ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 30 ข้ารักท่านหมดหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 ข้ารักท่านหมดหัวใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2562 13:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 ข้ารักท่านหมดหัวใจ
แบบอักษร

 

 

 

               นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้เบิกโพลงด้วยความกลัวระคนกับความโกรธ บุรุษผู้นี้วิทยายุทธ์เป็นเลิศ นางจึงไม่อาจต้านทานเขาได้แม้แต่น้อย ทำได้เพียงรู้สึกเจ็บใจในความไม่เอาไหนของตัวเอง

              แต่ในขณะที่นางกำลังคิดสะระตะว่าศัตรูในครั้งนี้คือใคร น้ำเสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ๆ หู

              “ชู่ว...อย่าเอ็ดไปซินเอ๋อร์ นี่พี่เอง”

องค์ชายหลี่หมิงจิวกระซิบกระซาบ ก่อนดึงผ้าปิดปากสีดำลงไปไว้ใต้คางเพื่อเปิดเผยใบหน้าของตน แววตาตื่นตระหนกเมื่อครู่จึงเปลี่ยนเป็นแววตาตื่นเต้นดีใจ

หลี่หมิงจิวรีบคลายการสกัดจุดให้น้องสาวทันที

              “พี่รอง! ท่านมาได้อย่างไร” ไป๋ชิง หรือแท้จริงแล้วคือองค์หญิงหลี่หมิงซินแห่งแคว้นหนิงอัน โผเข้ากอดพี่ชายคนรองพร้อมกับส่งเสียงดังอย่างลืมตัว “องครักษ์เซียวล่ะ พี่รองยังไม่ได้สังหารเขาใช่ไหม”

              หลี่หมิงจิวส่ายหน้า “ข้าให้ไป๋อวี้ล่อเขาไปอีกทาง” เขาคลายอ้อมแขนออกจากน้องสาว ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “พระมารดาประชวรหนัก อยากเห็นหน้าเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย รีบกลับหนิงอันกับพี่เถิด ไป๋อวี้คงถ่วงเวลาไว้ได้ไม่นานนัก”

              “พระมารดาทรงประชวรหรือเพคะ” หลี่หมิงซินยกมือขึ้นทาบอก “เป็นได้อย่างไร...ก่อนออกจากหนิงอันมา หม่อมฉันมั่นใจมากว่าพระองค์ทรงพระเกษมสำราญดี”

“พระมารดาถูกลอบวางยาพิษ ตอนนี้พระอาการแย่มากเป็นตายเท่ากัน เจ้ารีบเก็บของเถอะ ขืนชักช้าจะไม่ทันการณ์” หลี่หมิงจิวเร่งเร้า ขณะที่หัวสมองของหลี่หมิงซินกลายเป็นสีขาวโพลนไปหมด ข่าวที่ได้รับจากพี่ชายถือว่าเหนือความคาดหมายและน่าตกใจเกินไป

ถึงแม้ว่านางจะไม่อยากกลับไปเหยียบวังหนิงอันมากแค่ไหน แต่คุณธรรมภายในใจกลับแย้งว่าควรกลับไปทำหน้าที่ลูกกตัญญูเป็นครั้งสุดท้าย

“ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวเอายาบำรุงมาให้เจ้าค่ะ” เสี่ยวฟางทะเล่อทะล่าเข้ามาพบว่าฮูหยินของนางกำลังอยู่กับชายอื่นในห้องนอนสองต่อสอง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวจึงเป็นไปในทางไม่ดีเสียมากกว่า “ท่านผู้นี้คือ...”

หลี่หมิงซินรีบดึงตัวสาวใช้คนสนิทเข้ามา ก่อนปิดประตูลงกลอน “เขาเป็นพี่ชายข้า ตอนนี้แม่ข้าป่วยหนัก ข้าจำเป็นต้องกลับหนิงอันเดี๋ยวนี้” นางชี้แจงให้เสี่ยวฟางฟัง ซึ่งสาวใช้ตัวน้อยยังคงอ้าปากหวออยู่อย่างนั้น

กลับหนิงอันงั้นหรือ! ฮูหยินสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรืออย่างไร ถ้าท่านแม่ทัพกลับมาพบว่าฮูหยินไม่ได้อยู่รอที่นี่ จวนหลังนี้คงถูกท่านแม่ทัพอาละวาดจนพังราบเป็นหน้ากลองแน่ๆ

“ไม่ได้นะเจ้าคะฮูหยิน ถ้าท่านแม่ทัพกลับมาแล้วไม่พบท่าน เห็นทีว่าบ่าวคงชะตาขาด” เสี่ยวฟางย่นคอทำหน้าสยอง ในขณะที่หลี่หมิงจิวกลับหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

สาวน้อยคนนี้ฝีปากกล้าสมเป็นสาวใช้ของซินเอ๋อร์จริงๆ 

หลี่หมิงซินจับมือสาวใช้คนโปรด ก่อนเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มารดาข้าป่วยหนักใกล้ตาย ข้าจึงอยากกลับไปทำหน้าที่ลูกที่ดีสักครั้ง ก่อนไปข้าจะแวะไปส่งข่าวให้ท่านแม่ทัพรู้ เช่นนั้นเจ้าคงไม่เป็นกังวลแล้วใช่ไหม”

เสี่ยวฟางพยายามจะทำความเข้าใจ หากเสียงของนางที่เปล่งออกมากลับเริ่มสั่นเครือ “ฮูหยิน...ท่านจะกลับมาที่นี่ใช่ไหมเจ้าคะ”

หลี่หมิงซินยิ้มน้อยๆ ลูบศีรษะสาวใช้เบาๆ “เด็กโง่...ข้าต้องกลับมาแน่” นางบีบมือของเสี่ยวฟางคล้ายจะให้สัญญา “ข้าเป็นคนของสกุลหยางแล้ว ต่อให้ตายไปก็เป็นผีสกุลหยาง มีเหตุผลอันใดที่ข้าจะไม่กลับมาเล่า”

ทว่าคำพูดของหลี่หมิงซินทำให้ใบหน้าคมคายของหลี่หมิงจิวกระตุกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ องค์ชายรองแห่งหนิงอันส่งเสียงประท้วงอยู่ในใจ

นี่น้องสาวของเขาถูกหยางเฟยหรงล้างสมองไปแล้วหรืออย่างไร แม่ทัพจอมโอหังคนนั้นมันน่าตายนัก!

“จะไปกันได้หรือยัง” หลี่หมิงจิวเริ่มเร่งเร้า เสี่ยวฟางกับหลี่หมิงซินจึงรีบเก็บข้าวของที่จำเป็นใส่ห่อผ้าสัมภาระ โดยไม่ลืมพับจดหมายจากสามีเก็บไว้ในอกเสื้อ

“ข้าไปก่อนนะเสี่ยวฟาง รักษาตัวให้ดี แล้วข้าจะรีบกลับมา” หลี่หมิงซินสั่งเสียสาวใช้คนสนิท ไอชื้นอุ่นร้อนเริ่มเกาะที่ขอบดวงตาคู่งาม

“ฮูหยินโปรดถนอมตัวด้วย” เสี่ยวฟางร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้หลี่หมิงซินซึ่งกำลังกลั้นน้ำตาไว้ต้องปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น สองสาวกอดกันร้องไห้ในขณะที่หลี่หมิงจิวต้องยกมือขึ้นอุดหู

ไยสตรีจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่เอะอะก็ชอบร้องไห้คร่ำครวญเช่นนี้! องค์ชายรองแห่งหนิงอันไม่เคยเข้าใจ

ร่ำลากันเสร็จเรียบร้อยหลี่หมิงซินก็ปาดน้ำตาเร้นกายออกจากจวนไปพร้อมกับพี่ชายโดยอาชาที่ผูกไว้ไม่ไกล ไม่ช้าไม่นานไป๋อวี้ก็ขี่ม้าสีขาวปลอดเข้ามาสมทบ

 

สามคนสามอาชาพากันควบม้าไปตามถนนที่มืดมิด จนล่วงเข้ายามอิ๋น หลี่หมิงซินก็ชะงักบังเหียนอาชาให้ชะลอความเร็วลง

“มีอันใดหรือน้องเจ็ด” หลี่หมิวจิวชะลอฝีเท้าอาชาเพื่อไถ่ถาม ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำให้เขาต้องชักสีหน้าบึ้งตึง

“หม่อมฉันอยากไปลาสามีก่อนได้หรือไม่เพคะ” หลี่หมิงซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ เพราะเกือบสองชั่วยามที่อยู่บนหลังม้า นางมีลางสังหรณ์ว่าจากกันครั้งนี้อาจจะไม่ได้พบหน้าหยางเฟยหรงอีก

“พระมารดารอเจ้าอยู่” หลี่หมิงจิวแย้งขึ้นมา ทว่าเมื่อมองไปยังไป๋อวี้ซึ่งกำลังส่ายหน้าช้าๆ เขาก็เปลี่ยนท่าที “รีบไปรีบมาก็แล้วกัน พี่กับไป๋อวี้จะรออยู่ที่นี่”

“ขอบพระทัยเพคะ” หลี่หมิงซินไม่รอช้า รีบชักม้าไปในทิศทางตั้งค่ายของหยางเฟยหรงทันที ในใจของนางรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าอีกไม่กี่อึดใจจะได้พบเจ้าของใบหน้าหล่อเหลานั้น

จากกันเพียงแค่ครึ่งเดือน เหมือนจากกันนานนับสิบปี ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะกรำศึกจนร่างกายผ่ายผอมซูบซีดหรือเปล่าหนอ...

คิดอะไรเพลินๆ เพียงไม่นานอาชาฝีเท้าไวก็พานางมาจนถึงหน้าค่าย

หลี่หมิงซินผูกม้าเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก่อนเร้นกายเข้าไปในค่ายทหารอย่างเงียบเชียบ อาศัยความเป็นสตรีร่างเล็กและความคล่องแคล่วว่องไว ไม่ช้าไม่นานนางก็เข้าไปจนถึงกระโจมใหญ่ที่สุดของค่ายแห่งนี้

ไม่บอกก็รู้ว่ากระโจมนี้เป็นกระโจมที่พักของแม่ทัพใหญ่ หลี่หมิงซินปาก้อนหินเข้าไปในช่องหน้าต่างอย่างแม่นยำ ซึ่งแน่นอนว่าสามีของนางต้องออกมาตามหาคนป่วนแน่ๆ

เป็นไปตามคาด ร่างสูงใหญ่คุ้นตาก้าวออกมาจากกระโจมด้วยความระแวดระวัง ปลายหางตาเห็นแวบๆ ว่ามีผู้บุกรุกค่ายในยามวิกาล แม่ทัพหนุ่มจึงใช้วิชาตัวเบาพุ่งเข้าไป หมายจะคว้าตัวคนร้ายเอาไว้ ทว่าเขากลับต้องตกใจเมื่อพอเข้าใกล้คนร้าย จมูกกลับได้กลิ่นหอมละมุนอันคุ้นเคย เรือนร่างบอบบางภายใต้ชุดสีดำรัดกุมนั้นก็ให้สัมผัสนุ่มนิ่มเกินกว่าจะเป็นเรือนกายของบุรุษ

“ชิงเอ๋อร์?” หยางเฟยหรงตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นว่าผู้บุกรุกในยามวิกาลกำลังหัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“ตกใจใช่ไหม...อื้อ” เขาไม่รั้งรอให้นางเอ่ยจนจบประโยค พอคว้าท้ายทอยเล็กๆ เอาไว้ได้ ริมฝีปากบางก็ถูกบดขยี้ลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มอย่างรวดเร็ว มือใหญ่โอบรัดแผ่นบางบอบบางของภรรยาให้แน่นเข้า ในขณะที่คนถูกขโมยจูบกลับทำได้เพียงขยุ้มอกเสื้อของสามีเอาไว้แน่น จุมพิตที่เขามอบให้ช่างเร่าร้อนรุนแรงเหลือเกิน

หลี่หมิงซินปล่อยให้สามีตักตวงความหอมหวานจากนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าเขาจะพึงพอใจ เพราะไม่ใช่แค่หยางเฟยหรงที่คิดถึงนางจนแทบคลั่ง หากนางเองก็คิดถึงสัมผัสของเขามากมายเช่นกัน

จุมพิตแห่งความคิดถึงทวีความเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้เจ้าของร่างบางอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง ทั้งสองตอบสนองกันและกันอย่างไม่คิดจะปิดบังความปรารถนาที่มี จนกระทั่งริมฝีปากร้อนจัดเริ่มลิ้มเลียไปตามผิวกายอ่อนนุ่ม หลี่หมิงซินจึงได้สติว่านางมาถึงค่ายแห่งนี้เพื่ออะไร

“ช้าก่อนสามี...ข้ามีเรื่องสำคัญต้องบอกกับท่าน” หยางเฟยหรงชะงักการกระทำของตนเพื่อรอฟังสิ่งที่ภรรยาอยากจะบอก นางคงมีธุระสำคัญเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่ดั้นด้นมาหาเขาไกลถึงชายแดนเช่นนี้

“ได้สิ ว่าแต่เจ้าได้รับจดหมายของข้าหรือไม่” เขาแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากนวลเนียน มือใหญ่เริ่มลูบไล้ซุกซนจนนางรู้สึกจั๊กจี้ “มันมีแต่คำว่าคิดถึงอยู่ในนั้น”

หลี่หมิงซินพยายามปัดป้องมือปลาหมึกของสามี ใบหน้าหวานเริ่มปรากฏสีแดงระเรื่อ “ข้าเองก็คิดถึงท่านตลอดเวลาเช่นกัน”

หยางเฟยหรงคลี่ยิ้ม การที่นางยอมรับอย่างง่ายดายถือว่าเกินความคาดหมายไปมาก ในใจนึกอยากจะอุ้มนางเข้ากระโจมไปด้วยกันเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็จำต้องหักห้ามใจเอาไว้

“มารดาของข้าป่วยหนัก ข้าจำเป็นต้องกลับหนิงอันตอนนี้” หลี่หมิงซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ถ้านางหายดีเมื่อไรข้าจะรีบกลับมา”

ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา นี่ภรรยาของเขากำลังจะบอกว่าต้องกลับหนิงอันในเวลานี้อย่างนั้นหรือ!

“ไม่ได้! ข้าไม่ยอมให้เจ้ากลับหนิงอันเด็ดขาด” หยางเฟยหรงลืมตัวตวาดเสียงดัง มือใหญ่เผลอตรึงร่างบางไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้นางออกจากอ้อมกอด

              หลี่หมิงซินทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ “มารดาป่วยหนักมากจริงๆ นางอยากเห็นหน้าข้าเป็นครั้งสุดท้าย ท่านจะใจดำทำให้ข้าต้องกลายเป็นลูกอกตัญญูได้ลงคอเชียวหรือ”

              หยางเฟยหรงนิ่งคิด มันก็จริงของนางที่ว่าเป็นบุตรต้องกตัญญูต่อบิดามารดา แต่เขาก็มีความกังวลอยู่ลึกๆ ว่าถ้าปล่อยนางไปในครั้งนี้ เขาอาจจะไม่ได้พบหน้านางอีกเลย

              “ถึงอย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของสกุลหยางแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ต้องเข้าใจและปล่อยให้ข้ากลับมาหาท่านแน่ๆ” หลี่หมิงซินเริ่มหว่านล้อมสามี มือเล็กๆ ลูบไล้ไปตามโครงหน้าหล่อเหลาอย่างเอาอกเอาใจ นัยน์ตาวาวใสเก็บเกี่ยวจดจำใบหน้าของเขาเอาไว้ในใจให้มากที่สุด

              ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสว่างจากคบไฟส่องมา นางมองเห็นว่าสามีดูซูบผอมลงเล็กน้อย สีผิวก็ดูคล้ำเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในสายตาของหลี่หมิงซินแล้ว เขาเคยหล่อเหลาสง่างามอย่างไร ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

              เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ถ้าเจ้าไปแล้วไม่กลับมา ข้าจะบุกไปรับเจ้าถึงวังหนิงอัน”

              หลี่หมิงซินชะงักมือที่กำลังลูบไล้ใบหน้าของสามี นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้มองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนก หยางเฟยหรงจับมือของภรรยาเอาไว้ จากนั้นจึงบรรจงจุมพิตลงไปเบาๆ

              “เรื่องที่เจ้าหนีแต่งงานข้ารู้มานานแล้ว ข้าจึงเกรงว่าถ้าเจ้ากลับไปครั้งนี้ฮ่องเต้หนิงอันจะกักตัวเจ้าไว้”

              หลี่หมิงซินนิ่งอึ้ง นางไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อการนี้ นางเข้าใจมาโดยตลอดว่าหยางเฟยหรงไม่เคยล่วงรู้สถานะที่แท้จริงของนาง แต่ในเมื่ออยู่ๆ เขามาพูดเรื่องนี้ต่อหน้า นางก็เริ่มไปไม่เป็น

             “ข้า...” ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไร เวลาก็เหลือน้อยเต็มที นางจึงรีบตัดบท “ถึงแม้พระบิดาจะกักตัวข้าไว้ ข้าก็จะหนีออกมาหาท่านให้จงได้ ข้าต้องรีบไปแล้ว พี่รองรออยู่”

              ได้ยินดังนั้น หยางเฟยหรงก็รู้สึกโล่งใจแกมขบขัน ภรรยาของเขาถึงกับจะปีนตำหนักหนีพระบิดาเพื่อเขาเชียวหรือนี่ ช่างน่ารักเสียจริง

นัยน์ตาคมกริบจึงมองนางด้วยแววตาหยอกล้อ “รักข้ามากใช่หรือไม่”

              “ข้ารักท่านหมดหัวใจ” นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างด้วยไม่คิดว่านางจะยอมรับง่ายดายเช่นนี้ หลี่หมิงซินอาศัยจังหวะที่สามีเผลอโน้มต้นคอของเขาลงมาเพื่อจูบลาเป็นครั้งสุดท้าย

เป็นจุมพิตที่แสนลึกล้ำ อ่อนหวาน ราวกับจะให้คำมั่นสัญญาแก่กันและกัน ก่อนที่นางจะตัดใจผละออกมาในที่สุด

              “สัญญาได้หรือไม่ว่าเจ้าจะกลับมา” เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หน้าผากของคนทั้งสองยังคงแนบชิด สองนัยน์ตาประสานแนบแน่น ในนั้นมีแต่ประกายความรักที่เคลือบแฝงไปด้วยความปวดร้าว ในที่สุด หลี่หมิงซินก็ซุกใบหน้าลงกับแผงอกของสามีเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังล้นเอ่อ

สองมือโอบกอดร่างสูงเอาไว้แน่น ซึมซับสัมผัสอบอุ่นจากสามีเป็นครั้งสุดท้าย...

 

 

              “น่าสงสารองค์หญิงนะเพคะ” 

               ไป๋อวี้ซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่บนคบไม้ต้นเดียวกันกับองค์ชายหลี่หมิงจิวเอ่ยออกมาพร้อมกับสีหน้าเห็นอกเห็นใจ นางเป็นสตรีด้วยกัน ย่อมเข้าใจในความรู้สึกละเอียดอ่อนพวกนี้ ต่างจากหลี่หมิงจิวที่แสดงท่าทีกระฟัดกระเฟียดตลอดเวลา ไป๋อวี้เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวไม่เบา

              “ซินเอ๋อร์ทำตัวเองทั้งนั้น นี่ถ้าพระบิดารู้ว่านางหนีมาแต่งงานกับแม่ทัพแคว้นลู่อย่างนี้ นางต้องถูกขังลืมแน่ๆ” หลี่หมิงจิวพูดพลางมองน้องสาวที่ค่อยๆ ปล่อยมือจากคนรักด้วยสีหน้าไม่สบายใจ มองปราดเดียวก็รู้ว่าสองคนนั้นรักกันมากแค่ไหน

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันเวลาที่ผ่านไปเพียงชั่วข้ามฤดูจะเปลี่ยนแปลงคนเราได้ถึงเพียงนี้

              “พระองค์ไม่เคยมีความรัก ย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกของสตรี” ไป๋อวี้กระโดดลงจากกิ่งไม้ ก้าวเท้ายาวๆ ไปหาอาชาสีขาวปลอดของตน “รีบกลับไปรอองค์หญิงที่จุดนัดพบเถอะเพคะ”

             ว่าแล้วองครักษ์สาวก็ขึ้นขี่อาชาตัวนั้นไป ทิ้งให้หลี่หมิงจิวมองตามด้วยความไม่เข้าใจแม้แต่น้อย

 

เปิดตัวองค์ชายหลี่หมิงจิว คนซึนแห่งหนิงอัน 

จากกันครั้งนี้ ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพกับฮูหยินจะได้พบกันอีกเมื่อไร ขอกำลังใจให้ท่านแม่ทัพด้วยนะคะ

++ ประกาศ ++

มาแล้วเจ้าค่ะ ใครรอท่านแม่ทัพอยู่ จัดไปอย่าให้เสีย!

นิยายเรื่อง จอมทัพจ้าวหัวใจ กำลังจะออกเป็นรูปเล่มแล้วนะคะ เปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 มกราคม 2563

เริ่มจัดส่งหนังสือประมาณกลางเดือนมกราค่ะ

++ พิเศษสุดๆ ++ 

เฉพาะนักอ่านที่สั่งจองรอบพรีออเดอร์กับทางหน้าแฟนเพจสำนักพิมพ์เฟยฮุ่ย จะได้รับแม็กเน็ตฟรี พร้อมกับโปรโมชั่นฟรีค่าจัดส่งไปเลยจ้าาาา

ปกสวยหวานขนาดนี้ รับรองว่าจบดีแฮปปี้เอนดิ้งแน่นอน ^^

เข้าไปจองกันได้ใน facebook fanpage ของ Feihui books  หรือส่องคิวอาร์โค้ดด้านล่างนี้ได้เลยจ้า 

อย่าช้านะจ๊ะ ท่านแม่ทัพรออยู่ ^^ 

++ รักคนอ่าน ++ 

นับดาว 

ความคิดเห็น