facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นแฟนคนเถื่อน : 18

ชื่อตอน : เป็นแฟนคนเถื่อน : 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 690

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2564 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นแฟนคนเถื่อน : 18
แบบอักษร

 

 

เป็นแฟนคนเถื่อน : 18 

 

 

Marut Part : 

ฟุบ! 

“ชนัญ” ผมเอ่ยเรียกคนข้างตัวเสียงดังเมื่ออีกฝ่ายทิ้งหัวลงมาซบไหล่ผมเป็นครั้งที่สอง 

“ขอผมพิงพี่สักแปบนะ ผมมึนหัว” อีกฝ่ายเอ่ยบอกเสียงเบาหน้าตาดูไม่สู้ดีนัก 

“ถ้าไม่ไหวก็กลับ” ผมดันหัวของชนัญออก ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะพูดยังไง  

“แต่เพิ่งมาถึงเองนะ” ชนัญผละออกไปเอ่ยเสียงแผ่ว 

“ไปล้างหน้าไป” ผมบอกพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางห้องน้ำ  

“ครับ” ชนัญขานรับเสียงสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเซ ๆ แต่ก็พาตัวเองเดินออกไปทางห้องน้ำตามที่ผมบอก  

ผมไม่ได้หันไปมองว่าชนัญจะเดินไปถึงห้องน้ำหรือเปล่า ผมหันกลับมายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด ระหว่างนั้นก็เอาโทรศัพท์มาไลน์หารัชช์ไปด้วย คนดีของผมยังคงดูหนังอยู่ ผมบอกไปว่าอีกสักพักจะกลับแล้ว รัชช์เลยบอกว่าจะรอ 

“ทำไมอยู่คนเดียวล่ะ?” ช่วงที่กำลังไลน์คุยกับรัชช์อยู่เจ๊มีนก็เดินกลับมาที่โต๊ะ 

“สองคนนั้นไปเข้าห้องน้ำ” ผมละสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมาตอบรุ่นพี่คนสนิท 

“อืม จะกลับกี่โมง?”  

“อีกสักพักก็จะกลับแล้ว ชนัญก็ดูเหมือนจะเมามากแล้ว” ผมอยากรีบกลับห้องแล้วกะว่าถ้าชนัญเดินกลับมาที่โต๊ะผมก็จะกลับเลย  

“เจ๊” ไม่นานพินก็เดินกลับมาพร้อมชนัญ สีหน้าชนัญดูไม่สู้ดีนัก แต่ผมก็ไม่ได้ทักอะไร ผมไม่รู้ว่าชนัญคออ่อนจริงหรือเปล่า ไม่อยากรู้และไม่อยากสนใจด้วย 

“อะไร?” เจ๊มีนหันไปมองหน้าพิน 

“แม่โทรตาม ต้องกลับแล้ว” พินบอกด้วยท่าทางรีบร้อน 

“เออ กลับกันเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันไปนั่งกับเพื่อน” เจ๊มีนพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะมองเลยไปทางกลุ่มเพื่อนของตัวเอง 

“โอเค” เมื่อตกลงกันได้พินก็ขอแยกตัวออกไปก่อน ที่โต๊ะเลยเหลือแค่ผม เจ๊มีน แล้วก็ชนัญ 

“ไหวไหมชนัญ?” เจ๊มีนถามด้วยความเป็นห่วง 

“ผมมึนหัวมากเลย ขอเปิดห้องนอนที่นี่ได้ไหมครับ?” ชนัญหันมามองหน้าผม ชั้นบนของร้านจะมีห้องพักอยู่ สามารถเข้าพักได้ ร้านเปิดบริการตลอดเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า ใครเมากลับไม่ไหวก็เปิดห้องนอนที่นี่แล้วตอนเช้าก็ค่อยกลับ 

“เดี๋ยวฉันบอกพนักงานให้” เจ๊มีนเป็นคนพูดขึ้นมา หันไปกวักมือเรียกพนักงานให้มาหา 

“ขอบคุณครับ” ชนัญยกมือไหว้ขอบคุณเมื่อเจ๊มีนจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย สั่งเปิดห้องและออกค่าห้องให้อีกด้วย 

“เดินไหวหรือเปล่า?” เจ๊มีนที่เห็นท่าทางไม่สู้ดีของชนัญก็เดินเข้ามาประคองให้ลุกขึ้นยืน 

“พี่มารุตช่วยประคองผมไปส่งที่ห้องได้ไหม?” แต่ชนัญกลับหันมามองที่ผมและร้องขอออกมาโดยไม่ได้สนใจเจ๊มีนเลยสักนิด เจ๊มีนเงยหน้ามามองผมด้วยสายตาแปลก ๆ ก็พอเข้าใจเจ๊แกอยู่แหละ ผมไม่ได้พูดอะไรทำเพียงแค่มองหน้าเจ๊มีนกลับไป อีกฝ่ายดูเหมือนเข้าใจ เจ๊มีนผละตัวออกจากชนัญแล้วเดินมายืนข้างผมแทน 

“อืม” ผมพยักหน้ารับส่ง ๆ ไป คิดว่ารีบพาชนัญไปส่งที่ห้องพักแล้วจะได้รีบกลับไปหารัชช์ หันมาค้อมหัวให้กับรุ่นพี่คนสวยเล็กน้อยก่อนจะประคองร่างที่เล็กกว่าให้เดินไปตามทางเดินของร้าน โดยมีพนักงานเดินนำ เมื่อกี้พนักงานผู้ชายจะเข้ามาช่วยประคองชนัญ แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธออกไป ผมรู้ว่าชนัญไม่ต้องการให้ใครช่วยนอกจากผม ถึงจะรู้อย่างนั้นแต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป รีบ ๆ จัดการเรื่องตรงนี้ให้เสร็จแล้วจะได้รีบกลับห้องเสียที ชักรำคาญแล้ว 

แกร๊ก! 

ผมเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามาข้างใน ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น มีเตียง ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ กระจก และมีห้องน้ำในตัว ผมประคองชนัญเดินไปที่เตียงแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายลงนอนที่เตียง แต่ว่า 

ตุ้บ! 

“ชนัญ!” ผมตกใจเมื่อแขนข้างหนึ่งถูกดึงให้ล้มลงไปนอนบนเตียงโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว และที่แย่ไปกว่านั้นคือชนัญพลิกมาทับบนตัวผม 

“พี่มารุต ค้างกับผมที่นี่นะ” ชนัญพูดขึ้นมาเสียงหวานจ้องมองผมด้วยสายตาที่สื่อความนัย  

เมาจริงหรือเมาตอแหลกันแน่วะ? 

“ลุก!” ผมพยายามจะดันชนัญออกแต่กลับรู้สึกเหมือนหมดแรง  

จู่ ๆ ก็ไม่มีแรงขึ้นมาเสียเฉย ๆ เกิดอะไรขึ้นวะ? 

“ไม่ ค้างที่นี่กับผมนะ” ชนัญปฏิเสธเสียงแข็งแล้วยกแขนขึ้นกอดรอบเอวของผมเอาไว้แน่น 

“ทำบ้าอะไรวะ?” ผมพยายามที่จะลุกขึ้นและผลักชนัญออกจากตัว แต่อีกฝ่ายก็ยื้อแรงเอาไว้ แล้วทำไมผมถึงผลักชนัญออกไปไม่ได้วะ ผมเริ่มเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นภายในร่างกาย มันร้อนไปหมดทั้งตัว อึดอัดและทรมาน  

“พี่ไม่รู้สึกเหรอ?” ชนัญช้อนตาขึ้นมองผมด้วยดวงตาหวานเยิ้ม ผมขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยกับคำพูดของอีกฝ่าย 

หรือว่า 

“ใส่ยาลงไปในแก้วเหล้าฉันใช่ไหม?” ผมขบกรามแน่น ร่างกายรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด ผมพยายามจะดันชนัญออกแต่อีกฝ่ายก็ขืนแรงไว้ ผมเหมือนคนหมดแรงที่ไม่มีแม้แต่แรงจะผลักผู้ชายตัวเล็ก ๆ ออกจากตัว ชนัญคงจะฉวยโอกาสใส่ยาลงไปในแก้วเหล้าตอนผมลุกไปสูบบุหรี่แน่ ๆ  

“ฉลาดจังเลยน้า~” อีกฝ่ายยกยิ้มกว้างลากเสียงยาวอย่างยียวนกวนประสาทแถมยังลูบไล้ฝ่ามือไปตามร่างกายของผมอีกด้วย 

“บัดซบ!” ผมสบถอย่างหัวเสีย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ 

“ผมน่ะ ชอบพี่มาก ๆ เลยนะ” ชนัญพูดออกมาโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแต่อย่างใด 

“ลุกออกไปสิวะ!” ผมผลักชนัญออกแต่อีกฝ่ายก็พลิกตัวกลับมานั่งทับบนตัวผมอีกครั้ง  

“พี่จะทนไหวเหรอ? ให้ผมช่วยไหม?” ชนัญจับแขนของผมเอาไว้แน่น แถมยังทับขาของผมเอาไว้อีก คิดว่าตัวเล็กแล้วตัวจะเบาเหรอวะ หนักฉิบหายเลย  

“ชนัญ! ลุก!” ขากูเหน็บจะแดกแล้ว แม่งเอ๊ย! 

“ไม่! ทำไมผมต้องเสียพี่ไปให้คนอื่น! ไม่ยุติธรรมเลย!” อยู่ดี ๆ ชนัญก็ขึ้นเสียงดังใส่ผมแล้วโถมแรงลงมาทับตัวผมจนเต็มแรง 

“เลิกยุ่งกับกูสักที! กูมีเมียแล้ว! รักมากด้วย!” ผมพยายามดิ้นหนี แต่ร่างกายกลับไม่เอื้ออำนวย มันร้อนไปหมดทั้งตัว ความต้องการบางอย่างเริ่มพุ่งสูงมากขึ้น ยิ่งชนัญขยับไปมาบนตัวมันก็ยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ของผมมากยิ่งขึ้น บ้าจริง! ทำไมผมต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยวะ! 

“แต่เขาจะไม่รักพี่อีกแล้วหลังจากผ่านคืนนี้ไป” ชนัญเหยียดยิ้มกว้างอย่างน่ารังเกียจ แม่งเมาตอแหลนี่หว่า คนเมาอะไรแรงเยอะขนาดนี้ แล้วแม่งใส่ยาไปเยอะแค่ไหนวะ ผมเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ 

“เด็กเหี้ย!” ผมด่าเสียงดัง อยากด่าแม่งหลาย ๆ คำด้วย เด็กเวร เด็กนรก เด็กผีเล่นเหี้ยอะไรวะ! 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“ใครวะ!?” ชนัญสบถอย่างหัวเสียที่ถูกใครบางคนขัดจังหวะ 

พลั้ก! 

“โอ๊ย!” ผมใช้โอกาสที่ชนัญเผลอหันไปมองทางประตูห้องรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเหลืออยู่ผลักชนัญออกอย่างแรงจนร่างเล็กตกลงไปอยู่ข้างเตียงนอน ผมรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่หน้าประตูห้อง 

ผลั้วะ! 

“พี่ริค” ประตูที่ถูกเปิดเข้ามาเผยให้ผมได้เห็นคนที่อยู่ด้านนอก ผมทั้งตกใจและดีใจในเวลาเดียวกันที่เห็นพี่ชายของคนรักอยู่ตรงหน้า 

พระเจ้ามาช่วยผมแล้ว 

“ให้ช่วยไหม?” เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ผิดจากสถานการณ์ลุ้นระทึกในตอนนี้ลิบลับ 

“ฝากทีนะพี่ ผมจะรีบกลับไปหารัชช์” ผมหันกลับไปมองข้างในห้องก็เห็นชนัญลุกขึ้นมานั่งมองด้วยสีหน้าที่ตกอกตกใจสุดขีด  

“อืม” พี่ริคตอบรับเพียงเท่านั้นโดยที่สายตามองเลยไปทางชนัญที่นั่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่พื้นห้อง ผมไม่ได้เอะใจอะไรกับท่าทีเหล่านั้น ผมสนใจแค่ว่าตอนนี้ต้องรีบพาตัวเองกลับไปหารัชช์ให้ได้ทันเวลา แม้แรงจะเริ่มหดหายไปเรื่อย ๆ แต่ผมต้องประคองตัวกลับไปให้ถึงห้องให้ได้ 

และผมก็ทำมันได้ 

แกร๊ก! 

“รุต? จะกลับทำไมไม่เห็นโทรมาบอกเลย?” ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนเข้าไป รัชช์ที่นอนดูหนังอยู่บนเตียงก็หันมาบ่นใส่ผมด้วยสีหน้ายุ่ง ๆ  

“เล็ก” ผมเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ร้อนรุ่มไปทั้งตัว  

ทรมานฉิบหายเลย 

“มีอะ อื้ม~” รัชช์ที่กำลังจะเอ่ยถามก็เป็นอันต้องกลืนคำถามลงคอไปเมื่อผมประคองใบหน้าอีกฝ่ายเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เพราะฤทธิ์ของยาทำให้ผมมีความรู้สึกที่ต้องการรัชช์มากกว่าปกติเป็นพิเศษ ผมต้องการปลดปล่อย และมีเพียงรัชช์เท่านั้นที่ผมคิดอยากจะทำด้วย 

“อ่า รุต อือ” ผมพรมจูบไปทั่วลำคอขาว มือก็ลูบไล้ไปทั่วร่างกายเล็ก 

“หอม” ผมพึมพำเสียงแผ่วแล้วสูดดมกลิ่นหอมหวานจากซอกคอเรียวขาว และผมก็อดที่จะทำรอยไม่ได้ ผมเผลอตัวทำรอยบนคออีกฝ่ายไปหลายรอย แต่รัชช์ก็ไม่ได้ว่าอะไร 

“ยังไม่ได้อาบน้ำเลย” อีกฝ่ายดันผมออกให้เงยหน้ามาสบตากัน  

“ถ้าอย่างนั้นไปอาบน้ำกัน” 

“อือ” ผมไม่รอช้ารีบฉุดคนตัวเล็กให้เดินเข้ามาในห้องน้ำจับอีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วก็หันมาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกบ้าง หันไปเปิดฝักบัวให้น้ำไหลผ่านร่างกายของเราทั้งคู่ ผมพรมจูบไปทั่วร่างกายของคนรัก ยิ่งแตะโดนตัวรัชช์มากเท่าไหร่ ร่างกายผมมันก็ยิ่งต้องการรัชช์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งต่างจากตอนอยู่กับชนัญที่แม้จะโดนยาปลุกเซ็กส์แต่ผมก็ไม่คิดที่อยากจะทำอะไรแบบนี้กับอีกฝ่าย  

น้ำที่ไหลผ่านตัวไม่ได้ทำให้ร่างกายของผมเย็นลงเลย กลับกันมันยิ่งร้อนมากขึ้นกว่าเดิม รัชช์บดเบียดร่างขาว ๆ ของตัวเองเข้ามาหาผมจนร่างกายของเราทั้งคู่แนบชิดติดกัน ไม่มีช่องว่างระหว่างกันอีก ผมกดริมฝีปากทาบทับกับปากนุ่มนิ่มอย่างเร่าร้อน รัชช์กดจูบตอบกลับมาพร้อมเป็นฝ่ายสอดลิ้นเข้ามาหาผมก่อน เราตวัดลิ้นหยอกล้อกันอยู่สักพักก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายผละออกแล้วเลื่อนใบหน้าลงมาที่แผ่นอกบาง เม็ดตุ่มไตสองเม็ดเล็กที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้ามันช่างยั่วยวนผมเหลือเกิน ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะใช้ปากครอบครองตุ่มไตสีสวยนั่น  

“อะ อืม อ่า” เสียงครางแผ่วเบาของรัชช์บอกผมได้เป็นอย่างดีว่าเขากำลังรู้สึกดีมากแค่ไหน ยิ่งรัชช์ครางผมก็ยิ่งได้ใจ ตวัดลิ้นหยอกล้อกับยอดอกเล็กไม่หยุด มืออีกข้างก็ใช้ปลายนิ้วคลึงที่ยอดอกอีกข้างเบา ๆ เสียงร้องครางของรัชช์หวานพอ ๆ กับตัวของเขาเลย 

ผมพรมจูบลงมาจนถึงหน้าท้องแบนที่มีกล้ามเนื้อเรียงตัวกันให้เห็นอยู่พอประมาณ กดจูบสลับดูดเม้มเบา ๆ มือก็ลูบไล้ไปทั่วต้นขาเนียนและสะโพก ผมบีบขยำก้อนเนื้อสองก้อนที่พอดีมือเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สอดนิ้วเข้าไปที่ช่องทางด้านหลัง รัชช์สะดุ้งเบา ๆ เมื่อนิ้วของผมสอดเข้าไปลึก ผมขยายช่องทางรักให้พร้อมสำหรับการรับรักหนัก ๆ ของผม แม้ร่างกายจะเริ่มทนรับไม่ไหวแต่ผมก็ต้องข่มใจไว้ ผมจะทำรัชช์เจ็บไม่ได้ แต่พอเงยหน้าขึ้นไปเห็นใบหน้าหล่อที่เริ่มบิดเบี้ยวไปตามแรงอารมณ์ผมก็เริ่มที่จะทนไม่ไหว แล้วผมก็ตัดสินใจถอนนิ้วออก จับร่างผอมให้หันหน้าเข้าหากำแพงแล้วทาบทับร่างกายของตัวเองลงไป สอดใส่ส่วนนั้นเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มขยับเบา ๆ แล้วแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์และความรู้สึกในตอนนี้ 

“ระ รุต เบาหน่อย” รัชช์ยื่นมือมาจิกที่แขนผมเอาไว้แน่น 

“เจ็บเหรอ?” เมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของคนรักผมก็ตกใจ  

“อือ” 

“ขอโทษ” กดจูบไปทั่วแผ่นหลังบางเพื่อปลอบประโลมอีกฝ่ายแล้วค่อยขยับตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้นุ่มนวลและช้าลงกว่าเดิม 

“จูบหน่อย” รัชช์หันหน้ามาหา 

“อืม~” ผมก้มลงไปประกบจูบอีกฝ่ายอย่างเร่าร้อน รัชช์จูบตอบกลับมาด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน 

“เป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้น?” รัชช์ที่พอจะเดาได้ว่าผมไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย 

“ชนัญวางยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าของผม” ผมเริ่มหอบหายใจถี่  

“ไม่ไหวแล้วใช่ไหม?” รัชช์ยกมือขึ้นลูบแก้มผมแผ่วเบา 

“ทรมานมาก ๆ เลย” ผมเอนหัวพิงกับบ่าของอีกฝ่าย  

“ให้เราช่วยนะ” รัชช์เอ่ยบอกเสียงนุ่มน่าฟัง 

“อือ เล็ก” ผมผละตัวออก ถอนส่วนที่เชื่อมกันอยู่ออกแล้วจับรัชช์ให้หันกลับมาหา ดันร่างอีกฝ่ายให้แนบชิดไปกับกำแพงห้องน้ำ ยกขาเรียวขึ้นแนบไปกับสีข้างแล้วค่อย ๆ สอดส่วนนั้นเข้าไปในร่างกายคนรักอีกครั้ง และเริ่มบอกรักอีกฝ่ายผ่านการกระทำอีกครั้งหนึ่ง 

“รุต อะ อา” เสียงรัชช์ดังระงมไปทั่วห้องน้ำ และนั่นยิ่งทำให้อารมณ์ของผมพุ่งขึ้นสูงมากยิ่งขึ้น 

“ถ้าเจ็บหรือว่ารุตทำแรงไปก็บอกรุตนะครับ” ผมเอ่ยบอกเขาเสียงนุ่มพร้อมพรมจูบไปทั่วใบหน้าหล่อ 

“อืม อ๊ะ อะ อะ” รัชช์โอบรอบลำคอของผมเอาไว้แน่น บดเบียดร่างกายเข้าหากันมากขึ้นกว่าเดิมจนมันไร้ซึ่งช่องว่าง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องน้ำรับกับเสียงครางหวานของรัชช์ ผมรู้สึกว่าการกระทำของชนัญเริ่มเป็นผลดีกับผมแล้วสิ ผมว่างานนี้ผมได้กำไรไปเต็ม ๆ เลยล่ะ  

บทรักของเราไม่ได้จบลงง่าย ๆ จากตอนแรกที่บอกว่าจะอาบน้ำก็คือไม่ได้อาบ ผมพารัชช์ออกมาต่อรอบที่สองบนเตียง และมันก็มีอีกหลายรอบตามมา ยาที่ชนัญใช้มันแรงพอควรเลยล่ะ เล่นเอาทั้งผมและรัชช์เหนื่อยหอบแฮ่ก แต่อย่างที่บอกแหละ ผมได้กำไรเต็ม ๆ เลยงานนี้ รัชช์เองก็ไม่บ่นไม่ว่าผมสักคำ 

“เหนื่อยไหม?” หลังจากจบบทรักอันแสนหนักหน่วงของพวกเราไปผมก็ทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ รัชช์ กอดเอวผอมเอาไว้หลวม ๆ 

“เหนื่อย” หน้ารัชช์ขึ้นสีแดงจัดไม่รู้ว่าร้อนหรือเขินกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คือผมโคตรฟิน 

“เดี๋ยวผมอาบน้ำให้แล้วจะพาเข้านอนนะ” ยกมือขึ้นลูบแก้มใสเบา ๆ ด้วยความหลงใหล 

หลงว่ะ แบบโคตรหลงเลย  

“อือ” รัชช์พยักหน้าเบา ๆ  

จุ๊บ! 

“รักคุณนะ” ขยับไปกดจูบที่หน้าผากเนียนแผ่วเบา 

“อือ รักเหมือนกัน” 

ฟอด! 

ดึงร่างเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายเข้ามากอดเอาไว้แน่น หอมแก้มนิ่มไปอีกฟอดใหญ่ก่อนจะอุ้มร่างเล็กกว่าเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบ คราวนี้อาบน้ำจริง ๆ แล้วครับ ผมจัดการทำความสะอาดร่างขาวเนียนให้อย่างเบามือ รัชช์ซุกหน้าอยู่ที่ไหล่ของผมไม่ยอมเงยหน้ามามองกันเลย ก็คงเขินนั่นแหละ กว่าจะอาบน้ำให้รัชช์เสร็จก็ปาไปดึกดื่น พารัชช์มาเช็ดตัวแล้วใส่เสื้อผ้าให้ ผมเลือกเสื้อยืดสีเทาเข้มตัวใหญ่ของผมกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วของรัชช์ ผมชอบให้รัชช์ใส่ขาสั้นนะ เขาสูงไง ขายาวสวย ผิวยังเนียนอีก แต่ผมอนุญาตให้เขาใส่ขาสั้นได้เฉพาะตอนอยู่กับผมเท่านั้นนะ ถ้าออกไปข้างนอกอย่างน้อยกางเกงก็ต้องยาวเสมอเข่าลงไป 

หวงครับ  

ปาเข้าไปค่อนคืนแล้ว รัชช์หลับไปแล้วเรียบร้อย แต่ผมยังนอนไม่หลับ ยกมือขึ้นลูบหัวคนหลับเบา ๆ ด้วยความรักใคร่และเอ็นดู ผมให้รัชช์นอนหนุนแขนผมและผมก็โอบกอดเขาไว้อีกที รัชช์จะรู้ไหมนะว่าเวลาเขาหลับน่ะน่าขย้ำมากขนาดไหน แต่หลังจากวันนี้ไปผมคงต้องงดเรื่องบนเตียงกับรัชช์ไปสักระยะ เพราะคืนนี้ผมกอดรัชช์เสียจนตัวบาง ๆ ของรัชช์แทบช้ำ ก็สงสารอีกฝ่ายเหมือนกันนะ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ผมไม่มีทางทำเรื่องนี้กับคนอื่นเด็ดขาด คนที่ผมอยากกอดก็มีแต่รัชช์เพียงเท่านี้ ก็ต้องลำบากรัชช์หน่อย 

พรุ่งนี้ผมคงต้องจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นสักหน่อยแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

07.39 AM 

ผมรู้สึกตัวตื่นมาตั้งแต่เช้า ผิดเวลาตื่นของผมมาก ๆ อาจเป็นเพราะเมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยจะหลับ เอาแต่คิดมากถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ชนัญทำผมคิดหนักเลย ใจหนึ่งก็นึกโมโห ส่วนอีกใจก็รู้สึกขอบคุณ แฮร่! หยอกครับ ผมโกรธกับการกระทำของชนัญมาก อยากจับมาตบกะโหลกสักที เล่นห่าเล่นเหวอะไรของมึง แม่ง! กะรวบหัวรวบหางผมเลยนะเนี่ย ดีนะที่พี่ริคมาช่วยทัน  

แต่เดี๋ยวก่อน  

พี่ริคมาได้ไงวะ?  

ย้อนกลับไปถึงเรื่องเมื่อก่อนนะ คือผมพาชนัญไปส่งที่ห้องพัก ในขณะที่ผมกำลังจะถูกชนัญปลุกปล้ำก็มีเสียงเคาะประตู เมื่อเปิดประตูออกก็พบว่าเป็นพี่ริค ไม่ใช่สิ พี่ริคเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้ามาก่อน โอเค ผมขอทบทวนอีกรอบ ตกลงพี่ริคมาจากไหนวะ? 

ผมสงสัยและข้องใจมาก หรือผมควรโทรไปหาพี่ชายแฟน แต่พี่ริคจะคุยกับผมหรือเปล่า? เอาไงดีวะ? เรื่องชนัญก็ยังไม่เคลียร์ นี่มามีเรื่องพี่ริคอีก ผมอยากรู้ว่ะ มันอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ทำยังไงดี? 

ระหว่างที่กำลังคิดอย่างหนักผมก็หันไปเห็นแฟนคนดีของตัวเองที่กำลังนอนหลับตาพริ้มสบายอกสบายใจอยู่ จะแปดโมงแล้วรัชช์ยังไม่ตื่นเลย เดี๋ยวเลยเวลากินข้าวเช้าก็มาบ่นเสียสุขภาพอีก  

“ที่รักครับ” ผมขยับไปปลุกรัชช์เบา ๆ 

“…” แต่ผลที่ได้ตอบรับกลับมากลับเป็นเพียงความเงียบ นิ่งสนิท 

“ที่รัก ตื่นเร็ว” ผมเขย่าแขนอีกฝ่ายเบา ๆ  

“อือ รุต ขอนอนถึงเที่ยงนะ” รัชช์ลืมตาขึ้นมามองผมเล็กน้อย ปากพึมพำเสียงเบาจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง 

“ไม่หิวเหรอ?” ผมขยับเข้าไปกอดรัชช์เอาไว้ แต่รัชช์ก็ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของผม คงกลัวผมกวนนั่นแหละ 

“ไม่ไหวแล้วรุต” อีกฝ่ายว่าเสียงงัวเงีย ตาที่ลืมอยู่ก็แทบจะปิดได้ทุกเมื่อ ท่าทางดูง่วงมากเลยสินะ  

“ขอโทษที่เมื่อวานหนักมือไปเยอะเลยนะ” ผมดึงรัชช์เข้ามากอดเอาไว้หลวม ๆ  

“อือ หาอะไรกินไปก่อนนะ เราขอนอนต่อ” พูดทั้ง ๆ ที่ตาปิดสนิทไปแล้วทั้งสองข้าง เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็อดที่จะยกยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ง่วงขนาดนั้นยังจะห่วงผมอีกเนอะ 

“เดี๋ยวผมออกไปซื้ออะไรมาให้คุณกินดีกว่า” กว่ารัชช์จะตื่นคงอีกสักพัก ผมออกไปซื้ออะไรมาไว้ให้รัชช์กินดีกว่า ตื่นมาจะได้ไม่ต้องหิ้วท้องรอ 

“อื้อ ๆ” ที่ตอบรับกลับมานี่ไม่รู้ว่ารู้เรื่องหรือเปล่าว่าผมพูดอะไร แต่ที่แน่ ๆ เลยคือหลับไปอีกรอบแล้ว ผมกดจูบที่หน้าผากเนียนเบา ๆ ก่อนจะจับรัชช์ให้นอนบนหมอนดี ๆ แล้วตัวเองก็ลุกมาเข้าห้องน้ำ หวังว่าร้านแถวนี้จะยังมีของกินขายอยู่นะ  

กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ปาเข้าไปแปดโมงนิด ๆ ผมรีบออกจากห้องมาเพราะกลัวจะไม่มีของกินขายแล้ว ถ้าของหมดผมคงต้องขับรถออกไปที่อื่นเพื่อหาซื้อข้าวให้รัชช์ จริง ๆ ตรงหน้าปากซอยทางเข้าคอนโดฯ จะมีตลาดตอนเช้า ปกติผมก็หาซื้ออะไรแถวนี้ให้รัชช์กินนั่นแหละ แต่วันนี้อาจจะหายากหน่อยเพราะมันสายแล้ว ผมกะว่าจะเดินออกไปเลยไม่ได้ไปเอารถ แต่เดินออกมาที่หน้าคอนโดฯ ก็หยุดชะงักเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาของใครบางคนเข้า 

“พี่ริค” ผมเอ่ยเรียกคนที่กำลังจะเดินผ่านไปเอาไว้ได้ทัน เมื่อพี่ริคหันมาเห็นผมก็มีสีหน้าตกใจ แต่มันก็แค่แวบหนึ่ง แค่เสี้ยววินาทีเองแล้วหน้าของพี่ริคก็กลับมานิ่งเหมือนเดิม  

“นายอยู่คอนโดฯ นี้เหรอ?” อีกฝ่ายถามขึ้นอย่างแปลกใจ 

“ใช่ พี่มาทำอะไร?” ผมถามกลับด้วยความสงสัย ท่าทางรีบร้อนเหมือนกำลังจะออกไปไหนเลย 

“มาหาเพื่อน” แปลก ถึงท่าทีของพี่ริคจะยังคงนิ่งแต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่ริคมีเพื่อนอยู่ที่คอนโดฯ นี้ด้วย ว่าแต่เขามาหาเพื่อนทำไมแต่เช้าขนาดนี้? มีธุระสำคัญอย่างนั้นเลยเหรอ? 

“แล้วชนัญล่ะ?” ผมอดที่จะถามหาอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะเมื่อคืนผมฝากให้พี่ริคช่วยจัดการชนัญ ผมไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ผมออกมาจากห้องนั้นแล้วมันเกิดอะไรขึ้นอีก ผมไม่รู้ว่าพี่ริคจะทำยังไงกับชนัญ แล้วชนัญจะกลับคอนโดฯ มายังไง 

“คงกลับบ้านแล้วมั้ง” พี่ริคตอบกลับด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ผมคงไม่คิดมากอะไรเพราะพี่ริคก็เป็นคนนิ่ง ๆ อย่างนี้อยู่แล้ว เขาจะดีเฉพาะตอนอยู่กับน้องชายเท่านั้นแหละ แต่ว่านะ ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าท่าทางเรียบนิ่งของพี่ริคมันดูเหมือนมีอะไรซุกซ่อนอยู่ ผมคิดว่าท่าทางนิ่ง ๆ ของพี่ริคนี่แหละดูน่าสงสัย 

“เมื่อคืนพี่…” ผมกำลังจะถามถึงเรื่องเมื่อคืน 

“ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ” แต่กลับถูกอีกฝ่ายพูดตัดบทแล้วเดินหนีออกไปก่อน 

“อ่า ครับ” มีพิรุธจริง ๆ ด้วย  

ผมยืนมองตามแผ่นหลังของพี่ริคไปจนอีกฝ่ายขึ้นรถแล้วขับออกไป ถ้าพี่ริคไม่บอกว่ามาหาเพื่อนผมคงคิดว่าเขามาส่งชนัญ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมถึงเพิ่งกลับไปตอนนี้ เขาน่าจะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไม่ใช่เหรอ? หรือว่าพี่ริคมาหาเพื่อนจริง ๆ ยังไงกันแน่วะ คือผมไปถามใครได้บ้าง ผมต้องการคำตอบ  

หรือผมต้องบุกไปที่ห้องของชนัญ?  

ไม่ล่ะ ผมไม่อยากเจอเด็กนั่น ผมคิดไม่ตกเลย อยากรู้ใจจะขาด ผมเชื่อว่าพี่ริคต้องปิดบังอะไรผมอยู่แน่ ๆ ผมต้องสืบเรื่องนี้ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าหลังจากที่ผมออกมาจากห้องพักแล้วพี่ริคจัดการกับชนัญยังไง 

แต่ก่อนจะไปสืบเรื่องของพี่ริค ตอนนี้ต้องไปหาข้าวให้รัชช์ก่อน เดี๋ยวคนดีตื่นมาแล้วไม่มีอะไรกินก็จะพาลหงุดหงิดใส่ ถึงแม้สิ่งที่รัชช์เป็นจะไม่ใช่การหงุดหงิดแต่เป็นการงอแงแบบเด็ก ๆ แต่เวลางอแงเพราะหิวข้าวนี่จะง้อยากมาก แถมดื้อมากเป็นพิเศษด้วย กว่ารัชช์จะตื่นก็คงปาไปเที่ยง ผมหาอะไรที่หนัก ๆ ท้องไว้รอรัชช์เลยดีกว่า 

ตำแหน่งสามีดีเด่นต้องเป็นของผมแล้วล่ะ 

 

 

 

 

------------------------------ 

 

 

 

 

 

ใครคือตัวร้าย?  

ชนัญเหรอ?  

ใครเป็นคนวางยา?  

ใช่ชนัญหรือเปล่า?  

คนร้ายคือใคร? 

ชนัญหรือเปล่า ชนัญไม่น่ารักหรือเปล่า?  

หรือว่า.... 

ไปตามต่อกันที่ คุณคนเดียว เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น! 

 

ฝากเพจ 

ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ 

ด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว