facebook-icon

องค์ชายรัชทายาทฮอนจำเป็นต้องอภิเษกสมรสกับซอรยูฮา เพราะต้องการพาหญิงสาวชาวบ้านผู้เป็นคนรักเข้ามาเป็นพระสนม แต่นางในความคิดขององค์ชายคือ ‘ไร้สติ ละเอียดรอบคอบ ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจ และไม่มีผู้ใดเหมือน’ เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายรัชทายาทฮอนในฐานะพระสวามีที่ไม่เคยเหลียวแลและมอบความรักให้แก่พระชายาของตนเองเลยนั้น กลับค่อยๆ ให้ความสนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1

คำค้น : วุ่นรักบุปผาร้อยเล่ห์ นิยายโซซอล นิยายเกาหลี นิยายย้อนยุค

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 14:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1
แบบอักษร

 

ยามพลบค่ำในห้องหอพระราชวัง 

พระชายาจ้องไปที่ประตูด้วยสายตาว่างเปล่า หลังจากผ่านพิธีอภิเษกสมรสที่จัดขึ้นในวันนี้ นางยังอยู่ในชุดอภิเษกสมรส พร้อมด้วยเครื่องประดับที่ดูจะหนักอยู่ไม่น้อย มีข้าราชบริพารยืนเรียงแถวกันอยู่ด้านนอก สีสันบนใบหน้าเริ่มซีดลงตามแสงของพระจันทร์ที่เคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า 

“โอ๊ย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมองค์รัชทายาทถึงยังไม่เสด็จอีก!” 

ซังกุงที่ดูมีอายุเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น นางในที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ซังกุงจึงเอ่ยขึ้นมาว่า 

“น่าจะทรงแวะไปที่ตำหนักของพระสนมซึงฮวีก่อน ทำหน้านิ่งๆ เข้าไว้ แล้วก็ก้มหัวลงด้วย” 

ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่ตนก็รู้สึกร้อนใจจนยืนไม่ติดที่ ในขณะที่ทุกคนกำลังรอองค์รัชทายาทด้วยความกระวนกระวาย เสียงแหลมสูงของขันทีก็ดังขึ้นที่ลานหน้าตำหนัก 

“องค์รัชทายาทเสด็จ!” 

องค์รัชทายาทฮอนปรากฏตัวขึ้น รูปร่างสูงสง่ารับกับชุดคลุมมังกรสีดำที่ทรงสวมอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหาได้ยาก แม้ในเวลาที่ทำหน้ามุ่ยอย่างตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีข่าวซุบซิบว่าเขาใช้ความหล่อเหลานั้นในการเสพสำราญจนแทบไม่ทำงานทำการ จะด้วยฤทธิ์สุราหรือเพราะความหงุดหงิดเหลือทนก็ไม่รู้ที่ทำให้สีหน้าของฮอนเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ขนาดซังกุงสูงสุดจอมโวยวายยังทำได้แค่เพียงโค้งตัวลงคำนับต้อนรับการมาของฮอน 

“องค์รัชทายาทเชิญเสด็จข้างในเพคะ พระชายาทรงรออยู่เพคะ” 

ฮอนเข้าไปด้านในห้องรับรองด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เขาเองก็ไม่ได้อยากมานักหรอก อีกทั้งขันทีที่พระมเหสีส่งมาหาดันเข้ามาขัดจังหวะในเวลาสำคัญและบีบบังคับเขา เจ้าสาวของเขานั่งอย่างเงียบเชียบตรงกลางห้องหอ 

ฮอนมองสำรวจพระชายาอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่รู้สึกถึงความร้อนรุ่ม จนกระทั่งเสียงหงุดหงิดรำคาญใจหลุดออกมาจากปากของเขา 

“นี่ พระชายา” 

“เพคะ ฝ่าบาท” 

น้ำเสียงของฮอนกระแทกกระทั้น ใครฟังก็รู้ว่ากำลังหงุดหงิด แต่พระชายาก็ตอบกลับองค์รัชทายาทอย่างเงียบสงบ 

“ข้ามีคนรักของข้าอยู่แล้ว แต่ว่าต้องอภิเษกสมรสกับเจ้าด้วยความจำเป็น เพราะฉะนั้นเจ้าอย่ามาคาดหวังเรื่องความรักหรือหน้าที่สวามีอะไรจากข้า เจ้าแค่คอยปรนนิบัติพระมเหสี และคอยปกครองพวกนางในในฐานะพระชายาก็พอ ข้า...” 

“ฝ่าบาท” 

พระชายาที่ฟังอยู่เงียบๆ พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น ท่าทีดูอึดอัด เหตุการณ์ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ทำให้ฮอนลืมโกรธ และจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากแดงของนาง 

“หม่อมฉันไม่ได้ถามนะเพคะ” 

“วะ...ว่าไงนะ” 

ดวงตาอ่อนล้าเลื่อนไปทางฮอนอย่างช้าๆ เจ้าของดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งแม้ว่าจะได้ฟังคำพูดโหดร้ายตั้งแต่คืนแรก คำพูดต่อมาของนางก็ยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม 

“หม่อมฉันไม่อยากรู้เพคะ หม่อมฉันไม่ได้สนใจเรื่องคนรักของฝ่าบาท ถึงซึงฮงซึงฮวีอะไรนั่นจะเป็นจะตายอย่างไรก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของหม่อมฉัน เพราะฉะนั้นฝ่าบาทช่วยลืมเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไร้สาระนั่นไปก่อน แล้วช่วยหม่อมฉันเอาหัวนี่ออกหน่อยเถอะเพคะ คอหม่อมฉันจะหักอยู่แล้ว” 

ฮอนถึงกับลืมตัวอ้าปากค้างมองหญิงสาวราวกับคนโง่ ท่าทางดูแตกต่างจากองค์รัชทายาทคนเมื่อครู่อย่างกับเป็นคนละคน สมองของเขาทำงานอย่างหนัก 

ในงานอภิเษกสมรสที่แสนวุ่นวายเมื่อตอนกลางวัน 

‘คำนับ’ 

ฮอนโค้งตัวลงและยืดตัวกลับขึ้นยืนอีกครั้ง เขามองลอดเครื่องประดับที่ห้อยลงมาจากมงกุฏ สายตามองสำรวจเจ้าสาว พระชายารู้สึกได้ว่าเขากำลังจ้องนางอยู่ นางจึงเงยหน้าขึ้นมอง ทำให้สายตาประสานกับฮอน จึงรีบหลบตาลงมองพื้นด้วยความตกใจ 

‘หน้าตาก็พอใช้ได้ ว่าแต่เมื่อไหร่พิธีน่าเบื่อนี่จะเสร็จสักทีนะ’ 

ความสนใจของฮอนที่มีต่อพระชายาจบลงแค่นั้น เพราะในหัวของฮอนกำลังยุ่งอยู่กับการคิดคำนึงถึงจินซึงฮวี 

เดี๋ยวนะ ซึงฮงซึงฮวี…คอจะหัก.. ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกับในพิธีอภิเษกสมรสที่มองตาเราแล้วทำเหนียมอายจริงๆ เหรอ 

“ทำอะไรอยู่เพคะ ช่วยเอาลงเร็วๆ หน่อยสิเพคะ ฝ่าบาทไม่ทรงทราบหรอกหรือเพคะว่ามันถอดเองคนเดียวไม่ได้” 

เสียงของนางดึงฮอนออกจากห้วงความคิด ฮอนลุกขึ้นอย่างว่าง่ายเหมือนถูกสะกดจิต แม้จะงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าก็ตามแต่ร่างกายก็ขยับไปตามที่หญิงสาวสั่ง มือของฮอนบรรจงปลดเครื่องประดับออก แม้ว่าจะมีเงอะงะบ้าง แต่ก็สามารถถอดออกได้ทุกชิ้น 

“โอ๊ย!” 

ขณะที่กำลังดึงปิ่นชิ้นสุดท้ายออก ปิ่นได้ไปเกี่ยวกับผมด้วยความบังเอิญ จริงอยู่ว่านี่เป็นมือของชายฉกรรจ์ซึ่งก็น่าจะอนุโลมให้ได้ แต่ดูจากหน้าตายู่ยี่ของพระชายาแล้ว คงจะไม่ทันได้คิดถึงข้อนี้ 

“ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ทนหน่อยนะ” 

“ก็นี่มันหัวของหม่อมฉันนี่เพคะ ฝ่าบาทก็ต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว แต่หม่อมฉันเป็น” 

หญิงสาวยังคงต่อปากต่อคำไม่หยุด แต่ฝ่ายฮอนนั้นวางปิ่นลงบนโต๊ะโดยไม่ปริปากใดๆ ลืมความคิดที่จะก่อสงครามวาทะกับนางไปจนหมดสิ้น แกร๊ง เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ แต่กลับฟังดูดังผิดปกติภายในห้องที่เงียบสงัด 

“เฮ้อ เรียบร้อยสักที” 

พระชายาเอียงคอที่ปวดเมื่อยไปมาและนวดเบาๆ เพื่อคลายเส้น จากนั้นก็สะบัดข้อมือ แล้วคลายปมผ้าที่ผูกชุดของตัวเองออก 

“เจ้าทำอะไรน่ะ!” 

หัวใจแทบวาย เป็นใครก็ต้องตกใจกับการกระทำของพระชายาที่อยู่ๆ ก็เริ่มถอดชุดตัวเองออกโดยที่สวามียังไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด ทว่าพระชายายังคงตั้งหน้าตั้งตาถอดชุดออก และพูดต่ออย่างหน้าตาเฉย 

“ทรงสัญญากับหญิงสาวที่รักปานจะกลืนไว้ไม่ใช่หรือเพคะ ว่าจะไม่แตะต้องพระชายาแม้แต่ชายผ้า แต่อย่างไรหม่อมฉันก็ต้องถอดเสื้อคลุมนอนเพคะ แต่ไม่ต้องกังวลพระทัยไปนะเพคะ เพราะหม่อมฉันจะบอกทุกคนว่าฝ่าบาทเป็นคนถอด” 

คนหรือปิศาจกันแน่ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ จินซึงฮวีซึ่งเป็นทั้งสนมและคนรักพูดทั้งน้ำตาอย่างน่าสงสาร 

‘ฝ่าบาท ทรงได้พบกับพระชายาผู้มีสิริโฉมงดงามแล้ว ทรงลืมหม่อมฉันเถิดเพคะ’ 

ตนได้ฟังคำพูดอันแสนเจ็บปวดนั้นแล้วจะให้ว่าอะไรได้ 

‘ข้าบอกแล้วว่าข้าจะรักเจ้าคนเดียว คืนนี้ข้าจะไม่แตะต้องพระชายาแม้ชายผ้า เจ้ารอข้าหน่อยนะ เดี๋ยวข้ากลับมา’ 

ในขณะที่ฮอนนิ่งเงียบด้วยไม่รู้จะพูดอะไร พระชายาก็ส่งเสียงครางในลำคอพลางถอดชุดพิธีอันหนักอึ้งออกทีละชิ้น จนกระทั่งเหลือแต่ชุดซับในบางเบา หญิงสาวหมุนตัวไปมาด้วยความผ่อนคลาย 

กร๊อบ กร๊อบ 

ทุกครั้งที่หญิงสาวบิดเอวไปมา เสียงของกระดูกที่ขยับเข้าที่ก็จะดังขึ้น แค่ฟังก็รู้สึกสบายตัวตามไปด้วยแล้ว หลังจากที่ยืดเส้นยืดสายเสร็จ พระชายาก็หันไปคว้าขวดเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะ 

“อ้า...นึกว่าจะตายเสียแล้ว ฝ่าบาท ท่านต้องดื่มเหล้ามงคลนะเพคะ” 

มันต้องดื่มก่อนถอดเครื่องบนหัวออกไม่ใช่หรือ 

ไม่ว่าฮอนจะถามคำถามที่ผุดขึ้นในหัวหรือไม่ แต่พระชายาก็รินเหล้าใส่จอกให้ฮอนเรียบร้อย ก่อนจะคว้าจอกของตัวเองที่รินเหล้าแล้วขึ้นมา ฮอนหยิบจอกขึ้นด้วยสถานการณ์พาไป พลางสงสัยว่าทำไมตัวเองก็เป็นไปกับพระชายาด้วย แต่ร่างกายก็ไม่ฟังสิ่งที่สมองคิด แถมยังดื่มเหล้าที่ถืออยู่ในมืออีกต่างหาก 

“ฝ่าบาทท่าจะเมามากแล้ว หม่อมฉันจะดื่มแทนเองเพคะ” 

มือขาวผุดผาดยื่นมาคว้าจอกเหล้าอย่างรวดเร็วราวกับกรงเล็บเหยี่ยวที่โฉบคว้าเหยื่อ พระชายายกจอกที่กุมไว้ด้วยมือทั้งสองข้างขึ้นมากระดกเหล้าใส่ปากแล้วเอามือเช็ดริมฝีปาก 

“นอนได้แล้วเพคะ เตียงกว้างขวาง นอนสองคนได้สบายๆ เลยเพคะ” 

ตอนนั้นเองที่ฮอนแน่ใจว่าเห็นรอยยิ้มเยาะที่ริมฝีปากของพระชายา 

“อย่าบอกนะว่าฝ่าบาทจะไปนอนที่ตำหนักของสนมในคืนแรกของการอภิเษกสมรส ถ้าเป็นแบบนั้น พระมเหสีต้องไม่ทรงปล่อยสนมคนนั้นไว้เป็นแน่” 

“นี่เจ้าขู่ข้าอย่างนั้นหรือ” 

“ทรงคิดว่าหม่อมฉันอยากจะนอนกับฝ่าบาทหรือเพคะ หม่อมฉันแค่เตือนให้ระวังเท่านั้นเอง ถ้าจินซึงฮวีถูกลดขั้นลงแค่นั้นก็โชคดีไป แต่อย่าทรงลืมว่าในวังนี่มีหนูตาย นกตายโดยที่ไม่มีใครรู้ใครเห็นบ่อยไปนะเพคะ เพราะงั้นทรงบรรทมตรงนี้ดีกว่า หม่อมฉันไม่ทำอะไรหรอกเพคะ” 

ความคิดเห็น