ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ออกเดินทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2562 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ออกเดินทาง
แบบอักษร

ออกเดินทาง 

 

 

จิวจื่อตื่นขึ้นมายามเหม่าเพื่อที่จะได้จัดเตรียมของก่อนออกเดินทางจึงได้สั่งให้บ่าวรับใช้ไปยกของหรือก็คือสินเดิมของจิวจื่อที่เมื่อวานได้ให้บ่าวรับใช้ในเรือนไปยกมาจากเรือนใหญ่มา นั้นยกมาไว้ทีหน้าประตูจวนเพื่อที่รถม้ามาถึงจะได้ขนของขึ้นทันที ซึ่งของทั้งหมดยกมาไว้ที่หน้าจวนเสร็จก่อนที่รถม้ามาถึงแค่เค่อเดียว

“นายท่านขอรับข้าเอารถม้ามาส่งขอรับ”

มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นซึ่งก็คือเสียงของเสี่ยวเอ้อร์ที่มาส่งรถม้าแต่เมื่อจิวจื่อมองไปก็พบว่าเป็นเสี่ยวเอ้อร์คนที่แนะนำรถม้ามาให้

“ขอบคุณเจ้ามากเสี่ยวเอ้อร์” จิวจื่อบอกออกไป

“ไม่เป็นไรขอรับมันเป็นหน้าที่ที่ข้าต้องมาส่ง” เสี่ยวเอ้อร์ตอบจิวจื่อ

“โอ้ เจ้าขยันจังนะ” จิวจื่อพูดชมออกไป

“คุณชายชมเกินไปแล้วขอรับ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เสี่ยวเอ้อร์ก็ยิ้มรับ แล้วพูดขึ้นมาว่า “คุณชายขอรับเงินมัดจำอีกครึ่งหนึ่ง”

“ฮะฮะ” จิวจื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงแห้ง

“คุณชายคงไม่ได้ลืมใช่ไหมขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองจิวจื่อ

“พูดเป็นเล่นน่า~ ข้าไม่มีทางลืมหรอกน่า” จิวจื่อตอบออกไปทั้งที่ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อไหล

“หนึ่งตำลึงทองขอรับคุณชาย”

“เอานี่ หนึ่งตำลึงทองพอดี” จิวจื่อรีบยืนถุงเงินไปให้

เสี่ยวเอ้อร์รับไปพร้อมกับชั่งน้ำหนักในมือดู แล้วพูดขึ้นมา “พอดีเลยขอรับคุณชาย”

จิวจื่อเห็นดังนั้นก็ถามขึ้น “เจ้าไม่นับดูก่อนหรอกเหรอ”

“ไม่ขอรับ ข้าสามารถบอกจำนวนเงินได้จากน้ำหนักขอรับ” เสี่ยงเอ้อร์ตอบ

“โอ้ เจ้าเก่งมากเลยนะ” จิวจื่อพูดชมอีกครั้ง

“ไม่เท่าไรหรอกคุณชาย” เสี่ยวเอ้อพูดอย่างถ่อมตน แล้วพูดขึ้นต่อ “งั้นข้าลาล่ะขอรับ ขอให้คุณชายเดินทางโดยปลอดภัย” เมื่อพูดอวยพรจบเสี่ยวเอ้อร์ก็เดินจากไป

“เจ้าก็เดินกลับดีๆล่ะ” อย่าให้ใครฉุดเงินไปก่อนล่ะ จิวจื่อเอ่ยไล่หลังไปถึงแม้จะไม่ได้เอ่ยประโยคหลังออกไปก็ตาม

อีกสักพักก็มีกลุ่มของเหล่ยมาซึ่งเป็นกลุ่มที่จิวจื่อจ้างมาคุ้มกันภัยในระหว่างเดินทาง

“หนี่ฮ่าวนายท่าน” เป็นเสียงของหลี่ทักขึ้นมาซึ่งหลี่ก็เป็นอีกคนหนึ่งในกลุ่มคุ้มกันเหมือนกัน

“ข้าบอกอย่าพูดแบบนั้นกับนายจ้าง หลี่” เหมยเป็นคนพูดขึ้นมาก่อนที่จะเดินไปบิดหูของหลี่

“โอ้ กำลังขนของขึ้นรถงั้นรึเดี๋ยวพวกข้าช่วย” เหล่ยบอกพร้อมกับเดินไปช่วยยกของขึ้นรถม้า

“ขอบคุณพวกท่านมากขอรับ” จิวจื่อกลล่าวขอบคุณออกไป

“ไม่เป็นไรหรอกยังไงเราก็ต้องออกเดินทางกันนาน”

“ใช่ๆ ต้องช่วยกัน”

เสียงแรกเป็นเสียงของเฟยเอ่ยขึ้นส่วนเสียงที่สองเป็นของเฟิ่ง ซึ่งทั้งสองเป็นแฝดกัน

จิวจื่อได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้น “พวกท่านใจดีจัง”

“ฮ่าๆ ยังไงก็เดินทางไปด้วยอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ถือว่าเล็กนน้อย” หลินหญิงวัยกลางคนซึ่งพอๆกับเหล่ยเอ่ยขึ้น

“เอาล่ะขนของขึ้นกันหมดแล้ว ออกเดินทางได้” เหล่ยร้องบอกเมื่อตรวจดูของทั้งหมดแล้ว

“นายท่านขึ้นไปนั่งบนรถม้าเถอะจะได้ออกเดินทาง” หลินพูดขึ้น

“แล้วพวกท่านล่ะ” จิวจื่อถามขึ้นเมื่อไม่เห็นพวกเขาขึ้นรถม้า

“ตอนนี้พวกข้าจะเดินรอบๆรถม้าไปก่อน พอออกจากเมืองค่อยขึ้นนะ” เหมยเป็นนคนตอบ

“ข้าเข้าใจแล้ว” จิวจื่อพยักหน้าเข้าใจแล้วขึ้นรถม้าไป

ในที่สุดรถม้าก็เคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณหน้าจวนของเสนาบดีหลิว

ลาก่อนจวนเสนาบดีหลิว หวังว่าคงไม่ได้เจอกันอีกนะ จิวจื่อคิดขึ้นในขณะที่มองไปที่จวนเสนาบดีหลิวที่ค่อยๆหายลับไปจากสายตา

ในที่สุดรถม้าของจิวจื่อก็ออกนอกเมืองหลวงไป พวกเหล่ยก็ขึ้นมาบนรถม้าโดยที่คันแรกจะเป็นหลี่กับเหมยเป็นผู้ขับ ส่วนจิวจื่อ เฟย เฟิ่ง นั่งอยู่ด้านใน คันที่สองเป็นเหล่ยกับหลินที่นั่งบังคับม้าอยู่ฃ

“ว่าแต่เราจะไปที่เมืองไหนกัน” จิวจื่อถามขึ้นเมื่อเห็นบรรยากาศเงียบเกินไป

“เราจะแวะไปพักที่เมืองยี่กับเมืองผิงก่อนแล้วค่อยออกเดาทางไปเมืองชิงที่เป็นจุดหมายของเรา” เฟยเป็นคนตอบจิวจื่อ

“เอ่อ เฟย เฟิ่งข้าขอเรียกแบบนี้นะดูแล้วเราน่าจะอายุเท่ากัน” จิวจื่อขอออกเสียงอ้อมแอ้ม

“ได้สิ ว่าแต่เจ้าอายุเท่าไรล่ะ” เฟิ่งเป็นคนตอบแล้วถามจิวจื่อกลับ

“ข้าสิบเก้าปีขอรับ” จิวจื่อตอบ

“โอ๊ะ เท่ากันเลยแหะ ข้านึกว่าท่านจะแก่กว่าอีก” เฟิ่งพูดออกมา

“.....” อึก อย่าให้หน้าของข้าใสไร้สิวแล้วกัน  

เมื่อเห็นจิวจื่อเงียบไปเฟิ่งก็รีบเอ่ยขึ้นมา “ฮ่าๆๆ ข้าล้อเล่นหน่าเจ้าอย่าเครียดไปเลย ก็คราวที่แล้วเจ้าเอาผ้าคลุมพันหน้าพันหัวไปหมด ข้าก็เดาเอานะ”

“ฮะๆ งั้นเหรอ ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ว่ามาสิ” เป็นเฟยที่พูดออกมา

“ในฐานะที่พวกท่านเป็นผู้คุ้มกันซึ่งน่าจะได้ออกเดินทางไปหลายที่มาก่อน ข้าอยากให้พวกท่านช่วยเล่าให้ฟังได้รึไม่”

เฟยกับเฟิ่งได้ยินดังนั้นก็หันมามองหน้ากันแล้วหันไปมองหน้าจิวจื่อที่มีผ้าคลุมปิดอยู่

“ทำไมพวกท่านมองหน้าข้ายังงั้นล่ะ” จิวจื่อถามขึ้นเมื่อทั้งสองหันมามอง

ในที่สุดเฟิ่งก้เป็นคนพูดออกมา “ก็เพราะว่าปกติจะไม่มีนายจ้างคนไหนขอให้พวกเราเล่าให้ฟังส่วนมากจะไม่ถามหรือไม่ก็ข่มขู่ให้เล่าซะ มากกว่า”

“งั้นหรอกเหรอ ว่าแต่ท่านจะช่วยเล่าให้ฟังได้หรือไม่” จิวจื่อถามขึ้นอีกครั้ง

“ได้สิ เดี๋ยวพวกเราเล่าให้เจ้าฟัง” เฟิ่งบอกออกมาด้วยความกระตือรือร้น

เมื่อเฟิ่งพูดจบก็เริ่มต้นเล่าทันที

“แคว้นหมิงเป็นแคว้นที่เจริญรุ่งเรืองเท่ากับแคว้นหวงซึ่งทั้งสองแคว้นเป็นพันธมิตรกัน แคว้นหมิงแบ่งดินแดนออกเป็นห้าส่วนคือ ส่วนที่ หนึ่งคือเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของแคว้นมีเมืองรองอยู่สี่เมืองซึ่งประจำอยู่ทิศ เหนือ ใต้ ออก ตก ส่วนมาเมืองหลวงจะเป็นพวกขุนนาง อยู่ซะเป็นส่วนมากอ่ะนะ ” เฟิ่งเล่าออกมาแต่พอถึงประโยคหลังก็ทำสีหน้าเบื่อหน่าย

“ส่วนที่สองคือทิศเหนือหรือก็คือทิศอุดร มีแม่ทัพตระกูลเฟยประจำอยู่ ทิศเหนือเป็นทิศที่มีหิมะตกอยู่ตลอดเวลาข้าก็ไม่รู้ทำไมเหมือน กันทั้งๆที่แคว้นข้างๆก็ไม่ตกตลอดเวลานะ แต่อย่างไรก็ตามด้วยสภาพอากาศยังนั้นทำให้ผู้คนที่อยู่ทางนั้นร่างกายแข็งแรง” เฟยเป็นคนเล่าต่อจากเฟิ่ง

เฟิ่งเห็นเฟยเล่าจบก็เล่าต่อ “ส่วนที่สามคือทิศตะวันออกหรือก็คือทิศบูรพา มีแม่ทัพตระกูลหงประจำทิศอยู่ ทิศตะวันออกถือว่าเป็นอู่ ข้าวอู่น้ำเลยนะ ถือเป็นที่สำคัญของแคว้นหมิงเลยล่ะ

ส่วนที่สี่คือทิศใต้หรือก็คือทิศทักษินที่ที่เราจะเดินทางไป มีแม่ทัพตระกูลหย่งประจำทิศอยู่ ทิศใต้เป็นทิศที่มีการค้า เงินหมุนเวียนอยู่ ตลอดเวลา เพราะมีท่าเรือเทียบท่า มีเรือสินค้าต่างๆมากมายที่เข้ามา ถ้าเจ้าอยากหาของแปลกๆให้มาที่แดนใต้

และส่วนสุดท้ายก็คือทิศตะวันตกหรือก็คือทิศประจิม มีแม่ทัพตระกูลหลงประจำทิศอยู่ ทิศตะวันตกเป็นศูนย์กลางของการเล่าเรียนมีสำนักศึกษาเป็นจำนวนมากที่ทิศนั้น”

“ที่เรารู้ก็มีแค่นี้แหละ” เฟยเป็นคนพูดเมื่อเฟิ่งพูดจบ

“แต่ถ้าเจ้าอยากฟังเรื่องที่เขาซุบซิบ นินทาข้าก็เล่าให้เจ้าฟังได้หน่า~” เฟิ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าเจ้าเลห์

“ข้าอยากฟัง” จิวจื่อตอบอย่างรวดเร็ว

ก็เรื่องพวกซุบซิบนินทาเนี่ยแหละแหล่งข่าวชั้นดี เพียงแต่จะมีใครวิเคราะห์ได้หรือเปล่าก็แค่นั้นเอง 

หลังจากนั้นเฟิ่งก็เล่าเรื่องต่างๆให้จิวจื่อฟังไป จนกระทั่งมาถึงเมืองยี่ซึ่งใช้เวลาเดินทางสามวัน พวกเขาพักที่โรงเตี๊ยมหนึ่งคือ แล้วก็เดินทางต่อไปที่เมืองผิงใช้เวลาห้าวัน โชคดีที่ตลอดทางไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางทางทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นทำให้อาจจะเดินทางไปถึงก่อนกำหนดที่วางไว้ก็ได้

พวกจิวจื่อได้แวะพักที่เมืองผิงก่อน

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่เมืองผิงขอรับนายท่าน” เฟิ่งเอ่ยขึ้นมาเมื่อรถม้าเข้ามาภายในประตูเมืองแล้ว

“ว้าว มีของเยอะแยะเลยนะ” จิวจื่อโผล่หัวออกไปข้างนอกรถม้าก็มองเห็นแผงขายของที่ออกมาตั้งเยอะแยะมากมาย

“ถ้าเจ้าไปเมืองอี้ เจ้าจะยิ่งตกใจมากกว่านี้เลยแหละ” เฟยพูดออกมา

“เมืองอี้?”

“เมืองอี้เป็นศูนย์กลางการค้าเลยมีสินค้าอยู่มากมายที่มาจากต่างแดน ถ้าเจ้าต้องการอะไรก็ไปหาที่นั้น” เฟยตอบจิวจื่อออกไป

หลังจากนั้นขบวนการเดินทางก็แวะพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมหนึ่งคืน แล้วออกเดินทางไปต่อที่เมืองชิง

ยิ่งช้าข้าก็หาเงินได้ไม่ทันใช้นะสิ 

นั้นก็คือคำที่จิวจื่อตอบเฟิ่งเมื่อเฟิ่งถามว่าทำไมรีบไปนัก

.....................................................

- มาแล้ววววว

- ในที่สุดก็ถึงสักที

- ต่อไปหาบ้าน

- เขาจะเจอกันตอนไหนนะ?

- ขอบคุณนักอ่านที่หลงเข้ามาอ่าน

- โปรดติดตามตอนต่อไปเด้อ

ความคิดเห็น