facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-6

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-6
แบบอักษร

 

ตั้งแต่เด็กๆ แล้วที่รยูฮามักเอาตัวรอดได้ด้วยคำพูดที่มีเล่ห์เหลี่ยม นางสามารถพูดยกเหตุผลที่ฟังดูแปลกประหลาดแกมดื้อดึงของนางได้อย่างสมเหตุสมผลและแนบเนียน ต่อให้เป็นคนมีความคิด มีวิสัยทัศน์แค่ไหนก็จะเผลอคิดว่า ‘อาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้’ และพยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว แม้แต่มินอาที่โดนรยูฮาหลอกมาตลอดทั้งชีวิตก็ไม่เว้น 

“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องอ่านเรื่องเล่าพื้นบ้าน สัญญานะเพคะว่าจะให้องค์รัชทายาททรงลองใช้ดู” 

“แน่นอน เจ้าจะหามาได้เมื่อไหร่ล่ะ” 

มินอาคำนวณเงาต้นไม้ที่ทอดลงบนพื้นด้วยสายตาอันเฉียบแหลมครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า 

“ถ้าออกไปตอนนี้ ภายในช่วงเย็นก็น่าจะหาได้เพคะ” 

รยูฮาฉีกยิ้มพร้อมกับยืดตัวขึ้น แล้วเปิดตู้เก็บของที่ตั้งอยู่ข้างๆ ในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่าที่ได้รับพระราชทานจากพระราชา แต่สิ่งที่นางหาอยู่ไม่ใช่เครื่องประดับมีค่าอะไรแบบนั้น 

รยูฮาวางหีบเครื่องประดับลงข้างๆ โดยไม่หยิบออกมาดู ก่อนจะหันไปคลำด้านในสุดของตู้ นางเปิดตู้ออกเพียงครึ่งเดียวทำให้ดูลึกลับ และแล้วหีบไม้ทรงยาวก็ปรากฏขึ้น นางทำท่าออกแรงดึงหีบนั้นออกมาเหมือนกับว่ากล่องมีน้ำหนักมาก เมื่อนางเปิดกล่อง มินอาที่กำลังมองอยู่ถึงกับตาโต 

“นี่มันอะไรกันเพคะ” 

สิ่งที่อยู่ในนั้นคือทรัพย์สมบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญทอง เหรียญเงิน หรือตั๋วแลกเงินที่ไม่รู้ตัวเลขหลายสิบใบ ทรัพย์สมบัติที่กระตุ้นความโลภของมนุษย์แต่ละชิ้นส่องประกายวูบวาบ 

“เอ้า รับไปสิ” 

รยูฮานับเหรียญเงินจำนวนเล็กน้อยอย่างถี่ถ้วนก่อนจะใส่ถุงผ้าแล้วยื่นให้มินอา มินอามองรยูฮาสลับกับหีบเงินด้วยความโกรธ ดึงมือไปซุกไว้ข้างหลัง 

“พระชายา หม่อมฉันต้องรู้ที่มาที่ไปของของพวกนี้เพคะ” 

เท่าที่มินอารู้ รยูฮาไม่มีทางมีเงินทองมากขนาดนี้ได้ แม้ว่านางจะเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็สามารถหามาครอบครองได้ไม่มีขาด แต่นางไม่มีทางได้รับเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นแล้วนำมาใช้จ่ายเองได้โดยตรง หากเงินเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของราชวงศ์ การนำเงินมาใช้แต่ละครั้งจะต้องมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้จ่ายไปกับอะไร 

และถ้าหากเงินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่ถูกขโมยมาล่ะ 

เมื่อคิดถึงตรงนี้ มินอาก็รู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอย เหงื่อกาฬไหลเปียกเต็มหลัง ใช่แล้ว ถึงแม้ว่านางจะเป็นนายของตน แต่ก็จะไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปแน่ๆ 

“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องกังวลหรอก ข้าจะไม่พูดหรอกนะว่าข้าได้ของพวกนี้มาอย่างถูกกฎหมายทั้งหมด แต่ข้าก็หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของข้าเอาไว้ใช้จ่ายเมื่อยามจำเป็น ข้าใช้เงินที่ข้าสะสมมาตั้งแต่ยังเล็กมาใช้ในตอนที่มีโอกาสดีๆ ลงทุนไปไม่กี่ปีมันก็งอกเงยออกมาแบบนี้น่ะ” 

ตั้งแต่เล็กแล้วที่นางชอบค้นถุงเงินของบิดาและพี่ชายเพื่อรวบรวมเงินไปเล่นการพนัน นางเอาเงินไปเดิมพันและได้กินดอกเบี้ย รยูฮาเรียบเรียงคำพูดขึ้นมาใหม่เพื่อให้ถูกใจคนฟัง ซึ่งนั่นก็ทำให้มินอาวางใจขึ้น 

“ดูเอาเถอะ เพิ่งจะแต่งงานมาได้แค่สองวันก็จำเป็นต้องใช้ถึงขนาดนี้ นี่แหละคนเราถึงต้องมีเงิน เพราะฉะนั้นข้าถึงให้เงินเจ้าไปสิบสองนยาง[1] เจ้าเอาไปซื้อหนังสือสิบนยาง ส่วนอีกสองนยางเจ้าเก็บไว้เป็นเงินสำรองเอาไว้ใช้ยามจำเป็นนะ” 

มินอายังคงจ้องมองด้วยสายตาจับพิรุธ นางจึงไม่ลืมที่จะพูดถึงประเด็นเรื่องเงินสำรองราวกับจะติดสินบน นี่คือกลยุทธ์การเอาตัวรอดที่สมบูรณ์แบบ ประเด็นนี้จึงจบลงอย่างเรียบร้อย 

“ถ้าเช่นนั้นทรงทราบใช่ไหมเพคะว่าใครจะต้องรับผิดชอบเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่และราชวงศ์ หม่อมฉันเชื่อในตัวฝ่าบาทนะเพคะ” 

“แน่นอน เจ้าเคยเห็นข้าตกที่นั่งลำบากหรือไม่เล่า รีบไปได้แล้ว” 

“เพคะ ในระหว่างที่หม่อมฉันไม่อยู่ หม่อมฉันจะให้คนอื่นๆ คอยดูแลแทนนะเพคะ อย่าทรงทำอะไรพิเรนทร์ๆ นะเพคะ ทรงไปเดินเล่นสงบๆ ก็ได้” 

รยูฮาเก็บหีบเงินกลับเข้าที่ มินอากอดถุงเงินไว้ในอ้อมอกพลางเฝ้าดูว่าหีบเงินถูกซ่อนเอาไว้ในตู้เก็บของอย่างมิดชิดดีแล้ว จึงค่อยเดินออกไป 

น่ารักจริงเชียว รยูฮามองด้านหลังของลูกน้องที่เดินออกจากประตูไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ นางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงจนกระทั่งรู้สึกเบื่อ จึงลุกขึ้นมาอีกครั้ง 

“ข้างนอกนั่นมีใครอยู่หรือไม่” 

“เพคะ พระชายา”  

“ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย เข้ามาช่วยข้าเตรียมตัวหน่อยสิ” 

เหล่านางในที่รอปรนนิบัติพระชายาอยู่ด้านนอกกำลังเบื่อๆ เพราะไม่ได้รับคำสั่งให้ทำงานอะไรเลย เมื่อได้ยินเสียงพระชายาจึงรีบกุลีกุจอหอบฉลองพระองค์และเครื่องประดับต่างๆ เดินเรียงแถวเข้ามาในห้องหน้าตาเบิกบานด้วยความยินดี ต้องมีอะไรแน่ๆ รยูฮามองหญิงสาวเหล่านั้นแล้วขมวดคิ้ว 

“นี่มันอะไรกัน ใครเห็นก็คงจะคิดว่าข้าจะไปเปิดการแสดงเป็นแน่” 

“ทรงเสด็จออกไปข้างนอก อาจจะเจอกับองค์รัชทายาทก็ได้ แล้วไหนจะจินซึงฮวีผู้เลอโฉมอีก ทรงต้องงดงามอยู่เสมอเพื่อให้ฝ่าบาทสนพระทัยนะเพคะ ทรงเชื่อพวกหม่อมฉันเถอะเพคะ” 

นางในคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะอยู่มานานที่สุดเป็นตัวแทนก้าวออกมาด้านหน้า ส่วนนางในรุ่นสาวที่ยืนอยู่รอบๆ พร้อมใจกันพยักหน้าหงึกๆ แสดงออกว่าเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น 

เหมือนแม่ไก่กับลูกเจี๊ยบเลย รยูฮาหัวเราะคิกเมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูน่ารักของพวกนาง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุนพลางถามอย่างอ่อนโยน 

“เจ้าชื่อยางจินใช่หรือไม่” 

ทั้งๆ ที่เคยบอกชื่อไปแค่ครั้งเดียวตอนที่เจอกันครั้งแรกเท่านั้นแต่ก็จำได้ ความปลื้มปีติเอ่อล้นเต็มหัวใจของยางจิน 

“เพคะ พระชายา หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเพคะที่ทรงจำชื่อของบ่าวผู้ต่ำต้อยคนนี้ได้” 

“ต่ำต้อยงั้นเหรอ พวกเจ้าทุกคนเป็นครอบครัวคนสำคัญของวังซึงกอนแห่งนี้ อย่าเที่ยวไปพูดเช่นนี้ที่ไหนอีกนะ ถึงแม้ว่าเราจะเจอกันได้ไม่นานเท่าไร แต่ตอนนี้เราก็ถือเป็นครอบครัวที่ร่วมกินอยู่หลับนอนใต้หลังคาเดียวกันแล้ว เข้าใจหรือไม่” 

“พระชายา!” 

เหล่าแม่ไก่และลูกเจี๊ยบพากันขานเรียกพระชายา น้ำตาคลอหน่วยด้วยความซาบซึ้งแต่สายตาของรยูฮาถูกดึงดูดไปยังลูกเจี๊ยบคนที่ห้าที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ปฏิกิริยาของนางโดดเด่นกว่าลูกเจี๊ยบคนอื่นๆ เพราะร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน น้ำหูน้ำตานองหน้า 

“ลำดับที่ห้า เอ้ย เจ้าชื่อยอนฮวาใช่ไหม ใครมาเห็นเข้าต้องคิดว่าข้าทำร้ายเจ้าแน่ๆ” 

“ฮึก ขอประทานอภัยเพคะพระชายา ทรงจำชื่อหม่อมฉันได้ ฮึก...” 

ลูกเจี๊ยบตัวที่ห้าเริ่มคร่ำครวญด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น แม้แต่นางในคนอื่นๆ จากที่น้ำตาคลอหน่วยยังเปลี่ยนมาเป็นหัวเราะด้วยความขบขัน 

“ยอนฮวา สงบสติเสีย แล้วบอกข้าที ในสายตาของเจ้า ถ้าข้าไม่แต่งองค์ทรงเครื่องแล้วจะดูงดงามน้อยกว่าจินซึงฮวีอย่างนั้นหรือ” 

“มะ มะ มะ ไม่เลยเพคะ พระชายา ตอนนี้ก็ทรง ฮึก งดงามกว่า ฮึก...จินซึงฮวีเพคะ” 

รยูฮายิ้มบางๆ อย่างพึงพอใจในคำตอบของยอนฮวา ก่อนจะหันไปมองนางในคนอื่นๆ 

“พวกเจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่” 

“เพคะ พระชายา ยอนฮวาพูดถูกแล้วเพคะ แต่ว่า...” 

ลูกเจี๊ยบคนที่สามออกความคิดเห็นคล้ายว่าไม่ชอบใจนักที่อดแต่งตัวให้เจ้านาย แต่ก็ถูกรยูฮาพูดตัดบท 

“ถ้าเช่นนั้นเอาปิ่นนี่เสียบตรงนี้แค่นี้ก็ไปได้แล้ว เสื้อผ้าก็ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ชุดหนึ่งชุดก็ถือเป็นสมบัติของราชวงศ์นะ พวกเจ้าแต่ละคนที่ต้องมาคอยซักตากก็ต้องเสียแรงมิใช่หรือ ข้ารู้แล้วว่าพวกเจ้าหวังดี พวกเจ้าเก็บแรงไว้เวลาที่จำเป็นจริงๆ ค่อยมาแต่งตัวให้ข้าสวยๆ ก็แล้วกัน เข้าใจหรือไม่” 

พูดสั้นๆ ก็คือขี้เกียจเปลี่ยนชุดให้ยุ่งยาก ช่วยปล่อยข้าไปเถอะ แต่นางใช้วิธีพูดหว่านล้อมแทน พวกนางในจึงยอมวางเสื้อผ้าและเครื่องประดับลงอย่างหนักอกหนักใจ 

“จะแต่งพระเกศาอย่างไรดีเพคะพระชายา” 

“แล้วแต่เจ้าเลย” 

ยางจินหวีผมของรยูฮา จากนั้นก็ม้วนครึ่งหนึ่งขึ้นด้านบน และอีกครึ่งหนึ่งปล่อยสยายลงด้านล่าง ก่อนจะนำปิ่นรูปดอกไม้สีชมพูอ่อนมาปักไว้ และปิดท้ายด้วยการนำชาดสีอ่อนมาแตะที่ริมฝีปากอย่างเบามือ นางในถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อชื่นชมผลงานของตัวเองพลางปรบมือด้วยความพออกพอใจ 

“แค่นี้ก็ทรงงดงามมากแล้วเพคะ พวกหม่อมฉันช่างสิ้นคิดที่เอาฝ่าบาทไปเปรียบกับจินซึงฮวีเพคะ” 

 

[1] นยาง หน่วยเงินเกาหลีสมัยโบราณ 

ความคิดเห็น