facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที23 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2559 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที23 100%
แบบอักษร

 

 

 

ค่ำคืนอันหนาวเย็นของวันนี้ทำให้ทิวต้องหยิบเสื้อกันหนาวขนสัตว์ที่วายุซื้อให้ขึ้นมาใส่เพื่อกันหนาว

 

แถมวันนี้ยังมีเมดมาค่อยจัดมื้อค่ำของคืนนี้อย่างสวยงามอีก   อาหารมากมายถูกจัดเรียงอย่างหลากหลาย   

 

ทิวเดินลงมาในห้องอาหารเพื่อทานข้าว   แต่กลับไม่เห็นเจ้าของบ้านพักบนเกาะเลย   ร่างบางหันซ้ายหันขวามองหาคนอีกคน

           "คุณทิวค่ะ   ท่านวายุอยู่หน้าหาดค่ะ"   เมดสาวเมื่อเห็นทิวเดินเข้ามาจึงบอก

           "อ๋อ   ครับ"   ทิวพยักหน้ารับรู้แล้วเดินมาหน้าหาด

 

ลมพักผ่านผิวกายเย็นกำลังพอดี

วายุยืนรับลมอยู่หน้าหาดเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักอย่าง

           "ออกมาตามกูหรอ"   วายุหันมาถามทิวที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเขา

           "เปล่าสักหน่อย   กูแค่มาดูหาดทรายเฉยๆ"   ทิวตอบปฏิเสธโดยไม่มองหน้าวายุ    

           "หึ"   เขาแค่หัวเราะในลำคออย่างเอ็นดูกับท่าทางของทิว

 

หลังจากยืนนิ่งกันอยู่สักพัก    ทั้งสองคนจึงพากันเดินเข้ามาทานมื้อค้ำสุดท้ายที่จะได้กินด้วยกัน

 

อาหารมื้อนี้บอกได้คำเดียวว่าอร่อย    แต่กับทิวมันช่างจืดชืดไร้รสชาติ    ไร้ชีวิตชีวา...   

           "มึงอิ่มแล้วหรอ"   วายุถามทิวหลังจากเงยหน้าขึ้นมาเห็นทิววางช้อนส้อมพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

           "อืม   รู้สึกไม่เจริญอาหารเท่าไหร่"   พอทิวว่าจบ    วายุก็ว่างช้อนส้อมลงบ้าง

           "ถ้ามึงไม่รีบกิน   เดี๋ยวจะไม่มีแรงวิ่งเอานะ"   วายุบอกทิวด้วยความหมายมีเล่ห์สนัยที่แฝงมากับคำพูด    เหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้น 

 

จะว่าไป...เกาะที่เคยมีแค่เขาวายุกับแซมลูกน้องคนสนิทแค่สามคน    แต่กลับมีลูกน้องอีกปรามาณห้าหกคน    เมดอีกสองสามคน

หรือว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น

 

ทิวขมวดคิ้วเรียวเป็นปมอย่างสงสัย    แต่คนตรงหน้ากลับทำเพียงแค่ยกนิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์    ก่อนความสงสัยของทิวจะมีคำตอบเป็นเสียงปืนดังทั่วเกาะ

           "นายครับ   พวกมันบุกมาแล้วครับ"   เสียงลูกน้องคนนึงวิ่งเข้ามาบอกวายุเสียงเรียบดูแล้วไม่มีความตกใจกับสถานะการณ์ตอนนี้เลย

           "งั้นหรอ...   แล้วเตรียมเรือพร้อมมั้ย"   ผู้เป็นนายยิ่งเยือกเย็นเข้าไปใหญ่

ทำเหมือนเสียงที่ปะทะกันอยู่เป็นแค่เสียงพลุที่ดังฉลองอะไรสักอย่าง

           "เรียบร้อยแล้วครับ"    สิ่นเสียงลูกน้องผู้เป็นนายก็พยักหน้ารับรู้    ก่อนจะลุกขึ้นเติมความสูงเดินตรงมายังร่างบางที่นั่งนิ่งมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

           "นี่มึงจะพากูไปไหนเนี่ย!"   ทิวเริ่มโวยวายเมื่อวายุดึงต้นแขนให้เขาลุกขึ้นจากเก่าอี้ที่นั่งอยู่

           "ก็ออกไปจากที่นี่ไง   หรือมึงอยากอยู่กินลูกปืนพวกมันก็ตามใจ"   คนถามไม่รอคำตอบ    กลับกระชากแขนเรียวแล้วออกแรงดึงให้เดินตามตนไปที่ท่าเรือหลังเกาะที่มีการคุ้มกันหนาแน่น

 

เสียงปืนยิงปะทะกันไม่ขาดสายตลอดระยะเวลาการเดินมาหลังเกาะ    ถึงจะมีพวกมันโพล่มาบ้าง    แต่ลูกน้องของวายุก็จัดการได้หมดทุกลาย

           "สวัสดีครับนาย"   แซมที่ยืนรอวายุอยู่ที่ท่าเรือ    พอเห็นผู้เป็นนายเดินตรงมาทางนี้ก็ก้มหัวให้อย่างเคารพ

           "อืม   กูฝากด้วย"   วายุตอบรับในลำคอพลางผลักทิวให้แซมที่อยู่บนเรือ

           "ได้ครับ"   แซมตอบรับคำผู้เป็นนายพร้อมจับต้นแขนเรียวไว้ไม่ให้ลงจากเรือ

           "นี่มันอะไรกัน   กูงงไปหมดแล้ว"   ทิวถามออกมาหลังจากเงียบอยู่นาน

           "กูก็ กำลังจะปล่อยมึงไปไงล่ะ"   วายุหันมาตอบคำถามบองทิว

           "อะไรน่ะ?   กูไม่เข้าใจ"   ทิวถามใหม่อีกทั้งๆที่ก็เข้าใจความหมายที่วายุพูด

           "หึ   ไม่ต้องห่วงหรอก   กูปล่อยมึงไปแค่ตอนนี้   พอเสร็จธุระแล้วกูจะไปรับ"   วายุตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนุ่มพร้อมด้วยรอยิ้มอ่อนโยน

 

หลังจากสิ่นสุดคำพูดของวายุ    เรือแล่นออกจากเกาะด้วยความเร็วสุดเท่าที่เรือจะมี    ถึงเรือจะแล่นออกมาไกลแล้ว    แต่เสียงการยิงปะทะกันยังมีให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อ    พาให้ใจคนได้ยินรู้สึกหวาดหวั่น

กลัวมาเฟียหนุ่มเจ้าของร่างกายแกร่งจะเป็นอะไรไป    จึงทำได้แต่ภาวนาขอให้ปลอดภัยเท่านั้น

 

 

 

+++++++++++25%++++++++++

 

 

 

ทิวถูกแซมพาตัวมาส่งที่สนามบินเพื่อบินกลับกรุงเทพค่ำนี้เลย

 

ทิวยกตั๋วเครื่องบินที่จะออกไม่กี่นานทีขึ้นมาดู    เหมือนวายุจะจัดการเรื่องนี้ให้เขาก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว    ที่เหลือก็แค่ให้เขาขึ้นเครื่องเท่านั้น

 

แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิดนะ    ความกังวลใจและเป็นห่วงอีกคนที่ยังอยู่บนเกาะ    ทำให้เขาลังเลที่จะไป...

 

           "คุณทิวครับ   ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วครับ"   แซมที่ยืนดูทิวอยู่ข้างหลังพูดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องขึ้นเครื่องแล้ว

           "อืม"   ทิวตอบรับในลำคอเพียงนิด

 

เพียวเวลาไม่นานเครื่องบินกลับกรุงเทพก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราว

 

    กรืด~กรืด~

 

เครื่องบินออกไปเพียงไม่นาน    เสียงโทนศัพท์ของแซมก็ดังขึ้น

           "ครับนาย"   พอเห็นหน้าจอขึ้นชื่อผู้เป็นนายแซมจึงรีบรับสายทันที

           "[ทิวเป็นไงบ้าง]"   เสียงทุ้มต่ำเข้มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทเสียงเรียบ

           "ขึ้นเครื่องไปเรียบร้อยแล้วครับ"   แซมบอกผู้เป็นนายเสียงเรียบเช่นกัน

           "อืม   นายเองก็รีบกลับมาได้แล้ว   เรามีเรื่องสนุกที่ต้องทำกัน"   วายุบอกแซมด้วยน้ำเสียงรื่นเริง    เหมือนกำลังมีเรื่องสนุกรอเขาอยู่

ทั้งๆที่เรื่องนี้พอคิดทีไรก็ทำให้เขาอารมณ์คุกรุ่นจนถึงขีดสุดที

           "ครับนาย"   แซมรับคำสั่งผู้เป็นนายเพียงแค่นั้นสายจึงตัดไป

 

 

 

 

 

 

 

    บ้านมัสทณา

 

เมื่อเครื่องบินลงจอดที่หมายปลายทางเสร็จสิน    ทิวนั่งรถจากสนามบินมายังบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง

           "คุณทิว...   คุณทิวจริงๆด้วย!"   พอทิวก้าวเข้ามาในบ้าน    ป้าแม่บ้านรีบวิ่งเข้ามาหาร่างบางทันที 

           "ครับ   ผมเอง   ป้าคิดว่าเป็นใครล่ะ"   ทิวว่าพลางกอดหญิงสูงวัยตรงหน้าด้วยรอยิ้มอ่อนโยน

           "ก็แหม   คุณทิวหายไปนี่คะ   จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง   กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้วค่ะ"   ป้าแม่บ้านว่าอย่างเอ็นดู    เพราะลูกชายทั้งสามคนของเจ้าของบ้านเธอเป็นคนดูแลมากตั้งแต่เด็ก    พอนายหญิงของบ้านเสียไปเธอจึงเสมือนแม่อีกคนนึงของพวกเขา

           "คุณทิวหิวหรือเปล่าคะ"   ป้าแม่บ้านถามอย่างเป็นห่วง

           "ครับ   ผมหิวมากเลย   ไม่ได้กินกับข้าวฝีมือป้าตั้งนาน"   ทิวรีบพูดอ้อนขึ้นมาทันที

           "งั้นรอป้าแป๊ปนึงนะคะ   เดี๋ยวป้าจะไปทำอะไรให้ทาน   ทานเสร็จแล้วจะได้พักผ่อน   พรุ่งนี้จะได้มีแรงนะค่ะ"   ว่าจบ    ป้าแม่บ้านจึงรีบเดินเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้เด็กที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก 

 

ทิวเดินมานั่งรอป้าแม่บ้านทำอาหารอยู่ที่ห้องรับประทานอาหาร

 

ตอนนี้ในหัวเขามีเพียงมาเฟียหนุ่มเท่านั้น    ถึงจะไม่อยากคิด    แต่ก็หยุดไม่ได้    ถึงจะมีความทรงจำแสนเจ็บปวดจนร่างกายจดจำ    แต่ระยะเวลาที่อยู่บนเกาะด้วยกันกลับทำให้ทิวจดจำชั่วเวลาเหล่านั้นมากกว่า    

 

เขาจะได้เจออีกมั้ย

 

มีเพียงคำถามนี้เท่านั้นที่ติดอยู่ในสมองของทิว

 

           "เสร็จแล้วค่ะคุณทิว"   สิ่นเสียงป้าแม่บ้านเดินออกมาจากครัวพร้อมกับกับข้าวสองสามอย่างง่ายๆ

           "ขอบคุณครับ"   ทิวหันมายิ้มให้แล้วเริ่มลงมือทาน

 

หลังจากจักการอาหารตรงหน้าจนหมด    ทิวจึงเดินขึ้นห้องนอนด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางและเหตุการณ์บนเกาะ

วันนี้มีแต่เรื่องให้เขาต้องคิดตลอด    สมองอันเหนื่อยล้าพาร่างกายมานอนลงบนเตียงที่เคยนอนเป็นประจำ    ...แต่กลับไม่ชิ    เพราะทุกครั้งข้างกายร่างบางจะต้องมีชายร่างแกร่งนอนกอดตนอยู่ตลอด    แต่ถึงอย่างงั้นก็ต้องข่มตานอนให้ลง 

 

ทิวข่มตาหลับสักพักเพราะความเหนื่อยล้าจึงเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++

ต้องขอโทษจริงๆนะ พอดีแมวดำกำลังกังวลเรื่องไข้เลือดออกอ่ะ เลยไม่มีกระจิตกระใจคิดนิยาย

แบบว่า... แมวดำเคยเป็นแล้วรอบนึง แล้วเขาว่าถ้าเป็นแล้วมันจะกลับเป็นอีกง่ายอ่ะ แมวดำเลยกำลังกังวลใจเลย เพราะช่วงนี้ยุงเยาะมาก ขนาดอยู่ที่แจ้งยังมียุงเลย รีดเดอรทุกคนก็ระวังตัวกันด้วยนะ แมวดำเป็นห่วง

 

 

 

🙀

ความคิดเห็น