้วกลับไปขายตัวกับพ่อขี้เหล้าของเจ้าล่ะก็ ตั้งใจทำงานที่ข้ามอบหมายให้ดี มอมเมาองค์รัชทายาท ทำให้กลายเป็นขยะเหมือนพ่อของเจ้า ถ้าเมื่อไหร่ที่ข้าใช้ประโยชน์จากเจ้าไม่ได้ ข้าจะตัดลิ้นนั่นทิ้งเสียไม่ให้พูดได้อีก แล้วส่งเจ้ากลับไปในที่ที่เหมาะกับเจ้าที่สุด ก็ที่โรงเตี๊ยมนั่นแหละ” 

เสียงน้ำชาไหลผสมกับเสียงที่น่าหวาดหวั่นของพระสนมเอกมุน ร่างบางถูกกดลงกับพื้น ไม่นานนัก แชยอนก็เดินโซซัดโซเซออกมาจากตำหนักของพระสนมเอกมุน ทุกย่างก้าวที่เดิน มีน้ำชาไหลลงมาจากหัวหยดลงพื้นเป็นทาง ทว่าไม่มีใครช่วยเช็ดให้ นางกลับมาที่วังคยองอุนแล้วซุกตัวลงในมุมหนึ่งของเตียง ไม่ออกไปไหนอีกเลยในบ่ายของวันนั้น 

ในคืนนั้น 

“พระสนมซึงฮวีเพคะ องค์รัชทายาททรงให้คนมาบอกว่ากำลังเสด็จมาที่นี่เพคะ” 

จากที่หมกตัวอยู่แต่บนเตียง ข้าวปลาไม่กินเหมือนถูกอะไรเข้าสิง แต่เมื่อได้ยินคำพูดที่นางในบอก แววตาของแชยอนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในตอนแรกนั้นนางเข้าหาองค์รัชทายาทเพราะมีแผนการ เพราะถ้าสามารถทำให้องค์รัชทายาทหลงเสน่ห์ได้ นางก็จะมีกินมีใช้ ไม่ต้องขายตัว แต่นางคิดเช่นนั้นแค่เพียงครั้งเดียวในตอนที่เข้าไปหาองค์รัชทายาทตอนที่กำลังนั่งดื่มอยู่เพียงลำพัง 

เขาแตกต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ ที่เพียงย่ำยีและเสพสำราญจากเรือนร่างของแชยอน เขามอบความรักความเอาใจใส่นางอย่างจริงใจ ช่วยให้นางได้เข้ามาอยู่ภายในกำแพงพระราชวังที่ตัดขาดจากพ่อปิศาจของตน นางจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่าในวันที่ไม่มีเขาจะเป็นอย่างไร เพราะสำหรับแชยอนแล้วเขาเป็นทั้งคนรัก ครอบครัว พี่ชาย รวมไปถึงบุพการี แต่แล้วพระชายาที่หล่นลงมาจากฟ้ากลับมาแย่งฝ่าบาทไป เช่นนั้นแล้วจะให้มองนางในแง่ดีได้อย่างไร 

“ช่วยข้าแต่งตัวหน่อย เอาให้สวยที่สุดในโลก องค์รัชทายาทจะได้ตกหลุมรักข้า” 

“ตอนนี้ก็ทรงงดงามเพคะ ในประเทศ เอ้ย ในโลกใบนี้ไม่มีใครงดงามเกินไปกว่าพระสนมเพคะ” 

“ก็ยังไม่พออยู่ดี ต้องสวยกว่าพระชายาด้วย” 

“ว้าย พระสนม ตรัสลบหลู่เบื้องสูงจะเป็นเรื่องได้นะเพคะ” 

นางในคนเดิมรีบปรามคำพูดของแชยอนด้วยความตกใจ นางสนมที่ชาติกำเนิดเป็นเพียงสามัญชน มีพระสนมเอกและองค์รัชทายาทหนุนหลัง กับพระชายา บุตรสาวของมหาเสนาบดีที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากพระราชาและพระมเหสี รวมไปถึงพระพันปี อย่าว่าแต่แข่งขันกันเลย นางเป็นได้แค่เพียงแสงเทียนที่กำลังต้านลม ไม่ใช่คู่ต่อสู้ด้วยซ้ำ ไม่รู้ทำไมถึงกล้าพูดอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนั้น นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ไปที่ไหนสักที่ให้พ้นๆ จากวังคยองอุนที่ทำท่าจะลุกเป็นไฟแห่งนี้ 

“พระสนมซึงฮวีเพคะ องค์รัชทายาทเสด็จเพคะ” 

แชยอนแต่งตัวเสร็จแบบฉิวเฉียดเมื่อฮอนก้าวเข้ามาในห้อง ทันทีที่ได้เห็นใบหน้ายินดีของเขา ความโศกเศร้าที่สะสมมาทั้งวันก็ระเบิดออก น้ำตาของนางพรั่งพรูออกมาจนใบหน้าเปียกแฉะ 

“เหตุใดถึงร้องไห้เศร้าโศกถึงเพียงนี้ ยังเสียใจที่เมื่อวานข้าหนีไปอย่างนั้นหรือ” 

“เปล่าเพคะ หม่อมฉันแค่ดีใจที่ได้พบฝ่าบาทอีกครั้ง...หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทไปแล้วจะไม่กลับมาอีก...” 

ท่าทางของแชยอนที่พูดจาขาดช่วง พลางร้องห่มร้องไห้เหมือนเด็กน้อย ทำให้ฮอนรู้สึกสงสารเต็มหัวใจ หากข้าไม่ปกป้องสตรีที่น่าสงสารผู้นี้แล้วใครจะมาปกป้องนางกัน ฮอนนึกกล่าวโทษตัวเองพลางสวมกอดแชยอน ตัวของแชยอนสั่นเทาดั่งลูกนกเปียกฝนอยู่ภายในอ้อมกอดกว้างอันแสนอบอุ่น 

“ข้าทำให้เจ้าไม่สบายใจสินะ ขอโทษด้วย” 

“ฮือ ฝ่าบาท” 

ถ้าหยุดเวลาไว้ได้จะดีแค่ไหนกัน ทว่าแชยอนอยากฟ้องเรื่องที่ถูกพระชายาทำให้นางต้องเสียหน้าเหมือนกับเด็กน้อยที่ทะเลาะกับเพื่อนแล้วฟ้องแม่ 

“วันนี้หม่อมฉันบังเอิญเจอพระชายาตอนที่ไปที่สวนแทฮูเพคะ” 

“เจอพระชายางั้นหรือ ดีเลย แล้วได้ทักทายกันหรือไม่” 

ท่าทีของฮอนที่พูดอย่างใจเย็นดูแปลกพิกล แต่แชยอนก็ไม่ได้ใส่ใจกับสัญชาตญาณที่แวบขึ้นมา และพูดต่อ 

“เพคะ ฝ่าบาท ตอนนั้นนางในของหม่อมฉันไม่ระมัดระวังทำน้ำร้อนลวกพระชายา แล้วก็ยังให้หม่อมฉันไป...” 

“ว่าไงนะ น้ำร้อนลวกอย่างนั้นหรือ พระชายาน่ะรึ” 

ฮอนที่ดูสงบนิ่งจนถึงตอนนี้ พอได้ยินคำว่าน้ำร้อนลวกก็ลุกพรวดขึ้นทันที แชยอนได้ยินเสียงตะโกนที่แทบจะเหมือนเสียงกรีดร้องของเขาแล้ว จึงพอเข้าใจอะไรบางอย่าง 

ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแน่ๆ 

“ตะ...แต่ว่า ไม่ได้ร้ายแรงอะไร...” 

“นางในคนนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เรื่องใหญ่แบบนั้นทำไมถึงไม่มีใครรายงานข้า!” 

“ดะ...เด็กนั่น ปะ...ปลอดภัยเพคะ แล้วก็ ฝ่าบาท พระชายาทรงบอกให้หม่อมฉันไปชงชาให้ที่วังซึงกอนด้วยนะเพคะ” 

แชยอนที่ยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ฝ่ายฮอนนั้นทั้งโล่งใจและตกตะลึง 

ถ้านางในคนนั้นปลอดภัยดี นั่นหมายความว่าพระชายาไม่ถือสาหาความ ส่วนแชยอนก็ปลอดภัยดี ค่อยโล่งใจไปเปราะหนึ่ง นับว่าเป็นเมตตาของพระชายาที่ยอมให้เรื่องใหญ่ขนาดนี้ปล่อยผ่านไปได้ด้วยการชงชาถวาย แต่อาจจะยังเก็บความไม่พอใจไว้อยู่หรือเปล่า ความรู้สึกไม่ดีนี้ทำให้คิ้วของฮอนขมวดเป็นปม 

“เจ้าก็ตั้งใจชงไปถวายสักสิบถ้วยร้อยถ้วยเลยแล้วกัน การที่เจ้ายังนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่สิ การที่หัวของนางในนั่นยังอยู่บนบ่านับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว” 

“ฝ่าบาท!” 

พูดขนาดนี้แล้ว นึกว่าจะถามไถ่ว่าเสียใจหรือไม่ ตกใจหรือไม่ ถึงจะโกรธพระชายาตรงๆ ไม่ได้ด้วยเกรงอำนาจของตระกูลมหาเสนาบดี แต่อย่างน้อยก็น่าจะช่วยซับน้ำตาให้ตนบ้าง ปฏิกิริยาของเขาที่ต่างจากที่แชยอนคิดไว้อย่างสิ้นเชิง ทำให้ความเจ็บปวดถาโถมใส่หญิงสาวราวคลื่นสาดซัด 

“ทรงปกป้องผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าหม่อมฉันหรือเพคะ ทรงทำเกินไปแล้วนะเพคะ!”  

“สามหาว!” 

ดวงตาของแชยอนเบิกกว้างกลอกไปมาด้วยความตกใจ จริงอยู่ว่าฮอนเคยโมโหบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ตะคอกใส่นางต่อหน้า และยังเป็นเพราะผู้หญิงคนอื่นอีกด้วย 

“นางเป็นผู้ที่ทั้งข้า พระราชา หรือแม้แต่พระพันปีก็ไม่สามารถเรียกนางว่าอย่างไรก็ได้ แล้วเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเรียกพระชายาตามอำเภอใจ!” 

ใบหน้าอันหล่อเหลาสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดของศิลปินเอกยับยู่ยี่มองมาทางแชยอน สาบานได้ว่าไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว หยาดน้ำตารินไหลจากดวงตาที่เบิกกว้างของแชยอน 

ทำไมตนถึงได้โมโหถึงเพียงนี้ พอได้เห็นน้ำตานั้นจึงได้สติ ฮอนหันหลังเอามือกุมหน้าผาก ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงขนาดจะต้องพูดแรงขนาดนั้นเลย ใช่แล้ว เพราะความหยิ่งในศักดิ์ศรีนั่นเอง สตรีที่ตนต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีกลับถูกพูดจาหมิ่นศักดิ์ศรี ก็เหมือนหมิ่นศักดิ์ศรีตนด้วย และไม่กลายเป็นหมิ่นศักดิ์ศรีทั้งราชวงศ์หรอกหรือ หลังจากให้เหตุผลกับตัวเองพอแล้ว เขาจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลง 

“ระมัดระวังด้วย เพราะถ้าหากพระชายาทรงเอาเรื่องขึ้นมา แม้แต่ข้าเองก็ปกป้องเจ้าลำบาก วันนี้ข้าต้องไปวังซึงกอนเสียหน่อยแล้ว เจ้านอนคนเดียวได้ใช่หรือไม่” 

แต่แชยอนไม่ทันได้มีโอกาสตอบคำถามนั้น นางได้แค่เพียงมองเขาจากด้านหลังอย่างงุนงง เพราะฮอนเดินออกจากวังคยองอุนไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวเลยสักนิด ดวงตาที่มีคราบน้ำตาแห้งจ้องมองชายเสื้อคลุมมังกรที่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลืนหายไปในความมืด 

 

* * * 

 

“พระชายาเพคะ องค์รัชทายาทเสด็จเพคะ” 

หญิงสาวกำลังเตรียมตัวนอนเสร็จพอดีหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน รอยย่นปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผากของรยูฮาด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากนางตั้งใจจะแอบอ่านเรื่องเล่าพื้นบ้านที่มินอาหามาให้ ทำไมถึงได้ทิ้งนางสนมสุดที่รักมาที่นี่กลางค่ำกลางคืนได้ นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหยิบหนังสือแล้วขึ้นไปซุกตัวใต้ผ้าห่มบนเตียงพลางเอ่ยตอบ 

“วันนี้ข้ารู้สึกเพลียทั้งกายและใจเลย ทูลฝ่าบาทแล้วกันว่าข้าหลับสนิท” 

“พระชายา ข้าได้ยินนะ” 

“อ๊ะ ขอประทานอภัยเพคะ เสด็จเข้ามาสิเพคะ” 

ฮอนปรากฏตัวขึ้นระหว่างประตูที่กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้านิ่วเล็กน้อย คนอะไรหน้าตาดีเสียจริง รยูฮาชื่นชมใบหน้าของเขาอย่างสบายอกสบายใจบนเตียง แตกต่างจากฮอนที่ร้อนรน 

“ได้ยินมาว่าเจ้าบาดเจ็บ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ เจ็บตรงไหนหรือไม่” 

ฮอนเดินจ้ำเข้ามาก่อนที่ประตูจะเปิดหมดเสียอีก แล้วคว้าแขนของรยูฮาไปพลิกดูพลางถาม รยูฮาหน้ายู่ด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับยื่นมืออีกข้างออกไปแกะนิ้วของฮอนอย่างระมัดระวัง เสียงของนางยังคงสงบเยือกเย็นแม้จะบาดเจ็บอยู่ 

“แขนข้างนั้นเลยเพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเลยเพคะก่อนที่ฝ่าบาทจะไปโดนมัน” 

“ขะ...ขอโทษ ข้าไม่รู้น่ะ” 

ฮอนเอ่ยขอโทษอย่างเก้อเขิน ก่อนจะถกปลายแขนเสื้อขึ้นอย่างระมัดระวัง สีหน้าของเขาดูตึงเตรียดขึ้นเล็กน้อยเมื่อส่องดูแขนของหญิงสาวด้วยไฟตะเกียงที่จุดสว่าง บาดแผลดูหนักกว่าที่คิดไว้ ผิวที่ถูกความร้อนจนแดงมีตุ่มน้ำพุพองขึ้น รยูฮาดึงแขนกลับมาจากฮอนที่ไม่พูดไม่จา แล้วดึงแขนเสื้อลง 

ความคิดเห็น