facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-3

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-3
แบบอักษร

 

วังจางชุนเป็นที่ประทับของพระพันปี กว้างขวางกว่าวังจา-นยองของพระมเหสีอย่างเทียบไม่ติด มันคือความภาคภูมิใจของตำแหน่งสูงสุดในฐานะอิสตรี ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สามารถนั่งอยู่เบื้องหลังราชบัลลังก์ได้ ประตูหลายต่อหลายชั้นถูกเปิดออกตามการก้าวเดินของฮอน จนกระทั่งถึงบานสุดท้าย พระพันปีก็ปรากฏตัวขึ้น 

“ถวายบังคมพระพันปี ขอจงทรงพระเจริญหมื่นๆ ปี” 

เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ต่างรอคอยองค์รัชทายาทอยู่ และนี่เป็นการอภิเษกสมรสของผู้เป็นหลานด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง แต่ไม่มีใครสามารถอ่านสีหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของสตรีที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นพยัคฆ์น้ำแข็งแห่งวังจางชุนได้เลย 

“นั่งสิ เพิ่งจะผ่านงานใหญ่มาน่าจะทรงวุ่นน่าดู แต่ก็ยังทรงอุตส่าห์ใส่ใจคนแก่หลังบ้านคนนี้ด้วย ขอบพระทัยเพคะ” 

“ไม่เห็นต้องทรงตรัสให้ดูยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะพระพันปี คนแก่หลังบ้านอะไรกันเล่า ในสายตาของกระหม่อมไม่มีใครในพระราชวังที่งดงามไปกว่าฝ่าบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

ถ้าเป็นสาวบริสุทธิ์ทั่วไปคงจะรู้สึกหวาดกลัวจนหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อต้องมาเจอกับความใหญ่โตมโหฬารของวังจางชุน เหล่าข้าราชบริพารจำนวนมหาศาล และเบื้องหน้าคือพระพันปีผู้เยือกเย็น แต่หัวใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของพระชายาคนนี้ ซึ่งน่าจะเหมือนกับแม่ทัพมากกว่าสาวบริสุทธิ์ นางแสดงความน่ารักด้วยการทำทีท่าเห็นด้วยกับคำพูดนั้นพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเขินอาย ทำให้แม้แต่พยัคฆ์น้ำแข็งยังอดที่จะยิ้มไม่ได้ 

ฮอนที่เห็นท่าทางนั้นถึงกับจุกอก เพราะแม้แต่ตนซึ่งเป็นหลานแท้ๆ พระพันปียังไม่เคยแสดงสีหน้าอ่อนโยนแบบนั้นให้เห็นเลยสักครั้ง แต่กลับทรงแสดงสีหน้าเช่นนั้นให้กับผู้หญิงประหลาดที่เพิ่งเจอกันได้ 

จะไม่มีใครรู้ธาตุแท้ของผู้หญิงเสียสติคนนี้นอกจากตนเลยเชียวหรือ ใช่สิ ทุกคนกำลังถูกหลอก อย่างน้อยเราก็ต้องตั้งสติไว้ ฮอนคิดไว้ในหัวอย่างแน่วแน่ ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น 

“องค์รัชทายาท สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายตรงไหนหรือ” 

“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ แค่เมื่อคืนนอนไม่ค่อย...” 

พระพันปีพยักหน้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่ฮอนตอบพึมพำกลับมา 

“มันก็ต้องเช่นนั้นแหละ มากินอาหารเช้ากันดีกว่า หมู่นี้เราไม่ค่อยอยากอาหาร เจ้าทั้งสองกินเยอะๆเถอะ” 

เมื่อรยูฮาได้เห็นอาหารเช้าที่ถูกวางเรียงรายจนขาโต๊ะแทบหักก็ถึงกับทำตาลุกวาว 

“ว้าว! หม่อมฉันเพิ่งเคยเห็นการจัดโต๊ะอาหารแบบนี้เป็นครั้งแรกเพคะ หม่อมฉันกินทั้งหมดนี้ได้จริงๆ หรือเพคะ” 

หญิงสาวปรบมือด้วยความดีใจ ดูไร้เดียงสา ท่าทางนั้นคงจะดูน่ารักน่าชังเป็นอันมาก ทำให้ทั้งพระพันปีและเหล่าข้าราชบริพารที่อยู่รอบๆ ถึงกับซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ แม้แต่มุมปากของฮอนเองก็เหมือนจะยกขึ้นเล็กน้อย เกือบหลงกลเข้าแล้วไหมเล่า ฮอนลดมุมปากลงทันทีและสงบจิตใจไว้ 

“กินได้สิ ถ้าไม่อิ่มก็บอกได้” 

“ทั้งๆ ที่มีอาหารดีๆ หน้าตาน่าเสวย รสชาติก็อร่อยวางอยู่ตรงหน้าพระพักตร์แท้ๆ ทำไมถึงตรัสว่าไม่อยากอาหารเล่าเพคะ เสวยสิเพคะ พระพันปีเสวยก่อน หม่อมฉันถึงจะกินเพคะ” 

จากนั้นบทสนทนาระหว่างรยูฮาและพระพันปีจึงเริ่มขึ้น และยังคงต่อเนื่องไปตลอดมื้ออาหาร มีเสียงหัวเราะสดใสราวกับเสียงกระดิ่งของรยูฮาดังขึ้นเป็นระยะๆ และในทุกครั้งก็จะมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นระหว่างริ้วรอยบนใบหน้าของพระพันปี คุยอะไรกันมากมาย ฮอนได้แต่นั่งเล่นตะเกียบเงียบๆ ประหนึ่งแจกันดอกไม้ที่ถูกนำมาวางไว้ระหว่างสตรีที่กำลังมีความสุขทั้งสอง 

“เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ไม่รู้ว่าอาหารถูกปากเจ้าหรือไม่” 

เมื่อเวลาอาหารเช้าที่แสนอบอุ่นสิ้นสุดลง สีหน้าของพระพันปีค่อยดูผ่อนคลายขึ้น หากปราศจากฉลองพระองค์และเครื่องประดับหรูหราแล้ว พระองค์ก็ดูไม่ต่างจากคุณยายข้างบ้านที่แสนใจดีเลย 

“วิเศษยิ่งกว่าอาหารที่หม่อมฉันเคยกินในวันเกิดที่บ้านอีกเพคะ หม่อมฉันมากินอีกได้ไหมเพคะ ถ้าทรงอนุญาต หม่อมฉันจะขอมาฝากท้องที่นี่บ่อยๆ เพคะ” 

“วังจางชุนเงียบเหงาอย่างกับบ้านร้าง ถ้าเจ้ามา ย่าก็ดีใจ ถ้าพระชายาของย่าอยากกินเมื่อไหร่ก็มาได้ทุกเมื่อ” 

แค่กินข้าวด้วยกันมื้อเดียวถึงกับเปลี่ยนสรรพนามกันเลย จากพระพันปีกลายเป็นเสด็จย่า จากเรากลายเป็นย่า จากพระชายากลายเป็นพระชายา ‘ของย่า’ 

มาถึงขั้นนี้แล้ว ฮอนต้องยอมรับนางจริงๆ ความมีมนุษยสัมพันธ์และความเข้ากับคนอื่นได้ง่ายของผู้หญิงคนนี้ยากที่จะหาใครเทียบ อย่างน้อยๆ เท่าที่เขารู้คือในผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของประเทศนี้ยังไม่เคยมีใครทำให้พยัคฆ์น้ำแข็งหลอมละลายได้ 

“กลับดีๆ ล่ะ ไม่ได้เอาเกี้ยวมาหรอกหรือ” 

“เพคะ เสด็จย่า หม่อมฉันอยากเดินสักหน่อยน่ะเพคะ เลยไม่ได้เอามาด้วย ไม่ต้องทรงห่วงนะเพคะ” 

พระพันปีเอาแต่ลูบหลังมือของรยูฮาตลอดเวลาราวกับเสียดาย จนกระทั่งร่ำลากันเสร็จสิ้น และเดินกลับออกมาจากวังจางชุน 

ฮอนขยับเท้าเดินตามจังหวะการก้าวเท้าของรยูฮาแทนที่จะเดินจ้ำอ้าวอย่างก่อนหน้านี้ ใบไม้ที่หลุดร่วงจากก้านปลิวผ่านแก้มของเขาไปอย่างแผ่วเบา ราวกับเป็นสัญญาณ ฮอนเริ่มบทสนทนาก่อน ใช่ว่าอยากจะพูดคุยอะไรกับผู้หญิงคนนี้ หากแต่ไม่สามารถต้านทานความสงสัยใคร่รู้ที่เอ่อล้นออกมาได้ 

“น่าแปลกใจนะ ทำไมพระพันปีถึงได้ถูกครอบงำได้ภายในไม่กี่ชั่วยาม” 

รยูฮาที่มองตรงไปข้างหน้าและก้าวเดินพร้อมรอยยิ้มเสมือนภาพวาดหันกลับมามองฮอน ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่นางสบตาเขา นางมองลึกเข้าไปในดวงตาและอ่านใจของเขาออก รยูฮาละสายตาไปจากฮอนและส่งสายตาเป็นนัยน์ว่ามีเหล่าข้าราชบริพารอยู่ด้านหลังแทนที่จะตอบกลับด้วยคำพูด 

เพี้ยนเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ 

ฮอนอุทานขึ้นมาในใจ แล้วหันไปพยักพเยิดหน้าให้เหล่าข้าราชบริพาร 

“พวกเจ้าถอยออกไปยี่สิบเก้า ข้ามีเรื่องจะคุยกับพระชายาของข้า” 

เหล่าข้าราชบริพารที่เดินเรียงแถวตามหลังทั้งสองคนมาถอยกรูดออกไปอย่างนอบน้อม หลังจากที่รยูฮาดูจนแน่ใจแล้วว่าข้าราชบริพารอยู่ห่างออกไป จึงเริ่มก้าวเดินต่อพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน 

“ง่ายมากเพคะ ถ้าอยากได้ใจคน ก็แค่ให้สิ่งที่คนๆ นั้นต้องการด้วยความจริงใจเพคะ” 

“ได้ใจคนงั้นหรือ” 

“เพคะ ยิ่งถ้าเป็นสิ่งที่ต้องการอยู่ลึกๆ ขนาดที่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ได้ยิ่งดีเพคะ” 

เป็นคำพูดที่น่าสนใจมาก วิธีการได้ใจคน ถ้าทำเป็นแล้วคงสามารถครอบครองทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ ฮอนหูผึ่งพยายามจะเงี่ยหูฟังเสียงอันแผ่วเบาให้ถนัดจึงขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาวโดยไม่รู้ตัว 

“แค่เจ้าได้เจอกับพระพันปี เจ้าก็รู้ได้ทันทีเลยหรือ อะไรกันคือสิ่งที่พระพันปีอยากได้ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงมีทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้อยู่แล้ว” 

“ทรงเห็นหรือไม่ว่าของตกแต่งภายในห้องอยู่เป็นคู่หมดเลยนะเพคะ แต่ว่าภายในกรงนกใหญ่โตกลับมีนกตัวเล็กๆ อยู่เพียงตัวเดียว เสด็จย่าทรงเหงาเพคะ เพราะทรงเสวยสุขกับความร่ำรวยและเกียรติยศภายในพระราชวังมาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงต้องการเพียงแค่มุมเล็กๆ ที่จะสามารถวางพระทัยได้ หม่อมฉันมองเห็นถึงความว้าเหว่นั้น ก็เลยทำตัวเป็นหลานสาวที่อ่อนโยนให้แก่พระองค์เพคะ” 

“เรื่องของตกแต่งภายในห้องนั้นมีเป็นคู่ๆ ก็จริงอยู่ แล้วนกในกรงนี่มันหมายความว่าอย่างไรกันเล่า” 

“กรงใหญ่โตก็หมายถึงพระราชวัง ส่วนนกตัวเดียวก็หมายถึงเสด็จย่าเองนั่นแหละเพคะ พระองค์ทรงเห็นภาพสะท้อนของพระองค์ในนกเล็กๆ ตัวนั้น เลยทรงให้ความรักความเอ็นดูมันอยู่ พระองค์ทรงมีสิ่งต่างๆ มากมายในโลกใบนี้ แต่กลับถูกขังอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในพระราชวัง ไม่มีใครคอยมอบความรักให้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำให้เสวยพระกระยาหารไม่ลง แต่ตอนที่ทรงพูดคุยกับหม่อมฉัน ทรงเสวยได้เยอะอยู่ไม่ใช่หรือเพคะ” 

ฟังดูแล้วก็น่าประทับใจไม่น้อย ทั้งเรื่องของตกแต่งในห้องและนก เพราะตอนฮอนไปถวายบังคมก็ไม่เคยสังเกตว่ามีหรือไม่มีอะไร แต่รยูฮาได้เห็นแค่สิ่งเหล่านั้นก็มองออกถึงความเหงาของพระพันปีได้ในทันที 

ทีแรกก็เข้าใจว่าเป็นผู้หญิงเสียสติ แต่หลังจากที่ได้ฟังความคิดเมื่อครู่ก็ทำให้ฮอนเปลี่ยนความคิด นางเป็นผู้หญิงเสียสติที่ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม และเก่งกาจ 

“เก่งมาก ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องการอะไร” 

รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของรยูฮาเมื่อได้ฟังคำถามที่ใสซื่อของฮอน “แน่นอนเพคะ หม่อมฉันรู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพคะ” 

เป็นคำตอบที่ฟังดูน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ถ้าไม่นับจินซึงฮวีที่รับเข้ามาเป็นสนมแล้ว เขาไม่เคยต้องการสิ่งใดจริงๆ เลยสักอย่างจนถึงเดี๋ยวนี้ ด้วยความที่เกิดมาเป็นองค์ชาย โตมาเป็นองค์รัชทายาท ได้รับความรักอย่างมากจากพระบิดาซึ่งเป็นพระราชา แม้ว่าจะสูญเสียพระมารดาไปตั้งแต่ยังเล็ก แต่ก็มีพระมเหสีที่รักเหมือนกับเป็นลูกในไส้ และยังมีพี่น้องที่ไว้ใจและพึ่งพาได้อีก อะไรคือสิ่งที่ตนเองต้องการอยู่ลึกๆ ข้างในกันแน่ 

“มันคืออะไรเล่า พระชายารู้สิ่งนั้นด้วยหรือ” 

รยูฮาจ้องมองตาที่เปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นนั้น แล้วยกมุมปากสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เป็นรอยยิ้มที่ส่งให้เขาเป็นครั้งแรกหลังจากการอภิเษกสมรส ฮอนเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วเกิดเป็นคลื่นสาดซัดภายในใจ หากแต่เขาไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร 

“มันขึ้นอยู่กับฝ่าบาทเพคะว่าหม่อมฉันจะให้ได้หรือไม่” 

สิ้นสุดคำพูดที่ดูลึกลับ เท้าของรยูฮาก็หยุดก้าว ฮอนจึงหยุดตามและรอฟังสิ่งที่รยูฮาจะพูดต่อ 

“เอาหูมาสิเพคะฝ่าบาท” 

ฮอนโน้มตัวลงราวกับโดนแม่เหล็กดูด ใบหูของเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยเมื่อเงี่ยหูไปใกล้ริมฝีปากของรยูฮา ดังเช่นแมวน้อยที่กำลังเล่นนิ้วเจ้าของ ฟันขาวสะอาดของรยูฮาขบลงเบาๆ ที่ใบหูของฮอน ก่อนจะตอบกลับฮอนที่ยืนตัวแข็งทื่อไม่มีแม้แต่เสียงร้องตกใจ 

“สิ่งที่ฝ่าบาทต้องการคือหม่อมฉันเพคะ” 

รยูฮาจู่โจมระยะประชิดอย่างเหนือความคาดหมาย เสียงที่พูดออกมานั้นหวานหยด สิ่งที่พูดก็ไม่ได้เข้ากันเลยกับการกระทำเมื่อครู่ ถ้าจินซึงฮวีมากระซิบแบบนั้นบ้างฮอนคงจะหลงจนหน้ามืดตามัวแน่ๆ 

ทว่าสิ่งที่ฮอนจะมอบให้แก่รยูฮาในตอนนี้มีเพียงแค่การตัดสินตัวตนของหญิงสาวเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงเสียสติที่ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ ไม่มีใครเหมือน 

เหล่าข้าราชบริพารที่แอบมองทั้งสองด้วยหางตาจากทางด้านหลังต่างพากันอ้าปากค้าง พลอดรักกันกลางวันแสกๆ เมื่อคืนนี้ยังทำท่าเหมือนจะไม่ยอมเข้าห้องหอเลย ที่แท้ก็ร่วมหอลงโรงกันเรียบร้อยแล้ว นี่คงจะลืมไปว่าไม่ได้อยู่กันในห้องหอสองต่อสอง จินซึงฮวีชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนโปรดก็เลยหยิ่งผยอง ดีแล้วที่เป็นแบบนี้ 

เมื่อคนเหล่านี้เห็นคู่ขององค์รัชทายาทแสดงความรักกัน จึงอดรนทนไม่ได้ที่จะซุบซิบจนข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วพระราชวังและล่วงรู้ถึงหูของจิงซึงฮวีภายในไม่กี่ชั่วยาม 

 

* * * 

ความคิดเห็น