facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ในความมืด

คำค้น : จีนโบราณ,Yaoi,ท้องได้,NC20

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.6k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2562 01:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ในความมืด
แบบอักษร

ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ซื่อยี่ถูกขัดเกลาฝึกฝนเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นหลานสาวราชครูเผิง นามเผิงซื่อยี่ กำลังรวมอยู่ในกลุ่มสาวงามที่มาคัดเลือก 

สายตาอันช่างสังเกตของนักต้มตุ๋นน้อย มองสตรีแต่ละนางด้วยความชื่นชม เครื่องประดับของพวกนางช่าง ...... 

 

เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ได้รับรายงานจากราชครูเผิง กับ ลิ่วกงกงแล้ว ปกติพระองค์ไม่ทรงเหลียวแลการคัดเลือกสาวงามแม้แต่น้อย ปล่อยเป็นหน้าที่ของชายาขั้นเฟย แต่ในปีนี้ทรงเสด็จมาด้วยพระองค์เอง จนทำให้ชายาขั้นเฟยทั้งสี่ประหลาดใจมิใช่น้อย 

เมื่อขันทีขานชื่อสาวงาม จะมีสาวงามทั้งหกมายืนต่อหน้าพระพักตร์ ผ่านไปตั้งร้อยกว่าคนแล้วพระองค์ก็ยังทรงนิ่งเฉย จนกระทั่ง ถึงชุดต่อไป 

 

"ลิ่วเนี่ยจิน" 

"หลันซู" 

"ถานเหมยเซียง" 

"ซงจินอ้าย" 

"เซ่าหานซี" 

"เผิงซือยี่" 

 

สาวงามทั้งหกนางต่างมีรูปร่างหน้าตางดงามมีเอกลักษณ์ จนชายาขั้นเฟยทั้งสี่เห็นแล้วยังแอบไม่พอใจ หวังจะให้ฮ่องเต้ โบกมือผ่านไปเช่นเดิม แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น  

 

"มอบดอกไม้ให้นาง" 

 

สิ้นเสียงรับสั่ง พระองค์ก็ก้าวเท้าจากไป 

ขันทีนำดอกไม้ ไปมอบให้คุณหนูเผิง ท่ามกลางความอิจฉาริษยาของเหล่าสตรี ไม่เว้นแม่แต่ขายาขั้นเฟย  

 

จากวันนั้นผ่านมาสามวันแล้ว เผิงไฉเริน กำลังนับจำนวนของมีค่าอย่างตั้งอกตั้งใจ จนนางกำนัลต้องเอ่ยเตือน 

 

"พระสนม คืนนี้ฝ่าบาทจะทรงเสด็จมานะเพคะ ควรเตรียมตัวได้แล้วเพคะ" 

 

"หืม ... อ่อ... ก็ได้ ๆ" 

 

แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้น แต่คนกลับไม่คิดขยับแม้แต่น้อย จนนางกำนัล ขันที ที่ลิ่วกงกงคัดมากับมือถึงกับส่ายหน้า รอไปอีกพักใหญ่ ในที่สุดสนมคนงามก็ยอมลุกเสียที 

 

"เอาล่ะ พวกเจ้าเอาของพวกนี้ไปเก็บให้ดีนะ " 

 

เอ่ยจบก็แจกจ่ายรอยยิ้มน่ารัก จนขันทีนางกำนัลต้องพากันยิ้มตาม  

 

"ฝ่าบาทจะเสด็จมางั้นรึ" 

 

"เพคะ" 

 

ซื่อยี่กำลังคิดถึงตัวโชคลาภด้วยใบหน้าครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจัง อืม....คราวนี้ต้องเล่นบทสนมรักซินะ ฝ่าบาทนี่คงจะรวยมิใช่น้อยเลยกระมัง ช่างเป็นลาภก้อนที่ใหญ่มากเสียจริงๆ ฮีๆ 

 

สมัยอยู่กับอาจารย์ ซื่อยี่ต้องปลอมตัวเป็นหญิงสาวอยู่บ่อยครั้ง เพราะสถานที่ที่หาเงินคล่องที่สุด คือหอนางโลม ทั้งหญิงคณิกา ทั้งคุณหนูตระกูลร่ำรวย กระทั่งปลอมเป็นแม่ชีน้อยก็ยังทำมาแล้ว  

ไหนจะวิชาพันมือ ทำนายดวงชะตา ที่อาจารย์สั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าเป็นทั้งนักต้มตุ๋นน้อย และยังเป็น จอมงกน้อยด้วย เห็นอะไรชอบใจก็หยิบได้อย่างไรร่องรอย 

 

"พระสนมเพคะ ใกล้ค่ำแล้ว เตรียมตัวเถิดเพคะ" 

 

"ได้ ๆ ไปซิ" 

 

คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง เสวี่ยหงเย่ฮ่องเต้ทรงเสด็จมาถึงตำหนักของสนมคนใหม่ ที่ทรงเลือกเข้ามาด้วยพระองค์เอง  

ในวันคัดเลือกพระองค์ทรงไม่ได้มองหน้าด้วยซ้ำ เพียงทราบว่าคนผู้นี้เป็นชาย พอเห็นชื่อแซ่ก็รับสั่งมอบดอกไม้ แล้วจากมา  

แค่ต้องการเหยื่อล่อ มาล้างวังหลังเสียใหม่ เป็นชายก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องมาหลงรักพระองค์ จนเกิดความยุ่งยาก 

 

เห็นขันทีหน้าตำหนัก กำลังจะขานการมาถึง ลิ่วกงกงยกมือห้ามเอาไว้ เสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้อง มีเพียงลิ่วกงกง ที่ตามเข้ามา 

ขันทีนางกำนัลที่กำลังจะทำความเคารพ กลับถูกโบกมือไล่ให้ออกไปเสียก่อน จึงเหลือซื่อยี่ที่ตอนนี้ กำลังนั่งหลับฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะเพียงผู้เดียว 

เดือดร้อนลิ่วกงกง ต้องก้าวเท้าเข้าไปสะกิดเรียก 

 

"พระสนม " 

"พระสนม " 

"เผิงไฉเริน" 

"ซื่อยี่" 

 

อือออ กระทั่งต้องเรียกชื่อ คนหลับถึงงัวเงียเงยหน้าขึ้น มือเรียวเล็กขยี้ตา อย่างสะลึมสะลือ 

 

"ท่านมาแล้ว" 

 

เสียงอ้อแอ้ อย่างกับคนละเมอ แต่กลับดูออดอ้อนราวเด็กน้อย ลิ่วกงกงเห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ น้ำเสียงจึงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน 

 

"ตื่นได้แล้วเร็ว ฝ่าบาททรงรอนานแล้วนะ" 

 

พอได้ยินตัวว่าโชคลาภมา ซื่อยี่ก็ตื่นเต็มตาทันที รีบยืนขึ้น ผงกศีรษะหงึกหงักๆ 

 

"ข้าตื่นแล้ว ๆ" 

 

เสวี่ยหงเย่วฮ่องเต้ มองสนมคนใหม่ตรงหน้า อย่างพิจารณา คราแรกไม่คิดว่าจะคล้ายสตรีขนาดนี้ กระทั่งน้ำเสียงก็ด้วย หน้าตาใสซื่อ ออกไปทางน่ารักน่าเอ็นดู คิ้วโก่ง ตากลมโต ริมฝีปากเล็กสีแดงสดอวบอิ่ม รูปร่างผอมบาง 

ไม่เพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่มองมา สนมคนใหม่ก็กำลังมองพระองค์อยู่เช่นกัน แต่ไม่ใช่พิจาณาอันใด เพียงประเมินราคาความร่ำรวยเท่านั้นเอง 

 

"เจ้าคงรู้หน้าที่แล้วกระมัง" 

 

 เสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ดังขึ้นเรียกสติคนที่กำลังเพ้อฝันถึงสมบัติมากมาย แม้จะ จิ๊ปากในใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก็ยังเอ่ยตอบด้วยใบหน้าน่ารักชวนมอง 

 

"เพคะ หม่อมฉันทราบแล้ว" 

 

"ดี... เราต้องการพักผ่อนแล้ว"  

 

ไม่พูดเปล่า ผู้เป็นฮ่องเต้ยังก้าวเท้าเข้าห้องนอนไป โดยมีลิ่วกงกงตามไปช่วยถอดอาภรณ์ตัวนอกออก ไม่ได้สนใจสนมคนงามที่ยืนอ้าปากค้างอยู่แม้แต่น้อย 

 

*_*  ห๊ะ... พักผ่อน.... พักผ่อนอันใด   

 

"พระสนมเชิญด้านในเถอะ" 

 

กระทั่งเสียงลิ่วกงกงดังขึ้น ทำให้ซื่อยี่ต้องก้าวเท้าตามเข้าไป ก็เห็นตัวโชคลาภของตนขึ้นไปนอนบนเตียงเสียแล้ว 

 

"เอ่อ... แล้วข้าจะนอนที่ใด" 

 

ลิ่วกงกงทำเพียงส่งสายตาไปทางเตียง 

ซื่อยี่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ใช่ว่ากลัวอันใด เพียงแต่ตนเองเป็นคนนอนดิ้น เกิดไปทำร้ายฮ่องเต้เข้า มีหวัง.... 

 

"เอ่อ..ข้า.." 

 

"อย่าชักช้า เราต้องการพักผ่อน"  

 

ซื่อยี่ก็จำต้องก้าวเท้าไปข้างเตียง ปลดอาภรณ์ตัวนอก เหลือเพียงชุดตัวในบางเบา แล้วป่ายปีนขึ้นเตียง ในหัวคิดว่าต้องทำข้อตกลงกันให้รู้เรื่อง 

 

พอเห็นสนมคนใหม่ขึ้นเตียงไปแล้ว กงกงก็ดับตะเกียงภายในห้อง แล้วก้าวเท้าออกไป 

 

ในความมืด มีเพียงแสงรำไร  

 

"ฝ่าบาท หม่อมฉันนอนดิ้น" 

 

"แล้ว" 

 

"ก็ถ้าเผลอไปทำร้ายพระองค์ จะถูกลงโทษหรือไม่" 

 

"ก็อาจจะ" 

 

"ถ้าอย่างนั้น หม่อมฉันไปนอนที่อื่นดีกว่า " 

 

"นอนได้แล้ว หากเจ้ายังพูดมากอีก เราจะทำโทษจริงๆ แล้ว" 

 

ซื่อยี่นอนพลิกไปพลิกมาได้สักพัก  

 

"ฝ่าบาท" 

 

"หืม" 

 

"จะไม่ลงโทษจริงนะ" 

 

"อิม" 

 

"ฝ่า......." 

 

"เจ้าจะนอนเอง หรือต้องให้เรา ทำให้เจ้านอน!" 

 

เสียงลอดไรฟัน ทำให้ซื่อยี่หุบปากสนิท ทั้งยังหลับตาอีกด้วย  

 

พอเห็นคนเงียบไปแล้ว ผู้เป็นฮ่องเต้ก็ยกมือนวดขมับ คล้ายจะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น 

 

เช้าวันใหม่ หงเยว่ต้องตื่นมาเจอกับสนมคนใหม่ ที่กอดก่ายเขาทั้งแขนทั้งขา เห็นกลุ่มผมดำสนิทเป็นเงางามอยู่บนอกแกร่ง แขนเล็กเรียว พาดอยู่ที่เอว ส่วนขาก็พาด หน้าขาพระองค์ 

นึกอยากจะจับอีกคนโยนลงจากเตียง เพราะไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัวใกล้ชิดเพียงนี้ แต่ก็ชั่งเถิด จะปล่อยให้ไปวันหนึ่งก็แล้วกัน 

 

"ลิ่วกงกง" 

 

พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นฝ่าบาทโบกมือให้ไปข้างเตียง เห็นสภาพบนเตียง แม้จะนึกขันพระพักตร์ฮ่องเต้ ที่ดูจะทำอันใดไม่ถูก แต่ก็เก็บอาการไว้ ปลุกคนที่กำลังนอนกอดก่ายบนตัวพระองค์ 

 

"พระสนม" 

"ซือยี่" 

อือออ 

 

ซื่อยี่งัวเงียลืมตาตื่น พอเห็นสภาพตนเอง ก็รีบผละออกอย่างรวดเร็ว  

 

"โทษข้าไม่ได้นะ ก็ข้าบอกไปแล้วนี่" 

 

เอ่ยวาจาคล้ายคนไม่ได้รับความเป็นธรรม 

 

"ฮึ! " 

 

แล้วเสวี่ยหงเย่วก็ลุกแต่งเนื้อแต่งตัว โดยไม่สนใจคนบนเตียงอีก กระทั่งเสด็จออกไป 

 

"ฟู่... อะไรของเขากัน"  

 

"พระสนมเพคะ ฝ่าบาทรับสั่งให้พักผ่อนต่อได้เพคะ" 

 

"ไม่ล่ะ เดี๋ยวข้าจะไปออกกำลังเสียหน่อย"  

 

ข่าวฝ่าบาททรงไปค้างในตำหนักไฉเริน ทำให้วังหลังร้อนเป็นไฟ เพราะฮ่องเต้ไม่ทรงเสด็จมาหวังหลังได้สองเดือนแล้ว  

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ทรงมีราชโองการแต่งตั้ง สนมคนใหม่ เป็น เผิงเจาหรง จากสนมขั้นห้าขึ้นมาเป็นขั้นสอง ซ้ำยังประทานของมีค่ามากมาย  

ยิ่งทำให้ทุกตำหนักเกิดความเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ ยังไม่มีผู้ใดกล้าแสดงตน เพราะเพียงคืนแรกเท่านั้น  

 

แต่ในตำหนักเผิงเจาหรง กลับครึกครื้นยิ่งนัก สนมคนงามหาได้สนใจยศถาอันใดไม่ นั่งนับแต่ของมีค่าที่ได้มา อย่างขะมักเขม้น 

ซ้ำในสมองน้อยๆ ยังวางแผนเป็นตุเป็นตะไปเรื่อย  วู้ววว ดียิ่งนักแค่นอนกับฮ่องเต้ ก็ได้ของเยอะขนาดนี้เลยรึ เห็นทีต้องนอนด้วยบ่อยๆ เสียแล้ว ฮี่ๆ 

 

จากเมื่อวานที่ไม่กระตือรือร้น แต่วันนี้เอาแต่เฝ้าถามนางกำนัล  

 

"ฝ่าบาทจะมาค้างที่นี่หรือไม่" 

 

นางกำนัลขันทีถึงกับปวดหัว เพราะนี่เป็นครั้งที่เท่าใดก็ไม่อาจนับ ที่พระสนมคนงามถามคำถามนี้ 

 

"ต้องรอขันทีฝ่ายในมาแจ้งเพคะ" 

 

คำตอบเดิมเป็นครั้งที่เท่าใดก็ไม่ได้นับเช่นกัน 

 

แล้วสนมน้อยก็นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ ต้องคอยเชง้อมองไปด้านอกอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งขันทีฝ่ายในมาแจ้งว่าฝ่าบาทจะทรงมาค้างที่ตำหนัก ซื่อยี่ถึงได้นั่งลงอย่างสบายใจ 

 

ยามค่ำคืนมาถึง ไม่ต้องรอให้ผู้ใดเรียก สนมคนงามก็ก้าวขึ้นเตียงด้วยความกระตือรือร้น จนเสวี่ยหงเยว่ฮ่องเต้ กับ ลิ่วกงกงรู้สึกแปลกใจ  

พออยู่ในความมืดมิด 

 

"ฝ่าบาท" 

 

"หืม..." 

 

"ของมีค่านั่น เป็นของหม่อมฉันทั้งหมดใช่หรือไม่" 

 

"อืม..." 

 

"ฝ่าบาท" 

 

"หืม..." 

 

"แล้วพรุ่งนี้ จะให้หม่อมฉันอีกไหม" 

 

"อืม.." 

 

"ฝ่า...อุ๊บ " 

 

ริมฝีปาก ที่ช่างถาม ถูกปิดด้วยริมฝีปากหนา ซื่อยี่กลายเป็นแข็งค้างจนกระทั่งอีกคนผละออกไป สนมคนงามก็ยังนอนลืมตาเงียบๆ อยู่อย่างนั้น 

ฮ่องเต้ยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ ไม่นานคนทั้งคู่ก็หลับไป 

 

เช้านี้ก็เหมือนเดิม สนมคนงามก็ยังนอนกอดก่ายพระองค์ คิดอยากทำโทษ แต่ก็ช่างเถอะ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน 

 

"ลิ่วกงกง" 

 

สภาพบนเตียงช่างไม่แตกต่างจากเมื่อเข้าวาน กงกงแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว เพราะฝ่าบาทไม่ชอบให้ผู้ใดถูกเนื้อถูกตัวใกล้ชิดเพียงนี้ 

กระทั่งเสร็จกิจกับเหล่าสนมชายา ยังทรงเสด็จกลับเลยไม่เคยนอนค้าง ยิ่งเห็นสีพระพักตร์คล้ายคนไม่รู้จะต้องทำอย่างไรนั่นแล้วทำให้กงกงต้องหันหน้าไปแอบยิ้ม 

ความคิดเห็น