ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บ้านใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ธ.ค. 2562 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บ้านใหม่
แบบอักษร

 บ้านใหม่ 

 

 

“จิวจื่อ เราจะถึงเมืองชิงแล้วนะ” หลี่บอกจิวจื่อเมื่อเห็นประตูเมืองอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก

“จริงรึหลี่เกอ” จิวจื่อถามขึ้นอย่างดีใจ

หลังจากที่เดินทางมาด้วยกันพักใหญ่ก็รู้จักกันมากขึ้น จิวจื่อได้ทำความรู้จักกับทุกคนจนสามารถเรียกชื่อกันได้

“จริงสิ เดี๋ยวก็เข้าไปข้างในเมืองแล้ว” หลี่ตอบกลับ

ผ่านไปสองเค่อ ขบวนรถม้าของจิวจื่อก็มาถึงหน้าประตูเมืองชิง

“หยุดรถม้าก่อน” เสียงของทหารยามดังขึ้นเมื่อเห็นรถม้าของจิวจื่อ ก่อนจะพูดต่อ “ไม่ทราบว่าพวกท่านจะไปไหนกันรึ” พร้อมกับถือ สมุดที่น่าจะเป็นสมุดจดบันทึกการเข้าเมือง

“พวกข้าเป็นคนคุ้มกันของคุณชายจิวจื่อนะ” เหมยเป็นตอบ

“งั้นเชิญคุณชายตอบข้าด้วยขอรับ” ทหารยามพูดออกมา

“เอ่อ ข้าจิวจื่อจะย้ายเข้ามาอาศัยที่เมืองชิงขอรับ นี่หยกประจำตัวของข้า” จิวจื่อตอบออกไปพร้อมกับยื่นหยกประจำตัวไปให้

ทหารยามรับมาแล้วนำมาตรวจสอบว่าใช่ของจริงหรือไม่ เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วก็พูดขึ้น

“นี่หยกขอรับ ค่าเข้าเมืองสองตำลึงเงินขอรับ” พร้อมกับยื่นหยกคืนไปให้

“ขอบคุณท่านมาก”

หลังจากผ่านด่านเข้าเมืองมา จิวจื่อได้บอกให้หลี่กับเหมยที่บังคับรถมาไปที่จวนเจ้าเมืองเพื่อที่จะได้หาซื้อบ้าน

 

จวนเจ้าเมือง

“พวกท่านมาติดต่อเรื่องอะไรรึ” เสียงยามเฝ้าประตูถามดังขึ้น

“ข้าจะมาติดต่อขอซื้อบ้านขอรับ” จิวจื่อตอบ

“เชิญด้านในได้เลยขอรับ” ทหารยามผายมือเชิญจิวจื่อเข้าไปด้านใน

“พวกท่านช่วยรออยู่ที่นี้สักครู่นะขอรับ” จิวจื่อยังไม่เดินเข้าไปแต่หันมาบอกพวกเหล่ยที่อยุ่บนรถมาก่อน

“ท่านไปเถอะพวกข้ารอได้” เหล่ยตอบกลับ

เมื่อจิวจื่อได้ยินดังนั้นก็เดินเข้าไปที่จวนเจ้าเมือง แล้วนั่งรอที่ห้องรับแขกสักครู่ก็มีคนเดินเข้ามาซึ่งก็คือเจ้าเมือง

“สวัสดีคุณชายขอรับ ข้าฉิงเล่อเป็นเจ้าเมือง”

“สวัสดีขอรับข้าท่านเจ้าเมือง ข้าจิวจื่อ” จิวจื่อลุกขึ้นทักทายท่านเจ้าเมืองกลับ

“ข้าได้ยินว่าเจ้าจะซื้อบ้าน” เจ้าเมืองถามขึ้นเพื่อความแน่ใจหลังจากที่ได้ยินมา

“ขอรับ ข้าจะมาซื้อบ้านแล้วก็จะย้ายมาอยู่ที่เมืองชิงแห่งนี้ขอรับ” จิวจื่อตอบออกไป

“อืมเดี๋ยวข้าจะชื่อเจ้าเข้าเป็นคนในเมืองชิงแห่งนี้แต่จะมีค่าใช้จ่าย”

“ไม่เป็นไรขอรับ”

“ว่าแต่เจ้าอยากได้บ้านแบบใดล่ะ”

“ข้าอยากได้บ้านแบบที่อยู่ใกล้ๆ จวนแม่ทัพขอรับ”

“.....”

“เอ่อ ทำไมท่านมองข้าแบบนี้ล่ะขอรับ” จิวจื่อถามขึ้นเมื่อเห็นสายตาแปลกๆ ที่มองมาจากท่านเจ้าเมือง

“ท่านคงมิได้ชมชอบท่านแม่ทัพใช่รึไม่” แต่แทนที่จะได้คำตอบจิวจื่อกลับได้คำถามมาแทน

“.....”

“ท่านไม่ต้องเขินอายไปหรอกหน่า ใครๆ ก็ชมชอบท่านแม่ทัพไม่ว่าจะหญิง เกอ หรือแม้กระทั่งชายแท้ก็ชมชอบท่านแม่ทัพทั้งนั้น”

เขินอายบ้านท่านสิ!!!  

“ฮะฮะ นั้นสิขอรับ ไม่ทราบว่ายังมีบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เหลือบ้างไหมขอรับ” จิวจื่อรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่มันจะออกจากจุดประสงค์ที่มา

“อืม ถ้าข้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะยังมีเหลืออยู่หลังหนึ่ง เห็นว่าเจ้าของเก่าย้ายออกไปเลยขายให้ทางการ” ฉิงเล่อพูดพร้อมกับชี้นิ้วให้ดู “เจ้าดูที่ตรงนี้ นี่คือพื้นที่บ้านที่ว่าอยู่ติดกับจวนแม่ทัพ”

จิวจื่อมองดูตามนิ้วของเจ้าเมืองก็มองเห็นเป็นพื้นที่ว่างที่อยู่ติดๆ กับจวนแม่ทัพ

“นี่เป็นแบบบ้านที่ข้าได้ให้คนไปวาดมาไว้” ฉิงเล่อยื่นแบบบ้านไปให้จิวจื่อดูแล้วพูดต่อ “บ้านหลังนี้ราคาห้าสิบตำลึงทองเพราะมีพื้นที่ที่ ค่อนข้างจะกว้างทั้งยังเคยเป็นเหล่าอาหารมาก่อนถึงจะอยู่ใกล้จวนแม่ทัพแต่ก็ไม่ค่อยมีใครสู้ราคาสักเท่าไร”

ทำไมราคามันถูกแบบนี้ พื้นที่กว้างขนาดนี้อย่างน้อยก็ต้องร้อยตำลึงขึ้นไป แต่ช่างเถอะได้มาถูกอย่างนี้ก็ดี จะได้ประหยัดๆ เงินหน่อย  

เมื่อจิวจื่อคิดได้แบบนั้นก็ตอบตกลงไป “ข้าจะเอาหลังนี้”

“เจ้าแน่ใจนะ”

“ข้าแน่ใจขอรับ”

“ถ้าเจ้าแน่ใจ ข้าจะลงในทะเบียนให้เจ้าเข้าเป็นคนของเมืองชิงแห่งนี้ ที่อยู่อาศัยก็เป็นเหล่าอาหารที่เจ้าเพิ่งซื้อไป ว่าแต่เจ้าจะใช้ชื่ออะไรรึ” ฉิงเล่อถามขึ้นขณะจดข้อมูลลงในสมุด

“ข้าจะใช้ชื่อ ซิ่นจิวจื่อ ขอรับ” จิวจื่อตอบ

“อืม ข้าลงทะเบียนห้าตำลึงทองรวมกับที่เจ้าซื้อบ้านห้าสิบตำลึงทอง ทั้งหมดก็ห้าสิบห้าตำลึงทอง”

“นี้ขอรับ” จิวจื่อยื่นถุงเงินไปให้

เจ้าเมืองยื่นมือไปรับถุงเงินมานับ แล้วพูดขึ้นต่อ “นี้โฉนดที่ดิน ข้าจะให้เด็กรับใช้นำทางเจ้าไปที่บ้านใหม่”

“ขอบคุณขอรับท่านเจ้าเมือง แต่ข้ามีคนนำทางให้แล้วขอรับ”

“โอ้! ไม่เป็นไร เจ้าก็ถือว่าเข้ามาอยู่ที่เมืองแห่งนี้แล้ว ข้าจะแนะนำอะไรอย่างหนึ่งให้ บ้านหลังนั้นหลังใหญ่ใช่รึไม่ ถ้าเจ้าต้องการหาคน รับใช้ก็ไปที่ร้านเฉิง ร้านนั้นจะมีคนที่ไม่มีงานทำไปลงทะเบียนไว้เจ้าก็ไปเลือกคนที่นั่นเถอะ”

“ข้าขอขอบคุณท่านเจ้าเมืองอีกครั้งที่ช่วยเหลือข้าขอรับ” จิวจื่อกล่าวออกไป

“อย่าได้ขอบคุณข้านักเลยมันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ ขอให้เจ้ามีความสุขกับเมืองชิงแห่งนี้นะ”

“ขอรับ ข้าขอลาก่อน”

“ลาก่อนคุณชายจิวจื่อ ไว้พบกันใหม่”

 

หลังจากที่จิวจื่อซื้อบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาหาพวกเหล่ย

“รอนานไหมขอรับ”

“ไม่นานหรอกจิวจื่อ” เฟิ่งตอบจิวจื่อ

“ช่วยพาข้าไปที่ร้านเฉิงก่อนนะขอรับ เจ้าเมืองบอกว่าถ้าข้าต้องการคนให้ไปที่ร้านนั้น เสร็จแล้วก็ไปที่บ้านใหม่ของข้าที่อยู่ข้างๆ จวน แม่ทัพ” จิวจื่อพูดขึ้น

“......”

“พวกท่านมองข้าแบบนั้นทำไม”

“พวกข้าก็ไม่นึกว่าเจ้าจะซื้อบ้านที่อยู่ข้างๆ จวนแม่ทัพได้นะ หรือว่าเจ้า...” เฟิ่งตอบพร้อมกับหรี่ตามองจิวจื่ออย่างจับผิด

“ก็เพื่อความปลอดภัยของข้าเถอะ ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเสียหน่อย รีบพาข้าไปที่ร้านเฉิงได้แล้ว” จิวจื่อตอบออกไป

รถม้าขบวนของจิวจื่อเคลื่อนออกไปโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ร้านเฉิง

“ฮ่าๆๆ ข้าล้อเล่นหน่า ว่าแต่บ้านเจ้าอยู่ตั้งอยู่ตรงไหนรึข้างซ้ายหรือขวา” เฟยถามขึ้นอย่างสงสัย

“รู้สึกว่าจะเคยเป็นเหล่าอาหารมาก่อนพวกเจ้ารู้จักอยู่ใช่ไหม”

“อ้อ ที่นั่นใหญ่เอาเรื่องอยู่นะ เจ้ารู้ไหมนอกจากเคยเป็นเหล่าอาหารแล้วที่นั่นเคยเป็นบ้านของเศรษฐีมาก่อน ก่อนที่จะมีคนซื้อไปทำ เหล่าอาหารเลยมีพื้นค่อนข้างกว้าง ดังนั้นถ้าเจ้าจะจ้างคนก็ต้องเยอะหน่อย” เฟยอธิบายให้ฟัง

“ข้าเข้าใจล่ะ ขอบคุณเจ้ามาก”

เมื่อไปถึงร้านเฉิงแล้วจิวจื่อก็ได้จ้างคนโดยที่มีผู้ชายสิบคนและผู้หญิงอีกห้าคน แล้วทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปที่บ้านใหม่ของจิวจื่อ

“...นี้เหรอบ้านใหม่ของข้า” จิวจื่อพูดขึ้นเสียงเบาเมื่อมาถึงหน้าบ้านใหม่ที่ไม่นึกว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้

ตุบ “อย่ามัวตะลึงสิ ขนของเข้าไปข้างในเถอะ” เฟิ่งตบไหล่ของจิวจื่อให้ได้สติหลังมองเห็นจิวจื่อตะลึงกับบ้านหลังใหม่

“อ่า ขนของเข้าไปกันเถอะ”

ว่าแล้วก็เรียกให้คนที่จ้างมาขนของเข้าไปข้างในส่วนตัวเองก็ออกมาคุยกับพวกเหล่ย

“ข้าขอบคุณพวกเจ้ามากเลยนะที่คุ้มกันมาส่งถึงเมืองชิง”

“ไม่เป็นไรหรอกยังไงมันก็คือหน้าที่”

“นี้เงินอีกส่วนหนึ่งในถุงมีอยู่ห้าตำลึงเงินขอรับ” จิวจื่อยื่นถุงเงินไปให้เหล่ยที่เป็นผูอาวุโสสุด แล้วยื่นอีกถุงไปให้ “แล้วก็เงินในถุงนี้อีก สองตำลึงเงินขอรับข้าให้ถือว่าเป็นค่าน้ำใจของข้า”

“มันจะไม่มากเกินไปรึคุณชายจิวจื่อ” เหล่ยพูดขึ้น

“ไม่มากเกินไปหรอกขอรับ เงินแค่นี้เองถ้าไม่ตายก็หาใหม่ได้ พวกท่านเอาไปเถอะ” จิวจื่อพูดพร้อมกับผลักถุงเงินกลับไปเมื่อเหล่ย ทำท่าจะยื่นถุงเงินคืน

“ขอบคุณเจ้ามากคุณชายจิวจื่อ เดี๋ยวพวกข้าจะเอารถม้าไปคืนให้ระหว่างกลับไปรายงานที่สำนัก” เหล่ยพูดอย่างจริงใจ

“ขอบคุณพวกท่านมากนะขอรับถ้ามีโอกาสเจอกันก็อย่างลืมทักทายข้านะ” จิวจื่อเอ่ยบอก

“แน่นอนข้าไม่ลืมที่จะทักเจ้าหรอก” เฟิ่งพูด

“แล้วเจอกันใหม่”

“แล้วเจอกันใหม่”

จิวจื่อมองไล่หลังรถม้าที่ห่างออกไป แล้วก็มีเสียงดังขึ้น

“คุณชายขอรับพวกข้าขนของเข้าไปหมดแล้ว” เสียงของหนึ่งในพวกที่จิวจื่อจ้างมาดังขึ้น

“เรียกทุกคนไปที่กลางห้องโถง” จิวจื่อบอกไป

“ขอรับ”

 

“ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาก็เพื่อที่จะสอบถามความเป็นมาของพวกเจ้า” จะให้เขาจ้างคนที่ยังไม่รู้ประวัติมาก็ใช่เรื่อง ถึงทางร้านที่จะบอกมา แต่ก็ไม่ละเอียดพอให้เขาไว้ใจ

“พวกเจ้าเขียนหนังสือเป็นหรือไม่” จิวจื่อถาม

“เป็นขอรับ/เจ้าค่ะ”

“ดี นี้กระดาษพวกเจ้าไปเขียนประวัติของพวกเจ้ามา ข้าจะเดินไปสำรวจบ้านดูก่อนแล้วจะกลับมา”

“ขอรับ”

จิวจื่อเมื่อเห็นพวกเขารับคำแล้วก็เดินออกไปสำรวจ โดยที่ห้องโถงที่ยื่นอยู่แต่ก่อนเคยเป็นเหล่าอาหารมีสามชั้น สองชั้นแรกเป็นพื้นที่ กว้างโล่ง มีหน้าต่างทั้งสองชั้นไม่เปิดโล่งเหมือนร้านทั่วไป ชั้นสามจะแบ่งเป็นห้องๆ ซึ่งจะมีความป็นส่วนตัวกว่าสองชั้นแรก

เมื่อสำรวจร้านด้านหน้าเสร็จแล้วจิวจื่อก็เดินไปสำรวจด้านในต่อเห็นมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่มีขนาดใหญ่อยู่ด้านขวา ด้านซ้ายจะเป็นบ้านที่ อยู่ติดกันน่าจะเป็นบ้านพักของคนรับใช้ ก่อนที่จะถึงแต่ละส่วนมีสวนเป็นตัวแบ่งเขตไว้

จิวจื่อสรุปได้ว่าบ้านหลังใหม่ของตนนี้มีสี่ส่วน ส่วนแรกเป็นเหล่าอาหารที่จะทำขึ้น ส่วนที่สองเป็นที่รับแขก ส่วนที่สามเป็นบ้านหลังใหญ่จิวจื่อจะเอาไว้พัก และส่วนสุดท้ายจะเป็นบ้านพักของคนงาน

จิวจื่อสำรวจจนพอใจแล้วก็เดินกลับไปที่เหล่าอาหารที่ห้องโถงก็เห็นว่าเขียนกันเกือบเสร็จหมดทุกคนแล้ว

“ใครเขียนเสร็จแล้วเอามาให้ข้า”

มีคนเดินเอามาให้จิวจื่อดูสองคน จิวจื่อรับมาดูก่อนที่จะพูดขึ้น

“ชื่อฮัวอิ๋น เป็นเกอ เคยทำงานเป็นลูกจ้างร้านผลไม้มาก่อนแต่โดนไล่ออก เหตุผลคือโดนเข้าใจผิดว่าให้ท่าเจ้าของร้านเลยโดนเมียหลวงไล่ออก” อืมหน้าตาก็ดูไม่เหมือนพวกให้ท่าไปทั่วเสียด้วย

“ชื่อฮัวมี่ เป็นน้องของฮัวอิ๋น ประวัติเหมือนกับพี่ชายที่โดนไล่ออก แต่เหตุผลที่โดนไล่ออกคือโดนลวนลามจากคนในร้าน” ช่างน่าสงสารทั้งพี่ทั้งน้อง

“คนต่อไป” จิวจื่อพูดขึ้นเมื่ออ่านเสร็จแล้ว

.

.

.

“คนสุดท้าย ชื่อเทียนหง เป็นบุรุษ เคยเป็นพ่อบ้านมาก่อนแต่โดนที่ทำงานเดิมไล่ล่าเพราะดันไปรู้ความลับเข้า”

“หลังจากที่ข้าอ่านประวัติที่พวกเจ้าส่งมาแล้วข้ารับพวกเจ้าทำงาน อย่าเพิ่งตัดสินใจ” จิวจื่อรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของแต่ละคนที่ทำท่า จะพุ่งเข้ามา “พวกเจ้าต้องฟังข้อเสนอของข้าก่อนถ้าเกิดข้าเอาเปรียบพวกเจ้า พวกเจ้าจะทำยังไง” แล้วพูดสั่งสอนออกไป

“ขอรับ/เจ้าค่ะ พวกข้าจะจำไว้”

“ดี ถ้ามาทำงานกับข้า ข้าจะให้วันละหนึ่งก้วน แต่ถ้าพวกเจ้าจะเอาเป็นเดือนข้าจะให้เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน นอกจากนี้ถ้าคนไม่มีที่อยู่ หรือบ้านไกลข้ามีที่พักให้ ส่วนอาหารจะมีเป็นสามมื้อต่อวัน พวกชุดเสื้อผ้าจะมีเป็นชุดประจำบ้านของข้า นอกจากนี้ถ้าพวกเจ้าป่วยก็สามารถมาเบิกเงินล่วงหน้าได้ ข้ามีวันหยุดให้พวกเจ้าสัปดาห์ละหนึ่งวัน ลาได้เดือนละสองครั้งหรือจะเก็บสะสมไว้ก็ได้แต่ต้องไม่เกินหนึ่งเดือน เข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจแล้วขอรับ/เจ้าค่ะ” พวกเขาตอบรับจิวจื่อบางคนก็ร้องไห้เพราะไม่ค่อยมีนายจ้างที่สนใจพวกตนสักเท่าไร

“พวกเจ้าจะร้องกันทำไม ข้าปลอบคนไม่เก่งหรอกนะ เทียงหงข้าให้เจ้าเป็นพ่อบ้าน ด้านหลังจะเป็นที่พักของพวกเจ้า ก็ไปจัดการกันเอา เองแล้วกัน แยกย้ายได้”

“ขอรับคุณชาย”

“เจ้าค่ะคุณชาย”

เฮ้อ~ แค่เริ่มต้นยังขนาดนี้ต่อไปจะเป็นยังไงดี ว่าแต่พรุ่งนี้ไปทักทายเพื่อนบ้านดีกว่า 

 

 

.....................................................................

- โอ๊ะ โอ น้องจะไปทักทายเพื่อนบ้านแหละ

- เขาจะได้เจอกันไหม ลองทายกันดูสิ ^_^

- ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่หลงมาอ่าน

- โปรดติดตามตอนต่อไปเด้อ

 

 

ความคิดเห็น