ขอค่าขนมเล็กๆน้อยๆไว้เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ >////<

เหตุเกิดเพราะฝนตก 100%

ชื่อตอน : เหตุเกิดเพราะฝนตก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุเกิดเพราะฝนตก 100%
แบบอักษร

 

 

 

เหตุเกิดเพราะฝนตก 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก www.pexels.com 

 

 

สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันชื่อ มิริน เป็นพนักงานส่งอาหารของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำไมฉันถึงได้มาเป็นพนักงานส่งของทั้งๆที่หน้าที่นี้ควรเป็นของผู้ชายน่ะหรอ? เพราะคนเต็มค่ะT_T

 

ขณะนี้ก็เป็นเวลาที่ดึกมากแล้วจวนจะถึงเวลาปิดร้านในอีกครึ่งชม วันนี้ร้านค้าต่างๆจะปิดกันเร็วก่อนกำหนดเพราะคืนนี้พยากรณ์อากาศ พยากรณ์ว่าจะมีพายุลูกใหญ่เข้า ฝนจะตกอย่างหนักสามวันติด เพื่อสวัสดิภาพของพวกเราเจ้านายทั่วประเทศจึงอนุญาตให้เรากลับเร็วแถมหยุดงานให้อีกด้วยล่ะค่ะ หุหุ

 

กริ๊งงงง

 

เห นี่ร้านก็จะปิดแล้วนะยังจะมีคนมาสั่งอาหารอีกหรอเนี่ย ให้ตายสิ ไม่มีความเกรงใจกันบ้างเล้ยยย ฉันที่กำลังจะหนีไปซ่อนอยู่หลังร้านเพราะไม่อยากเป็นคนไปส่งอาหารรอบสุดท้าย ก็ต้องหมดหวังเพราะผู้จัดการรู้ทันให้ฉันเป็นคนไปส่งอยู่ดี ก็เหลือพนังงานส่งแค่ฉันนี่เนอะ

 

“ขอโทษนะมิริน ถ้างั้นเธอไปส่งลูกค้าคนนี้เสร็จก็กลับบ้านเลยละกัน ไม่ต้องกลับมาที่ร้าน”

 

“รับทราบค่ะ”

 

ฉันมองใบที่อยู่ของลูกค้าอย่างสงสัยเพราะฉันรู้สึกคุ้นเคยมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย เอ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก นี่ก็เริ่มดึกมากแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงพายุก็จะเข้า ฉันจะมามัวชักช้าแบบนี้ไม่ได้ซะแล้ว

 

 

 

 

......................................................................................................

 

 

 

1 ชั่วโมงผ่านไป

 

“เฮ้อ บ้านหลังนี้มันอยู่ไหนวะเนี่ย”

 

ฉันบ่นกับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ นี่มันซอยหรือเขาวงกตวะเนี่ย ฉันขี่รถวนไปสามรอบแล้วก็ยังหาไม่เจอสักที ทำไงดีละเนี่ยไปส่งเรทขนาดนี้ จะโดนอะไรไหมก็ไม่รู้ โถ มิรินสาวน้อยผู้น่าสงสาร

 

ฉันที่กำลังหมดอาลัยตายอยาก จึงตัดสินใจเริ่มตามหาใหม่อีกครั้ง คราวนี้ฉันค่อยๆขี่รถไปอย่างช้าๆ และในที่สุดเหมือนโชคจะเป็นใจให้ฉันเหมือนฉันจะเจอแล้ว ฉันจะเจอกับ…

 

“แกรสสสสส โฮ่ง”

 

“กรี้ด หมา!!!”

 

เหมือนกับโชคชะตาจะย้ายไปเข้าข้างทางฝั่งของโชคร้าย ฉันที่เห็นหมาตัวใหญ่ขู่กรรโชกพร้อมกับวิ่งไล่กวดฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้ฉันบิดมอไซค์อย่างไม่คิดชีวิต ฉันยังไม่มีสามีเลย จะมาตายแบบนี้ไม่ได้ มิรินไม่ยอมเด็ดขาด

 

พอเห็นว่าหนีมันพ้นแล้ว ลองสอดส่องดูอีกรอบเพื่อความมั่นใจก็ไม่เจอมันแล้ว ฉันก็ค่อยๆผ่อนแรงที่บิดแฮนด์ลงแล้วก็ต้องประหลาดใจกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ไอ้บ้าเอ้ย ที่นี่ที่ไหนวะเนี่ยยย

 

ฉันมองรอบๆอย่างฉงนจนเหลือบไปเห็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่กลางซอยอย่างโดดเดี่ยว เห้อ เอาไงเอากันวะคงไม่เป็นอย่างในหนังสยองขวัญนักหรอก ฉันที่เริ่มจะหมดหวังกับการตามหาจึงตรงไปที่บ้านปริศนานั้นพร้อมกับความหวังอันริบหรี่

 

พอฉันจอดรถที่หน้าบ้านหลังนั้นก็ถึงกับตกใจ นะ นะ นี่มัน… บ้านที่ฉันตามหามา 2 ชั่วโมงเต็มนี่นา ในที่สุดพระผู้เป็นเจ้าก็ทรงเมตตามิรินสาวน้อยน่ารักผู้นี้เสียที

 

ฉันเตรียมทำหน้าตาน่าสงสารอย่างสุดความสามารถ เผื่อคุณลูกค้าอาจจะเห็นใจที่ฉันมาส่งของได้ช้าขนาดนี้ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปกดออดอย่างช้าๆ

 

ปิ๊งป่อง

 

สิ้นเสียงออดไปสักพักก็มีผู้ชายร่างสูงโปร่งมาเปิดประตูด้วยท่าทางที่หงุดหงิดมาก แต่พอหลังจากที่เขาเห็นหน้าของฉันชัดก็ทำหน้าตกใจกึ่งดีใจออกมา

 

“มะ มิริน”

 

เสียงทุ้มเรียกชื่อฉันออกมา เห ใครวะ ทำไมถึงรู้จักฉันด้วยเนี่ย หน้าตาหล่อขนาดนี้ฉันต้องจำได้สิว่าเขาเป็นใคร ทำไมถึงนึกยังไงก็นึกไม่ออก สงสัยคงต้องไปซื้ออะไรมาบำรุงสมองเสียแล้วมั้ง 

 

“ฉันเอง เรียวตะไง”

 

“ห๊าาา ระ เรียวตะ จริงหรอเนี่ย!!”

 

บ้าน่า เป็นไปได้ยังไงกัน เรียวตะ เจ้าเด็กอ้วนจอมขี้แยที่อยู่ข้างบ้านฉันคนนั้นน่ะหรอ ป๊าด ไม่เจอตั้งนานโตมาหล่อขนาดนี้เลยหรอ โห แล้วทำไมฉันถึงได้แต่ย่ำอยู่กับที่แบบนี้ละเนี่ย

 

“นายดูดีขึ้นเยอะมากเลยนะ”

 

“เธอก็น่ารักเหมือนเดิมนะ มิริน”

 

เรียวตะชมฉันกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ฉันฟังแล้วต้องก้มหน้าหนีด้วยความเขินอาย พอตานั่นเห็นท่าทางของฉันก็ยิ่งได้ใจยิ้มกริ่มให้ฉันอีกรอบ

 

“อ่อ จริงสิ ฉันไปเอาเงินมาจ่ายเธอก่อน”

 

สิ้นเสียงทุ้ม ร่างสูงโปร่งก็วิ่งเข้าไปในบ้านทันที และไม่กี่อึดใจเขาก็วิ่งกลับมาเผชิญหน้าฉันอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหอบนิดหน่อย ให้ตายเถอะ เซ็กซี่ชะมัด…

 

“เห็นว่าเป็นมิริน ฉันจะไม่คอมเพลนเรื่องส่งช้าก็แล้วกันนะ”

 

เรียวตะว่าพลางยิ้มมหาเสน่ห์พร้อมกับขยิบตาให้ฉันอีกข้างหนึ่ง ให้ตายสิใจฉัน สภาพฉันในตอนนี้เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ร่างกายเย็นเฉียบแถมชาไปทั้งร่าง ที่สำคัญทำไมฉันรู้สึกว่าร่างกายฉันมันเปียกละเนี่ย!!!

 

ซ่าาาาา 

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงฝนเจ้ากรรมก็กระหน่ำตกลงมาใส่ฉันที่ยืมอยู่นอกบ้านทำใหเปียกโชกไปทั้งตัว ฉันที่เพิ่งได้สติก็รีบวิ่งเข้าไปหลบฝนยืนข้างๆเรียวตะทันที

 

“ฝนตกแบบนี้ ไม่มีท่าทีจะหยุดเลยสิ”

 

“อื้อ พายุเข้าน่ะ เขาบอกว่ากว่าจะหยุดตกก็ปาไปสามวัน”

 

เรียวตะที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำท่าคิดหนักไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดคำพูดที่ทำให้ฉันตกใจด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

“ถ้างั้นเธอก็อยู่บ้านฉันจนกว่าฝนจะหยุดละกันนะ”

 

“เห…”

 

“เถอะน่า ฉันไม่มีทางจะปล่อยให้เธอเปียกจนหนาวตายหรอกนะ”

 

บ่นเสร็จเรียวตะก็ดึงมือของฉันให้เข้าไปในบ้าน เขาลากฉันไปยังบริเวณหลังบ้านที่เป็นโซนเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาโยนผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ให้ฉันทันที ก่อนที่เขาจะหันตัวไปค้นหาของในตู้เสื้อผ้าอีกพักหนึ่ง

 

ในที่สุดหมอนั่นก็เงยหน้าออกมาจากตู้ในมือก็ถือเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่สกรีนคำว่า ma ryuta ยื่นมาให้ฉัน พร้อมกับสีหน้าเขินอายของหมอนั่น

 

“นี่เป็นเสื้อตัวเล็กที่สุดที่ฉันมีอยู่ เธอก็เอาไปใส่ซะ เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

 

“ให้ฉันใส่เสื้อปกติของนายไม่ได้หรอ”

 

“ตัวฉันใหญ่กว่าเธอเยอะเลยนะ ขืนให้ใส่แบบปกติเห็นไส้เห็นพุงเธอหมดพอดี”

 

จะว่าไปถึงหมอนี่จะสูงโปร่งแต่เขาก็ไหล่กว้างแถมตัวใหญ่กว่าฉันตั้งเยอะ ฉันที่เผลอจ้องมองหุ่นของเรียวตะอย่างไม่วางตาทำให้เขายื่นใบหน้าอันหล่อเหลาเข้ามาใกล้แล้วยิ้มให้ฉันตาจนหยี

 

พอฉันรู้สึกตัวก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ห้องตรงข้ามทันที ฉันถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นพร้อมกับใจที่เต้นแรง ในหัวก็นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรที่ยื่นเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นของร่างสูง

 

พอฉันเปลี่ยนมาใส่เสื้อของเรียวตะเสร็จก็มองสำรวจตัวเองในกระจกว่ามีตรงไหนที่โป๊ไปหรือเปล่า ถึงเสื้อตัวนี้จะคลุมฉันทั้งตัวได้อย่างมิดชิดแต่ร่างกายของฉันก็เปลือยเปล่าไม่มีอะไรนอกจากตัวกับเสื้อยืดบางๆนี่

 

พอฉันเช็คจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีส่วนไหนที่โป๊โดยเฉพาะจุกหน้าอกหน้าใจของฉัน ก็เดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปที่ห้องนั่งเล่นที่เดินผ่านเมื่อตอนเข้ามาให้บ้าน

 

เรียวตะจัดอาหารที่โทรสั่งจากร้านของฉันมาวางไว้ มีราเม็งจัมโบ้ กับ ข้าวผัดกระเทียมที่ยังร้อนหอมกรุ่นน่ารับประทานทั้งคู่ พอหมอนั่นเห็นฉันก็ยื่นผ้าห่มกับเสื้อกันหนาวมาให้ใส่แก้หนาวและปกปิดร่างกายฉันไว้

 

เขาลุกขึ้นไปหยิบเบียร์มาสี่กระป๋องก่อนจะยื่นมาให้ฉันจิบ เราทั้งคู่ก็ทานอาหารพร้อมกับกระดกเหล้ากันไปจนหมด เรียวตะเหมือนจะไม่หนำใจเดินไปหยิบเบียร์มาเพิ่มจนหมดไปเกือบสามลัง หมอนี่คอแข็งจังวุ้ย

 

“ถ้าเธอง่วงก็ไปนอนในห้องฉันได้เลย ฉันยังไม่ง่วงน่ะ”

 

“แล้วนายจะไปนอนตรงไหน”

 

“ฉันนอนตรงนี้แหละ เอาทั้งผ้าห่มและหมอนมาพร้อมแล้ว”

 

“ขอโทษที่ทำให้นายลำบากนะ”

 

“บ้าบอ คิดมาก ไปนอนเถอะ ตาเธอจะปิดแล้ว”

 

เรียวตะมาเดินส่งฉันที่ห้องเขาพอเห็นฉันนอนลงบนเตียงเขาก็ลาแล้วออกไปนอกห้องทันที ฉันที่เริ่มมึนๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะง่วงก็ไม่รู้ ตาของฉันก็ค่อยๆปิดลงจนทุกอย่างเริ่มมืดสนิทแล้วภาพก็ตัดไปในที่สุด

 

 

 

 

.............................................................................................................

 

 

 

ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

ฉันตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมามองนาฬิกาที่ส่งเสียงปลุกดังไปทั่วห้อง อะไรเนี่ยเพิ่งตีสี่เองนะ หมอนั่นทำไมตั้งปลุกซะเช้าจังเลย ฉันที่เห็นว่าฝนยังไม่หยุดตกหนักก็เป็นห่วงเรียวตะ

 

ฉันลุกออกจากเตียงเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นที่ๆเรียวตะนอนแต่ก็ไม่พบเขา ด้วยความเป็นห่วงฉันจึงเริ่มเดินออกตามหาจนไปที่หลังบ้านก็ไปได้ยินเสียงทุ้มต่ำของใครบางคน

 

ฉันที่กลัวจะเป็นโจรก็เดินกลับไปหยิบไม้เบสบอลของเรียวตะเดินไปตามเสียง พอฉันไปถึงต้นเสียงก็ต้องตกใจ ระ เรียวตะ กำลังช่วยตัวเองกับแพนตี้ที่เปียกของฉันอยู่

 

ฉันที่ตกใจแต่ก็แอบดูเรียวตะทำกิจกรรมบันเทิงคนเดียวอย่างกับยัยโรคจิต เรียวตะทำอย่างรุนแรงและครางชื่อของฉันด้วยเสียงทุ้มต่ำอับแหบเสน่ห์ไม่หยุด

 

ทำให้ฉันเริ่มที่จะมีอารมณ์กับเสียงครางทุ้มนั่นบวกกับท่อนเอ็นที่ใหญ่มหึมากำลังถูกมือหนาของเรียวตะถูขึ้นลงไปมากับแพนตี้ของฉันอย่างรุนแรง

 

ฉันที่กำลังเคลิ้มกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้ไม่นานสักเท่าไหร่ ก็ว่าโชคชะตานั้นได้เล่นตลกกับฉันอีกครั้ง อยู่ดีๆเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นทำให้ฉันที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัวเผลอกรี้ดออกมาสุดเสียง ทิ้งไม้เบสบอลร่วงพื้นอย่างแรง แล้วนั่งลงไปกอดตัวเองแน่น

 

เปรี้ยงงงง

 

“กรี้ดดดดดดด”

 

“มะ มิริน!!!”

 

ฉันที่สั่นระริกด้วยความกลัวก็ต้องรับรู้ถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นจากร่างสูง เรียวตะกอดฉันแน่นพลางลูบหัวปลอบประโลมฉันอย่างอ่อนโยน

 

“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันอยู่ดีแล้ว”

 

ฉันที่พอรู้สึกดีขึ้นมาแล้วก็มองหน้าเรียวตะที่ยิ้มอย่างอบอุ่นให้ แต่มองได้ไม่นานฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มันทิ่มต้นขาฉันอยู่ พอฉันก้มลงไปมองก็เห็นเรียวตะน้อยชูชันแข่งกับแสงจันทร์

 

“กรี้ดดดดดด”

 

“เห้ยยยยยยยยยยย”

 

เรียวตะพอรู้ตัวก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ สักพักเขาก็เดินออกมาด้วยท่าทีที่กระดากอาย เขาเดินเข้ามาหาฉันแล้วก็พร่ำแต่คำว่าขอโทษไม่มีหยุด

 

“มิริน ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ ฉะ…”

 

“นายต้องบอกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ฉันถึงจะให้อภัย”

 

เรียวตะที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็เงียบ เอาแต่ก้มหน้านิ่ง พอฉันเห็นเขาไม่มีท่าทีที่จะให้คำตอบฉัน ฉันก็เดินลุกออกไป แต่อยู่ดีๆเรียวตะก็พุ่งตัวมากอดฉันจากด้านหลังทันที

 

“ฉันรักเธอมานานแล้วมิริน วันนี้เป็นวันที่ฉันคาดไม่ถึงว่าจะได้เจอเธอในรอบหลายปี”

 

“…”

 

“แถม… ตัวเธอก็เปียกโชก ใส่เสื้อของฉันอีก เธอไม่รู้หรอกเวลาเธอเผลอฉันเห็นไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้”

 

“…”

 

“ฉันเลยพยายามดื่มให้เลิกมองเธอ แต่พอยิ่งดื่มก็ยิ่งมีอารมณ์จนฉันคุมตัวเองไม่ได้เลยต้องมาทำแบบนี้”

 

“…”

 

เรียวตะพร่ำบอกความในใจกับฉันพร้อมกับกอดฉันแน่นขึ้นอีกเท่าตัว ฉันที่โดนสารภาพรักแบบไม่ทันตั้งตัวถึงกับไปไม่เป็น เอาจริงๆฉันก็แอบชอบเขามาตั้งแต่ตอนเด็กเหมือนกันนะ เอายังไงดีล่ะ

 

ฉันที่นิ่งไปสักพักหนึ่ง หลังจากตัดสินใจได้ ก็ค่อยๆหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเรียวตะ ฉันผลักเขาล้มลงไปนอนราบกับพื้น แล้วค่อยๆก้มตัวลงไปมอบจุมพิตแสนหวานแก่เขา

 

เราทั้งสองต่างดูดดื่มความหวานจากปากของอีกฝั่ง ที่ไม่ว่าจะลิ้มลองเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ เรียวตะที่สังเกตเห็นว่าฉันเริ่มหายใจไม่ออก เขาจึงคลายริมฝีปากออกอย่างอ่อยอิ่ง

 

“นี่คือคำตอบของฉัน”

 

เรียวตะที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าฉงน ฉันจึงดึงมือของเขามาขยำที่หน้าอกของฉัน เรียวตะที่เห็นแบบนั้นก็ตกใจพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำจากความขวยเขิน

 

หลังจากนั้นฉันก็เอามือของตัวเองเลื่อนลงไปลูบแท่งเอ็นอุ่นที่ตอนนี้มันชูชันขึ้นมาอีกครั้ง ฉันชักมือขึ้นลงไปมาอย่างเร็วและแรงทำให้เรียวตะอดที่จะส่งเสียงแห่งความพอใจออกมาไม่ได้

 

“ซี้ดดดดดด”

 

เรียวตะกัดปากพลางร้องครางออกมาอย่างห้ามอารมณ์ไม่อยู่ ฉันที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจก็ลุกขึ้นนั่งยองๆ พร้อมกับนำเจ้าโลกของเขามาจ่อที่ปากทางสวาทฉัน

 

เรียวตะที่เห็นแบบนั้นก็ทำตาโตก่อนที่จะห้ามออกมาอย่างเสียงหลง เขาเผลอผลักฉันให้ล้มลงนอนราบกับพื้น ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายที่คร่อมฉันอยู่

 

“ทำไมจะทำแบบนี้ล่ะ”

 

“ก็ ฉันอยากนี่นา”

 

“แต่เรายัง…”

 

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของฉัน ขอรบกวนด้วย”

 

ฉันรีบพูดแทรกเรียวตะทันที เพราะทนต่อความต้องการของอารมณ์ตนเองไม่ไหว ฉันไม่อยากปิดบังเขาว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของฉัน ฉันเลยถือโอกาสบอกเขาละรอดูน่าทีว่าเขาจะรับได้ไหม

 

เรียวตะยิ้มรับอย่างอ่อนโยน พร้อมกับพยักหน้าค่อยๆเคลื่อนมือของเขาลงไปที่บริเวณด้านล่างของร่างกายฉัน เขาบรรจงสอดใส่นิ้วหนาเข้าไปอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้ามายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ฉัน

 

“ทำไมมันแฉะแบบนี้ล่ะ มิริน”

 

“กะ ก็”

 

“หึ แฉะขนาดนี้แล้วมาแกล้งฉัน แบบนี้ต้องโดนลงโทษ”

 

“อะไรนะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาาาาา”

 

เรียวตะไม่พูดพร่ำทำเพลงหมอนั่นสอดใส่เอ็นอุ่นเข้ามาอย่างเต็มกำลัง ฉันที่ไม่เคยสัมผัสความอุ่นร้อนและคับแน่นขนาดนี้มาก่อนจึงเผลอครางตอบรับด้วยความสุขสม

 

เรียวตะที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มเพิ่มจังหวะทีละนิด ทีละนิด จนพอเห็นว่าฉันชินกับขนาดอันมโหฬารของเขาแล้ว หมอนั่นก็เดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อทันที

 

“อะ อ๊ะ เรียวตะ”

 

“ซี้ดดด มะ มิริน”

 

เราทั้งคู่ต่างครางตอบรับซึ่งกันและกันอย่างสุขสม สะโพกของฉันก็ยกตอบรับกับแท่นเนื้อที่ใส่เข้าไปในร่างกายของฉันอย่างไม่ปรานี เราทั้งคู่ต่างรุนแรงกันจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังแข่งกับสายฝน

 

เรียวตะยกสะโพกของฉันขึ้นเล็กน้อย เขาลุกขึ้นพร้อมกับสอดใส่เข้ามาอีกครั้ง เราทั้งคู่ต่างครางกันออกมาไม่เป็นภาษา ในหัวของฉันตอนนี้ว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด

 

“มิริน ฉันจะเสร็จแล้ว ซี้ดด”

 

เรียวตะว่าพลางจะดึงท่อนเอ็นใหญ่ออกมาก ฉันที่พอรู้แบบนั้นก็เอาขารัดสะโพกของเขาให้กระแทกลงมา ทันใดนั้นก็มีจำนวนน้ำมหาศาลพุ่งเข้ามาใส่ข้างในตัวฉันเต็มไปหมด

 

หลังจากที่พวกเราเสร็จสมอารมณ์หมาย เรียวตะก็ทำหน้าบึ้งใส่ฉันทันที

 

“เป็นอะไรหรอ”

 

“ทำไมถึงให้แตกใน”

 

“วันนี้วันปลอดภัยน่ะ”

 

ถึงฉันจะบอกแบบนั้นไปก็โดนเรียวตะบ่นกลับมาซะยืดยาว อบรมอยู่หลายนาที โถ่เอ้ย ฉันกินยาคุมด้วยย่ะพอดีว่ากินเพ่ะเริ้องรักษาสิว ฉันได้แต่กรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายที่เรียวตะบ่นไม่จบซะทีเลยถือโอกาส

 

จุ้บบบบบ

 

ฉันจุ้บที่ปากหนาอมชมพูโดยที่หมอนั่นไม่ทันได้ตั้งตัวจนตกใจตาโตแล้วเมินหน้าไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ฉันเห็นใบหน้าที่แดงก่ำอย่างกับลูกมะเขือเทศสุกนั่น

 

ฉันที่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจอยากแกล้งตาบ้านี่เพิ่มขึ้นไปอีก จึงเอามือไปคล้องคอแล้วส่งสายตายั่วยวนพร้อมกับพูดคำพูดที่ทำให้เขาหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมหลายร้อยเท่า

 

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ คุณสามี”

 

เรียวตะที่ยอมแพ้ฉันเอาหน้าซุกมาที่หน้าอกของฉันอย่างยอมแพ้หมดสิ้นหนทางก่อนที่เขาจะพูดในสิ่งที่ทำให้ฉันได้ยินถึงกับหน้าแดงแข่งกับเขา

 

“เช่นกันครับ คุณภรรยา”

 

ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงแต่ก็ขอบคุณฝนตกลงมาอย่างหนักจนทำให้ฉันได้พบกับเขา และฉันก็คิดว่าในอีกสองวันข้างหน้าที่ติดอยู่ในบ้านท่ามกลางฝนที่ตกอย่ากระหน่ำ ฉันว่าในอนาคตอันใกล้นี้ฉันอาจจะท้องขึ้นมาจริงๆก็ได้…

 

 

--- THE END --- 

 

 

 

โดเนทให้กำลังได้ที่ 

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ 

ความคิดเห็น