facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-2

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-2
แบบอักษร

 

องค์รัชทายาทที่เดิมตั้งใจจะรีบกลับไปหาจินซึงฮวีได้ฟังแล้วจึงฉุกคิดได้ว่าสิ่งที่พระชายาพูดเป็นเรื่องจริง จึงจำใจเดินไปที่เตียงอย่างระมัดระวังและเอนตัวลงนอนในมุมหนึ่งของเตียงโดยไม่พูดอะไร 

ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตั้งแต่เช้าตรู่หายไปจนสิ้นเมื่อได้นอนลงบนเตียงนุ่มดุจปุยเมฆ ร่างกายได้ยืดเหยียดอย่างเต็มที่เหมือนสำลีที่ดูดซับน้ำไว้จนพอง ในตอนที่เปลือกตารู้สึกหนักขึ้นและค่อยๆ ปิดลงนั้นเอง 

“อ๊ะ จริงสิ!” 

พระชายาที่นอนอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียงลุกพรวดขึ้น ฮอนสะดุ้งด้วยความตกใจและลุกขึ้นนั่งโดยทันที 

“ลืมสนิทเลยเพคะฝ่าบาท มีมีดหรืออะไรพวกนั้นอยู่ไหมเพคะ”  

“เจ้าจะเอามะ...มีดไปทำอะไร ของแบบนั้นมีที่ไหนกัน!” 

นอนอยู่ดีๆ ทำไมจู่ๆ ถึงถามหามีด ฮอนรู้สึกเย็นยะเยือกถึงท้ายทอย จึงคว้าผ้าห่มมาซุกไว้ที่หลังแทนที่จะห่มตัว 

ท่าจะบ้า 

ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนี้เสียสติไปแล้วแน่ๆ ผู้หญิงเสียสติที่เอาแต่ร้องหามีด แสงจันทร์ขาวสะท้อนบนใบหน้าของนางกับผมที่ถูกปล่อยสยายดูน่าประหลาด ฮอนรู้สึกตื่นตระหนกกับบรรยากาศแปลกๆ จนเสียวสันหลัง 

“เฮ้อ ช่วยไม่ได้” 

พระชายาพูดอย่างถอดใจพลางสอดนิ้วมือขาวผ่องเข้าไประหว่างริมฝีปากแดง 

สิ้นเสียงที่ชวนหวาดเสียว เลือดสดๆ ก็ไหลรินจากปลายนิ้วเรียวบาง เตียงขาวสะอาดเกิดเป็นลายดอกไม้เบ่งบานจากหยดเลือดของหญิงสาว 

“ทะ...ทำอะไรน่ะ!” 

ความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น มือที่มีเลือดสดหยดติ๋งๆ ของพระชายาชี้มาทางฮอนที่กำลังหน้าถอดสี 

“ถ้าในคืนอภิเษกคืนแรกไม่มีคราบเลือดจะต้องเป็นข่าวลือไปทั่วแน่นอนเพคะ แต่หม่อมฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทรงพักผ่อนให้สบายเถอะเพคะ...อู๊ย เจ็บ...ถ้าใช้มีดล่ะก็ เจ็บน้อยกว่านี้เยอะ น่าจะหามาซ่อนไว้ตรงไหนสักที่บ้างนะ” 

หญิงสาวยังคงพึมพำอะไรที่น่าหวาดหวั่นไม่ยอมหยุด และจบด้วยการทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ พลางยื่นมือออกไปเพื่อดับไฟตะเกียง 

“ดะ...เดี๋ยว” 

พระชายาได้ยินเสียงลังเลของฮอนจึงชะงักมือที่กำลังจะดับไฟแล้วหันกลับไปมองอย่างช้าๆ ดวงตาที่มองต่ำลงมาดูรำคาญมากกว่าสงสัย 

“ส่งมือมาสิ” 

หญิงสาวมองใบหน้าสลับกับมือของสวามีที่ยื่นมาอย่างเงอะๆ งะๆ แล้วเหมือนจะคิดอะไรได้ เครื่องหน้าที่ประกอบกันอย่างลงตัวนั้นแสดงความรู้สึกอย่างชัดเจน อย่างเช่น หว่างคิ้วที่แสดงออกว่าไม่พอใจ หรือริมฝีปากที่เผยอออก 

“ไม่ต้องถึงกับจับมือนอนหรอกเพคะ หม่อมฉันนอนไม่หลับถ้าโดนตัวคนอื่น” 

“พูดเรื่องอะไรของเจ้า” 

ฮอนจ้องหญิงสาวด้วยสายตาที่เหมือนกับมองคนแปลกประหลาด พลางใช้เศษผ้าขาวสะอาดที่ฉีกจากชุดของตัวเองออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ผูกไว้ที่ปลายนิ้วซึ่งยังคงมีเลือดไหลอยู่ 

“ทำเช่นนี้น่าจะดีขึ้น” 

พระชายาที่ดูการกระทำขององค์รัชทายาทอยู่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์หันไปดับไฟโดยไม่เอ่ยคำขอบคุณ จากนั้นก็เอนตัวลงนอนทับบนรอยเลือดของตัวเอง ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ในความมืดมิด พระชายาได้เอ่ยกับฮอนที่กำลังครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้อย่างเงียบๆ 

“เอ่อ ฝ่าบาท” 

“ว่าอย่างไร” 

“หม่อมฉันชื่อรยูฮาเพคะ ซอ-รยู-ฮา อย่างน้อยๆ ก็ควรจะรู้ชื่อของหม่อมฉันนะเพคะ” 

“ข้าชื่อ...” 

“หม่อมฉันทราบเพคะ” 

นิสัยที่ไม่ยอมดูหรือฟังอะไรทั้งสิ้น ทำให้ฮอนปิดปากลงทันทีเหมือนหอยที่โดนแหย่ 

“บรรทมให้สบายนะเพคะ ฝ่าบาท” 

“เจ้าก็เช่นกัน” 

มันไม่ได้สบายอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ฮอนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ วันนี้เป็นวันที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากว่าวันไหนๆ และยังต้องมาเจอเรื่องน่าตกใจที่สุดในชีวิตอีก ทุกอย่างสิ้นสุดลงในห้องหอนี้ ไม่นานนักภายในห้องก็มีเพียงแค่เสียงลมหายใจแผ่วเบาของทั้งสอง 

 

“ฝ่าบาท พระชายาตื่นจากบรรทมหรือยังเพคะ” 

คำถามที่ถูกถามอย่างระมัดระวังของซังกุงปลุกคนที่อยู่ภายในห้องหอสู่เช้าวันใหม่ 

“เข้ามาสิ” 

ทั้งๆ ที่ยังเป็นช่วงเช้าตรู่ แต่เสียงที่ตอบมาจากด้านในกลับฟังดูสดใส ซังกุงเดินนำขบวนนางในเข้าไป แต่ละคนถือถาดใส่เครื่องล้างหน้า ทำผม และฉลองพระองค์เข้ามาในห้อง ซังกุงทอดถอนใจ 

“โถ พระชายา ไม่ทรงเหนื่อยหรือเพคะ” 

พระชายาไม่เพียงแค่ไม่ถามถึงเวลา แต่ท่าทางนางดูตื่นเต็มที่ และกำลังนั่งหวีผมอยู่ในชุดนอนที่สวมใส่เรียบร้อย สภาพไร้ที่ตินี้ทำให้ซังกุงรู้สึกประทับใจระคนเห็นใจ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับฝ่ายองค์รัชทายาทที่ยังคงไม่ได้สติ กึ่งนอนกึ่งนั่ง เอาหัวพิงด้านข้างเตียง  

“ข้าไม่เป็นไร แต่ดูท่าทางองค์รัชทายาทจะเหนื่อยมาก ช่วยเอาน้ำผสมน้ำผึ้งมาให้ก่อนสำรับเช้าจะได้หรือไม่ แล้วขอน้ำชาด้วยนะ” 

รยูฮาตอบพลางส่งยิ้มละมุน คำพูดแต่ละคำช่างสุภาพอ่อนหวาน นางในสองสามคนยิ้มหน้าบานรีบเดินออกไป ก่อนจะถือถาดกลับเข้ามา 

“พระชายา น้ำผสมน้ำผึ้งเพคะ ถวายองค์รัชทายาทเลยไหมเพคะ” 

“ขอบใจนะ แต่ทรงเป็นพระสวามีของข้า ข้าอยากถวายด้วยมือของข้าเองน่ะ” 

ใบหน้าของรยูฮากลายเป็นสีลูกท้อระเรื่อประหนึ่งเขินอาย นางรับถาดเงินมาถือไว้แล้วเดินไปหาฮอนที่นั่งอยู่ที่เตียง 

“ฝ่าบาท เสวยสิเพคะ จะได้สดชื่นขึ้น” 

ฮอนประหลาดใจกับบทสนทนาของทั้งสองคนเมื่อสักครู่ที่ตนได้ฟังในตอนที่ยังหลับตาอยู่ ผู้หญิงคนเมื่อคืนที่พูดเรื่องคอจะหักบ้าง หามีดบ้าง พูดอะไรไปก็ตัดบทตลอด สติก็ดูไม่สมประกอบไม่รู้ว่าหายไปไหน หรือจะกลายเป็นพระชายาที่สมบูรณ์แบบมาแทนที่แล้ว 

ทั้งๆ ที่อยากจะตะคอกว่าให้หยุดพฤติกรรมแย่ๆ แบบนั้นเสีย แต่ดูจากบรรยากาศแล้ว พวกข้าราชบริพารน่าจะหลงกลหญิงเสียสติคนนี้เข้าอย่างจัง สถานการณ์ช่างเอื้ออำนวยให้พระชายาดูเป็นผู้ที่ถูกข่มเหง จากการที่ตนมัวแต่ไปยุ่งอยู่กับนางสนม กินเหล้าจนดึกดื่นในคืนอภิเษกสมรส ฮอนคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องกระชากหน้ากากนั่นออกให้ได้ แต่ก่อนอื่นเขาต้องรับจอกน้ำมาแล้วยกดื่มเสียก่อน ในตอนนั้นเอง 

“ทรงคิดดีแล้วเพคะ” 

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างๆ หู 

“แค่ก! แค่กๆ!” 

“ฝ่าบาท เสวยช้าๆ สิเพคะ” 

รยูฮาตบหลังฮอนที่ตกใจจนสำลัก เป็นภาพที่ใครเห็นก็ต้องคิดว่านางเป็นชายาที่แสนอ่อนโยน ท่าทีสงบนิ่งที่แม้แต่ฮอนเองยังสับสนว่าที่ได้ยินเมื่อสักครู่ตนหูแว่วไปเอง หรือว่าได้ยินจริงๆ ที่ได้ยินมันคืออะไรกันแน่ 

“เอา...อึ่ก เอาออกไปได้แล้ว” 

สุดท้ายก็ดื่มน้ำผสมน้ำผึ้งไปได้ไม่ถึงครึ่ง นางในถวายการรับใช้จนกระทั่งแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ฮอนดูจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย 

“เสด็จไปที่วังจางชุนเพื่อเสวยกระยาหารเช้ากับพระพันปีก่อน จากนั้นจึงเสด็จไปถวายบังคมพระราชาและพระมเหสีที่สวนคน-นยอง ช่วงบ่ายพระชายาต้องไปรับการถวายบังคมจากเหล่านางในพ่ะย่ะค่ะ” 

ในระหว่างนั้นเสียงของขันทีผอมแห้งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็สาธยายสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ฮอนก้มหน้าถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงจนพื้นแทบจะพัง 

ถ้าพูดถึงพระพันปี นางเป็นยอดสตรีที่เก่งกาจที่สุดของประเทศ เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง แต่ก็ดุดันดุจไฟขนาดที่แม้ว่าฮอนจะเป็นหลานคนเล็กที่เป็นดังแก้วตาดวงใจ แต่ก็เข้มงวด ไม่ตามใจ ไม่เพียงแค่นั้น หากทำผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะมีคำสั่งที่เฉียบขาด และโบยขันทีที่ดูแลองค์รัชทายาทอย่างไร้ความปรานี ฮอนซึ่งแม้แต่ฝ่าพระบาทซึ่งเป็นกษัตริย์ก็ยังไม่เคยดุด่า แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ลงโทษเขา คนคนนั้นคือพระพันปีนั่นเอง แล้วนี่ยังต้องพาผู้หญิงเสียสติไปร่วมเสวยพระกระยาหารกับพระพันปีอีก ท้องไส้ไม่ปั่นป่วนก็นับว่าโชคดีแล้ว 

“ไปกันเถอะ” 

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว องค์รัชทายาทก็เดินนำหน้าไปโดยแกล้งทำเป็นไม่มองพระชายาคนใหม่ เมื่อองค์รัชทายาทสาวเท้าไป เหล่าข้าราชบริพารต่างพากันทำหน้าเศร้า ทว่าฝ่ายพระชายาที่เดินตามหลังไปอย่างสง่างามนั้นยังคงส่งยิ้มให้แก่ข้าราชบริพาร นั่นยิ่งทำให้ทุกคนต่างพากันชื่นชมในตัวของพระชายายิ่งขึ้น 

 

* * * 

ความคิดเห็น