facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7
แบบอักษร

 

พวกนางพูดจากใจจริง แม้ว่ารยูฮาไม่ใช่สาวงามพิมพ์นิยมและดูน่าทะนุถนอมอย่างจินซึงฮวี แต่หางตาที่เชิดขึ้นเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากคมชัด ดูกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด แม้จะดูเย็นชา แต่ยิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คน เสน่ห์ที่ว่านี้สามารถคว้าหัวใจของใครก็ตามที่มองมาได้ โดยไม่ต้องพยายามปรุงแต่งเพิ่มเติมใดๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้านายของตนจะด้อยกว่าจินซึงฮวี 

“พอได้แล้ว ชมขนาดนั้นข้าก็เขินแย่สิ ไปกันเถอะ ข้ายังไม่ค่อยรู้จักพระราชวังแห่งนี้เท่าไหร่นัก ยอนฮวาช่วยแนะนำที่ดีๆ ให้ข้าด้วยนะ” 

ยอนฮวาก้าวเดินอย่างรวดเร็วมาอยู่ด้านหน้า แก้มของนางแดงด้วยความขวยเขิน เมื่อถูกเรียกชื่ออีกครั้ง รยูฮาและเหล่าลูกเจี๊ยบตามหลังนางออกไป ชายกระโปรงของหญิงสาวสะบัดพัดเอากลีบดอกไม้ของปลายฤดูหนาวปลิวขึ้นไปตามลม 

“ยังไม่เคยเสด็จไปดูสวนแทฮูใช่ไหมเพคะ พวกราชทูตจากต่างประเทศต่างร่ำลือกันว่าสวนแทฮูสวยงามอย่างยิ่งเพคะ เสด็จไปที่นั่นดีไหมเพคะ” 

“ถ้าเจ้าว่าดีก็ไปเถอะ ตอนที่ข้าอยู่ที่บ้าน ก็พอได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าที่นั่นงดงามมาก” 

เวลาที่มองดูก้นของยอนฮวาส่ายไปส่ายมาจากทางด้านหลัง ยิ่งเหมือนลูกเจี๊ยบเข้าไปอีก อากาศดีมาก แสงแดดอบอุ่นส่องลงมาจากท้องฟ้าสดใส และมีสายลมเย็นพัดผ่าน รอยยิ้มที่ปราศจากการแต่งเติมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของรยูฮา เพราะการที่ได้พาเหล่าลูกเจี๊ยบน่ารักมาเดินเล่นภายในพระราชวังในวันที่อากาศดีเช่นนี้ สนุกกว่าที่คิดไว้เป็นอย่างมาก 

“ข้าชักจะคอแห้งแล้ว ข้าอยากไปนั่งจิบชาตรงโน้นสักหน่อย ใครจะไปเอามาให้ข้าได้บ้าง” 

“หม่อมฉันจะไปเอามาถวายเพคะ!” 

ยอนฮวายกมือขึ้นตะโกนบอกอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินมา รยูฮามองนางจากทางด้านหลังอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินไปนั่งในศาลาที่อยู่ใกล้ทางเข้าสวนที่สุด 

“ถ้าเข้าไปลึกเกินยอนฮวาจะหาเราลำบาก นั่งตรงนี้ก็แล้วกัน พวกเจ้าไม่ต้องไปยืนตรงนั้นหรอก ขึ้นมานั่งด้วยกัน พวกเจ้าเองก็น่าจะเหนื่อยเหมือนกันนี่” 

“พวกหม่อมฉันมิบังอาจนั่งเสมอพระชายาหรอกเพคะ” 

“ตรงนั้นแดดมันไม่ส่องหรือไง มาเร็วเข้า” 

“มันผิดธรรมเนียมนะเพคะพระชายา” 

รอยย่นบางๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของรยูฮาที่กำลังมองดูท่าทีอึดอัดของเหล่านางใน 

“ก็เลยจะขัดคำสั่งข้าอย่างนั้นรึ” 

‘คำสั่ง’ ช่างเป็นคำที่สะดวกสบายเหลือเกิน เหล่านางในที่พร้อมใจกันส่ายหน้ารีบขึ้นมานั่งล้อมรยูฮาด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะร้องไห้ ไม่นานนัก ยอนฮวาก็ปรากฏตัวที่ทางเข้าสวนพร้อมกับอุปกรณ์ชงชา สายตาของรยูฮาที่กำลังส่งยิ้มไปทางยอนฮวาเลื่อนไปทางฝั่งตรงข้ามกับทางเข้า นางมองไปที่สตรีนางหนึ่งที่ปรากฏตัวเกือบจะพร้อมกันกับยอนฮวา สตรีภายใต้ชุดที่ดูอร้าอร่ามเกินความงามหรูหรามีจุดหมายเดียวกับยอนฮวา นั่นก็คือศาลาที่รยูฮานั่งอยู่ 

“นั่นน่าจะเป็นจินซึงฮวีสินะ” 

“เพคะ” 

“รู้สึกไม่ค่อยดีเลย ข้าไม่อยากให้ยอนฮวามีปัญหา” 

เหล่านางในมองหน้ารยูฮาที่บ่นพึมพำอย่างตกใจ รยูฮาไม่สนใจอะไร เอาแต่จับตามองการกระทำของทั้งสองอย่างระแวดระวัง ยอนฮวาหอบอุปกรณ์ชงชาด้วยมือทั้งสองข้างในขณะที่ตามองพื้นก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ฝ่ายจินซึงฮวีเองก็มุ่งตรงมาทางนี้เหมือนกับตั้งใจจะมาทักทายรยูฮา ในตอนที่ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงสิบก้าว รยูฮาเห็นจินซึงฮวีส่งสายตาไปที่นางในรูปร่างใหญ่ที่อยู่ข้างๆ แล้วนางในคนนั้นก็มองไปทางยอนฮวา 

โอ้โฮ ซึ่งๆ หน้าอย่างนี้เลยเชียว เมื่อคิดได้ดังนั้น รยูฮาก็รีบวิ่งเท้าเปล่าลงไปจากศาลา 

“ว้าย!” 

ช้าไปเพียงก้าวเดียว 

นางในของจินซึงฮวีก้าวมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วแล้วเอาตัวไปชนไหล่ของยอนฮวาก่อนจะเดินผ่านไป อุปกรณ์ชงชาหลุดจากมือของยอนฮวาลอยขึ้นไปในอากาศ 

ของเหล่านั้นทำท่าจะตกใส่ใบหน้าของยอนฮวาที่ล้มลงกับพื้น 

ตอนนั้นเอง “พระชายา!” 

มือของรยูฮาที่ยื่นออกไปปัดอุปกรณ์ชงชาออกอย่างรวดเร็ว ยอนฮวาจึงแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่น้ำร้อนที่มีควันฉุยหกใส่แขนของรยูฮาแทน 

“น้ำเย็น! รีบไปเอาน้ำเย็นมา!” 

ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด นางในสองสามคนที่กำลังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ตรงหน้ารีบวิ่งออกไปเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของยางจิน ยอนฮวาถกแขนเสื้อรยูฮาที่เปียกชุ่มขึ้นด้วยใบหน้าซีดเผือด นางเป่าลมออกจากปากหวังให้ความร้อนลดน้อยลง น้ำตาไหลรินจากดวงตาไม่ขาดสาย น้ำตาเหล่านั้นหยดลงบนผิวแดงๆ ของรยูฮา 

“ไม่ต้องกลัวไป เจ้าขึ้นไปเอารองเท้ามาให้ข้าหน่อย ระหว่างทางที่เจ้ามาน้ำมันเริ่มเย็นลงแล้ว ไม่ร้อนขนาดนั้นหรอก ยอนฮวา เจ้าไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่” 

“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ ฮือๆ พระชายา...” 

ฝ่ายที่งุนงงสับสนกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดคือแชยอน จากที่แค่ต้องการแกล้งบ่าวไพร่ให้หายแค้นเมื่อเห็นพระชายาหน้าด้านที่มาแย่งองค์รัชทายาทไปถึงสองคืน แต่เรื่องกลับใหญ่โตขึ้น ให้ตายเถอะ พระชายาเสียสติที่ไหนกันถึงได้ยอมโดนน้ำร้อนลวกเพื่อช่วยพวกบ่าวต่ำต้อย ไม่เข้าใจและไม่คิดที่จะเข้าใจด้วย แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเลย 

“เจ้าคือจินซึงฮวีใช่ไหม เห็นว่าองค์รัชทายาททรงโปรดปราน คอยให้ท้ายอยู่ตลอด ตอนนี้ก็เลยไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างนั้นสินะ” 

แชยอนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกตั้งสติได้เมื่อได้ยินเสียงสงบนิ่งของรยูฮา นางสำรวมกิริยา ส่วนเหล่านางในที่อยู่ด้านหลังก็โค้งตัวลง 

“จินซึงฮวีถวายบังคมพระชายา ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเพคะ” 

สายตาสงบเยือกเย็นจ้องหลังที่กำลังโค้งคำนับอยู่เบื้องหน้า นางคือสตรีที่กำเนิดในตระกูลชั้นสูงสุดและตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์ แชยอนที่เห็นสายตานั้นถึงกับเสียวสันหลังวาบ 

“ยินดีที่ได้พบเจ้าเช่นกัน แต่อย่างที่เจ้าเห็นว่าตอนนี้ข้าไม่พร้อมจะพูดคุยอะไรกับเจ้า คงต้องขอตัวก่อน ไว้คราวหลังค่อยมาดื่มชาด้วยกันนะ เจ้าเคยชงชาหรือไม่ เด็กชงชาของข้ากำลังตกใจมาก น่าจะต้องพักสักหน่อย” 

 นางต้องการจะบอกว่ากล้ามาแตะต้องคนรับใช้ของข้า ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องมาชงชาให้แทน แม้จะเป็นพระชายาที่ย่ำพื้นด้วยเท้าเปล่า และแต่งตัวด้วยปิ่นปักผมรูปดอกไม้เพียงชิ้นเดียว แต่ความสง่างามนั้นต่อให้แชยอนแต่งตัวด้วยชุดหรูหรา ประดับผมด้วยเครื่องประดับมหึมาขนาดไหนก็ไม่สามารถลอกเลียนความสวยสง่านั้นได้ ในความอับอายและความพ่ายแพ้นั้น แชยอนก้มหัวลงโดยไม่พูดอะไร และนั่นคือคำตอบ 

“ดี ไว้คราวหน้าข้าจะเชิญเจ้ามาที่วังซึงกอนนะ เด็กๆ ไปกันเถอะ” 

ยอนฮวานำรองเท้ามาแล้ววางลงใต้เท้ารยูฮาที่กำลังย่ำพื้นดิน หลังจากสวมเสร็จแล้ว รยูฮาหันกลับมาพูดทิ้งท้าย 

“แล้วก็ เจ้าควรจะใส่ใจคนของเจ้าสักหน่อยนะ รู้ใช่หรือไม่ว่าข้าจะบั่นคอคนสนิทของเจ้าลงเสียตรงนี้ก็ย่อมได้” 

 

พระสนมเอกมุนจ้องฝ่ายตรงข้ามด้วยแววตาเย็นชา ราวกับสัตว์เล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้าอสรพิษ อสรพิษแลบลิ้นสองแฉกเข้าๆ ออกๆ แล้วเกี่ยวกระวัดรัดคอของสัตว์ตัวนั้น 

“เจ้ามันไร้ประโยชน์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกือบไปแตะต้องพระชายาแล้ว”  

“ขอประทานอภัยเพคะ พระสนมเอก” 

“ข้ารู้นะว่าเจ้ามันไม่มีสมอง แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือได้ขนาดนี้ ข้าแค่ให้เจ้าทำให้องค์รัชทายาทไม่อยู่ในสายตาของพระราชา แต่ไม่ได้บอกให้เจ้าลากพระชายามายุ่งเกี่ยวด้วย ถึงเจ้าจะหมอบกราบอ้อนวอนขอโอกาสก็ดูจะไม่เพียงพอ รังแต่จะสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน วันนี้พระชายาจะทรงตัดสินพระทัยโบยไพร่ชั้นต่ำอย่างเจ้าจนพิการแล้วขับออกจากพระราชวังก็ยังได้!” 

มูยองวังคือองค์ชายสองของพระสนมเอกมุนและเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการผลักดันให้เป็นผู้ชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทร่วมกันกับฮอน และถัดขึ้นมายังมีอีกพระองค์หนึ่ง แต่ทรงมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวตั้งแต่ประสูตร ทำให้เสด็จไปไหนมาไหนลำบาก 

สติปัญญาเฉียบแหลม อบอุ่น การตัดสินใจเฉียบขาด มูยองวังมีทุกสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ใครๆ ต่างก็คิดว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทเหมาะสมกับมูยองวังที่สุด พระราชาก็ทรงมอบตำแหน่งองค์รัชทายาทให้เขา ทว่าศัตรูที่คาดไม่ถึงก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เมื่อพระสนมเอกยอนซึ่งเป็นพระมารดาแท้ๆ ของฮอน ด่วนจากโลกไป พระมเหสีจึงเป็นผู้ที่เลี้ยงดูฮอนตั้งแต่นั้นมา เพราะฉะนั้นแม้ว่าตนจะเป็นถึงพระสนมเอก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่ออยู่ภายใต้พระอำนาจของพระมเหสี  

ท้ายที่สุดของการแข่งขันอันดุเดือด หัวใจของพระราชาก็เอนเอียงไปทางฮอน โดยแต่งตั้งฮอนให้ขึ้นดำรงตำแหน่งรัชทายาท และพระราชทานบรรดาศักดิ์องค์ชายสองให้แก่มูยองวัง แต่พระสนมเอกมุนก็ยังไม่ยอมแพ้ 

องค์รัชทายาทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ นางคิดเช่นนั้น พระราชายังอายุน้อย นั่นยิ่งทำให้มีเวลาอีกมาก ในระหว่างนั้นต้องทำให้องค์รัชทายาทอยู่นอกสายตาของพระราชา เพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง หลังจากนั้นตำแหน่งองค์รัชทายาทก็จะตกเป็นของมูยองวังและไม่ช้าก็จะได้ครองราชบัลลังก์ 

เพื่อการนั้น นางจึงต้องพลิกแผ่นดินจนกระทั่งเจอหญิงสาวที่งดงามที่สุดในประเทศ แล้วทำให้เตะตาองค์รัชทายาทอย่างแนบเนียน จนองค์รัชทายาทลุ่มหลงในตัวหญิงสาวถึงกับรบเร้าให้ฝ่าพระบาทพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สามัญชนเข้าพระราชวัง ทั้งหมดนี้เป็นไปอย่างราบรื่นตามที่นางวางแผนเอาไว้ 

ความคิดเห็น