facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 19

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 782

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2564 12:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 19
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 19 

 

 

Marut Part : 

ใช้เวลาเดินไปซื้อของและเดินกลับมาราว ๆ หนึ่งชั่วโมง เดินไปเดินกลับโคตรเหนื่อยเลย รู้อย่างนี้ขี่รถไปก็ดีหรอก จริง ๆ ตั้งใจจะไปแค่หน้าปากซอย แต่พอไปถึงเขาเก็บร้านกันหมดแล้วผมเลยต้องเดินไปซอยข้าง ๆ เพื่อไปซื้อกับข้าวที่ร้านอาหารตามสั่ง ซื้อของเสร็จผมก็รีบตรงกลับเข้าห้องทันที ร้อนครับ อยากโดนแอร์เย็น ๆ เข้าห้องมาได้ก็รีบเอาของไปเก็บในห้องครัว ห้องเงียบมาก แสดงว่าคนดีของผมยังไม่ตื่น 

แกร๊ก! 

เปิดประตูห้องเข้าไปสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ รัชช์ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมยกยิ้มบางกับตัวเองแล้วเดินเข้าไปหาคนดี พยายามเดินให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

“เล็กครับ จะนอนถึงเที่ยงจริง ๆ เหรอ?” นั่งลงบนเตียงแล้วเอนตัวลงไปกอดร่างเล็กกว่าเอาไว้หลวม ๆ  

“อือ~ รุต มานอนกับเรานะ” รัชช์ปรือตาขึ้นมองผม ส่งเสียงงึมงำแล้วสอดมือเข้ามากอดแขนผมไว้ 

“ได้สิ” ผมยกยิ้มกว้าง ตั้งแต่คบกันรัชช์ขี้อ้อนขึ้นมาก จริง ๆ นิสัยเขาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ตอนอยู่กับครอบครัวเขาอ้อนเก่งมาก และเมื่อเราคบกันรัชช์ก็อ้อนผมอยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งที่เขาทำไปตามความเคยชิน อ้อนเก่งจนผมหลงเขาหัวปรักหัวปรำ รัชช์เป็นแบบนี้แล้วผมจะไปไหนรอด  

ผมยอมเป็นทาสของบอสคนดีไปตลอดชีวิตเลย 

  

 

 

 

 

“รุต” เสียงเรียกมาพร้อมกับแรงเขย่าที่ต้นแขนเบา ๆ  

“อือ ตื่นแล้วเหรอ?” ผมรู้สึกตัวตื่นทันทีที่ถูกเรียก เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่ารัชช์นั่งมองผมตาแป๋วอยู่ 

“อยากเข้าห้องน้ำ” เขาว่าเสียงเบา 

“ลุกไหวไหม?” ผมพยักหน้าแล้วลุกขึ้นมานั่ง หันไปถามคนตัวเล็กกว่าที่ยังนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน 

“อุ้มไปหน่อย” ว่าพร้อมช้อนตาขึ้นมองด้วยสายตาออดอ้อนอย่างน่าฟัดน่ารังแก 

“หึ ๆ อ้อนอีกแล้วนะ” ผมหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ใจเต้นตึกตักกับท่าทีของอีกฝ่าย ผมแพ้รัชช์ทุกครั้งที่เขาเป็นแบบนี้ แต่จริง ๆ ก็แพ้มาตลอดนั่นแหละ แพ้ทุกอย่างที่เป็นรัชช์ อัศวบุญโชคเลย 

“ไม่ได้เหรอ?” อีกฝ่ายถามกลับหน้าเศร้า ปากนุ่มนิ่มที่ผมชอบจูบบ่อย ๆ เบะลงนิด ๆ  

“ได้สิ อ้อนบ่อย ๆ อ้อนเยอะ ๆ รุตชอบ” ผมยกยิ้มกว้าง อุ้มร่างผอมบางเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้ววางลงที่อ่างล้างหน้าอย่างเบามือ 

“เราจะทำให้รุตหลงเรามาก ๆ รุตจะได้รักเราเยอะ ๆ” รัชช์ฉีกยิ้มหวาน นิ้วชี้เรียวยาวยกขึ้นมาเขี่ยปลายจมูกของผมเบา ๆ  

“ตอนนี้ก็หลงมากและรักเยอะแล้วนะ” ผมวางแขนคร่อมตัวอีกฝ่าย ยื่นหน้าเข้าไปหาพร้อมบอกกับเขาด้วยเสียงทุ้มนุ่ม 

“อื้อ” ริมฝีปากสีอ่อนขยับยิ้มกว้างน่ามอง เห็นแล้วอดที่จะยื่นหน้าไปกดจูบปากนุ่มนิ่มไม่ได้ รัชช์ทำตัวน่ารักอีกแล้ว แต่จริง ๆ สำหรับผมแล้วรัชช์ก็น่ารักตลอดเวลานั่นแหละ 

“ว่าแต่ที่บอกว่ารักเยอะ ๆ นี่หมายถึงรักแบบไหน? ใช่แบบที่เราทำกันเมื่อคืนหรือเปล่า? ถ้าหมายถึงเรื่องนั้น รุตก็อยากจะรักเล็กทุกวันเลย” ยกยิ้มหื่น เออ ยอมรับก็ได้ว่าหื่น แต่คุณลองคิดดู ถ้าคุณมีเมียที่ครบทั้งสวยหล่อในคนเดียวกันแบบนี้ หุ่นเพรียวบางน่าปกป้อง แถมยังขี้อ้อนเป็นประจำ พวกคุณจะอยู่เฉยไหวเหรอ? ผมว่าตัวเองก็เก่งมากแล้วนะที่ไม่จับรัชช์กดลงเตียงทุกวัน จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้ชวนรัชช์ทำเรื่องอย่างว่าบ่อยสักหน่อย ก็เพิ่งมามีช่วงหลัง ๆ นี่แหละที่เราทำกันถี่หน่อย ก่อนหน้านั้นไม่มีหรอก นาน ๆ ครั้ง ยิ่งถ้าครั้งไหนผมวอแวมาก ๆ แล้วรัชช์รำคาญ ผมมีสิทธิ์ถูกถีบลงจากเตียงได้ทุกเมื่อเลยนะ 

“ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย ลามกจริง ๆ เลย” อีกฝ่ายเบะปากมองค้อนผมตาคว่ำ สีหน้าท่าทางดูเหมือนไม่พอใจกับคำพูดของผม แต่แก้มขาว ๆ นั่นกลับขึ้นสีแดงเข้มเสียได้ 

ทำดุกลบเกลื่อนอาการเขินชัด ๆ  

“ก็เล็กชอบอ่อย ขี้ยั่ว แถมยังชอบทำตัวน่ารักอีก อยากจะรักแรง ๆ ทุกวันเลย” เออ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากบอกรักผ่านการกระทำทุกวันนั่นแหละ วันละรอบก็ยังดี แต่ถ้าคิดทำอย่างนั้นจริงโดนถีบหน้าหงายแน่ 

“พอเลย หยุดพูดได้แล้ว ไม่พ้นเรื่องใต้สะดือเลยนะ” รัชช์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาหยิกแก้มผมแรง ๆ คล้ายหมั่นไส้กับการพูดมากของผม

“หึ ๆ” ผมหัวเราะเบา ๆ เพราะรู้ว่านี่คือการกลบเกลื่อนเวลาที่อีกฝ่ายเขินจัด

“ออกไปรอข้างนอกเลย เราจะอาบน้ำ” มือขาวยกขึ้นมาดันอกผมให้ถอยออกจากตัวเขา แต่แรงเท่ามดสะกิดคิดว่าผมจะขยับไหมล่ะ?

“อาบให้ไหม?” กระตุกยิ้มปากแบบเท่ ๆ

“ไม่ต้อง” แล้วก็โดนแฟนคนดีเบรกเอี๊ยดเสียหน้าเกือบทิ่ม

“อยากช่วย” ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เคยได้ยินคำนี้ไหม? ด้านได้อายอด เพราะฉะนั้นเราต้องหน้าด้านเข้าไว้

“ไม่ ออกไปเตรียมข้าวให้เราเลย เราหิวแล้ว” สั่งได้เฉียบมาก สมกับเป็นบอส มีเชิดหน้าใส่ด้วยนะ เห็นแล้วมันเขี้ยวว่ะ อยากฟัดจริง ๆ เลย คนเราจะน่ารักอะไรได้ตลอดเวลาขนาดนั้น

“ครับ~” ผมไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการคิดในใจ อุ้มอีกฝ่ายลงมายืนที่พื้นแล้วเดินออกไป จงใจไม่ปิดประตูห้องน้ำแต่รัชช์ก็พุ่งตัวมาปิดประตูและล็อกกลอนประตูเสร็จสรรพ

ว้า~ กะว่าจะแอบดูสักหน่อย อดเลย

เมื่อแอบดูไม่ได้ผมก็เลยพาตัวเองออกมาที่ห้องครัว จัดการเทกับข้าวใส่ชามเตรียมจานเตรียมช้อนและอุ่นกับข้าวรอ ไม่นานรัชช์ก็เดินออกมา คนดีเดินหัวเปียกมานั่งที่โต๊ะ ผมหรี่ตามองชุดที่อีกฝ่ายใส่อย่างขัดใจ เสื้อยืดตัวใหญ่นั่นของผม กางเกงขาสั้นตัวจิ๋วนั่นของรัชช์ โอเค มันก็เป็นชุดที่รัชช์ใส่ประจำเวลาอยู่ด้วยกันนั่นแหละ แต่แต่งแบบนี้แล้วมันดึงดูดสายตาชะมัด ผมละสายตาจากต้นขาขาว ๆ นั่นไม่ได้เลย ทั้งที่กำลังจะกินข้าวแต่สายตากลับโฟกัสอยู่ที่ขาเรียวยาวไม่เลิก

“ซื้้ออะไรมาบ้าง?” เสียงของรัชช์ดังขึ้นฉุดให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด

“ปูผัดผงกะหรี่ แกงจืดเต้าหู้ แล้วก็ผัดผัก” ผมจำต้องละสายตาจากขาสวย ๆ ของคนรักเป็นกับข้าวหน้าตาจืด ๆ แทน

“อุ่นหรือยัง?” รัชช์ชะโงกหน้ามาดูกับข้าวบนโต๊ะ

“เรียบร้อยแล้ว” ผมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเทข้าวเปล่าที่ซื้อมาใส่จานให้รัชช์ ปกติรัชช์จะหุงข้าวเอง แต่ผมหุงไม่เป็นหรอก พอไม่มีรัชช์ก็เหมือนจะทำอะไรไม่ค่อยได้ ทุกทีรัชช์ทำเองหมด ตั้งแต่งานบ้านยันงานครัว

เมียที่ดี

อยากยกมือกราบไหว้เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน

“จะออกไปไหนไหม?” ระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่ผมก็เอ่ยถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ เพราะเรายังไม่ได้คุยกันเลยว่าแพลนในวันหยุดนี้เราจะทำอะไรกัน ผมเลยไม่รู้ว่ารัชช์อยากออกไปไหนหรือเปล่า ปกติรัชช์จะชอบไปดูหนังสือ ส่วนผมอยู่ไหนก็ได้ขอแค่มีรัชช์อยู่ด้วย

“ไม่ล่ะ ขี้เกียจ” คนดีของผมส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตักเห็ดที่อยู่ในผักผัดมาให้ผม รัชช์ชอบกินบล็อคโคลี่ แต่ไม่ชอบกินเห็ด แน่นอนว่าผมกินทุกอย่างไม่มีเลือก

“ดูซีรี่ส์จบไปกี่เรื่องแล้ว?”

“หลายเรื่องอยู่ พินทักมาหาด้วยแหละ” ทำหน้าตาภูมิอกภูมิใจ แต่ก็ดีที่รัชช์ใช้ Netflix คุ้ม ก็ตั้งใจเสียเงินมาให้เขาใช้นั่นแหละ

“คุยอะไรกันบ้าง?” ช่วงนี้ผมไม่ได้จับโทรศัพท์รัชช์เลย ผมเลยไม่รู้ว่ามีใครทักมาหารัชช์บ้าง แต่พินนี่เป็นเรื่องปกติ อาทิตย์หนึ่งก็จะทักมาสักครั้งสองครั้ง ส่วนเจ๊มีน รายนั้นชอบรัชช์มาก แต่ไม่ค่อยกล้าคุย เจอหน้ากันก็จะเขิน ๆ หน่อย ก็ตลกดีครับ เก่งทุกเรื่องแต่พอเจอรัชช์นี่อ่อนยวบเลย

“อืม ก็คุยเรื่องซีรี่ส์นี่แหละ พินให้รีวิวแล้วจะตามไปดู” คุยแต่เรื่องซีรี่ส์ก็ดี เพราะบางทีพินมันก็ชอบทักมาเต๊าะแฟนผม อยากจับมาเขกหัวสักที แต่รัชช์ดูจะชอบอกชอบใจมากเวลาพินเล่นมุขจีบตัวเอง สองคนนี้เลยสนิทกัน

“วันนี้ก็จะดูซีรี่ส์อีกใช่ไหม?”

“อือ ติดมากเลย”

“ดีแล้ว คุณจะได้ไม่ต้องออกไปไหนไง”

“อื้อ”

ออกไปข้างนอกแล้วชอบมีคนมาวุ่นวาย ผมก็ไม่ค่อยอยากให้รัชช์ออกไปไหนหรอก ไม่ใช่ว่าหวงรัชช์นะ แต่ผมรำคาญ ก็รู้นะว่าแฟนผมหล่อและเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คน แต่ช่วยให้ความเป็นส่วนตัวกับพวกเราหน่อย บางทีก็อยากไปเดทกับแฟนอย่างสบายใจ โดยไม่มีใครขัด แต่ก็โดนคนเข้ามาทักทุกที บางทีก็อยากอัดคลิประบายความอึดอัดในใจบ้าง ไอ้พวกที่ทำเป็นไม่เห็นหัวผมเนี่ย อยากเดินเข้าไปกระชากหัวแล้วเขย่าแรง ๆ พร้อมถามว่า ‘พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกัน!’ แต่ก็ทำได้แค่คิดแหละครับ อยู่ต่อหน้าแฟนผมมันก็แค่ลูกหมาน้อยพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์เท่านั้นแหละ

มองตาผมแล้วพวกคุณก็จะรู้ว่าผมน่ะน่ารักมาก

 

 

 

 

 

มื้อเช้าที่ควบมื้อเที่ยงจบไปเราทั้งคู่ก็ย้ายกันมานั่งหน้าทีวี รัชช์ตั้งใจดูซีรี่ส์เป็นอย่างมาก ผมก็ดูบ้างเล่นเกมบ้าง บางทีก็หันไปฟัดท้องรัชช์เบา ๆ เพราะผมนอนหนุนตักรัชช์อยู่มันเลยเป็นเรื่องง่ายที่ผมจะฟัดพุงอีกฝ่าย โดนรัชช์ฟาดไปหลายทีแต่ก็ไม่จำ ตีให้ตายผมก็หยุดลวนลามแฟนตัวเองไม่ได้หรอก ระหว่างที่นอนเล่นอยู่นั้นผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“เล็ก ผมออกไปคุยโทรศัพท์แปบนะ” ผมลุกขึ้นพร้อมถือโทรศัพท์ไว้ในมือ

“อื้อ” รัชช์พยักหน้ารับโดยที่ไม่หันมามองหน้าผม ตาจ้องแต่ทีวี อยากแกล้งแต่รู้ว่าไม่ใช่เวลา ผมเลยหันเดินออกไปที่หน้าระเบียงห้องแล้วกดโทรหาใครบางคนที่ผมไม่ได้ติดต่อมานานแล้ว

(“ฮัลโหล”) รอสายอยู่สักพักปลายสายก็กดรับ

“ว่างคุยหรือเปล่า?”

(“อืม มีอะไร?”) อีกฝ่ายถามอย่างแปลกใจ

“มาเจอกันหน่อย มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เรื่องที่ผมอยากคุยมันไม่เหมาะที่จะคุยผ่านโทรศัพท์ ผมอยากเจอหน้าอีกฝ่ายและคุยกันต่อหน้ามากกว่า ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องสำคัญน่ะ

(“ที่ไหน?”)

“ร้านกาแฟหน้าคอนโดฯ กู” ผมมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องรู้จักคอนโดฯ ผมแม้เราจะไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วก็ตาม

(“อืม เดี๋ยวจะรีบไป”)

ติ๊ด!

ผมกดตัดสายแล้วเดินกลับมานั่งลงที่ข้าง ๆ รัชช์ แฟนคนดีของผมนั่งกอดหมอนตั้งใจดูหนังตาไม่กระพริบ แม้ผมจะเอาหัวซบไหล่หรือแกล้งเป่าลมใส่หู รัชช์ยื่นมือมาดันหัวผมออกเบา ๆ แต่พอผมเอาหัวกลับไปวางไว้ที่เดิม รัชช์ก็หันมามองค้อนใส่ ผมฉีกยิ้มกว้างทำหน้าซื่อไม่รู้ไม่ขี้แล้วยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มนิ่มเบา ๆ อีกฝ่ายยกมือขึ้นมาบีบแก้มผมแรง ๆ แล้วหันกลับไปดูหนังต่อ

เป็นไง? อินเนอร์แฟนเด็กขี้แกล้ง น่ารักไหมล่ะ?

“รุตลงไปข้างล่างแปบหนึ่งนะ เล็กอยากได้อะไรไหม?” ผมเงยหน้าขึ้นถามแฟนคนดีที่กำลังตั้งใจดูหนังอยู่

“ซื้อขนมมาด้วย” ดวงตาคู่กลมละสายตาจากหน้าจอทีวีมามองหน้าผมแวบหนึ่งก่อนจะเลื่อนกลับไปมองจอต่อ

ไอ้จอสี่เหลี่ยมนั่นมันน่ามองกว่าหน้าผมตรงไหนเหรอ?

“โอเค” แม้จะตั้งคำถามกับตัวเองอย่างนั้นแต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไป กลัวรับคำตอบไม่ได้ครับ เปิดประตูห้องนอนมาหยิบกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์และคีย์การ์ดแล้วเดินไปใส่รองเท้าก่อนจะออกจากห้องไป

ผมเดินมาที่ร้านกาแฟที่อยู่ติดกับคอนโดฯ ของผม พอเดินเข้ามาในร้านก็เห็นชัยชนะมานั่งรออยู่แล้ว ผมมองเพื่อน(ที่เคย)สนิทของตัวเองด้วยความสงสัย อยู่ในที่ร่มจะใส่แว่นกันแดดทำเผือกอะไรวะ?

“มารุต มึงมีธุระอะไร?” ยังไม่ทันจะได้หย่อนตูดลงนั่งที่เก้าอี้ อีกฝ่ายที่เห็นผมมาถึงแล้วก็เอ่ยปากถามทันที

“มึงรู้ใช่ไหมว่าน้องมึงอยู่คอนโดฯ นี้” ผมเองก็ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา เริ่มพูดเข้าประเด็นทันที

“อืม” ชัยชนะชะงักไปนิดก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

“แล้วรู้หรือเปล่าว่าน้องมึงเป็นสายรหัสกู” ผมไม่รู้ว่าเรื่องการมาอยู่คอนโดฯ เดียวกันนั้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรือความจงใจ แต่ที่แน่ ๆ เลยผมว่าเรื่องสายรหัสนี่ไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญ และเหตุการณ์เมื่อคืนก็น่าจะผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว

“แล้วยังไง?” ชัยชนะยังคงนิ่ง ให้เดานะเขาคงไม่รู้หรอกว่าน้องตัวเองทำเรื่องอะไรไว้

“เมื่อคืนสายรหัสกูมีเลี้ยงฉลอง”

“แล้ว?”

“น้องมึงวางยาปลุกเซ็กซ์ในแก้วเหล้ากู” ผมเอ่ยขึ้นเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีแววล้อเล่นใด ๆ ทั้งสิ้น

“…” ชัยชนะที่กำลังจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มชะงักนิ่งค้างไป หน้าตาดูตกใจไม่น้อยเลยที่ได้ยินผมบอกแบบนั้น

“มึงรู้ถึงสิ่งที่น้องมึงทำหรือเปล่า?” ผมถามเสียงนิ่ง ผมหวังว่าชัยชนะจะไม่รู้เรื่องนี้ เพราะถ้าเขารู้เรื่องนี้ ผมก็จะไม่ปล่อยเขาไว้เหมือนกัน แม้เราจะเป็นเพื่อนกันก็ตาม

“กูไม่รู้” อีกฝ่ายตอบกลับเสียงแผ่วเบา แววตาดูสับสน เขาเองก็คงไม่คิดว่าน้องชายตัวเองจะทำอะไรแบบนี้

“เหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลน้องมึงให้ดี ๆ นะ อย่าให้ทำตัวแบบนี้อีก ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่น้องมึงจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตกู เพราะหลังจากนี้ถ้าน้องมึงยังคิดจะทำอะไรแบบนี้อีกล่ะก็ กูไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นแหละ” ครั้งนี้ผมจะปล่อยชนัญไป เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของผมกับชัยชนะ ถือว่าเห็นแก่หน้าเพื่อน ปล่อยให้พี่ชายไปจัดการกับน้องชายตัวเองก็แล้วกัน แต่ถ้าหลังจากนี้ชนัญยังไม่หยุดทำเรื่องโง่ ๆ อีก ผมจะเป็นคนหยุดเขาเอง เมื่อถึงตอนนั้นผมจะไม่สนใจแล้วว่าชนัญเป็นน้องใครหรือผมมีเพื่อนชื่ออะไร ผมคิดว่าครั้งนี้ชนัญล้ำเส้นผมมากเกินไปแล้ว

สิ่งที่ชนัญทำไม่มีคนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกันแบบนี้หรอกนะ

มารุตจะไม่ทน!

“มึงขู่กูเหรอ?” อีกฝ่ายชักสีหน้าใส่ทันทีที่ผมพูดจบ

“เปล่า กูเตือน แต่ไม่ต้องห่วง กูทำจริงแน่ มึงก็น่าจะรู้นะว่ากูทำอะไรได้บ้าง” คนอย่างมารุตไม่มีหรอกแค่ขู่ ชัยชนะเองก็รู้จักผมดี เขารู้ว่าผมเป็นคนยังไง ผมสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เขาคิด และเขาคงคาดไม่ถึงแน่ถ้าหากผมได้ทำมันจริง ๆ

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม?” ชัยชนะเอ่ยถามเสียงนิ่ง หากแต่แววตากลับมีความกังวลซ่อนอยู่

“อืม” ผมหมดเรื่องที่จะพูดแล้ว

ผมกับชัยชนะไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้ว ตอนนี้เราไม่สนิทกันเหมือนแต่ก่อน หากถามว่าทำไม ผมก็บอกได้เลยว่าเป็นเพราะชนัญ ชัยชนะอยากให้ผมคบกับชนัญ แต่ตอนนั้นผมเลือกที่จะคบกับไอริส เพราะผมไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับชนัญ ชัยชนะโกรธมาก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของเราเลยมีปัญหา หลังจากนั้นมาผมก็ไม่ได้ติดต่อกับชัยชนะอีกเลย

“ถ้าอย่างนั้นกูกลับก่อนนะ” อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปจากโต๊ะ

“ไม่แวะขึ้นไปดูน้องมึงหน่อยล่ะ” แต่ผมก็รั้งไว้ด้วยคำพูดคำจาที่แสนกวนประสาท ตั้งแต่มีเรื่องชนัญเข้ามาผมกับชัยชนะก็มองหน้ากันไม่ค่อยติด ผมเองก็แอบหมั่นไส้มันหน่อย ๆ เหมือนกันแหละ ไม่แยกแยะเลย ไอ้ควาย!

“ไม่ต้องยุ่งกับกู” อีกฝ่ายตวัดสายตาใส่เคือง ๆ ก่อนจะเดินคอตั้งออกจากร้านไป

“ฮึ!” ผมเหยียดยิ้มที่มุมปาก หลังจากนี้คงต้องปล่อยให้พี่น้องเขาไปสั่งสอนกันเอง ผมคิดว่าชัยชนะน่าจะจัดการกับชนัญได้ แต่ถ้าเขาทำไม่ได้ ถึงตอนนั้นผมจะจัดการเอง

เฮ้อ ช่างเรื่องชนัญเถอะ ผมไปซื้อขนมให้รัชช์ดีกว่า ซื้อของกินไปเอาใจรัชช์หน่อย รัชช์จะได้อ้อนผมเยอะ ๆ ไง

 

 

 

 

 

แกร๊ก!

“เล็ก อ้าว หลับเฉยเลย” เปิดประตูห้องเข้ามากลับเจอเพียงทีวีที่กำลังฉายซีรี่ส์เรื่องโปรดของรัชช์อยู่ แต่คนดูกลับนอนซุกอยู่ในผ้าห่มบนโซฟา ผมยกยิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นภาพนั้น บทจะหลับก็หลับง่ายจริง ๆ

“อือ” พอผมเข้าไปอุ้มรัชช์ขึ้นมาคนที่หลับอยู่ก็รู้สึกตัวตื่น

“นอนในห้องสบาย ๆ นะครับ” ผมอุ้มรัชช์เดินเข้ามาในห้องนอน วางร่างเพรียวบางลงบนเตียงอย่างเบามือ จัดท่านอนให้เสร็จสรรพ ห่มผ้าให้ด้วย ปรับแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ บริการอย่างดีเลย

“อื้อ” รัชช์ส่งเสียงตอบรับเบา ๆ แล้วก็ทำท่าจะหลับไปอีกรอบ

“จะไปไหน?” แต่พอผมจะเดินออกมาจากเตียงนอน มือเรียวบางก็ยื่นมาจับที่ข้อมือของผมเอาไว้แน่น

“ไปอาบน้ำครับ ข้างนอกร้อนมากเลย” ผมหันไปมองคนบนเตียงอย่างแปลกใจ

“เร็ว ๆ นะ” และก็ได้คำตอบเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมา

“อยากให้รุตมานอนกอดล่ะสิ” ผมยกยิ้มกว้างเต็มแก้ม

“อื้อ” น่ารักว่ะ

จุ๊บ!

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกน่ารักเนี่ย ผมหลงคุณจนจะเป็นบ้าแล้วนะ” ผมเดินกลับไปกดจูบลงที่กลางหน้าผากเนียนแผ่วเบา ใจผมเต้นแรงทุกครั้งที่รัชช์ทำแบบนี้ นี่แหละการอ้อนในแบบฉบับของรัชช์

“เราก็หลงรุตมาก ๆ เหมือนกัน” ดูพูดเข้า!

“พูดแบบนี้เดี๋ยวก็เจ็บตัวอีกหรอก” ยกมือขึ้นเกลี่ยแก้มใสอย่างเบามือ เป็นผมมันก็ลำบากเหมือนกันนะ ถ้ารัชช์จะขี้อ้อนและน่ารักขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้ผมอดใจดึงรัชช์เข้ามาก(อ)ดได้ยังไง

“ไม่เอาแล้ว ช้ำไปหมดทั้งตัวแล้ว” อีกฝ่ายตีหน้ายุ่ง

“ดูพูดเข้า มันเขี้ยวจัง” ฟัดแก้มนิ่มไปอีกทีด้วยความมันเขี้ยวและเอ็นดู

“ไปอาบน้ำสิ” รัชช์ทำหน้านิ่ง แต่แก้มทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่อบาง ๆ

“ครับ ๆ จะรีบอาบแล้วรีบมานอนกอดนะครับ” ผมแหย่ออกไป แกล้งยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มแรง ๆ

“อื้อ!” แล้วก็โดนมองแรงกลับมา

ผมหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างชอบอกชอบใจ แต่รัชช์กลับทำหน้าบึ้งใส่ ยิ่งเห็นแล้วยิ่งอยากฟัด รัชช์จะน่ารักมากตอนอ้อนกับตอนดื้อ และผมก็ชอบเวลาที่รัชช์อ้อนและดื้อใส่มาก ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ริคกับเร็กซ์ถึงได้หวงรัชช์นัก ก็น้องชายน่ารักขนาดนี้ ไม่ให้หวงได้ยังไงกันล่ะจริงไหม?

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จก็เดินกลับมาที่เตียง ทำหน้าที่เป็นทั้งหมอนข้างและผ้าห่มให้กับแฟนคนดี รัชช์ที่รู้สึกตัวว่าผมขยับมานอนด้วยก็พลิกมากอดผมไว้ทันทีแล้วก็หลับต่อ ผมอมยิ้มบาง ๆ ทำไมเวลารัชช์ทำอะไรมันถึงได้ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมดเลยก็ไม่รู้ ผมใจเต้นแรงจนเหนื่อยแล้ว แต่รัชช์ก็ยังไม่หยุดน่ารัก อยากจับมาฟัดแรง ๆ ให้ร้อง แต่ก็กลัวโดนถีบตกเตียง เพราะอย่างนั้นนอนกอดอย่างเดียวก็พอเนอะ ผมนอนเป็นเพื่อนรัชช์ได้สักพักก็ต้องลุกออกมาเพื่อโทรสั่งอาหารและล้างจานที่ใช้ไปเมื่อตอนเที่ยง สี่โมงกว่าแล้ว เดี๋ยวผมต้องปลุกรัชช์แล้วล่ะ ถ้านอนยาวเดี๋ยวได้ปวดหัวแน่

“รุต” แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่คิด หลังจากล้างจานเสร็จผมก็เดินกลับเข้ามาในห้อง เห็นรัชช์นั่งขยี้ตาอยู่บนเตียงพอดี

“ตื่นแล้วเหรอ?” ผมยกยิ้มบางแล้วเดินไปหาเขาที่เตียง

“หิว” สั้น ๆ ง่าย ๆ แต่หน้าตางัวเงียมาก

“ผมโทรสั่งอาหารญี่ปุ่นไว้ให้แล้ว อีกสักพักเขาคงมาส่ง” เรื่องกินไม่ต้องห่วง ผมจัดการให้รัชช์เรียบร้อยแล้ว รู้ว่าถ้าเขาตื่นมาจะต้องหิวแน่ ๆ เลยเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว ตอนนี้ก็แค่รออาหารมาส่ง แต่ผมว่าคงอีกไม่นานหรอก

“ไปอาบน้ำก่อนนะ” รัชช์ที่ได้ยินว่าผมสั่งอาหารไว้แล้วก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาปิดอย่างน่ารัก

“อาบให้ไหม?” ก่อนรัชช์จะลุกไปผมก็แกล้งยื่นมือไปกระตุกแขนเขาเบา ๆ รัชช์ที่ยังงัวเงียอยู่ก็เซล้มลงมานั่งทับบนตักผม

“ไม่ต้องเลย” คนดีทำหน้างอยกมือขึ้นมาตีไหล่ผมแปะเล็ก ๆ

“ครับ เร็ว ๆ นะ” ผมจำต้องปล่อยให้คนตัวเล็กลุกไปอาบน้ำแต่โดยดี เพราะถ้าเล่นมากกว่านี้ผมได้โดนรัชช์จับหักคอแน่

“อื้อ” พยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินหาวเข้าไปในห้องน้ำ

ผมมองตามแผ่นหลังเล็กไปจนประตูห้องน้ำปิดลงแล้วพาตัวเองเดินออกมานั่งที่โซฟาเพื่อรออาหารที่สั่งไป ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา รอสักพักอาหารก็มาส่ง เหลือก็แต่รอให้รัชช์ออกมากิน นั่งรอไปนาน ๆ ก็รู้สึกเมื่อยเลยนอนเหยียดยาวบนโซฟาแทน ทำตัวเหมือนพวกขี้เกียจเลย

หมับ!

“หืม?” ผมที่รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่โถมทับลงมาบนตัวก็ชะงักจากการเล่นเกมแล้วหันไปมองด้านหลังแทน

“หิว” ใบหน้าหล่อของรัชช์ลอยอยู่ข้าง ๆ ระยะห่างไม่ถึงสองคืบเลยด้วยซ้ำ จมูกเขากับแก้มผมเฉียดกันไปมาเบา ๆ

“รุตกินไม่ได้นะเล็ก” ผมว่าติดตลกเมื่ออีกฝ่ายกดริมฝีปากอยู่ที่ต้นแขนของผมพร้อมทำท่าจะงับแขนของผมด้วย

“มันเขี้ยว” เขาว่าแล้วก็อ้าปากงับแขนผมแรง ๆ

“เดี๋ยวเถอะ รุตเริ่มเจ็บแล้วนะ” ผมเอ็ดเสียงดุ ยื่นมืออีกข้างไปบีบแก้มนุ่มเบา ๆ

“อยากกัด”

“กัดไปแล้ว เดี๋ยวจะโดนกัดคืนนะ” ผมแสร้งทำหน้าดุแล้วทำท่าจะงับปลายจมูกอีกฝ่าย

“รุตน่ากลัว” ร่างเล็กผงะถอยหนีแล้วลุกขึ้นไปยืนห่างจากผมหลายก้าว

“พูดเก่งจริง ๆ เลย” ผมลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าเอวบางเข้ามาหาตัว

“เจ็บ” รัชช์บ่นหน้ายู่เมื่อผมแกล้งกอดรัดตัวเขาแรง ๆ

“กินข้าวได้แล้ว มัวแต่เล่นนะ” ผมทำหน้าดุ

“ว่าเราเหรอ?” ดวงตาคู่กลมเบิกกว้างขึ้นคล้ายกับตกใจ

“พูดเฉย ๆ ครับ ใครจะกล้าว่าคุณล่ะ หืม?” ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปิดใบหน้าอีกฝ่ายออกพร้อมเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม

“ทำไมต้องไม่กล้า รุตเป็นแฟนเราก็มีสิทธิ์ที่จะว่าหากเราทำผิดหรือดุเราในเรื่องที่ไม่สมควร ถ้าคนเป็นแฟนกันแล้วพูดตักเตือนกันไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะมีไปทำไม” รัชช์ขมวดคิ้วแน่นพูดด้วยหน้าตาท่าทางที่จริงจังผิดกับก่อนหน้านี้

“คุณทำให้ผมหลงรักคุณอีกแล้ว” ผมมองใบหน้าของรัชช์ด้วยความหลงใหลและชื่นชม

“ทำไม?” เขาขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ

“ผมชอบในความคิดแล้วก็ทัศนคติของคุณนะ”

“แต่เราชอบทุกอย่างที่เป็นรุตเลยนะ”

“หยอดอีกแล้วนะ” ผมอมยิ้มเขิน

“เขินไหม?” เขาถามยิ้ม ๆ

“โคตรเขินเลย” แพ้คุณรัชช์อีกแล้วนะมารุต

“เด็กน้อย~” เขาว่ากลั้วเสียงหัวเราะ ยิ้มกว้างจนตาหยีเลย

“เดี๋ยวเถอะ” แกล้งดุอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มอีกฝ่ายฟอดใหญ่ รัชช์แกล้งเอนตัวหนีแต่ผมก็รั้งตัวเขาให้เข้ามาหา กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่สักพักจนเริ่มเหนื่อยสุดท้ายก็เลยพากันไปกินข้าว แต่กว่าจะกินข้าวเสร็จก็แกล้งแหย่กันไปอีกหลายรอบ ทั้งห้องเลยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเราทั้งคู่

 

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

 

 

อ้อนกันขนาดนี้ไม่ให้มารุตคลั่งรักได้ยังไง 

มารุตคืออารมณ์ดียิ่งกว่าคนเมากัญญาอีกนะ 

คู่ของริคชนัญ >>> คุณคนเดียว <<< จิ้มเลย 

ฝากเพจ 

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ 

ด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว